แคร์ไลฟ์สไตล์

Soft Power ไทยอันดับที่ 41 ของโลก ! อำนาจละมุนคืออะไร ? ต่อยอดอย่างไร ?

ผู้เขียน : กองบรรณาธิการ

ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย ของ แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี

close
Published July 14, 2023

เดี๋ยวนี้ไปไหนมาไหนก็ได้ยินคำว่า Soft Power กันบ่อยเหลือเกิน จนมีข้อถกเถียงกันบ่อยครั้งว่าอะไรกันแน่คือ Soft Power และอะไรคือ Hard Power วัฒนธรรมแบบไหนบ้างที่จัดว่าเป็น Soft Power ได้บ้าง และพลังขับเคลื่อนในจุดนี้ สามารถส่งผลไปถึงเศรษฐกิจ การเมือง การปกครองได้อย่างไรบ้าง ? วันนี้เราจะมาพูดถึงจุดนี้กัน !

Soft Power คือ

Soft Power คือการขยายอิทธิพล จูงใจผู้คน ให้บุคคลหรือกลุ่มคนหมู่มาก มีการเปลี่ยนแปลงความคิด หรือพฤติกรรม โดยไม่ได้ใช้อำนาจบังคับขู่เข็ญ ในภาษาไทยจึงแปลคำว่า Soft Power ว่า อำนาจละมุน หรืออำนาจอ่อน ซึ่งมักจะเป็นสิ่งที่เป็นนามธรรม ที่สามารถเร่งเร้าอารมณ์ของผู้เสพ ให้รู้สึก หรือนึกคิดตามสิ่งที่ผู้สื่อสารต้องการ เช่นศิลปะ วัฒนธรรม ตัวตน แนวความคิด และหลักปฏิบัติเป็นต้น

Hard Power คือ 

Hard Power คือ พลังอำนาจในการทำให้บุคคล หรือกลุ่มคนปฏิบัติ หรือคิดตามโดยการใช้วิธีบังคับ หรือใช้พลังกาย พลังทรัพย์เพื่อจูงใจให้ปฏิบัติตาม Hard Power จึงเป็นพลังอำนาจในรูปแบบที่เป็นรูปธรรม เช่นยุทโธปกรณ์ทางการทหาร การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ หรือใช้เม็ดเงินในการบังคับให้อีกฝ่ายกระทำตามที่ใจต้องการ

ประวัติความเป็นมาของ Soft Power

คำว่า Soft Power เป็นคำที่เพิ่งถูกประดิษฐ์ขึ้นมาเสียใหม่ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา เพราะในยุคสงคราม อำนาจ ก็คือ อำนาจ ส่งผ่านถึงกันด้วยคำสั่ง และแสนยานุภาพที่จับต้องได้ จนกระทั่งประมาณช่วงปี 1980 หรือเป็นช่วงบั้นปลายสงครามเย็น (1947 – 1991) นักรัฐศาสตร์ชาวอเมริกา Joseph Nye Jr. ได้ใช้คำว่า อำนาจละมุนเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่างานศิลปะ ดนตรี หรือวัฒนธรรมทั่วไป เพราะสมัยนั้นมีการแผ่ขยายของคอมมิวนิสต์ ที่แพร่กระจายได้ด้วยอำนาจละมุนที่ค่อย ๆ แทรกซึมเข้าสู่ชนชั้นมีการศึกษา และขยายเป็นแวดวงที่กว้าง ฉะนั้นจึงถูกใช้ในแง่ลบเสียอยู่มาก

จนกระทั่งคำว่า Soft Power ถูกใช้กับอุตสาหกรรมอื่น ๆ ด้วย คำนี้จึงถูกลดความน่ากลัวลง เช่น ในสื่อ ในดนตรี ในภาพยนตร์ มาจนถึงปัจจุบันที่พลังละมุนกลายเป็นเหมือน Buzz Word ที่ถูกโยน ถูกพูดถึงเยอะจนน้ำหนักของคำนี้อาจลดลงไปโดยปริยาย

อันดับ ประเทศที่มี Soft Power มากที่สุด

การจัดอันดับ Soft Power ทั่วโลก มีการจัดขึ้นทุกปีตั้งแต่ปี 2020 โดยองค์กร Brand Finance เพื่อที่จะตามหามหาอำนาจ Soft Power โดยใช้หลักเกณฑ์ในการคิดคำนึงทั้งหมด 4 หลักสำคัญ ได้แก่ ความคุ้นเคย (Familiarity) ชื่อเสียง (Reputation) อิทธิพล (Influence) และ 8 หลักอื่น ๆ ได้แก่ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม (Culture & Heritage) ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (International Relations) ธรรมาภิบาล (Governance) ธุรกิจ และการส่งออก (Business & Trade) สื่อและการสื่อสาร (Media & Communication) คน และค่านิยม (People & Values) อนาคตและความยั่งยืน (Sustainable Future)  สุดท้ายคือวิทยาศาสตร์ และการศึกษา (Education & Science) ซึ่งเป็นผลล่าสุดของปี 2023

