ตามดู! ความเชื่อ “ตากระตุก” ตามหลักวิทยาศาสตร์และโหราศาสตร์

Tawan
ผู้เขียน: Tawan Published: ตุลาคม 27, 2022
Tawan
Tawan
Tawan นักเขียนมืออาชีพด้านประกันรถยนต์และประกันชีวิตที่จบปริญญาตรี สาขาภาษาศาสตร์ (สาขาย่อย การตลาด) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมใบอนุญาตนายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัยจากสำนักงานคณะกรรมการประกันภัย (OIC) มีประสบการณ์กว่า 7 ปี ในการสื่อสารองค์กร การจัดการสื่อการตลาด การเขียนเนื้อหา และกลยุทธ์ SEO มีความเชี่ยวชาญในการเขียนเนื้อหา Motor Insurance, Fire, Marine และ Miscellaneous Insurance มีประสบการณ์ทำงานกับ Rabbit Care (บริษัทเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันชั้นนำของไทย) , Asia Direct Broker (บริษัทเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์)และ Syn Mun Kong Insurance (บริษัทประกันวินาศภัยชั้นนำไทย SET-listed)
ตากระตุก

อาการคันตา ร่วมกับตาซ้ายหรือตาขวากระตุก หรือกล้ามเนื้อบริเวณเปลือกตาเคลื่อนไหวผิดปกติ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคร้ายแรงทางประสาทที่ซ่อนตัวอยู่ วันนี้ แรบบิท แคร์ รวบรวมเรื่องต้องรู้เกี่ยวกับอาการตากระตุก พร้อมความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับอาการตากระตุกตามความเชื่อโหราศาสตร์ไทยมาฝากกัน

คุณต้องการความคุ้มครองแบบไหน?

✨ แผนที่เหมาะกับคุณ

⚠️ ข้อมูลนี้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น รายละเอียดและเบี้ยจริงอาจแตกต่าง กรุณาตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

ใช้ฟรี • ไม่มีค่าใช้จ่าย

อาการ “ตากระตุก” ตามหลักวิทยาศาสตร์

อาการตากระตุก หรือกล้ามเนื้อหนังตากระตุก หรือลักษณะการเคลื่อนตัวผิดจากปกติของหนังตา อาจเกิดขึ้นได้จากปัญหาการรับส่งกระแสไฟฟ้าประสาทที่ทำงานผิดปกติ จากทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิต และปัญหาสุขภาพส่วนตัว ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่นำไปสู่โรคร้ายแรงทางระบบประสาทได้

ตากระตุก คืออะไร? เกิดขึ้นจากสาเหตุอะไร?

อาการตากระตุก หรือหนังตากระตุก (Eye Twitching) คือ ลักษณะที่เปลือกตาขยับเคลื่อนไหวรวดเร็วผิดปกติ หรือขยับถี่ จนก่อให้เกิดความรำคาญ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทั้งหนังตาบริเวณเปลือกตาด้านบน และหนังตาบริเวณเปลือกตาด้านล่าง ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว อาการตากระตุกจะเป็นลักษณะอาการที่ไม่รุนแรง ไม่เจ็บปวด เกิดขึ้นและหายได้เอง ยกเว้นในบางกรณีที่อาจมีอาการตากระตุกอย่างต่อเนื่อง ไม่สามารถหยุดกระตุกได้ตามปกติ เนื่องจากอาจเป็นอาการร่วมของโรคร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท

อาการหนังตากระตุกเกิดขึ้นได้จากปัจจัยกระตุ้นการเกิดอาการหลายสาเหตุ ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน หรือปัญหาสุขภาพประจำตัว มีตัวอย่างสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการตากระตุก ดังนี้ 

  • พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ความเครียดสะสม
  • ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด
  • ขาดวิตามิน และแร่ธาตุบางชนิด
  • ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากไป
  • ดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีนมากไป
  • โรคภูมิแพ้
  • สภาพแวดล้อมเป็นพิษ
  • สูบบุหรี่
  • ตาแห้ง/ตาล้า
  • ระคายเคืองที่ตาเรื้องรั้ง
  • สัมผัสแสงแดดจ้าต่อเนื่อง

ตากระตุกบ่อยเสี่ยงเป็นโรคอะไรได้บ้าง?

ภาวะหนังตากระตุกต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานเกิน 1 สัปดาห์ ร่วมกับอาการชักกระตุกบริเวณอื่นๆ ของร่างกายร่วมด้วย เช่น บริเวณมุมปาก กล้ามเนื้อใบหน้า อาจเป็นสัญญาณสำคัญสู่อาการผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้นกับสมองและระบบประสาทได้ ตัวอย่างเช่น โรคกล้ามเนื้อใบหน้าบิดเกร็ง ภาวะคอบิดเกร็ง โรคอัมพาตใบหน้า โรคกล้ามเนื้อช่องปากหรือขากรรไกรบิดเกร็ง และโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง

อาการตากระตุกแบบไหนบ้างที่ต้องไปพบแพทย์โดยด่วน?

