เช็คให้ดี! กินอาหารแบบไหน เสี่ยงเป็นไขมันพอกตับ ภัยเงียบที่ต้องรีบรักษา

Mayya Style
ผู้เขียน: Mayya Style Published: กันยายน 7, 2023
Mayya Style
Mayya Style
เป็นนักเขียนสายสุขภาพและการเงินที่มีประสบการณ์ในการเขียนมากมาย โดยได้ฝากผลงานในหลากหลายรูปแบบที่เน้นด้านบริหารร่างกายและจิตใจ ทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct ได้อย่างมืออาชีพ
Mayya Style
แก้ไขโดย: Nok Srihong Last edited:
Mayya Style
Nok Srihong
จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาการจัดการการเงิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีประสบการณ์กว่า 6 ปี ในวงการฟินเทชและการเงินส่วนบุคคล โดยเฉพาะบัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ และรีไฟแนนซ์ ผ่านการเขียนคอนเทนต์ให้ Rabbit Care และ Asia Direct (6+ ปี) เน้นรีวิวผลิตภัณฑ์ สิทธิประโยชน์บัตรเครดิต และกลยุทธ์บริหารหนี้ ก่อนหน้านี้ ทำงานในอุตสาหกรรม OTA ชั้นนำอย่าง Laterooms.com และ Expedia.com (12 ปี) ซึ่งเสริมทักษะการวางแผนทางการเงินต่อทริป และยังเชี่ยวชาญการเลือกประกันการเดินทางที่คุ้มค่าและคุ้มครองชีวิตตลอดทริปสำหรับนักเดินทาง
ไขมันพอกตับ

ใครที่กำลังมีความสุขกับการกินอาหารจำพวกของทอด ของมัน ปิ้งย่าง ต่อไปนี้ต้องระวังแล้วล่ะ เพราะการมีพฤติกรรมการกินแบบนี้บ่อย ๆ หรือกินแบบนี้เป็นชีวิตจิตใจจะทำให้คุณมีความเสี่ยงเป็นไขมันพอกตับโดยไม่รู้ตัว! ไขมันพอกตับเป็นอย่างไร ต้องรักษาอย่างไร น้องแคร์มีคำตอบ!

คุณต้องการความคุ้มครองแบบไหน?

✨ แผนที่เหมาะกับคุณ

⚠️ ข้อมูลนี้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น รายละเอียดและเบี้ยจริงอาจแตกต่าง กรุณาตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

ใช้ฟรี • ไม่มีค่าใช้จ่าย

ไขมันพอกตับ คืออะไร? สาเหตุการเกิดภาวะไขมันพอกตับ เกิดขึ้นได้อย่างไร?

ภาวะไขมันพอกตับ (Fatty Liver Disease) หรือภาวะไขมันเกาะตับเกิดจากการสะสมไขมันในเซลล์ตับ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถใช้ไขมันที่รับประทานได้ทั้งหมด ทุกคนมีความเสี่ยงที่จะมีภาวะไขมันพอกตับแม้ไม่อ้วน โดยพบว่าคนอ้วนมีความเสี่ยงไขมันพอกตับ 60 % และคนที่ไม่อ้วนมีความเสี่ยงไขมันพอกตับ 19 % หากไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้ตับแข็งและเป็นสาเหตุของมะเร็งตับได้ ภาวะนี้สามารถพบได้ทั้งเพศและวัยทุกช่วง แต่พบมากที่สุดในกลุ่มอายุ 40-50 ปี เนื่องจากประสิทธิภาพของระบบการเผาผลาญอาหารเริ่มลดลง

สำหรับสาเหตุของโรคไขมันพอกตับสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มได้แก่

  • โรคไขมันพอกตับจากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ (alcoholic fatty liver disease) โรคนี้มีความรุนแรงขึ้นกับประเภทและปริมาณของแอลกอฮอล์ที่ดื่ม รวมถึงระยะเวลาที่ดื่มแอลกอฮอล์
  • โรคไขมันพอกตับไม่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ (non-alcoholic fatty liver disease) โรคนี้เกิดจากสภาวะที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานของร่างกาย เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ระดับไขมันในเลือดสูง หรือไวรัสตับอักเสบซี

