ใช้ใจแคร์ ดูแลครบ

Rabbit Care logo
ใช้ใจแคร์ ดูแลครบ
1438
24 ชั่วโมง

ไทย

EN

นโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับพันธมิตรทางธุรกิจของแรบบิท แคร์


แรบบิท แคร์ (ซึ่งหมายความถึง บริษัท แรบบิท แคร์ จำกัด, บริษัท แรบบิท แคร์ โบรคเกอร์ จำกัด และบริษัท เอเอสเค ไดเร็ค กรุ๊ป จำกัด) (“บริษัทฯ” “เรา” “พวกเรา” หรือ “ของเรา”) ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ โดยนโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับพันธมิตรทางธุรกิจฉบับนี้ (นโยบายความเป็นส่วนตัว) อธิบายวิธีการที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากร บุคคลผู้ได้รับมอบอำนาจ ผู้มีอำนาจลงนาม กรรมการ ผู้ถือหุ้นและผู้ติดต่ออื่น ๆ ของพันธมิตรทางธุรกิจ (เรียกรวมกันว่า “ท่าน”) และแจ้งให้ท่านทราบเกี่ยวกับสิทธิที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ทั้งนี้ พันธมิตรทางธุรกิจ ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ หมายความรวมถึง แต่ไม่จำกัดเพียง คู่ค้า ผู้จัดจำหน่าย ผู้จัดหาสินค้า ผู้ขาย ผู้ให้บริการ ผู้รับเหมาก่อสร้าง นักลงทุน นักวิเคราะห์ ร้านค้า ผู้ให้เช่าพื้นที่สำหรับตั้งป้ายโฆษณา ที่ปรึกษาอิสระ บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทประกันภัย นายหน้าประกันภัย ตัวแทนประกันภัย ธนาคาร พันธมิตรสำหรับกิจการร่วมค้า รวมถึงบุคคลที่สาม เช่น บุคคลภายนอกที่ขอเข้าพื้นที่ ผู้ของานของผู้รับเหมา ผู้ติดต่อเข้างาน บุคคลที่เกี่ยวข้องตามกฎของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (เช่น คู่สมรส บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ) และพันธมิตรทางธุรกิจอื่น ๆ

บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เนื่องจากบริษัทฯ มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับท่านในปัจจุบันหรือที่อาจจะมีในอนาคต หรือจากการที่ท่านทำงานให้ ดำเนินการแทน หรือเป็นตัวแทนของพันธมิตรทางธุรกิจที่บริษัทฯ มีความสัมพันธ์ด้วย เช่น บริษัทที่จัดหาสินค้าหรือให้บริการแก่บริษัทฯ หรือที่บริษัทฯ ติดต่อสื่อสารด้วยในทางธุรกิจซึ่งอาจเกี่ยวพันถึงท่าน

1. บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลใดบ้าง

ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับท่านที่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม (ทั้งนี้ ไม่รวมถึงข้อมูลของบุคคลที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว)

ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกจัดให้เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนตามกฎหมาย

โดยบริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลประเภทต่างๆ เท่าที่ท่านมีความสัมพันธ์กับบริษัทฯ ตามที่ระบุด้านล่าง

    - ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-นามสกุล คำนำหน้า อายุ เพศ รูปถ่าย วิดิโอ ข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด พิกัดทางภูมิศาสตร์ วันเดือนปีเกิด สัญชาติ สถานภาพการสมรส ข้อมูลสถานะทางการเงิน ข้อมูลด้านการศึกษาและการทำงาน (เช่น ตำแหน่งงาน แผนก รหัสแผนก อาชีพ ข้อมูลใบสมัครงาน บริษัทที่ท่านทำงานให้หรือจ้างงานท่าน ใบรับรองการทำงาน ใบรับรองเงินเดือน ใบรับรองวิชาชีพ ใบอนุญาตการทำงาน วีซ่า ข้อมูลการอบรม รายได้และเงินเดือน วันที่เริ่มงาน) ข้อมูลจากเอกสารราชการ (เช่น หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร หมายเลขใบขับขี่ หมายเลขทะเบียนบ้าน) ข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ (เช่น หมายเลขตัวถังหรือหมายเลขทะเบียนรถยนต์) ลายมือชื่อ (รวมถึงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์) ข้อมูลรหัสประจำตัวคู่ค้า (รวมถึง ประเภทคู่ค้า ประเภทกิจการ ประเภทธุรกิจ) ข้อมูลคู่ค้า (เช่น คะแนนประเมินคู่ค้า/ผู้ให้บริการ หมายเลขร้านค้า วันที่ขึ้นทะเบียนคู่ค้า) ข้อมูลบัญชีธนาคารและการชำระเงิน (เช่น ชื่อเจ้าของบัญชี ธนาคารที่เปิดบัญชี ประเภทบัญชี และหมายเลขบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชีผู้รับประโยชน์ วันที่ชำระเงิน วิธีการชำระเงิน สกุลเงินที่ชำระ และบัญชีที่ทำการชำระเงิน รายละเอียดการโอนเงินใน/นอกประเทศไทย) ข้อมูลบัตรเครดิต (เช่น หมายเลขบัตรเครดิต ชื่อผู้ถือบัตร วันที่หมดอายุบัตร) รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการกำหนดราคา อัตราส่วนลด ยอดขาย รายการเบิกจ่าย จำนวนเงินเบิกจ่าย ข้อมูลที่ดินที่ท่านเป็นเจ้าของ (เช่น หมายเลขหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน) จำนวนหุ้น เลขทะเบียนบัญชีหลักทรัพย์ จำนวนหลักทรัพย์ และจำนวนเงินปันผล

    - ข้อมูลที่อยู่ติดต่อ เช่น หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ หมายเลขโทรสาร ที่อยู่ สถานประกอบการ ที่อยู่อีเมล รหัสไปรษณีย์ ข้อมูลบัญชีผู้ใช้โซเชียลมีเดีย (เช่น ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ไลน์ บัญชีเฟซบุ๊ค และเวลาที่สามารถติดต่อได้) และข้อมูลอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน

    - ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น ข้อมูลที่ท่านให้แก่บริษัทฯ ตามที่ปรากฏในสัญญา แบบฟอร์ม หรือแบบสำรวจ) ข้อมูลทางธุรกรรมที่ท่านทำกับบริษัทฯ (เช่น เมื่อทำสัญญาเช่าพื้นที่ หรือสัญญาซื้อขายกับคู่สัญญา สัญญาว่าจ้างผู้รับเหมา สัญญาที่ปรึกษาโครงการ เอกสารยื่นประกวดราคาหรือประมูลงานต่างๆ) ข้อมูลรายการซื้อกับบุคคลที่เกี่ยวโยง/บุคคลภายนอก ประเภทสินค้า ประเภทงบประมาณ งบประมาณเบิกจ่าย รายละเอียดค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง วันที้ซื้อสินค้า/บริการ จำนวนเงินค่าสินค้าบริการ จำนวนรายการที่เบิก งบประมาณเลขที่สำนักงานใหญ่ เลขที่เอกสาร ชื่อโครงการ บริษัทที่ขึ้นทะเบียน กลุ่มเจ้าหนี้ สาขา พื้นที่ และเงื่อนไขการชำระเงิน บันทึกข้อมูลคอมพิวเตอร์ เช่น (ไอพีแอดเดรส หรือคุกกี้) ข้อมูลการตรวจสอบสถานะของผู้จำหน่ายและผู้ให้บริการ รวมถึง ข้อมูลตามเอกสารข้อกำหนดหรือขอบเขตการประกวดราคา/ประมูลงาน/จัดซื้อจัดจ้าง ข้อมูลตามรายงานการมีส่วนได้เสีย ข้อมูลแจ้งเหตุ ข้อมูลการดำเนินคดี รายละเอียดตามเอกสารการเสนอราคาตามโครงการจัดซื้อจัดจ้าง ข้อมูลรายงานการประเมินผู้ขาย/ผู้ให้บริการประจำปี ข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด และรายละเอียดการก่อสร้างในแต่ละโครงการ

    - ข้อมูลของบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับท่าน เช่น ข้อมูลที่ระบุตัวตนคู่สมรสหรือบุตรของท่าน ข้อมูลพนักงานของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับท่าน

    - ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน เช่น ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนจากบัตรประจำตัวประชาชน (เช่น เชื้อชาติ และ ศาสนา) หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนที่อาจใช้ในการดำเนินคดีตามกฎหมาย

บริษัทฯ จะเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือโอนไปยังต่างประเทศซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนเมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านเท่านั้นหรือตามที่กฎหมายอนุญาต

2. บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร

  1. ช่องทางการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
    บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากหลาย ๆ ช่องทาง ซึ่งรวมถึงช่องทางดังต่อไปนี้

