อัปเดต! ค่าธรรมเนียมโอนบ้าน 2568 จะซื้อบ้านต้องจ่ายเท่าไหร่?

กองบรรณาธิการ
ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ Published: กุมภาพันธ์ 9, 2023
กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย เนื้อหาผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย เพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง อัปเดตสม่ำเสมอ และมีความน่าเชื่อถือ โดย แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจนและช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้ (ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ ว00021/2557)
กองบรรณาธิการ
แก้ไขโดย: คะน้าใบเขียว Last edited: มกราคม 10, 2025
กองบรรณาธิการ
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience)
กองบรรณาธิการ
ตรวจทาน: Natthamon Last edited: มกราคม 10, 2025
กองบรรณาธิการ
Natthamon
Natthamon เป็นนักเขียนคอนเทนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในอุตสาหกรรม FinTech ยานยนต์ และประกันภัย จบการศึกษา MBA สาขาการสื่อสารการตลาด และได้รับใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC License – Complex 2) รวมถึงเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต ด้วยพื้นฐานด้านการเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ทำให้ Natthamon มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกัน ประกันสุขภาพ และบริการทางการเงิน สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เชี่ยวชาญด้านการเขียนบทความประกันรถยนต์ การเปรียบเทียบความคุ้มครอง และการให้ความรู้ด้านประกันในหลากหลายประเภท Natthamon มีประสบการณ์ร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ได้แก่ Rabbit Care, CARSOME, DirectAsia Insurance และ GoBear
ลดค่าโอนบ้าน 2566

ปี 2568 นี้ใครอยากซื้อบ้านใหม่ยกมือขึ้น!! แต่บอกเลยว่าขึ้นปีใหม่ ก็มีอะไรหลายๆ อย่างที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะนโยบายการเงิน จะซื้ออะไร ไม่ว่าจะเป็นของชิ้นใหญ่อย่างเช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า รถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้าน ที่เราซื้อผ่อนกันยาว ๆ ก็จะต้องใส่ใจนโยบายการเงิน ไม่ว่าจะเป็นค่าโอนบ้าน 2568 ค่าจำนอง ค่าอากรแสตมป์ และอื่นๆ อีกมากมาย…มาเจาะลึกว่าการลดค่าโอนบ้าน 2568 จะทำให้เกิดอะไรขึ้น? ไปดูกันเลย!

ความเปลี่ยนแปลงสำคัญเกี่ยวกับค่าจดจำนอง และค่าโอนบ้าน 2568

  • ลดค่าโอนบ้าน* เหลือ 0.01% จากปกติ 2%
  • ลดค่าจดจำนอง* เหลือ 0.01% จากปกติ 1%

อสังหาริมทรัพย์แบบไหนบ้าง ที่สามารถลดค่าโอนบ้าน 2568 ?

  • อสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาซื้อขาย และราคาประเมินไม่เกิน 7 ล้านบาทเท่านั้น
  • อสังหาริมทรัพย์ที่ ครอบคลุมตั้งแต่บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ตึกแถว ทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์ และห้องชุด
  • บ้านที่ได้รับสิทธิดังกล่าวจะต้องจดจำนองและโอนในคราวเดียวกัน และผู้ซื้อต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทยเท่านั้น

ทำความเข้าใจพื้นฐานเรื่องค่าธรรมเนียมโอนบ้าน 2568

ค่าโอนบ้าน คือ ‘ค่าโอนที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง’ ที่จะถูกเก็บกับกรมที่ดิน ตาม พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ซึ่งผู้ที่ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ทุกรูปแบบ จะต้องเสียค่าโอนที่ดิน 2568 ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว คอนโด ไปจนถึงบ้านจัดสรร โดยนอกจากค่าโอนบ้าน หรือค่าจดจำนอง ก็จะมีค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ ที่ถูกควบรวมไปด้วย แจกแจงได้เป็นค่าธรรมเนียมโอนบ้าน 2 กลุ่มดังนี้: 

ค่าธรรมเนียนโอนบ้านตายตัว (Fixed Cost)

  • ค่าคำขอโอนที่ดิน 5 บาท
  • ค่าอากร 5 บาท
  • ค่าพยาน 20 บาท

ค่าธรรมเนียมโอนบ้านที่ขึ้นอยู่กับราคาอสังหริมทรัพย์

  • ค่าโอนบ้าน 0.01% (ค่าโอนบ้าน 2568 ปรับลงมาจากปี 2566 1%)
  • ค่าจดจำนอง 0.01% (ปรับลงมาจาก 1%)
  • ค่าอากรแสตมป์ 0.5%*
  • ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3%* 
  • ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหักจ่ายภาษีตามอัตราก้าวหน้า* 

