ใช้ใจแคร์ ดูแลครบ

ประเภทรถยนต์ A (A Segment Car) คืออะไร? แตกต่างจาก Car Segment รถอื่นๆ อย่างไร?

Segment รถ A Segment Car คือ การกำหนดประเภทรถยนต์ (Car Segment) โดยอ้างอิงตามเกณฑ์ของคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission)

A Segment Car หรือรถยนต์ประเภท 1 คือ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่มีขนาดเล็กที่สุด มีขนาดตัวรถตั้งแต่ 2.7 ม. - 3.7 ม. มีขนาดเครื่องยนต์ 660 c.c. - 1000 c.c. ความจุกระบอกสูบต่ำ เน้นประหยัดเชื้อเพลิง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ราคาจับต้องได้ และเน้นใช้ขับขี่ในเมือง ทำให้มักถูกเรียกในชื่อ “City Car” หรือ “Minicompact”

ตัวอย่างรถประเภทรถยนต์ A Segment Car ยอดนิยมที่ยอดจัดจำหน่ายสูงที่สุดในทวีปยุโรป 10 อันดับแรก ได้แก่ Fiat Panda, Fiat 500 (2007), Toyota Aygo, Renault Twingo, Volkswagen Up!, Hyundai i10, Kia Picanto, Peugeot 108, Citroën C1 และ Suzuki Ignis

ตัวอย่างรถประเภทรถยนต์ A Segment Car ที่มีจัดจำหน่ายในประเทศไทย และอยู่ในระหว่างเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เช่น Honda City, Mitsubishi Mirage, Suzuki Celerio หรือ ORA Good Cat โดยราคาเริ่มต้นที่ถูกที่สุดของประเภทรถ A Segment Car อยู่ที่ 328,000-437,000 บาท ในขณะที่ราคาสูงที่สุดของ Segment รถประเภทนี้ (A Segment Car) อยู่ที่ 1,550,000-1,650,000 บาท

ตัวอย่างประเภทรถยนต์ A Segment Car มีรถรุ่น/ยี่ห้อไหนบ้าง?

รถยนต์ A-Segment ที่จัดจำหน่ายในไทยและกำลังเตรียมเปิดจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการนั้นมีอยู่หลายรุ่น/ยี่ห้อในปัจจุบัน ทั้งรถยนต์ที่ใช้ระบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน (น้ำมันเครื่อง) และรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน

ยี่ห้อรถยนต์ในกลุ่ม A Segment Car ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย ได้แก่ Suzuki, Honda, Mitsubishi และ Nissan ในขณะที่แบรนด์รถยนต์ A Segment Car ประเภทรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจากประเทศจีนเริ่มเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้่น เช่น Great Wall Motors (ORA), Wuling หรือ Chery


ตัวอย่างประเภทรถยนต์ A Segment Car ที่จัดจำหน่ายแล้วและอยู่ในระหว่างเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการเพื่อเริ่มจัดจำหน่ายในเร็วๆ นี้ มีดังต่อไปนี้

  • Honda Brio-Amaze
  • Honda City
  • Mitsubishi Mirage
  • Nissan March
  • Nissan Almera
  • Suzuki Celerio
  • Suzuki Jimmy
  • Suzuki Swift Minorchange
  • Suzuki Swift
  • ORA Good Cat
  • ORA Black Cat
  • Wuling Mini EV
  • Chery EQ1
  • BYD Dolphin

รถอีโค่คาร์หรือรถ City Car จัดเป็นประเภทรถยนต์ A Segment Car ด้วยหรือไม่?

การจัดกลุ่ม Segment รถอีโค่คาร์ (Eco Car) หรือรถ City Car ตามการกำหนดประเภทรถยนต์โดยคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) กำหนดให้รถอีโค่คาร์ อยู่ใน Segment รถประเภท A Segment Car อ้างอิงตามขนาดตัวรถและขนาดความจุเครื่องยนต์เป็นตัวกำหนด โดยต้องมีขนาดเครื่องยนต์ระหว่าง 660 cc. -1000 cc. รวมถึงต้องเหมาะกับการขับขี่ใช้งานในภายเมือง (City Car)

อย่างไรก็ตาม การจัดกลุ่ม Segment รถอีโค่คาร์ในประเทศไทย จะจัดอยู่ในกลุ่มประเภถรถยนต์ B-segment โดยอิงตามขนาดของตัวรถเป็นสำคัญ รวมถึงต้องประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ 20 ก.ม. ต่อน้ำมันเชื้อเพลิง 1 ลิตร และต้องปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เกิน 120 กรัม ต่อระยะทาง 1 ก.ม. รวมถึงต้องมีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,300 c.c.

รหัสรถยนต์ประเภทรถยนต์ A Segment Car ในประกันรถ คือเลขอะไร?