        - จากท่านโดยตรง (เช่น เมื่อท่านทำธุรกิจกับบริษัทฯ หรือลงนามในสัญญาหรือกรอกแบบฟอร์มเมื่อท่านมีปฏิสัมพันธ์กับบริษัทฯ รวมถึงการมีปฎิสัมพันธ์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของบริษัทฯ ผ่านเว็บไซต์ของบริษัทฯ หรือแอปพลิเคชันทางโทรศัพท์มือถือ การติดต่อสื่อสารทางอีเมล โทรศัพท์ แบบสอบถาม นามบัตร ไปรษณีย์ ระหว่างการประชุมและงานกิจกรรมต่าง ๆ หรือการนัดหมายพบปะกับท่าน)

        - จากพันธมิตรทางธุรกิจหรือผู้ให้บริการที่ท่านทำงานให้ ดำเนินการแทน หรือเป็นตัวแทน

        - บริษัทในกลุ่ม BTS

        - จากแหล่งข้อมูลในระบบ ระบบไดรฟ์กลาง/ฐานข้อมูลกลางของบริษัทฯ หรือระบบซอฟท์แวร์ขนส่ง และ/หรือไฟล์อิเล็กทรอนิกส์

        - จากแหล่งข้อมูลสาธารณะ เช่น สื่อสังคมออนไลน์ และเว็บไซต์ของบุคคลภายนอกหรือหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง

        - จากบุคคลที่สามอื่นๆ เช่น พันธมิตรทางธุรกิจรายอื่น ๆ ของบริษัทฯ บุคคลอ้างอิง ผู้ร้องเรียน

  2. ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สาม
    หากท่านให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามแก่บริษัทฯ เช่น คู่สมรส บุตร บิดามารดา ผู้รับมอบอำนาจ หรือของบุคคลอื่นใดที่ไม่ใช่ข้อมูลของท่าน โปรดแจ้งนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้แก่บุคคลที่สามดังกล่าวเพื่อให้รับทราบ และขอความยินยอมหากจำเป็น หรือมีฐานทางกฎหมายอื่นในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามดังกล่าวมายังบริษัทฯ ด้วย

  3. ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลผู้ไร้ความสามารถ
    บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับผู้เยาว์ บุคคลเสมือนไร้ความสามารถ และ/หรือบุคคลไร้ความสามารถเมื่อได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองเท่านั้น บริษัทฯ ไม่มีเจตนาที่จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้เยาว์ โดยไม่มีความยินยอมของผู้ปกครองตามที่กฎหมายกำหนด หรือจากบุคคลเสมือนไร้ความสามารถและ/หรือบุคคลไร้ความสามารถโดยไม่มีความยินยอมของผู้พิทักษ์หรือผู้อนุบาลตามกฎหมาย (แล้วแต่กรณี) ในกรณีที่ต้องขอความยินยอมและเป็นการที่บุคคลผู้ไร้ความสามารถไม่อาจให้ความยินยอมโดยลำพังได้ บริษัทฯ ทราบว่า บริษัทฯ ได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้เยาว์ โดยปราศจากความยินยอมของผู้ปกครองตามที่กฎหมายกำหนด หรือจากบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ และ/หรือบุคคลไร้ความสามารถโดยปราศจากความยินยอมของผู้พิทักษ์หรือผู้อนุบาลตามกฎหมาย (แล้วแต่กรณี) โดยไม่ได้ตั้งใจ บริษัทฯ จะลบข้อมูลส่วนบุคคลนั้นทันที หรือจะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเฉพาะกรณีที่มีฐานทางกฎหมายอื่นที่นอกเหนือจากความยินยอม หรือตามที่กฎหมายอนุญาตเท่านั้น

3. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยและ/หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

  1. วัตถุประสงค์ที่ท่านได้ให้ความยินยอม
    เมื่อได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนของท่านไปยังต่างประเทศ เพื่อวัตถุประสงค์ต่อไปนี้

        - ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนตามที่ปรากฏในเอกสารระบุตัวตน (เช่น ศาสนา เชื้อชาติ): เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์ตัวตน และยืนยันตัวตน

