ไขข้อสงสัย ผ่อนบ้านกี่ปีถึงรีไฟแนนซ์ได้? รีไฟแนนซ์บ้านคุ้มไหม?

คะน้าใบเขียว
ผู้เขียน: คะน้าใบเขียว Published: มิถุนายน 27, 2025
คะน้าใบเขียว
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ | Finance, Insurance & Health Content Expert จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience) ทำให้บทความของผมน่าเชื่อถือ มีคุณค่าสำหรับผู้อ่าน และติด Google Search Results
คะน้าใบเขียว
ตรวจทาน: คะน้าใบเขียว Last edited: มิถุนายน 22, 2025
คะน้าใบเขียว
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ | Finance, Insurance & Health Content Expert จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience) ทำให้บทความของผมน่าเชื่อถือ มีคุณค่าสำหรับผู้อ่าน และติด Google Search Results
รีไฟแนนซ์บ้าน

สำหรับเจ้าของบ้านหลายคน ภาระผ่อนบ้านต่อเดือนถือเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่ต้องแบกรับอยู่ไม่น้อย แน่นอนว่าหลายคนอาจจะกำลังมองหาหนทางที่ช่วยแบ่งเบาดอกเบี้ยอยู่มายบ้าง และหลายคนที่กำลังผ่อนบ้านอยู่ อาจเคยได้ยินคำว่า “รีไฟแนนซ์บ้าน” มาบ้าง แต่อาจจะยังไม่แน่ใจว่าการรีไฟแนนซ์คืออะไรกันแน่? เพราะหากคุณผ่อนบ้านมา 3 ปี เพียงแค่รีไฟแนนซ์ตอนดอกเบี้ยลง อาจลดค่างวดได้เฉลี่ย 2,000–5,000 บาท/เดือน พร้อมรับวงเงินเพิ่มทันที

วันนี้ แรบบิท แคร์ รวมทุกเคล็ดลับ วิธีคำนวณ และข้อควรระวังให้ครบ! เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ว่าการรีไฟแนนซ์บ้านคือทางออกที่ใช่สำหรับคุณจริงไหม? ไม่ว่าจะเป็น รีไฟแนนซ์บ้าน ธนาคารเดิม ทำได้ไหม? รีไฟแนนซ์บ้าน ดีไหม ช่วยแบ่งเบาภาระได้จริงหรือเปล่า? ผ่อนบ้านกี่ปีถึงรีไฟแนนซ์ได้? สามารถรีไฟแนนซ์ได้บ่อยมากแค่ไหน คลิกเลย!

ผ่อนบ้านกี่ปีถึงรีไฟแนนซ์ได้? ลดดอกเบี้ยได้จริงหรือ? 

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกันก่อนว่า การรีไฟแนนซ์บ้าน คือ การที่คุณไปขอสินเชื่อบ้านก้อนใหม่จากธนาคารเดิม หรือย้ายไปธนาคารใหม่ เพื่อนำเงินก้อนใหม่นี้ไปปิดหนี้บ้านก้อนเดิม และได้ อัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง กว่าเดิม ทำให้คุณจ่ายดอกเบี้ยรวมน้อยลงตลอดอายุสัญญา และมีเงินเหลือในกระเป๋ามากขึ้น ลดภาระการผ่อนชำระต่อเดือน หรือช่วยให้ผ่อนหมดเร็วขึ้น

แน่นอนว่าแม้จะบอกว่าเป็นรีไฟแนนซ์บ้าน แต่หากคุณต้องการรีไฟแนนซ์ห้องคอนโดก็สามารถทำได้เช่นกัน ไม่ต่างไปจากการรีไฟแนนซ์เป็นบ้านหลัง ๆ และคุณสามารถรีไฟแนนซ์บ้าน ธนาคารเดิม ได้เช่นกัน หากดอกเบี้ยในธนาคารเดิมให้ดอกเบี้ยที่ดี