Tips : ค่าอากรแสตมป์ ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ และค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้ขายจะต้องรับผิดชอบ หากแต่บางครั้งในส่วนของค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งเป็นภาษีที่หัก ณ ที่จ่าย ภาษีส่วนนี้อาจสามารถแบ่งเบากันจ่ายได้ ขึ้นอยู่กับกรมสรรพากร

ลดค่าโอนบ้าน 2568

ค่าโอนบ้าน VS ค่าจดจำนอง

หลายคนยังคงเกิดความเข้าใจผิด และสับสนว่าแท้จริงแล้วค่าโอนบ้าน กับค่าจดจำนอง แตกต่างกันอย่างไรกันแน่ เพราะทั้งค่าโอนบ้าน 2568 และค่าจดจำนองนับเป็นค่าธรรมเนียนเช่นกัน แต่จะแตกต่างกันที่การอ้างอิงราคา

  • ค่าโอนบ้าน : อ้างอิงจากราคาบ้าน หรือราคาประเมิน 
  • ค่าจดจำนอง : อ้างอิงกับวงเงินที่เราสามารถกู้ยื้มมาจากธนาคารได้ 

คำนวนค่าโอนบ้าน 2568 ค่าจดจำนอง บ้าน 2 ล้าน เสียค่าโอน เท่าไหร่ ?

สมมุติว่าน้องแค่ต้องการซื้อบ้าน ราคาประเมิน 2 ล้านบาท
และขอสินเชื่อจากธนาคารได้รอบแรก 1 ล้านบาท

จ่ายค่าโอนที่ 0.01% จากราคาประเมิน

 =2,000 บาท

จ่ายค่าจดจำนอง 0.01% จากสินเชื่อธนาคาร

=100 บาท

หากเทียบกับปี 2566

จ่ายค่าโอนที่ 1% จากราคาประเมิน

=20,000 บาท

จ่ายค่าจดจำนอง 0.01% จากสินเชื่อธนาคาร

=100 บาท

สรุป ประหยัดไปได้ถึง 18,000 บาท

Tips : ขั้นตอนการจ่ายค่าโอนบ้าน 2568 ควรเป็นข้อตกลงที่ทั้งฝ่ายผู้ซื้อและผู้ขายตกลง และเห็นด้วยร่วมกัน ผู้บริโภคทุกท่านควรระมัดระวังขั้นตอนนี้มากๆ โดยเฉพาะในกรณีที่ซื้อขายโอนบ้านกับบุคคลทั่วไป เพราะผู้ขายสามารถบิดเบือนความรับผิดชอบ ให้ผู้ซื้อชำระจ่ายในบางส่วนที่แท้จริงผู้ขายจะต้องรับผิดชอบ เช่นค่าอากรแสตมป์ ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นต้น

ลดค่าโอนบ้าน 2568

บ้าน 1.5 ล้าน ค่าโอน เท่าไหร่

บ้าน 1.5 ล้านบาท จะต้องจ่ายค่าโอนบ้าน 300 บาท หากใช้สูตรข้างต้น ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น ค่าโอนบ้าน หรือโอนที่ 0.01% จากราคาประเมิน (150 บาท) และค่าจดจำนอง 0.01% (150 บาท) แค่นี้คุณก็สามารถคำนวนค่าโอนบ้านได้แล้ว แต่ขอเน้นย้ำว่าราคาบ้านต้องไม่เกิน 7 ล้าน จึงจะสามารถใช้สูตรนี้ได้!

นโยบายลดค่าโอนบ้าน 2568 มีขึ้นมาเพื่ออะไร?

การลดค่าโอนบ้าน 2568 รวมไปถึงค่าจดจำนอง มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อบ้านมากขึ้น ซึ่งจะสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน ซึ่งหลังจากผ่านช่วงโควิด เศรษฐกิจซบเซามาติดต่อกันหลายปี พอสถานการณ์ดีขึ้น นักท่องเที่ยวเริ่มเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น ธุรกิจต่างๆ เริ่มขยาย เฟื่องฟู รัฐบาลจึงต้องเริ่มเปิดนโยบายให้คนหันมาซื้ออสังหาริมทรัพย์มากขึ้น