กลไกการเกิดโรคไขมันพอกตับคือเมื่อมีการรับประทานอาหารเกินไป ตับจะเก็บสะสมพลังงานเหล่านี้เป็นไขมัน ถ้าตับไม่สามารถนำไขมันไปใช้หรือย่อยสลายไขมันตามปกติได้ เช่น ในกรณีที่ปริมาณไขมันที่รับเข้ามาเกินกว่าที่ตับจะสามารถใช้งานได้ ไขมันก็จะเริ่มสะสมขึ้นในเนื้อเยื่อตับ

ภาวะไขมันพอกตับ อาการเป็นอย่างไร?

สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงไขมันพอกตับ อาการนั้นแทบจะไม่มีอะไรแจ้งเตือนคุณเลย โดยเฉพาะในระยะแรกของการเกิดภาวะไขมันพอกตับ มักจะมีอาการปกติเหมือนไม่ได้มีอะไรรุนแรง แต่คุณสามารถสังเกตอาการที่อาจบ่งชี้ได้ว่าคุณมีภาวะไขมันพอกตับแล้วล่ะ ดังนี้

  1. รู้สึกอ่อนเพลียและไม่มีแรงโดยไ่มีสาเหตุ : ร่างกายจะรู้สึกอ่อนเพลียและไม่มีพลังงานแม้จะพักผ่อนมาเยอะแล้ว เนื่องจากตับไม่สามารถแปลงสารอาหารให้เป็นพลังงานได้อย่างปกติ
  2. รู้สึกเบื่ออาหาร น้ำหนักลด : เสื่อมความสามารถในการย่อยอาหารและระบบการเผาผลาญของร่างกายทำงานผิดปกติ ทำให้รู้สึกไม่สนใจการรับประทานอาหารและลดน้ำหนัก โดยเกิดจากการดื้อต่ออินซูลินในร่างกายเนื่องจากร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลได้อย่างเต็มที่
  3. ความผิดปกติทางเกี่ยวกับท้องและระบบย่อยอาหาร: ตับเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการย่อยอาหารและการส่งออกน้ำดี เมื่อตับทำงานไม่เป็นปกติ จะทำให้กระบวนการย่อยอาหารไม่เป็นไปตามปกติ ซึ่งอาจเกิดอาการท้องอืดและความไม่สบายในท้องขึ้น
  4. เจ็บหรือคันที่จุดที่ตำแหน่งของตับ: หากตับอักเสบหรือบวมขึ้น เจ็บจุกและความเจ็บปวดอาจเกิดขึ้นที่จุดที่ตับตั้งอยู่
  5. ปัญหาเกี่ยวกับการนอน: ร่างกายอาจมีปัญหาในการหลับหรือหลับไม่สนิท เนื่องจากตับทำงานผิดปกติทำให้ระดับเมลาโทนินที่ช่วยควบคุมกระบวนการนอนลดลง ซึ่งทำให้เกิดปัญหาในการหลับได้
  6. คันตามผิวหนัง: เนื่องจากตับไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ จะเกิดการคั่งของน้ำดี ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการคันทางผิวหนัง

อาการเหล่านี้ถือเป็นอาการทั่วไปที่ไม่ค่อยมีใครคิดว่าเกี่ยวข้องกับสภาวะไขมันในตับ แต่หากไม่ระวังและดูแลตั้งแต่เริ่มต้น อาการเบาๆเหล่านี้อาจพัฒนาเป็นโรคร้ายแรง เช่น ตับอักเสบเรื้อรัง พังผืดในตับ ตับแข็ง และมะเร็งตับได้

กลุ่มคนที่เสี่ยงเป็นไขมันพอกตับ เป็นคนกลุ่มใดบ้าง?