        - ข้อมูลสุขภาพ: เพื่อการจัดเตรียมอาหารและเพื่ออำนวยความสะดวก

    ในกรณีที่บริษัทฯ อาศัยความยินยอมเป็นฐานทางกฎหมาย ท่านมีสิทธิขอถอนความยินยอมได้ตลอดเวลา โดยติดต่อเรา (ตามรายละเอียดที่ระบุในข้อ 8. ของนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้) ทั้งนี้ การถอนความยินยอมจะไม่กระทบต่อความชอบด้วยกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนโดยอาศัยความยินยอมของท่านก่อนการเพิกถอนความยินยอมดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งนี้ บริษัทฯ อาจขอความยินยอมโดยตรงจากท่านหรือผ่านบริษัทในกลุ่ม BTS พันธมิตรทางธุรกิจ และ/หรือนิติบุคคลอื่น

  2. วัตถุประสงค์ที่บริษัทฯ อาจอาศัยฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
    บริษัทฯ จะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทฯ กับท่าน โดยอาศัยฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ฐานการปฏิบัติตามสัญญา ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย ฐานความยินยอม หรือฐานทางกฎหมายอื่น ๆ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด (แล้วแต่กรณี) ทั้งนี้ เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

    1. วัตถุประสงค์ทางธุรกิจ เช่น เพื่อดำเนินธุรกรรมทางธุรกิจกับพันธมิตรทางธุรกิจ และปฏิบัติภาระหน้าที่ และ/หรือปฏิบัติตามคำขอของพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อติดต่อกับพันธมิตรทางธุรกิจเกี่ยวกับสินค้า บริการ และโครงการของบริษัทฯ หรือของพันธมิตรทางธุรกิจ (เช่น เพื่อตอบข้อซักถาม หรือคำขอ)

    2. การคัดเลือกพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น เพื่อพิสูจน์ตัวตนของท่านและสถานะของพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อตรวจสอบสถานะกิจการ หรือตรวจสอบประวัติในรูปแบบอื่น ๆ และทำการคัดกรองเกี่ยวกับท่านและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อประเมินความเหมาะสมและคุณสมบัติของท่านและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อประเมินความเสี่ยงสำหรับท่านและพันธมิตรทางธุรกิจ (รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และ/หรือจากบัญชีรายชื่อ Blacklist ของบริษัทฯ) เพื่อทำคำขอใบเสนอราคาหรือการประมูลราคา เพื่อเข้าทำสัญญา ใบสั่งซื้อ หรือคำขอซื้อกับท่านหรือพันธมิตรทางธุรกิจ และเพื่อประเมินการบริหารงานของท่านและพันธมิตรทางธุรกิจ

    3. เพื่อบริหารจัดการความสัมพันธ์ เช่น เพื่อปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้เป็นปัจจุบัน และเพื่อรักษาความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเก็บรักษาสัญญา เอกสารที่เกี่ยวข้อง เอกสารอ้างอิงสัญญา และหลักฐานการทำงานของพันธมิตรทางธุรกิจซึ่งอาจมีการระบุถึงท่าน เพื่อวางแผน ดำเนินการ และบริหารจัดการความสัมพันธ์และสิทธิ (ทางสัญญา) กับพันธมิตรทางธุรกิจ (เช่น เพื่อพิจารณาแต่งตั้ง ยกเลิก หรือมอบอำนาจให้พันธมิตรทางธุรกิจสำหรับการทำธุรกรรม และการสั่งซื้อสินค้าหรือบริการ ประมวลผลการชำระเงิน เพื่อทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับบัญชี การตรวจสอบบัญชี ออกใบเรียกเก็บเงิน จัดการให้มีการส่งสินค้าและบริการต่าง ๆ) เพื่อจัดการกับคำขอหรือข้อร้องเรียนของท่าน เพื่อทำการแก้ไขปรับปรุง ให้บริการสนับสนุน และเพื่อทำการติดตามและเก็บบันทึก

    4. การติดต่อสื่อสารทางธุรกิจ เช่น การติดต่อสื่อสารกับพันธมิตรทางธุรกิจเกี่ยวกับสินค้า บริการ และโครงการต่าง ๆ ของบริษัทฯ หรือพันธมิตรทางธุรกิจ (เช่น การติดต่อสื่อสารผ่านการส่งเอกสาร การตอบคำถาม การตอบกลับคำขอหรือการรายงานความคืบหน้าการดำเนินการ)