บอกได้เลยว่าการรีๆฟแนนซ์บ้านนั้น สามารถช่วยให้คุณลดดอกเบี้ยได้จริง! และเรียกได้ว่าเป็นเหตุผลที่คนส่วนใหญ่ตัดสินใจรีไฟแนนซ์เลยก็ว่าได้ เพราะเมื่อคุณผ่อนบ้านไปได้ระยะหนึ่ง โดยทั่วไปจะอยู่ที่ระยะเวลา 3 ปีขึ้นไป อัตราดอกเบี้ยคงที่ที่คุณต้องจ่ายมักจะเปลี่ยนจากช่วงโปรโมชั่นพิเศษ ไปเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่สูงขึ้น ทำให้คุณต้องจ่ายค่าดอกเบี้ยมากกว่าค่าเงินต้นผ่อนบ้านเสียอีก! 

ดังนั้น หากคุณวางแผนให้ดีโดยเฉพาะช่วงที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดมีการปรับลดลง หรือเมื่อคุณต้องการปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมกับสถานะทางการเงินปัจจุบันยิ่งขึ้น! โดยประโยชน์หลัก ๆ ที่คุณจะได้รับเมื่อรีไฟแนนซ์มีดังนี้  

  • ประหยัดเงินค่าดอกเบี้ย เพราะได้ดอกเบี้ยที่ถูกลง ลดภาระโดยตรงกับการผ่อนบ้าน ผ่อนคอนโด
  • ลดค่างวดต่อเดือน และหากคุณเลือกที่จะขยายระยะเวลาผ่อนชำระออกไป ก็จะทำให้ยอดผ่อนต่อเดือนลดลง มีเงินเหลือใช้จ่ายมากขึ้น
  • บางธนาคารอนุญาตให้คุณขอวงเงินเพิ่มจากส่วนต่างของมูลค่าบ้านที่เพิ่มขึ้น เพื่อนำไปใช้จ่ายจำเป็น หรือรวมหนี้อื่น ๆ เช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้รถยนต์ ให้มาอยู่รวมกันในสินเชื่อบ้านที่มีดอกเบี้ยถูกกว่า ช่วยทั้งการปรับโครงสร้างหนี้สิน และเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินได้เป็นอย่างดี

ใครเหมาะกับการรีไฟแนนซ์บ้าน? ได้วงเงินเยอะจริงหรือ?

สำหรับการรีไฟแนนซ์บ้านนั้น จะเหมาะกับบุคคลต่อไปนี้

  • ผ่อนบ้านมาแล้วอย่างน้อย 3 ปี เพราะเป็นช่วงเวลาที่อัตราดอกเบี้ยเดิมมักจะหมดโปรโมชั่นและปรับขึ้น
  • ต้องการลดภาระผ่อนต่อเดือนเพื่อให้มีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้น
  • ต้องการลดดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา เพราะหากได้อัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงมากจะทำให้วางแผนปิดหนี้ให้เร็วขึ้น
  • ต้องการเงินก้อนเพิ่มเติม บางกรณีสามารถรีไฟแนนซ์และขอวงเงินเพิ่มเพื่อวัตถุประสงค์อื่นได้ เช่น ตกแต่งบ้าน หรือรวมหนี้ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน  เช่น หนี้บัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีดอกเบี้ยสูง ทำให้คุณมีภาระผ่อนที่รวมกันเป็นก้อนเดียวและดอกเบี้ยถูกลง

ปกติแล้วการรีไฟแนนซ์ธนาคารจะให้วงเงินสูงสุดที่ 95% ของราคาประเมิน เช่น กู้ซื้อบ้านมา 2,000,000 บาท เมื่อผ่านไป 3 ปียอดหนี้เหลือ 1,500,000 บาท เมื่อยื่นรีไฟแนนซ์บ้าน ธนาคารประเมินบ้านให้อีก 2,300,000 บาท แสดงว่าวงเงินที่ได้จะอยู่ที่ 1,970,000 บาท ซึ่งคุณสามารถรีไฟแนนซ์บ้านที่ 1,500,000 บาท ตามยอดหนี้คงเหลือได้