แต่ด้วยสภาวะเงินเฟ้อของทั้งในไทย และต่างชาติ ทำให้นโยบายการเงินอื่น ๆ โดยเฉพาะในส่วนของธนาคารไม่อาจถูกปรับให้เอื้อต่อการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนทั่วไป ที่เห็นได้ชัดคือเมื่อปี 2567 ธนาคารแห่งชาติ (BOT) ได้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เป็น 2.25% ทำให้หลาย ๆ คนไม่กล้าที่จะออกมาซื้อบ้าน ซื้อรถ ที่ต้องผ่อนนานๆ ฉะนั้นนโยบายการลดค่าโอนบ้าน 2568 ก็ถือว่าเป็นการถ่วงดุล ช่วยเหลือผ่อนเบาภาระการจับจ่ายของประชาชน

โดยหากมองลงไปลึก ๆ นโยบายการลดค่าโอนบ้าน 2568 มุ่งเน้นไปที่กลุ่มผู้บริโภคที่ไม่ได้มีกำลังซื้อเยอะเท่าไร เพราะอสังหาริมทรัพย์ที่ราคาไม่เกิน 7 ล้าน ไม่ได้ถือว่ามีราคาที่สูงเท่าไร นี่จึงเป็นโอกาสดีสำหรับกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง เพราะจะได้ค่าโอนบ้าน 2568 และค่าจดจำนองที่ถูกลง 

ลดค่าโอนบ้าน 2568… ควรซื้ออสังหาริมทรัพย์เลยหรือไม่!?

ต้องขอกล่าวตามตรงกันเลยว่าแม้ว่าปีหน้าจะมีนโยบายการลดค่าโอนบ้าน 2568 และลดค่าจดจำนอง แต่นโยบายการเงินอื่น ๆ ก็ไม่ได้เอื้อให้กับคนที่อยากจะซื้อบ้านเสียเท่าไหร่ ตั้งแต่สถานการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ไปจนถึงค่าอสังหริมทรัพย์ที่พุ่งสูงขึ้น ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่มีการปรับขึ้นแทบจะเรียกได้ว่าทุกธนาคารเลยทีเดียว ผนวกกับมาตรการ LTV กำหนดให้ผู้กู้ยื้มสินเชื่อบ้านต้องวางเงินดาวน์ 10-30% 

ฉะนั้นผู้ที่กำลังอยากซื้ออสังหาริมทรัพย์จึงจะต้องมั่นใจหน่อยว่าสถานการณ์การเงินของคุณค่อนข้างรัดกุม หรือหากใครยังไม่มั่นใจในสภาพคล่องการเงินของคุณ ทางที่ดีควรพิจารณาดูสถานการณ์การเงินในปีนี้ต่อไป เพราะไม่แน่ว่าในไตรมาสหลัง ๆ อาจมีการปรับอัตราดอกเบี้ยให้ลดลง ก็เป็นไปได้ หากสภาพคล่องการเงิน ธุรกิจส่งออกและท่องเที่ยวของประเทศไทยฟื้นตัวรวดเร็ว แต่สำหรับใครที่พร้อมสู้ราคาดอกเบี้ย และอยากได้บ้านในเขตชานเมือง หรือซื้อคอนโดขนาดย่อม การซื้อปีนี้ก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะค่าจดจำนอง และค่าโอนบ้าน 2568 ที่ต่ำลงค่อนข้างเยอะ

ส่วนใครที่กำลังมองหาโอกาสในการรีไฟแนนซ์บ้าน ไม่ต้องคิดมาก เพราะอย่างไรก็แล้วแต่อัตราดอกเบี้ยบ้านก็จะเพิ่มขึ้นอยู่แล้วจากทุกธนาคาร หากแต่อย่างน้อยค่าโอนบ้าน 2568 และค่าจดจำนอง ก็ยังได้ลดค่อนข้างเยอะ ทำให้หากใครที่คิดที่จะรีไฟแนนซ์ ก็ยังสามารถทำได้ แต่ก็ต้องระมัดระวังในการเลือกธนาคารที่ให้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกต่ำ ให้ระยะเวลาในการผ่อนยาวนาน พร้อมวงเงินที่เยอะ สรุปแล้ว แม้ว่าจะรู้ลึกนโยบายการลดค่าโอนบ้าน 2568 แล้ว แต่ด้วยสถานการณ์การเงินโดยรวม ใครที่อยากซื้อบ้านก็ยังต้องรอบคอบอย่างมาก