    5. วัตถุประสงค์ทางการตลาด เช่น แจ้งให้ท่านทราบเกี่ยวกับข่าวสารและข้อมูลเผยแพร่ที่อาจมีประโยชน์ รวมถึงกิจกรรม เสนอสินค้าและบริการใหม่ ๆ เจรจาต่อรองราคาสินค้าและบริการ และทำผลการสำรวจ รวมถึงเพื่อวิเคราะห์และพิจารณาในการสนับสนุนทางการเงิน (เช่น การให้สินเชื่อ) แก่ท่านหรือพันธมิตรทางธุรกิจ

    6. การบริหารจัดการและการสื่อสารระหว่างหน่วยงานภายในองค์กร เช่น การจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ภายในองค์กร และปฏิบัติตามข้อกำหนดทางธุรกิจที่เหมาะสม ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ การจัดซื้อจัดจ้าง การเบิกจ่ายเงิน การจัดการภายใน การฝึกอบรม การตรวจสอบ การรายงาน การส่งหรือจัดการเอกสาร การประมวลผลข้อมูล การควบคุม หรือการจัดการความเสี่ยง การวิเคราะห์และการวางแผนทางสถิติและแนวโน้มต่าง ๆ และกิจกรรมอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงหรือเกี่ยวข้องกัน

    7. เพื่อการวิเคราะห์และปรับปรุงธุรกิจ เช่น เพื่อทำการวิจัย วิเคราะห์ข้อมูล ประเมินค่า สำรวจ และประเมินผล และจัดทำรายงานเกี่ยวกับสินค้าและบริการของบริษัทฯ และผลการดำเนินงานของท่านหรือพันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงเพื่อพัฒนาและปรับปรุงกลยุทธ์ทางการตลาดและสินค้าและบริการของบริษัทฯ

    8. เพื่อลงทะเบียน และยืนยันตัวตน เช่น เพื่อลงทะเบียน พิสูจน์ตัวตน ระบุ และยืนยันตัวตนของท่าน

    9. ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและบริการสนับสนุนระบบและการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น เพื่อให้การสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและฝ่ายช่วยเหลือ บริหารจัดการการเข้าถึงระบบใด ๆ ที่บริษัทฯ ได้มอบสิทธิในการเข้าถึงให้แก่ท่าน เพื่อลบบัญชีที่ไม่มีการใช้งาน ใช้มาตรการควบคุมทางธุรกิจเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ และเพื่อให้บริษัทฯ สามารถระบุและแก้ไขปัญหาในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัทฯ และเพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยในระบบของบริษัทฯ เพื่อทำการพัฒนา ปรับใช้ ดำเนินการ และดูแลรักษาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

    10. การจัดการข้อมูลของพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น เพื่อสร้างบัญชีพันธมิตรทางธุรกิจ บันทึกข้อมูลลงในระบบ รักษาและการปรับปรุงรายการ/สารบบของพันธมิตรทางธุรกิจ (ซึ่งรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน) รวมถึงเพื่อเก็บและบริหารจัดการสัญญาและเอกสารที่เกี่ยวข้องที่อาจมีชื่อของท่านอยู่

    11. การตรวจสอบดูแลระบบและความมั่นคงปลอดภัย เช่น เพื่อควบคุมการเข้าถึงตามที่เกี่ยวข้อง การตรวจสอบดูแลระบบ อุปกรณ์ และอินเทอร์เน็ต การรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

    12. การจัดการข้อพิพาท เช่น เพื่อแก้ไขปัญหาข้อพิพาท การบังคับตามสัญญาของบริษัทฯ การก่อตั้ง การใช้สิทธิเรียกร้องหรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย รวมถึงการมอบอำนาจ

    13. การสอบสวน การร้องเรียน และ/หรือการป้องกันอาชญากรรม หรือการฉ้อโกง

    14. การปฏิบัติตามนโยบายภายใน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง/ที่ใช้บังคับ ระเบียบ ข้อบังคับ และแนวทางปฏิบัติต่าง ๆ (เช่น เพื่อขอใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจตามที่กฎหมายกำหนด) และการประสานงานหรือการติดต่อกับหน่วยงานรัฐบาล ศาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (เช่น กรมสรรพากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน) รวมถึงการสืบสวน การร้องเรียน และ/หรือ การป้องกันอาชญากรรมหรือการฉ้อโกง

    15. การป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล เช่น เพื่อการควบคุมโรคติดต่อหรือโรคระบาด