หรือหากต้องการรับเงินก้อนเพื่อนำไปปิดหนี้อื่น ๆ ที่มีดอกเบี้ยสูงกว่า หรือนำไปรีโนเวทบ้าน คุณก็สามารถทำการรีไฟแนนซ์พร้อมกับขอวงเงินกู้เพิ่มได้ โดยจะเป็นยอดรีไฟแนนซ์บ้าน 1,500,000 บาท และวงเงินกู้เพิ่ม 497,000 บาท รวมเป็น 1,970,000 บาท ตามวงเงินกู้สูงสุด 90%

เคล็ดลับก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์บ้านธนาคารไหนดี ควรศึกษาข้อมูลจากหลาย ๆ ธนาคาร เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขต่าง ๆ อย่างละเอียด และปรึกษาเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเงินของคุณมากที่สุด

รีไฟแนนซ์บ้าน ดีไหม

รีไฟแนนซ์บ้านแล้วคุ้มไหม? รีไฟแนนซ์บ้านได้บ่อยมากแค่ไหน ?

การจะบอกว่ารีไฟแนนซ์บ้านแล้วคุ้มไหม? ต้องพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรีไฟแนนซ์ด้วย โดยทั่วไปจะมีค่าใช้จ่ายหลัก ๆ เช่น ค่าประเมินหลักประกัน, ค่าธรรมเนียมการจดจำนองใหม่, และค่าอากรแสตมป์ ซึ่งบางธนาคารอาจมีโปรโมชั่นยกเว้นค่าใช้จ่ายเหล่านี้ หรือบางส่วน ทั้งนี้การจะรีไฟแนนซ์บ้านจะคุ้มค่าเมื่อ

  • ลองคำนวณเงินที่ประหยัดได้จากดอกเบี้ยที่ลดลงในแต่ละเดือน เทียบกับค่าใช้จ่ายรวมในการรีไฟแนนซ์ หากสามารถคืนทุนค่าใช้จ่ายได้ภายใน 1-2 ปี ก็ถือว่าคุ้มค่า
  • คุณต้องการลดภาระค่างวดต่อเดือนอย่างชัดเจน แม้ดอกเบี้ยที่ลดลงอาจจะไม่มาก แต่ถ้าการลดค่างวดช่วยให้สภาพคล่องคุณดีขึ้นก็ถือว่าคุ้มค่า
  • หากคุณมีหนี้อื่น ๆ ที่ดอกเบี้ยสูง การรวมหนี้มาไว้กับสินเชื่อบ้านจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยรวมและทำให้การจัดการหน้าง่ายขึ้น

โดยการรีไฟแนนซ์บ้านสามารถทำได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ตราบใดที่คุณมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขของสถาบันการเงิน และธนาคารอนุมัติสินเชื่อให้ แต่ทั้งนี้ ควรพิจารณาจาก 2 ปัจจัยหลักคือ

  • ช่วงเวลาที่หมดสัญญา โดยปกติคือ 3 ปี เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับ
  • คำนวณดอกเบี้ยที่ประหยัดได้เทียบกับค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์ เช่น ค่าธรรมเนียมการประเมินหลักทรัพย์ ค่าธรรมเนียมการจดจำนอง ค่าอากรแสตมป์ ค่าเบี้ยประกัน (ถ้ามี) เป็นต้น

เพียงเท่านี้ การรีไฟแนนซ์ก็จะช่วยให้คุณประหยัดดอกเบี้ยและลดภาระการผ่อนชำระในระยะยาวได้อย่างแท้จริงแล้ว

อยากลดค่างวดบ้านเพิ่มจากรีไฟแนนซ์ ต้องทำยังไง?

นอกจากการรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อลดอัตราดอกเบี้ยแล้ว ยังมีอีกวิธีที่สามารถทำได้นั่นคือ การขยายระยะเวลาผ่อนชำระ เมื่อคุณขอรีไฟแนนซ์บ้าน คุณสามารถแจ้งความประสงค์กับธนาคารว่าต้องการขยายระยะเวลาผ่อนชำระให้นานขึ้น เช่น จากเดิมเหลือ 15 ปี อาจจะขยายเป็น 20 หรือ 25 ปี เพื่อให้ยอดเงินต้นและดอกเบี้ยที่ต้องผ่อนชำระต่อเดือนลดลง

ในกรณีที่คุณไม่ต้องการย้ายธนาคารที่ใช้ผ่อนบ้าน ให้ลองปรึกษาถึงเรื่องการรีไฟแนนซ์บ้านกับทางธนาคารเดิมว่ามีนโยบายลดดอกเบี้ยให้ลูกค้าเดิมหรือไม่ เพราะบางธนาคารจะนโยบายคอยช่วยเหลือลูกหนี้ด้วยการลดดอกเบี้ย ทำให้ช่วยลดค่างวดได้เช่นกัน

แต่ทั้งนี้ต้องระวัง แม้การขอขยายระยะเวลาจะช่วยลดดอกเบี้ยได้อีกทางก็จริง แต่ยิ่งเวลาผ่อนนานเท่าไหร่ ก็มีแนวโน้มว่าดอกเบี้ยที่คุณจ่ายตลอดสัญญาก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น และเผลอ ๆ อาจต้องเสียค่าดอกเบี้ยมากกว่าเดิมอีก

ผ่อนบ้านกี่ปีถึงรีไฟแนนซ์ได้

แล้วแบบนี้ รีไฟแนนซ์บ้านจำเป็นไหม?

แรบบิท แคร์ ตอบได้เลยว่า ไม่จำเป็นเสมอไป จริงอยู่ที่การรีไฟแนนซ์บ้านจะเป็นหนทางที่ช่วยให้คุณประหยัดเงิน ลดอัตราดอกเบี้ยในตลาดต่ำกว่าสัญญาเดิม ช่วยปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมกับสถานะทางการเงินปัจจุบันของคุณ เพิ่มสภาพคล่องทางการเงินได้มากขึ้น แต่หากคุณผ่อนบ้านมานานและใกล้จะหมดหนี้แล้ว เช่น เหลืออีก 2-3 ปี การรีไฟแนนซ์อาจไม่คุ้มค่า เพราะจำนวนเงินต้นคงเหลือไม่มาก ทำให้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายไม่สูงนัก การเสียค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์ก้อนใหญ่จึงอาจไม่คุ้มกับดอกเบี้ยที่ประหยัดได้เพียงเล็กน้อย

หรือแม้แต่การรีไฟแนนซ์แล้วภาพรวมเศรษฐกิจและทิศทางอัตราดอกเบี้ยกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ก็อาจทำให้คุณเสียเงินค่าดอกเบี้ยมากเกินความจำเป็นได้

นอกจากนี้ แม้การรีไฟแนนซ์จะมีข้อดี แต่ก็มีค่าใช้จ่ายและข้อควรพิจารณาที่คุณต้องรู้ ไม่ว่าจะเป็น

  • ค่าจดจำนองใหม่ ประมาณ 1% ของวงเงินกู้ใหม่
  • ค่าประเมินราคาหลักประกัน ประมาณ 2,500 – 3,000 บาท (หรือตามที่ธนาคารกำหนด)
  • ค่าอากรแสตมป์ ประมาณ 0.05% ของวงเงินกู้
  • ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ของธนาคาร เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการ หรือค่าธรรมเนียมสินเชื่อ
  • ค่าปรับกรณีปิดก่อนกำหนด หากสัญญาเดิมของคุณมีข้อตกลงเรื่องค่าปรับกรณีปิดยอดก่อนกำหนด ซึ่งส่วนใหญ่จะกำหนดไว้ในช่วง 3 ปีแรก คุณจะต้องจ่ายค่าปรับนี้ด้วย
  • การรีไฟแนนซ์ใช้เวลาพอสมควรในการอนุมัติสินเชื่อและดำเนินการทางกฎหมาย ทำให้ต้องอาศัยระยะเวลาดำเนินการ ดังนั้นหากคุณรีบเร่งใช้เงินก็อาจจะต้องพิจารณาวางแผนให้ดี
  • เอกสารประกอบเยอะ ไม่ว่าจะเป็น เอกสารส่วนตัว เอกสารรายได้ และเอกสารหลักประกัน

ดังนั้น ให้ลองเปรียบเทียบดูก่อนการตัดสินใจเสมอว่าบ้าน หรือคอนโดห้องโปรดของเรานั้นสามารถรีไฟแนน์แล้วคุ้มหรือเปล่า? ให้นึกไว้เสมอว่า หากต้องรีไฟแนนซ์ คุณจะต้องคุ้มค่ากับการเสียเวลาติดต่อเดินเรื่อง และช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินได้จริงๆ

ตารางเปรียบเทียบ เมื่อ รีไฟแนนซ์บ้าน vs. ไม่รีไฟแนนซ์บ้าน

การรีไฟแนนซ์บ้านไม่รีไฟแนนซ์บ้าน
เป้าหมาย– ลดภาระดอกเบี้ยโดยรวม
– ลดค่างวดต่อเดือน โดยการยืดระยะเวลา
– ผ่อนหมดเร็วขึ้นโดยการคงค่างวดเดิม
– ขอวงเงินเพิ่ม
– ผ่อนชำระหนี้ให้หมดตามสัญญา
– อาจขอเจรจาขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมได้
อัตราดอกเบี้ยมักได้ดอกเบี้ยอัตราพิเศษที่ต่ำกว่า
ในช่วง 3 ปีแรก
– ดอกเบี้ยโปรโมชั่น ในช่วง 3 ปีแรก (ถ้ามี)
– ดอกเบี้ยลอยตัวที่สูงขึ้น หลังพ้นช่วงโปรโมชั่น
ค่าใช้จ่าย– มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
– ค่าธรรมเนียมการประเมิน
– ค่าจดจำนอง (1% ของวงเงินกู้)
– ค่าอากรแสตมป์
– ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ของธนาคารใหม่
– ค่าเบี้ยประกัน (ถ้าต้องทำใหม่)
– ไม่มีค่าใช้จ่าย (หากผ่อนตามปกติ)
– อาจมีค่าธรรมเนียมเล็กน้อย หากขอ Retention กับธนาคารเดิม (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข)
ความยุ่งยากค่อนข้างยุ่งยาก ต้องเตรียมเอกสาร, เดินเรื่องกับธนาคารใหม่, นิติกรรมที่กรมที่ดินไม่ยุ่งยาก เพียงผ่อนชำระตามปกติ
ผลต่อเครดิตบูโร– หากอนุมัติสินเชื่อใหม่ อาจมีการเช็คเครดิตบูโร
– หากประวัติการเงินไม่ดี อาจทำให้ขออนุมัติยาก
ไม่มีผลโดยตรง หากผ่อนชำระตรงเวลา
การประหยัดดอกเบี้ยมีโอกาสประหยัดดอกเบี้ยรวมได้มาก โดยเฉพาะในระยะยาวประหยัดดอกเบี้ยได้น้อยกว่า (ยกเว้นกรณีได้ Retention ดอกเบี้ยพิเศษ)
ความเสี่ยง– หากประเมินค่าใช้จ่ายและดอกเบี้ยไม่ดี อาจไม่คุ้มค่า
– อาจถูกปฏิเสธ หากคุณสมบัติไม่ผ่าน
– อาจเสียโอกาสในการประหยัดดอกเบี้ย หากอัตราดอกเบี้ยตลาดลดลง
เหมาะสำหรับ– ต้องการลดภาระดอกเบี้ย หรือค่างวดอย่างจริงจัง
– ต้องการเงินก้อน จากหลักประกันบ้าน
– ต้องการเปลี่ยนประเภทอัตราดอกเบี้ย
– ต้องการความสะดวก ไม่ต้องการยุ่งยาก
– เหลือยอดหนี้น้อยแล้ว
– รีไฟแนนซ์แล้วไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร
– ได้ข้อเสนอ Retention จากธนาคารเดิมที่ดีพอ