การเป็นไขมันพอกตับเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้ทั้งเพศและอายุ ลองตรวจสอบดูว่าคุณเป็นกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงต่อโรคไขมันพอกตับหรือไม่

  • กลุ่มคนที่มีภาวะอ้วน: ผู้ชายที่มีรอบเอวเกิน 40 นิ้วและผู้หญิงที่มีรอบเอวเกิน 35 นิ้ว
  • กลุ่มคนที่มีระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงกว่า 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
  • กลุ่มคนที่มีโรคประจำตัวเช่นเบาหวานและระดับไขมันในเลือดสูง
  • กลุ่มคนที่มีความดันโลหิตสูง: ความดันโลหิตที่ระดับ 140/90 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
  • กลุ่มคนที่มีระดับไขมันดี (HDL) ต่ำ: ผู้ชายที่มีน้อยกว่า 40 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรและผู้หญิงที่มีน้อยกว่า 50 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

ถ้าคุณมีปัญหาสุขภาพเหล่านี้อยู่แล้ว ควรป้องกันตัวเองไม่ให้เป็นไขมันพอกตับ มิฉะนั้นอาจเป็นปัญหาที่ทำให้คุณกังวล เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมของคุณได้

ไขมันพอกตับ ห้ามกินอะไรบ้างนะ?

เนื่องจากภาวะไขมันพอกตับเกิดจากการสะสมไขมันในตับ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการรักษาสุขภาพเป็นสิ่งที่สำคัญในการป้องกันและฟื้นฟูอาการไขมันพอกตับเบื้องต้น เพื่อลดภาระที่ตับต้องรับมาจากไขมัน นี่คืออาหารที่ควรหลีกเลี่ยงในผู้ป่วยไขมันพอกตับ

  • อาหารที่มีไขมันสูง : หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น อาหารจานด่วน อาหารประเภททอด อาหารมัน ไขมันสัตว์ เนื่องจากการบริโภคไขมันมากอาจทำให้ไขมันสะสมในตับมากขึ้น
  • อาหารที่มีน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตสูง : ควรลดการบริโภคน้ำตาลและอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เช่น น้ำหวาน ขนมหวาน ข้าวสาลี เนื่องจากน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตสูงอาจทำให้เกิดภาวะอ้วนและเสี่ยงต่อการเกิดโรคไขมันพอกตับ
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์: ห้ามดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เนื่องจากสามารถเป็นสาเหตุของภาวะไขมันพอกตับจากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  • อาหารที่มีโซเดียมสูง: ควรลดการบริโภคอาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น เกลือ อาหารที่มีโซเดียมสูงอาจทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูงและส่งผลกระทบต่อการทำงานของตับ

นอกจากการหลีกเลี่ยงอาหารที่กล่าวมา ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ผัก ผลไม้ อาหารที่มีใยอาหารสูง และควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน

เป็นไขมันพอกตับ รักษาอย่างไร? 

การรักษาไขมันพอกตับมีหลายวิธีและขึ้นอยู่กับสาเหตุและระดับความรุนแรงของภาวะที่คุณเป็น โดยวิธีเบื้องต้นพื้นฐาน ได้แก่ 

1. ลดการบริโภคไขมันอิ่มตัวและอาหารที่หลากหลายอย่างได้, เช่น อาหารแป้ง น้ำตาล, และอาหารหนึ่งชนิดที่ไม่เหมาะสม

2. ปรับเปลี่ยนอาหารให้เป็นไปตามแนะนำในการรับประทานอาหารที่เหมาะสม เช่น มีสัดส่วนมากของผัก, ผลไม้ เป็นต้น

3. ควบคุมน้ำหนัก เพื่อลดการสะสมของไขมัน และ ปรึกษากับแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายเพื่อรับคำแนะนำในการเริ่มต้นและสร้างโปรแกรมออกกำลังกายที่เหมาะสม

4. ลดหรือหยุดการบริโภคแอลกอฮอล์

5. ตรวจสุขภาพประจำตัวเพื่อตรวจสอบสภาพของไขมันพอกตับและสุขภาพโดยรวมอย่างสม่ำเสมอ

6. หลีกเลี่ยงการใช้ยาหรือสารเคมีที่อาจเสี่ยงต่อตับ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับการใช้หรือหยุดยาเหล่านั้น

ไขมันพอกตับ รักษาหายไหม?