    16. การจัดให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร

ทั้งนี้ หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับบริษัทฯ อาจส่งผลกระทบต่อท่าน เช่น บริษัทฯ อาจไม่สามารถดำเนินการตามที่ท่านร้องขอได้ ท่านอาจไม่ได้รับความสะดวก หรือไม่ได้รับการปฏิบัติตามสัญญา และท่านอาจได้รับความเสียหายหรือเสียโอกาส นอกจากนี้ การที่ท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติตามกฎหมายใด ๆ ที่บริษัทฯ หรือท่านต้องปฏิบัติตาม และอาจมีบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้อง

4. บริษัทฯ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านกับใคร

บริษัทฯ อาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้บุคคลภายนอกต่อไปนี้ ซึ่งจะทำการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ในนโยบายความป็นส่วนตัวนี้ ทั้งนี้ บุคคลภายนอกเหล่านี้อาจอยู่ในประเทศไทยหรืออยู่ต่างประเทศก็ได้ ท่านสามารถเข้าดูนโยบายความเป็นส่วนตัวของบุคคลภายนอกดังกล่าวเพื่อจะได้ทราบเพิ่มเติมว่าบุคคลดังกล่าวเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร เนื่องจากท่านจะอยู่ ใต้บังคับนโยบายความเป็นส่วนตัวของบุคคลภายนอกเหล่านั้นด้วย

  1. บริษัทในกลุ่ม BTS
    ในฐานะที่บริษัทฯ เป็นบริษัทในกลุ่ม BTS ซึ่งอาจต้องร่วมกับบริษัทในกลุ่ม BTS อื่น ๆ ในการทำงานร่วมกัน ให้บริการแก่ลูกค้าร่วมกัน และ/หรือใช้ระบบบางส่วนร่วมกัน เช่น ระบบการให้บริการและระบบที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ บริษัทฯ จึงอาจจำเป็นต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้บริษัทอื่นในกลุ่ม BTS หรืออนุญาตให้บริษัทในกลุ่ม BTS อื่นเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ ทั้งนี้ บริษัทในกลุ่ม BTS อื่นสามารถอาศัยความยินยอมที่บริษัทฯ ได้รับมาได้ด้วยเช่นกัน โปรดดูรายชื่อบริษัทและขอบเขตกิจกรรมของบริษัทในกลุ่ม BTS

  2. ผู้ให้บริการของบริษัทฯ
    บริษัทฯ อาจใช้บริการจากบริษัทอื่น ตัวแทน หรือผู้ให้บริการ เพื่อให้บริการแทนบริษัทฯ หรือช่วยบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจกับท่าน โดยบริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับบุคคลต่างๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง (1) ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และผู้ให้บริการเว็บไซต์ (2) ผู้ให้บริการด้านการทำการตลาด สื่อโฆษณา ออกแบบ สร้างสรรค์งานโฆษณา และด้านการสื่อสาร (3) โรงพยาบาล (4) ผู้ให้บริการจัดเก็บข้อมูล และผู้ให้บริการระบบคลาวด์ (5) ธนาคาร และสถาบันการเงิน (6) บริษัทประกันภัย บริษัทประกันภัยต่อ นายหน้าประกันภัย ตัวแทนประกันภัย ผู้ประเมินวินาศภัย และผู้สำรวจภัย (7) ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์และจัดส่ง (8) ผู้ให้บริการด้านการชำระเงินและระบบชำระเงิน (9) ผู้ให้บริการระบบลงทะเบียนและนับคะแนนเสียง (10) ผู้ให้บริการวิเคราะห์ (11) บริษัทตัวแทนท่องเที่ยว (12) อู่ซ่อมรถ และร้านอะไหล่ (13) ผู้ให้บริการระบบการจอง (Booking System) (14) ผู้ให้บริการด้านการดำเนินงานภายในซึ่งเป็นบุคคลภายนอก (15) ผู้ให้บริการด้านการพิมพ์ และ (16) ผู้ให้บริการจัดทำผลสำรวจ

    ผู้ให้บริการเหล่านี้อาจเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อบริหารจัดการงานของบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ จะเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ให้บริการของบริษัทฯ เฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการให้บริการเท่านั้น และบริษัทฯ ได้ดำเนินการที่จำเป็นเพื่อไม่ให้บุคคลดังกล่าวใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากการให้บริการท่าน โดยบริษัทฯ จะกำกับดูแลให้ผู้ให้บริการที่ร่วมงานกับบริษัทฯ เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้อย่างปลอดภัย

  3. พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท
    บริษัทฯ อาจโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ เช่น คู่ค้า เจ้าของโครงการ คู่สัญญา บริษัทหลักทรัพย์ ร้านค้า ผู้รับเหมาก่อสร้าง คู่ค้าสำหรับกิจการร่วมค้า บริษัทต่าง ๆ ที่บริษัทฯ เข้าไปลงทุน พันธมิตรที่ใช้แบรนด์ร่วมกัน และบุคคลภายนอกรายอื่นที่บริษัทฯ ทำการตลาดหรือส่งเสริมการขายร่วมด้วย ทั้งนี้ เพื่อการดำเนินธุรกิจและให้บริการของบริษัทฯ นอกจากนี้ พันธมิตรทางธุรกิจที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตกลงจะปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในลักษณะที่สอดคล้องกับนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้

  4. บุคคลภายนอกที่กฎหมายกำหนดไว้
    ในบางกรณี บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องเปิดเผย หรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อการปฏิบัติตามหน้าที่ทางกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับ โดยบุคคลภายนอกเหล่านั้นอาจรวมถึงหน่วยงานของรัฐ ศาล หน่วยงานกำกับดูแล สถานทูตและกงศุล เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบุคคลภายนอกรายอื่นที่บริษัทฯ เห็นว่าจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามระเบียบข้อบังคับ หรือเพื่อคุ้มครองสิทธิของบริษัทฯ สิทธิของบุคคลภายนอก ความปลอดภัยส่วนตัวของบุคคล หรือเพื่อตรวจหา ป้องกัน หรือจัดการกับการฉ้อโกง หรือเพื่อการดำเนินการด้านความมั่นคงปลอดภัย

  5. ที่ปรึกษาซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ
    นอกจากนี้ บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ที่ปรึกษาซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญของบริษัทฯ โดยอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง (1) ที่ปรึกษาอิสระ (2) ที่ปรึกษากฎหมายซึ่งให้ความช่วยเหลือในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และให้บริการดำเนินคดี ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้คดีหรือฟ้องร้องคดี (3) ที่ปรึกษาภายนอก (4) ที่ปรึกษาโครงการ (5) ที่ปรึกษาทางการเงิน และ (6) ผู้สอบบัญชีซึ่งให้บริการด้านบัญชี หรือตรวจสอบบัญชีแก่บริษัทฯ

  6. ผู้รับโอนสิทธิ และ/หรือภาระหน้าที่
    ในกรณีที่มีการฟื้นฟูกิจการ ควบรวมกิจการ การโอนธุรกิจไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด การซื้อขาย กิจการร่วมค้า การโอนสิทธิ การโอนหรือจำหน่ายธุรกิจ ทรัพย์สิน หรือหุ้นบางส่วนหรือทั้งหมดของบริษัทฯ หรือธุรกรรมในลักษณะเดียวกัน บุคคลภายนอกในฐานะผู้รับโอนสิทธิจะปฏิบัติตามนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้เพื่อให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

5. การโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ

บริษัทฯ อาจต้องเปิดเผย หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศซึ่งอาจมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่สูงกว่าหรือต่ำกว่าประเทศไทย เช่น เมื่อบริษัทฯ เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านบนแพลตฟอร์มคลาวด์หรือเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยู่นอกประเทศไทย หรือเพื่อใช้บริการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

เมื่อมีความจำเป็นต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศที่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่ำกว่าประเทศไทย บริษัทฯ จะดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่ามีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกโอนไปในระดับที่เพียงพอ หรือดำเนินการให้มั่นใจว่ากฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องอนุญาตให้โอนข้อมูลได้ เช่น บริษัทฯ อาจต้องได้รับคำยืนยันตามสัญญาจากบุคคลภายนอกที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกโอนว่าข้อมูลดังกล่าวจะได้รับการคุ้มครองภายใต้มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เทียบเท่ากับประเทศไทย

หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการที่บริษัทฯ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อมีการโอนไปยังต่างประเทศ โปรดติดต่อบริษัทฯ ตามรายละเอียดในหัวข้อ “ติดต่อบริษัทฯ

6. บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานเท่าใด

บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่บริษัทฯ ได้รับข้อมูลมาและเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยระยะเวลาที่บริษัทฯ จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะขึ้นอยู่กับลักษณะของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บริษัทฯ อาจต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานขึ้นตามที่กฎหมายกำหนด

7. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดและภายใต้กระบวนการจัดการสิทธิของบริษัทฯ ท่านอาจมีสิทธิดังต่อไปนี้