  • อันดับ 1 สหรัฐอเมริกา 74.8 คะแนน
  • อันดับ 2 สหราชอาณาจักร 67.3 คะแนน
  • อันดับ 3 เยอรมัน 65.8 คะแนน
  • อันดับ 4 ญี่ปุ่น 65.2 คะแนน
  • อันดับ 5 จีน 65.0 คะแนน
  • อันดับ 6 ฝรั่งเศส 62.4 คะแนน
  • อันดับ 7 แคนาดา 60.7 คะแนน
  • อันดับ 8 สวิสเซอร์แลน 58.5 คะแนน
  • อันดับ 9 อิตาลี 56.6 คะแนน
  • อันดับ 10 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 55.2 คะแนน

*ทั้งนี้ทั้งนั้น Soft Power เป็นอะไรที่มีความลื่นไหลอย่างมาก และมีหลากหลายปัจจัยที่อาจไม่สามารถวัดได้ ฉะนั้นตัวเลขนี้อาจไม่ได้สะท้อนความจริงทั้งหมด 100% แต่ก็ใช้เป็นอ้างอิงได้ในระดับหนึ่ง 

อันดับ Soft Power ของประเทศไทย

โดยประเทศไทยจัดอยู่ในอันดับที่ 41 จากประเทศที่ร่วมให้จัดอันดับทั้งหมด 121 ประเทศ คะแนนอยู่ที่ 42.4 คะแนน ตกลงมา 6 อันดับจากปีที่แล้ว โดยหากให้วิเคราะห์อย่างละเอียด Soft Power ในด้านที่ประเทศไทยโดดเด่นที่สุดคือ ความคุ้นเคย (อันดับที่ 25) คน และค่านิยม (อันดับที่ 28) และ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม (อันดับที่ 32) ตอกย้ำด้านการท่องเที่ยวที่โดดเด่นมาก ๆ ของประเทศไทย แต่ในส่วนที่ยังอ่อนแอใน Soft Power ของไทยได้แก่ ธรรมาภิบาล (อันดับที่ 78) ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (อันดับที่ 75) และ วิทยาศาสตร์ และการศึกษา (อันดับที่ 75) ซึ่งเป็นผลทางตรง และทางอ้อมจากการเมืองแทบทั้งสิ้น 

ตัวอย่าง Soft Power สำคัญของโลก

เดินทางสู่ดวงจันทร์ Apollo 11 (สหรัฐอเมริกา, 1969)

ครั้นโลกติดอยู่ในสภาพสูญญากาศ อำนาจยักษ์ใหญ่คานกันอยู่ระหว่างโซเวียต และอเมริกา ฉะนั้นก้าวแรกที่เหยียบดวงจันทร์ของอเมริกา พร้อมการถ่ายทอดภาพนั้นไปโดยกว้างขวาง จึงเหมือนการยืนหยัดขึ้นมาเหนือทุกชาติในโลก แสดงแสนยานุภาพของประเทศตนเองทั้งทางด้านวิทยาการ นวัตกรรม ตอกย้ำภาพลักษณ์ของสหรัฐฯ เรื่องโอกาสใหม่ การผจญภัย ไปในจุดที่ไม่เคยมีชาติไหนไปถึง

จีนเป็นประธานโอลิมปิกครั้งแรก (จีน, 2008)

ประเทศจีนได้ขนานนามจากโลกตะวันตกมาโดยตลอดว่าเป็นเสือตัวใหญ่ที่กำลังหลับใหล โดยงานโอลิมปิกปี 2008 อาจเป็นโอลิมปิดที่มีการลงทุนมากที่สุด พลิกโฉมประเทศจีนให้ดูทันสมัย ยิ่งใหญ่ สะอาดสะอ้าน ลบภาพสบประมาทที่หลาย ๆ ชาติมีต่อจีน

หลักการทำงาน Kaizen (ญี่ปุ่น)