รหัสรถยนต์ในประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ (Voluntary Car Insurance) คือ ตัวเลขและตัวอักษรที่มีความหมายแทนประเภทรถยนต์และการใช้งาน โดยบริษัทต้องระบุรหัสรถยนต์ไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ทุกครั้ง เพื่อให้มีมาตรฐานเดียวกันในการอ้างอิงหรือคำนวณเบี้ยประกัน แบ่งเป็น ตัวเลขหลักที่หนึ่ง แสดงถึง ประเภทรถยนต์ ตัวเลขหลักที่สอง และสาม แสดงถึง ลักษณะการใช้รถยนต์

สำหรับรถประเภทรถ A Segment Car หรือรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ไม่เกิน 7 ที่นั่ง รวมคนขับ 4 ประตูไม่ต่อสองแถว ป้ายทะเบียนสีขาวตัวอักษรสีดำ ทั้งชนิดรถเก๋ง หรือรถกระบะ รวมถึงมีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 2,000 ซี.ซี. และขนาดเครื่องยนต์เกิน 2,000 ซี.ซี. แบ่งเป็น 2 กลุ่มตัวเลขสำหรับบอกประเภทรถยนต์ (Car Segment) และลักษณะการใช้งาน ของ Segment รถประเภทอื่นๆ ได้แก่

  • 110 คือ รถยนต์สำหรับใช้ส่วนบุคคล ไม่ใช้รับจ้างหรือให้เช่า
  • 120 คือ รถยนต์ใช้เพื่อการพาณิชย์ หรือรถจดทะเบียนบุคคล แต่ใช้งานรับจ้างแบบไม่ประจำทาง หรือ รถยนต์ให้เช่า

ความหมายรหัสรถยนต์สำหรับ A Segment Car แบ่งเป็นตัวเลขที่หนึ่ง 1 แทน ประเภทรถยนต์นั่ง ตัวเลขที่สองและสาม 10 แทน ชนิดรถยนต์ส่วนบุคคล 20 แทน ชนิดรถยนต์ใช้เพื่อการพาณิชย์

เบี้ยประกันรถประเภทรถยนต์ A Segment คำนวณจากปัจจัยอะไรบ้าง?

การคำนวณเบี้ยประกันภัยการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจสำหรับรถยนต์ประเภท A Segment Car หรือ Segment รถประเภทอื่นๆ จะคำนวณจากอัตราเบี้ยประกันของระยะเวลาการเอาประกันภัยเต็มปี ตามอัตราเบี้ยประกันภัย 4 ประเภท ดังต่อไปนี้

1) เบี้ยประกันพื้นฐาน หรือเบี้ยที่กำหนดขึ้นตามจำนวนเงินจำกัดความรับผิดชอบพื้นฐานของรถทั้ง 8 ประเภทรถยนต์ หรือตาม Segment รถ แบ่งตามประเภทกรมธรรม์ประกันชั้น 1 ชั้น 2 และชั้น 3 โดยกำหนดให้บริษัทประกันต้องไม่ใช้เบี้ยประกันพื้นฐานที่สูงกว่าเบี้ยประกันพื้นฐานขั้นสูง หรือต่ำกว่าเบี้ยประกันพื้นฐานขั้นต่ำในการคำนวณเบี้ยประกันภัย

ตัวอย่างเบี้ยประกันพื้นฐานของ A Segment Car หรือรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รหัสรถยนต์ 110 และ 120 จะมีเบี้ยประกันพื้นฐานสำหรับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 แบ่งเป็น เบี้ยประกันภัยพื้นฐานขั้นสูง 12,000 บาท และเบี้ยประกันภัยพื้นฐานขั้นต่ำ 7,600 บาท

2) เบี้ยประกันภัยเพิ่มความคุ้มครอง หรือเบี้ยประกันที่เพิ่มจำนวนเงินความรับผิดต่อบุคคลภายนอกที่เกินกว่าจำนวนเงินจำกัดความรับผิดพื้นฐาน ทั้งความรับผิดต่อความบาดเจ็บหรือมรณะของบุคคลภายนอก หรือความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

3) เบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันภัยเพิ่ม หรือเบี้ยประกันเพิ่มตามความคุ้มครองที่ระบุไว้ในเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ประกอบด้วย การประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล การประกันภัยค่ารักษาพยาบาล การประกันตัวผู้ขับขี่ คุ้มครองน้ำท่วม หรือคุ้มครองภัยธรรมชาติ

4) เบี้ยประกันเพิ่มตามความเสี่ยง หรือตัวแปรที่ใช้ในการคำนวณเบี้ยประกันภัย คิดจากความเสี่ยงภัยแต่ละชนิด เพื่อให้เบี้ยประกันเหมาะสมกับความเสี่ยงภัยของรถยนต์ประเภทนั้นๆ (Car Segment) ประกอบด้วยปัจจัยดังนี้

  • ลักษณะการใช้รถยนต์
  • ขนาดรถยนต์
  • อายุผู้ขับขี่
  • กลุ่มรถยนต์
  • อายุรถยนต์
  • จำนวนเงินเอาประกันภัย
  • อุปกรณ์เพิ่มพิเศษ

ทั้งนี้ อัตราเบี้ยประกันภัยรายปีของรถในแต่ละประเภทรถยนต์ (Car Segment) ต้องไม่เกินร้อยละ 2.5 ของจำนวนเงินเอาประกันภัยในแต่ละ Segment รถ และหากต้องการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อประกันรถตามประเภทรถยนต์อื่น ๆ ก็สามารถปรึกษา แรบบิท แคร์ ได้เลย

ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของเรา