ภาวะหัวใจโต ร้ายแรงหรือไม่ ? อันตรายไหม มีวิธีสังเกตอาการอย่างไร ?

Nok Srihong
ผู้เขียน: Nok Srihong Published: มีนาคม 18, 2024
Nok Srihong
Nok Srihong
จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาการจัดการการเงิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีประสบการณ์กว่า 6 ปี ในวงการฟินเทชและการเงินส่วนบุคคล โดยเฉพาะบัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ และรีไฟแนนซ์ ผ่านการเขียนคอนเทนต์ให้ Rabbit Care และ Asia Direct (6+ ปี) เน้นรีวิวผลิตภัณฑ์ สิทธิประโยชน์บัตรเครดิต และกลยุทธ์บริหารหนี้ ก่อนหน้านี้ ทำงานในอุตสาหกรรม OTA ชั้นนำอย่าง Laterooms.com และ Expedia.com (12 ปี) ซึ่งเสริมทักษะการวางแผนทางการเงินต่อทริป และยังเชี่ยวชาญการเลือกประกันการเดินทางที่คุ้มค่าและคุ้มครองชีวิตตลอดทริปสำหรับนักเดินทาง
Nok Srihong
แก้ไขโดย: Thirakan T Last edited: กุมภาพันธ์ 14, 2026
Nok Srihong
Thirakan T
Thirakan Thongseenual เป็นนักเขียนที่มีประสบการณ์มากกว่า 3 ปี ที่ RabbitCare และ Asia Direct โดยมีความชำนาญในประกันรถยนต์ เน้นเขียนบทความที่เผยแพร่บน Blog และมีความเชี่ยวชาญด้าน SEO กว่า 4 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอได้ใช้ในการสร้างความรู้และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของ RabbitCare อย่างมีประสิทธิภาพ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปริญญาตรี สาขา Information Technology
ภาวะหัวใจโต

ภาวะหัวใจโต ภาวะความผิดปกติที่เกิดกับบริเวณหัวใจซึ่งหลายคนคงรู้สึกไม่คุ้นเคยเท่าไหร่ วันนี้เรามาทำความเข้าใจกันว่า ภาวะหัวใจโต คืออะไร เป็นภาวะที่อันตรายหรือไม่ มีสาเหตุในการเกิดมาจากอะไร มีลักษณะการแสดงอาการแบบไหน สัญญาณแบบไหนที่ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษา และเรื่องน่ารู้อื่น ๆ เกี่ยวกับภาวะหัวใจโต กับ แรบบิท แคร์

 

คุณต้องการความคุ้มครองแบบไหน?

✨ แผนที่เหมาะกับคุณ

 

⚠️ ข้อมูลนี้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น รายละเอียดและเบี้ยจริงอาจแตกต่าง กรุณาตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

ใช้ฟรี • ไม่มีค่าใช้จ่าย

ภาวะหัวใจโต คืออะไร ?

โรงพยาบาลเปาโลได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะหัวใจโตว่า ภาวะหัวใจโต คือภาวะที่มีการตรวจพบว่าขนาดของหัวใจโตขึ้นซึ่งเป็นผลมาจากโรคอื่น ๆ โดยขนาดของหัวใจที่โตกว่าขนาดปกตินั้นจะถูกแบ่งเป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆ คือ ภาวะหัวใจโตจากกล้ามเนื้อที่หนาตัวกว่าปกติ เช่น การที่ผู้ป่วยมีความดันโลหิตสูงหรือลิ้นหัวใจตีบ ก็ล้วนทำให้กล้ามเนื้อหัวใจหนาขึ้นได้ และอีกชนิด คือ มีภาวะหัวใจโตขึ้นเนื่องจากการที่กล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวไม่ดี มีเลือดที่คั่งค้างอยู่ในห้องหัวใจมากจึงทำให้ขนาดของหัวใจโตขึ้นนั่นเอง

ทั้งนี้ภาวะหัวใจโตนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องมีอาการที่ผิดปกติใด ๆ เกิดขึ้น หรือหากมีอาการเกิดขึ้นก๋อาจเป็นอาการเนื่องมาจากโรคที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดภาวะดังกล่าวและอาการจากหัวใจล้มเหลว เช่น เหนื่อยง่าย หอบ แน่นหน้าอก เป็นต้น

 

ภาวะหัวใจโต อันตรายไหม ?

สำหรับผู้ที่สงสัยว่าภาวะหัวใจโตนั้นอันตรายหรือไม่ ? โดยปกติแล้วภาวะหัวใจโตไม่ถือว่าเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์แต่อย่างใด เนื่องจากภาวะหัวใจโตไม่ว่าจะเป็นแบบชั่วคราวหรือถาวรก็ล้วนสามารถใช้การรักษาทางการแพทย์ช่วยควบคุมได้ ทั้งนี้หากทำการสังเกตตนเองแล้วมีอาการเหล่านี้ก็ควรที่จะไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยโดยละเอียดทันที

  • มีอาการเจ็บหน้าอก
  • มีอาการหายใจไม่ทัน
  • มีอาการเป็นลมหรือหมดสติไป
  • มีความรู้สึกชาหรือปวดบริเวณกราม คอ แขน และหลัง

อันตรายเหล่านี้ล้วนแต่เป็นสัญญาณอันตรายที่ถึงแม้อาจจะไม่ใช่การเตือนเกี่ยวกับภาวะหัวใจโตก็บ่งบอกถึงสุขภาพร่างกายที่มีความผิดปกติและน่าเป็นห่วง ดังนั้นหากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นกับตัว ต้องรีบไปพบแพทย์ทันทีอย่านิ่งนอนใจ

 

โรคหัวใจ

 

ภาวะหัวใจโต เกิดจากอะไร ?

ในส่วนของสาเหตุการเกิดภาวะหัวใจโตนั้นความจริงแล้วสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายปัจจัยด้วยกัน แต่ทั้งนี้นั้นมักจะเกิดจากการที่ผู้ป่วยมีความดันโลหิตสูงหรือเป็นโรคหลอดเลือกหัวใจ อีกทั้งยังสามารถเกิดขึ้นจากการที่เป็นโรคอื่น ๆ ได้ ดังนี้

  • โรคเส้นเลือดหัวใจ
  • โรคลิ้นหัวใจ
  • โรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ
  • โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
  • ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • การได้รับยาและแอลกอฮอล์เกินขนาด

ปัจจัยเหล่านี้คือสาเหตุที่อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจโตขึ้นได้ ทั้งนี้ก็อย่างที่ได้กล่าวไป ว่าภาวะดังกล่าวนั้นสามารถเกิดได้จากปัจจัยที่หลากหลาย หากอยากรู้แน่ชัดจำเป็นต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำการตรวจวินิจฉัยให้ ก็จะสามารถรู้สาเหตุ่ที่แท้จริงได้นั่นเอง

สำหรับใครที่รู้ตัวว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคต่าง ๆ ที่ได้กล่าวไป หรือคิดว่าตนเองเป็นผู้ที่มีสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงสักเท่าไหร่ ก็อย่าลืมที่จะทำประกันสุขภาพ กับ แรบบิท แคร์ ไว้ ดูแลให้อย่างใกล้ชิดเพื่อความอุ่นใจ จะกี่โรคร้ายก็ไม่กลัว

 

ภาวะหัวใจโตมีอาการอย่างไร ?

แม้ว่าโดยปกติแล้วภาวะหัวใจโตอาจไม่มีการแสดงอาการใดเลยก็ได้ หรืออาจเป็นการแสดงอาการของโรคซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะหัวใจโต แต่แน่นอนว่าในผู้ป่วยบางรายก็มีการแสดงอาการที่บ่งบอกถึงการมีภาวะหัวใจโตด้วยเช่นกัน นั่นก็คือ

  • มีความรู้สึกเหนื่อยล้าและวิงเวียนศีรษะ
  • รู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติ
  • อ่อนเพลียง่าย
  • รู้สึกใจสั่น
  • รู้สึกหายใจไม่ทัน
  • รู้สึกหายใจลำบาก
  • รู้สึกแน่นหน้าอก นอนราบไม่ได้
  • มีอาการไอโดยเฉพาะเวลานอน
  • มีอาการบวมน้ำในบริเวณช่องท้อง
  • มีอาการบวมน้ำในบริเวณขา
  • มีอาการบวมน้ำในบริเวณเท้า

หากมีอาการดังนี้ ควรสังเกตอาการอื่น ๆ ที่เป็นในช่วงนี้เพิ่มเติมให้ดี จากนั้นไปพบแพทย์ทั้งบอกเล่าอาการของตนเองโดยละเอียด และรับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์เป็นลำดับถัดไป

 

ภาวะหัวใจโต อันตรายไหม

 

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงเกิดภาวะหัวใจโต ?

หลังจากทราบที่มาที่ไปของการเกิดภาวะหัวใจโตกันไปคร่าว ๆ แล้ว เราลองมาดูกันดีกว่าว่า ใครบ้างที่มีความเสี่ยงในการเกิดภาวะหัวใจโต

  • ภาวะดังกล่าวมีความเสี่ยงในการเกิดขึ้นในผู้ป่วยที่เป้นโรคความดันโลหิตสูง เนื่องจากการมีความดันโลหิตสูงจะทำให้หัวใจทำงานหนักและเป็นสาเหตุในการเกิดภาวะหัวใจโต
  • ภาวะดังกล่าวมีความเสี่ยงในการเกิดกับผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคไขมันในเลือดสูง เพราะโรคเหล่านี้นั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้การทำงานของหัวใจบกพร่อง
  • ภาวะหัวใจโตมีความเสี่ยงในการเกิดขึ้นกับผู้ป่วยโรคหัวใจ เช่น โรคลิ้นหัวใจ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด โรคหัวใจเต้นผิดปกติ และโรคที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อหัวใจ
  • ภาวะดังกล่าวมีความเสี่ยงในการเกิดขึ้นกับผู้ที่มีคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคหัวใจ
  • ภาวะดังกล่าวมีความเสี่ยงในการเกิดขึ้นกับผู้ป่วยโรคโลหิตจาง และโรคที่เกี่ยวกับต่อมไทรอยด์
  • ภาวะดังกล่าวมีความเสี่ยงในการเกิดขึ้นกับผู้ที่มีการรับประทานธาตุเหล็กมากจนเกินไป ซึ่งจะทำให้เกิดโรค Hemochromatosis
  • ภาวะหัวใจโตมีความเสี่ยงในการเกิดขึ้นกับผู้ที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับโปรตีน มีโปรตีนสะสมในกล้ามเนื้อหัวใจ เป้นต้น

และนี่ก็คือผู้ที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูงในการเกิดภาวะหัวใจโต สำหรับใครที่มีความเสี่ยงเหล่านี้ต้องไม่ลืมที่จะหมั่นสังเกตสภาพร่างกายของตนเอง ว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะหากมีภาวะหัวใจโตเกิดขึ้นกับร่างกาย จะได้ทำการเข้าตรวจรักษาและหาวิธีดูแลอย่างทันท่วงที

 

วิธีการป้องกันการเกิดภาวะหัวใจโต

แน่นอนว่าการรอให้เป็นแล้วค่อยทำการรักษานั้นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ อีกทั้งผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเคยมีภาวะหัวใจโต หรือมีโรคซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจโตก็ควรที่จะปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการวางแผนป้องกันความเสี่ยงการเกิดภาวะหัวใจโต โดยการป้องกันการเกิดภาวะหัวใจโตนั้นสามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

  • ป้องกันด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • ป้องกันด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ (ควรออกกำลังกายเป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาทีทุกวัน)
  • ป้องกันด้วยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ (อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง)
  • ป้องกันโดยการให้ความสำคัญกับการควบคุมระดับคอเลสเตอรอง
  • ป้องกันโดยการให้ความสำคัญกับการควบคุมความดันโลหิต
  • สำหรับผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ป้องกันโดยการไม่ดื่มแอลกอฮอล์มากจนเกินไป ควรดื่มแต่พอดี
  • ป้องกันโดยการไม่สูบบุหรี่หรือใช้สารเสพติด

วิธีเหล่านี้ถือเป็นวิธีง่าย ๆ ในการป้องกันการเกิดโรคหัวใจโตที่ไม่ว่าใครก็ทำได้ เพียงแต่ต้องมีวินัย และให้ความใส่ใจในการรักษาสุขภาพตนเองอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง

 

หัวใจโต อันตรายไหม

 

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อมีภาวะหัวใจโต

แน่นอนว่าเมื่อมีภาวะความผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายแล้ว ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้ มาลองดูกันว่าจะมีภาวะอะไร ที่สามารถเกิดแทรกซ้อนขึ้นมาได้ ในขณะที่มีภาวะหัวใจโต

  • อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันเนื่องจากหัวใจอาจมีการเต้นเร็วหรือเต้นช้าเกินไปเนื่องจากโรคหัวใจโต
  • อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างการมีเสียงฟู้ของหัวใจเนื่องจากการทำงานของลิ้นหัวใจบกพร่อง
  • หากมีภาวะหัวใจห้องล่างซ้ายโต อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวแทรกซ้อนขึ้นได้
  • อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างการเกิดหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมองเนื่องจากภาวะลิ่มเลือดอุดตัน

และภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ก็คือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้นทางที่ดีควรป้องกันไม่ให้เกิดภาวะหัวใจโตเอาไว้ เพราะแม้จะไม่ได้ส่งผลอันตรายโดยทันทีแต่ก็อาจลุกลามและเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้ ต้องระวัง

การเกิดภาวะผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ หรือเรื่องใหญ่ อย่างไรก็นับว่าเป็นข้อเสียต่อร่างกาย ดังนั้นไม่ว่าภาวะผิดปกติเหล่านั้นจะเล็กน้อยเพียงไหน หากป้องกันไว้ก่อนได้ก็ควรป้องกันไว้ ดีกว่ามาตามรักษาทีหลังอย่างแน่นอน

 

สรุป

ภาวะหัวใจโต คือภาวะที่มีการตรวจพบว่าขนาดของหัวใจโตขึ้น แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ ภาวะหัวใจโตจากกล้ามเนื้อที่หนาตัวกว่าปกติ และ ภาวะหัวใจโตขึ้นเนื่องจากการที่กล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวไม่ดี ซึ่งโดยปกติแล้วภาวะหัวใจโตไม่ถือว่าเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์แต่อย่างใด สามารถรักษาได้  แต่ทั้งนี้ หากมีอาการเพิ่มเติม ควรที่จะไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยโดยละเอียดทันที ดังนี้

  • มีอาการเจ็บหน้าอก
  • หายใจไม่ทัน
  • เป็นลมหรือหมดสติไป
  • มีความรู้สึกชาหรือปวดบริเวณกราม คอ แขน และหลัง

ที่มา


บทความแนะนำอื่นๆ : โรคและอาการทางสุขภาพ

โรคหัวใจ อันตรายแค่ไหน อาการแบบไหนบ่งบอกว่าเป็นโรคหัวใจ? เป็นโรคหัวใจ ทำประกันได้ไหม? โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคร้ายใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม ความดันโลหิตสูงทำประกันสุขภาพได้ไหม? เจาะลึกเงื่อนไขและสิ่งที่ต้องรู้ เป็นโรคหัวใจ ทำประกันได้ไหม? 5 พฤติกรรมวัยทำงาน เสี่ยงโรคเส้นเลือดในสมองตีบ โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคร้ายใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

 

บทความแคร์สุขภาพ

ชุดยาสำหรับเดินทางต่างประเทศ พร้อมยาประจำตัวและเอกสารใบรับรองแพทย์

แคร์สุขภาพ

เตรียมยาไปต่างประเทศ ต้องเอายาอะไรไปบ้าง?

เตรียมยาไปต่างประเทศอย่างไรให้พร้อม? รวมเช็กลิสต์ยาสามัญ ยาประจำตัว เอกสารที่ควรพก และข้อควรรู้เกี่ยวกับการนำยาเข้าประเทศต่าง ๆ เพื่อให้เดินทางได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย
Tawan
15/07/2026
นักท่องเที่ยวตรวจสอบรายการยาต้องห้ามเข้าญี่ปุ่นก่อนจัดกระเป๋าเดินทาง

แคร์สุขภาพ

ยาต้องห้ามเข้าญี่ปุ่น มีอะไรบ้าง? เช็กก่อนเดินทาง

ก่อนเที่ยวญี่ปุ่น เช็กให้ชัวร์ว่ายาแก้หวัด ยาแก้แพ้ หรือยาประจำตัวของคุณสามารถนำเข้าประเทศได้หรือไม่ พร้อมทำความเข้าใจกฎการนำยาเข้าญี่ปุ่น เอกสารที่ควรเตรียม และข้อควรระวังเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง
Tawan
15/07/2026
ประกันเดินทางคุ้มครองฮันตาไวรัสไหม?

แคร์สุขภาพ

ฮันตาไวรัส คืออะไร? อันตรายแค่ไหน?ประกันเดินทางช่วยเหลือได้แค่ไหน?

ทำความรู้จัก 'ฮันตาไวรัส' (Hantavirus) ภัยเงียบจากสัตว์ฟันแทะที่นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและสายแคมปิ้งไม่ควรมองข้าม ชวนส่องพฤติกรรมเสี่ยง วิธีรับมือเมื่อมีอาการป่วยเฉียบพลันระหว่างทริป
Tawan
09/07/2026