โรคไขมันพอกตับ สามารถหายขาดได้โดยการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดูแลสุขภาพและการรักษาเป็นระยะยาว เช่น การลดน้ำหนัก, การงดรับประทานของมันของทอด หรือ ลดการบริโภคไขมันเลว ทั้งนี้ แรบบิท แคร์ ขอแนะนำให้คุณปฏิบัติตามคำแนะนำจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ รวมถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดูแลสุขภาพของคุณ และอาจต้องทำการตรวจสุขภาพแบบประจำเพื่อติดตามความคืบหน้าและปรับแผนรักษาตามความเหมาะสมในแต่ละกรณี

เหล่านี้ คือข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโรคไขมันพอกตับ หากใครเป็นแล้วไม่รู้ต้องทำยังไง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีการรับมือที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เพื่อที่จะได้อยู่กับคนที่คุณรักไปนาน ๆ และอย่าลืม ทำประกันสุขภาพ OPD IPD กับ แรบบิท แคร์ ไว้สักฉบับ เพื่อเจ็บป่วย นอนโรงพยาล จะได้เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ คุ้มครองทั้ง IPD , และ OPD โทรเลย 1438 


บทความแนะนำอื่นๆ : โรคและอาการทางสุขภาพ

เลือดกำเดาไหล เกิดขึ้นจากอะไร อันตรายหรือไม่ มีวิธีปฐมพยาบาลยังไง วิธีแปลค่าผลตรวจสุขภาพ ค่าไต ค่าคอเลสเตอรอลแบบนี้ สุขภาพยังดีไหม? Motion Sickness คืออะไร ? ต้องพบแพทย์ไหมนะ แก้คอเคล็ด-ปวดคอ รักษาเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน ภาวะหัวใจโต อันตรายไหม สังเกตอาการอย่างไร ? โรคหลายบุคลิก คืออะไร มีจริงหรือไม่ ? อ้วกเป็นเลือด อันตรายหรือไม่ เกิดขึ้นจากอะไร ? ปลายประสาทอักเสบ มีอาการอย่างไร หายเองได้ไหม? พรีไบโอติก คืออะไร สำคัญกับร่างกายอย่างไร ? อาการกล้ามเนื้ออักเสบคืออะไร เคลมประกันได้ไหม? โรคแพนิค คือ? รับมือเมื่อเกิดอาการอย่างไร? พร้อมข้อมูลค่ารักษาแพนิค ไบโพล่าคืออะไร มีวิธีประเมินตัวเองเบื้องต้นอย่างไรบ้างพร้อมวิธีการป้องกัน ค่าออกซิเจนในเลือด คืออะไร? ออกซิเจนในเลือดปกติต้องมีค่าเท่าไหร่? โรคข้อเข่าเสื่อมจำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไปไหม?

 

บทความแคร์สุขภาพ

แบบทดสอบ MBTI

แคร์สุขภาพ

MBTI คืออะไร? ช่วยให้ “รู้จักตัวเอง” มากขึ้นอย่างไร?

MBTI (Myers-Briggs Type Indicator) คือแบบทดสอบบุคลิกภาพ โดยอิงจากทฤษฎีทางจิตวิทยาของ Carl Jung เพื่อช่วยให้เข้าใจตัวเองและคนรอบข้างได้ดีขึ้น
คะน้าใบเขียว
27/02/2026
ตรวจสุขภาพ ตรวจอะไร ราคาเท่าไหร่?

แคร์สุขภาพ

รู้ให้ลึก! ก่อนตรวจสุขภาพ ตรวจอะไร ราคาเท่าไหร่?

ในปัจจุบันเทรนด์การดูแลสุขภาพกำลังมาแรง ทำให้หลายคนหันมาดูแลสุขภาพตัวเองและคนรอบข้างมากขึ้น ทั้งการออกกำลังกาย การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์
Tawan
24/02/2026
ปัญหาที่ควรป้องกันก่อนลูกเกิดด้วย

แคร์สุขภาพ

6 ปัญหาที่ควรป้องกันก่อนลูกเกิดด้วย ‘การฝากครรภ์’

การตั้งครรภ์ได้เปิดโอกาสให้คุณแม่สร้างสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นไปพร้อมกับการเติบโตของลูก หลายคนรู้สึกเหมือนฝันไป
Thirakan T
24/07/2025