  1. ขอเข้าถึง ขอรับสำเนาของข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอให้บริษัทฯ เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ได้รับความยินยอมจากท่าน

  2. ขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

  3. ขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้

  4. ขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ มีเกี่ยวกับท่านในรูปแบบที่มีการจัดระเบียบแล้วและสามารถอ่านหรือใช้งานได้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และเพื่อส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ในกรณีที่ (ก) เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ไว้แก่บริษัทฯ และ (ข) บริษัทฯ กำลังประมวลผลข้อมูลตามความยินยอมของท่าน หรือเพื่อดำเนินการตามสัญญาของบริษัทฯ ที่ทำกับท่าน

  5. คัดค้านไม่ให้บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย หรือขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

  6. ถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ต้องอาศัยความยินยอมของท่านได้ทุกเมื่อ

หากท่านต้องการใช้สิทธิใด ๆ ตามที่ระบุข้างต้น โปรดติดต่อบริษัทฯ ได้ตามรายละเอียดในหัวข้อ “ติดต่อบริษัทฯ

ทั้งนี้ อาจมีกรณีที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องจำกัดการใช้สิทธิใด ๆ ข้างต้น หรืออาจมีบางกรณีที่บริษัทฯ สามารถปฏิเสธคำขอของท่านได้ตามสมควรและโดยชอบ เช่น ในกรณีที่บริษัทฯ ปฏิเสธการใช้สิทธิของท่านเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล โดยหากบริษัทฯ ปฏิเสธคำขอของท่านด้วยเหตุดังกล่าว บริษัทฯ จะแจ้งเหตุผลให้ท่านทราบ

หากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยบริษัทฯ เป็นการละเมิดกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง ท่านมีสิทธิร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อย่างไรก็ตาม หากท่านมีข้อร้องเรียนใด ๆ โปรดติดต่อบริษัทฯ เป็นลำดับแรกก่อนที่ท่านจะติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้โอกาสบริษัทฯ ในการดำเนินการแก้ไขตามข้อร้องเรียนของท่านอย่างเหมาะสม

8. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย

บริษัทฯ ได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม ซึ่งครอบคลุมถึงมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ มาตรการป้องกันด้านเทคนิค และมาตรการป้องกันทางกายภาพ ในเรื่องการเข้าถึงหรือควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อธำรงไว้ซึ่งความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และสภาพความพร้อมใช้งานของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด

บริษัทฯ ได้จัดให้มีมาตรการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและการใช้งานอุปกรณ์สำหรับจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ ยังได้วางมาตรการจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและการใช้งานอุปกรณ์สำหรับจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โดยกำหนดสิทธิเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งาน สิทธิในการอนุญาตให้ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ และหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ใช้งาน เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต การเปิดเผย การล่วงรู้ หรือการลักลอบทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล หรือการลักขโมยอุปกรณ์จัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้วางมาตรการสำหรับการตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับการเข้าถึง เปลี่ยนแปลง ลบ หรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคล ให้สอดคล้องเหมาะสมกับวิธีการและสื่อที่ใช้ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

9. การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้

บริษัทฯ อาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้เป็นครั้งคราวหากมีการเปลี่ยนแปลงแนวทางปฏิบัติว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ อันเนื่องมาจากเหตุผลต่าง ๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี หรือการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย โดยการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อบริษัทฯ เผยแพร่นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับแก้ไขบนนโยบายความเป็นส่วนตัว อย่างไรก็ตาม หากการแก้ไขดังกล่าวมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้าตามความเหมาะสมก่อนที่การเปลี่ยนแปลงนั้นจะมีผลบังคับใช้

10. ติดต่อบริษัทฯ

หากท่านมีความประสงค์จะติดต่อบริษัทฯ เพื่อใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือหากท่านมีข้อสงสัยประการใดเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ ได้ที่

แรบบิท แคร์ (ซึ่งหมายความถึง บริษัท แรบบิท แคร์ จำกัด, บริษัท แรบบิท แคร์ โบรคเกอร์ จำกัด และบริษัท เอเอสเค ไดเร็ค กรุ๊ป จำกัด)
ที่อยู่ เลขที่ 1 อาคารคิวเฮ้าส์ ลุมพินี ชั้น 29 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120
อีเมล [email protected] หรือ หมายเลขโทรศัพท์ 084-021-9999