ตัวอย่างที่ไม่ได้เป็นเหตุการณ์เพียงครั้งเดียว แต่เป็นแนวคิด แนวปฎิบัติ คือหลัก Kaizen ซึ่งเริ่มมาจากหลักการทำงานในโรงงาน ให้ทุกอย่างมีมาตรฐาน มีระบบระเบียบ ซึ่งภายหลังการเป็นปรัชญาการใช้ชีวิตที่ทั้งโลกยอมรับ และมีการนับประปรับใช้ในทุกแง่มุมของการใช้ชีวิต ตอกย้ำระบบ และคุณภาพในการทำงานของญี่ปุ่น สะท้อนคุณภาพสินค้าของญี่ปุ่นให้อยู่ลำดับต้น ๆ ของโลก

Soft Power ของไทย

สำหรับ Soft Power ของไทย ที่หลาย ๆ คนชอบพูดถึงกัน ส่วนมากจะเป็นในเรื่องประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม อย่างเช่นเรื่องข้าวเหนียวมะม่วง อาหารไทย หรือจะเป็นดาราดังที่โด่งดังไปทั่วโลก ที่ครั้นกินขนม หรืออาหารไทยอะไร ก็จะมีคนตามไปทำตาม ดินตามทั้งสิ้น ทั้งหมดทั้งสินนี้ก็ถือว่าเป็นพลังละมุนได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้นำไปสู่การต่อยอด หรือพัฒนาเพิ่มเติมในเชิงลึก หากแต่เป็นการตั้งอยู่บนตัวบุคคล และความชื่นชอบส่วนบุคคลค่อนข้างมาก

สิ่งที่อาจถือว่าเป็น Soft Power ที่มีแรงกระเพื่อมมากกว่าสำหรับไทย อาจอยู่ในเรื่องบริการต่าง ๆ หรือเรื่อง Wellness เช่นโรงพยาบาลระดับโลก บริการดีเยี่ยม พร้อมค่ารักษาที่ไม่แพงหากเทียบกับในหลาย ๆ ประเทศ ผนวกกับแพทย์แผนไทย ศาสตร์แห่งการนวด ภาพลักษณ์ของ ‘สยามเมืองยิ้ม’ ผู้คนที่ยิ้มแย้ม เป็นกันเอง ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายของการใช้ชีวิตวัยเกษียณของหลาย ๆ คนทั่วโลก

ฉะนั้น Soft Power ของไทยมีพื้นฐานที่ดี แต่ควรต่อยอด ยกระดับจากที่เป็นวัฒนธรรมพื้นถิ่น หรือเฉพาะตัวบุคคล ให้กลายเป็นอัตลักษณ์ของประเทศ ด้วยการสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐอย่างเต็มที่

เข้าใจ Soft Power แล้วบอกเลยว่าเราสามารถใช้อำนาจละมุนของไทย มาสร้างธุรกิจ สร้างกิจการต่อยอดให้ตนเองได้ด้วย แรบบิท แคร์ จึงอยากแนะนำ สินเชื่อส่วนบุคคล สำหรับหลาย ๆ คนที่อยากสร้าง Soft Power ให้เมืองไทยไปเฉิดฉายบนเวทีโลก

  
บัตรไหนคุ้ม เปรียบเทียบเลย แค่ 30 วิ เช็คเลย!
icon angle up or down

สามารถเลือกได้มากกว่า 1 ข้อ

เด็กจบใหม่ รักการท่องเที่ยว รักการช้อปปิ้ง รักความหรูหรา รักสุขภาพ รักการกิน
  

 

บทความแคร์ไลฟ์สไตล์

แคร์ไลฟ์สไตล์

อาหารขยะ (Junk Food) คืออะไร ? ส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไร ?

ในยุคปัจจุบัน อาหารขยะ หรือ Junk Food นั้น กลายเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากด้วยความง่าย รวดเร็ว สะดวกสบายในการหาซื้อรับประทาน
Nok Srihong
12/04/2024

แคร์ไลฟ์สไตล์

จิ้งจกเข้ารถ ทำยังไงดี จะมีผลเสียอะไรตามมาไหม

ปัญหาอย่างจิ้งจกเข้ารถสำหรับบางคนอาจเป็นเรื่องใหญ่มาก สำหรับการขับขี่ ด้วยความกลัวที่ทำให้ไม่สามารถเผชิญหน้าได้
Thirakan T
12/04/2024

แคร์ไลฟ์สไตล์

ศิลปะการแสดงสุดคลาสสิคอย่าง ‘ละครเวที’ คืออะไร ทำไมถึงได้รับความนิยมจนถึงยุคปัจจุบัน

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบศิลปะ วรรณกรรม หรือการแสดงนั้นคงรู้จักเกี่ยวกับละครเวทีกันมาบ้าง
คะน้าใบเขียว
12/04/2024