รีไฟแนนซ์บ้านสามารถลดภาระผ่อนต่อเดือนได้จริง หากคุณได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง และ/หรือเลือกที่จะขยายระยะเวลาผ่อนชำระออกไป แต่คุณต้องไม่ลืมที่จะ คำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมด ที่เกี่ยวข้องกับการรีไฟแนนซ์ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมต่าง ๆ และค่าปรับ (ถ้ามี) เพื่อให้แน่ใจว่าการรีไฟแนนซ์ครั้งนี้คุ้มค่าและเป็นประโยชน์ต่อคุณมากที่สุด

การรีไฟแนนซ์บ้านเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทางการเงินที่มีประโยชน์อย่างมาก หากคุณศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบข้อเสนอจากหลาย ๆ ธนาคาร และพิจารณาความคุ้มค่าอย่างรอบคอบ การตัดสินใจรีไฟแนนซ์บ้านจะช่วยให้คุณผ่อนบ้านได้อย่างสบายใจและประหยัดเงินได้มากขึ้นในระยะยาวอย่างแน่นอน!

และสำหรับใครที่กำลังมองหาสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านดีๆ สักที่ ลองมาปรึกษา แรบบิท แคร์ ดูสิ ที่นี้นอกจากประกันรถยนต์แล้ว เรายังมีสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน สินเชื่อบ้าน และสินเชื่ออื่น ๆ ไว้คอยช่วยเหลือเมื่อคุณต้องเจอปัญหาเรื่องการเงิน คลิกเลย!

สรุป

การรีไฟแนนซ์บ้านช่วยลดถาระด้านดอกเบี้ยกานผ่อนบ้านได้จริง และไม่เพียงแค่รีไฟแนนซ์เฉพาะบ้านได้เท่านั้น ยังสามารถรีไฟแนนซ์กับทางธนาคารเดิมได้ หากดอกเบี้ยให้ราคาที่ดี รวมถึงสามารถที่อยู่อาศัยประเภทอื่น ๆ เช่น ตึกแถว, ห้องคอนโด ได้ไม่ต่างกัน ทั้งนี้คุณสามารถขอกู้เพิ่มวงเงินได้ภายใต้การประเมินค่าบ้าน 90% นอกจากนี้ยังสามารถรีไฟแนนซ์ได้เรื่อย ๆ หากผู้ขอมีคุณสมบัติรีไฟแนนซ์ได้ โดยช่วงระยะเวลาที่สามารถรีไฟแนนว์ได้ ต้องผ่อนบ้านไปแล้วมากกว่า 3 ปีขึ้นไป

ที่มา

บทความแคร์การเงิน

รีไฟแนนซ์บ้านต้องเตรียมอะไรบ้าง? รวมขั้นตอน เอกสารที่ใช้ ค่าใช้จ่าย และการขอเพิ่มวงเงิน

แคร์การเงิน

เปรียบเทียบรีไฟแนนซ์บ้าน ต้องเตรียมอะไรบ้าง? 

การรีไฟแนนซ์บ้านจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยและค่าผ่อนต่อเดือน ซึ่งช่วยให้มีเงินเหลือใช้มากขึ้น และสามารถผ่อนหนี้ให้หมดเร็วขึ้นได้ นอกจากนี้
Tawan
15/01/2026
สินเชื่อทะเบียนรถยนต์

แคร์การเงิน

เปรียบเทียบสินเชื่อทะเบียนรถ ธนาคารไหนดี? 

สินเชื่อทะเบียนรถ คือ การขอสินเชื่อโดยใช้เล่มทะเบียนรถยนต์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยผู้กู้ยังสามารถใช้รถได้ตามปกติ
Nok Srihong
13/01/2026
เลือกวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนอย่างไร?

แคร์การเงิน

สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคลออนไลน์ (Revolving Credit)เลือกแบบไหนดี?

สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคลออนไลน์ เหมาะกับคนที่ต้องการ “วงเงินสำรอง” ไว้ใช้ยามจำเป็น ใช้เท่าที่จำเป็น และไม่อยากกู้ใหม่ทุกครั้ง
Nok Srihong
10/01/2026