โดยใครที่กำลังตามหาโครงการรีไฟแนนซ์บ้านดี ๆ มาทำกับ แรบบิท แคร์ และธนาคาร UOB ราคาดอกเบี้ยไม่แรง วงเงินเยอะ และที่สำคัญยื่นง่าย ไม่ต้องเดินทางไปที่ธนาคารสาขาใด ก็สามารถได้ผลประเมินเบื้องต้นภายใน 3 วันส่งตรงถึงที่บ้านเลย! แถมมีบริการให้คำปรึกษาฟรี คลิกเลย

  
เปรียบเทียบบัตรเครดิตที่ใช่ สมัครเลย!
icon angle up or down

สามารถเลือกได้มากกว่า 1 ข้อ

เด็กจบใหม่ รักการท่องเที่ยว รักการช้อปปิ้ง รักความหรูหรา รักสุขภาพ รักการกิน
  

บทความแนะนำอื่นๆ : การเงินและสินเชื่อ

8 ปัจจัยที่ทำให้ กู้เงินซื้อบ้าน แล้วได้กำไร กู้เงินซื้อบ้านอย่างไร ทำอย่างไรให้ผ่านอนุมัติสินเชื่อบ้าน กู้เงินซื้อบ้าน วงเงินเต็ม 100% ทำได้จริง หรือแค่มโน? อัปเดตมาตรการ LTV ปี 2568 จะกู้ซื้อบ้านปีนี้ต้องใช้เงินดาวน์เท่าไหร่ LTV, DSR และ MRTA ตัวย่อต้องรู้ก่อนกู้ซื้อบ้าน พร้อมสูตรคำนวณ เรื่องต้องคิด ก่อนตัดสินใจ รีไฟแนนซ์บ้าน รีไฟแนนซ์รถ คือ อะไร มีเรื่องไหนควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ การกู้ซื้อบ้านในช่วงไวรัสระบาด จะกู้ได้ง่าย หรือยากกว่าเดิม ยื่นกู้ออนไลน์ ออกมอเตอร์ไซค์ได้เร็วกว่า จริงหรือไม่? รวมเทคนิคการเลือกไฟแนนซ์ ให้ได้ประโยชน์สูงสุดต้องเลือกอย่างไร 7 ขั้นตอนเตรียมตัวก่อนกู้บ้านหลังแรก รวมเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการเช่าซื้อ

 

บทความแคร์การเงิน

อยากขายบ้านให้ได้กำไร ? 4 ค่าใช้จ่ายนี้ที่เจ้าของบ้านต้องรู้ก่อน

แคร์การเงิน

อยากขายบ้านให้ได้กำไร ? 4 ค่าใช้จ่ายนี้ที่เจ้าของบ้านต้องรู้ก่อน

การจะขายบ้านให้ได้กำไร หลาย ๆ คน มักโฟกัสแค่เรื่อง “ขายได้แพงกว่าตอนซื้อ” แต่ในความเป็นจริงยังมี “ค่าใช้จ่ายแฝง”
Thirakan T
27/05/2026
บัตรเครดิต Cashback หรือ สะสมแต้ม

แคร์การเงิน

Cashback vs สะสมแต้ม เลือกบัตรเครดิตแบบไหนคุ้มกว่ากัน?

บัตรเครดิต Cashback vs สะสมแต้ม แบบไหนคุ้มกว่ากัน? เจาะลึกข้อดี-ข้อจำกัด พร้อมวิธีเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ สายประหยัดเน้นเงินคืน หรือสายช้อปเน้นแต้ม แบบไหนตอบโจทย์คุณมากกว่า สรุปครบทั้งความคุ้ม เงื่อนไข และข้อควรระวังก่อนสมัครบัตรใบแรก
Nok Srihong
22/04/2026
สมัครบัตรเครดิตปลอดภัยไหม ไม่เคยใช้มาก่อน มีแนวทางป้องกันกางโกงผ่านบัตรเครดิตไหม

แคร์การเงิน

บัตรเครดิตปลอดภัยไหม?รู้ความจริงก่อนสมัคร

บัตรเครดิตปลอดภัยไหม? คำตอบคือ “ปลอดภัยในระบบ แต่เสี่ยงที่พฤติกรรมผู้ใช้” เจาะลึกความเสี่ยงจริง วิธีป้องกัน และเช็กว่าคุณพร้อมใช้บัตรเครดิตหรือยัง เข้าใจให้ครบก่อนสมัคร เพื่อใช้บัตรเครดิตอย่างปลอดภัยและไม่เป็นหนี้
Nok Srihong
09/04/2026