หากมีอาการตากระตุกไม่หยุดต่อเนื่องมากกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป ดวงตาบวมแดง มีของเหลวไหลออกมา เปลือกตาไม่สามารถปิดได้ บดบังทัศนวิสัยการมองเห็นตามปกติ หรือเปลือกตาเลื่อนปิดทันทีเมื่อเกิดอาการตากระตุก รวมถึงเกิดการกระตุกเพิ่มเติมขยายวงกว้างไปยังบริเวณอื่นๆ บนใบหน้า ลักษณะอาการเหล่านี้เป็นลักษณะอาการตากระตุกที่รุนแรงเพิ่มขึ้น ซึ่งควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและเข้ารับการรักษาในทันที

ตากระตุกรักษาหรือแก้ได้อย่างไร?

ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการป้องกันอาการหนังตากระตุกอย่างชัดเจน เนื่องการการกระตุกของกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆ ของร่างกายนับเป็นลักษณะการตอบสนองการทำงานระหว่างเซลล์ในร่างกายที่เกิดขึ้นได้ตามปกติ รวมถึงอาการตากระตุกสามารถเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ หรือโดยที่ไม่รู้สึกตัว และหายได้เอง ยกเว้นกรณีของผู้ที่มีอาการอื่นแทรกซ้อน

สามารถเริ่มต้นรักษาอาการตากระตุกด้วยตัวเองเบื้องต้นได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งการพักผ่อน การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และการลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และแอลกอฮอล์ รวมถึงฝึกการขยับกล้ามเนื้อบนใบหน้าร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม มีตัวอย่างวิธีการรักษาอาการตากระตุกในปัจจุบัน ดังต่อไปนี้

  • การให้ยารับประทาน (Lorazepam, Trihexyphenidyl หรือ Clonazepam)
  • การใช้น้ำตาเทียม
  • การรักษาเปลือกตาอักเสบ
  • การใช้แว่นดำ
  • การใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ
  • การใช้ยานอนหลับ
  • การฉีด Botulinum Toxin หรือ Botox
  • การผ่าตัด หรือตัดกล้ามเนื้อ
  • การฝังเข็ม
  • การนวด
  • การประคบ

ตากระตุกขาดวิตามินอะไร?

การขาดวิตามินหรือเกลือแร่บางชนิดเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการหนังตากระตุกได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น การขาดวิตามิน B12 แคลเซียม หรือแมกนีเซียม ซึ่งทำหน้าที่ส่งสารสื่อประสาทระหว่างกล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ทำให้เมื่อขาดวิตามินชนิดนี้ จะทำให้สารสื่อประสาทบางตัวในร่างกายทำงานผิดปกติ รวมถึงอาจส่งผลต่อการทำงานตามปกติของกล้ามเนื้อบางชนิดได้ ซึ่งนำไปสู่การเกิดกล้ามเนื้อตากระตุกได้ในท้ายที่สุด

อาการ “ตากระตุก” ตามความเชื่อทางโหราศาสตร์

การแปลความหมายอาการตากระตุกให้ถูกต้องและแม่นยำตามหลักความเชื่อโหราศาสตร์ของไทยนั้น ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประโยคที่ใครหลายๆ คนอาจเคยได้ยิน เช่น “ขวาร้าย ซ้ายดี” แต่เพียงอย่างเดียว เพราะหากต้องการทำนายหรือตีความสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ถูกต้องแม่นยำมากขึ้น จำเป็นต้องดูข้างของตาที่กระตุก ร่วมกับช่วงเวลาที่เกิดอาการกระตุกร่วมด้วยเสมอ

ตาเขม่นตอนเช้า (ช่วงตื่นนอน หรือใกล้รุ่ง)

หากตากระตุกขวา หมายความว่า จะมีญาติมิตรที่มาจากแดนไกล หรือร้างราไม่ได้พบเจอกันมานานมาหา ในขณะที่หากตากระตุกซ้าย หมายความว่า จะมีปากเสียงทะเลาะวิวาท หรือมีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจมาสู่ตนเองและครอบครัว

ตาเขม่นตอนสาย (09.00-12.00 น.)

หากตากระตุกขวา หมายความว่า เพื่อนหรือญาติสนิทจากต่างแดนหรือต่างจังหวัดจะนำทรัพย์มาให้เป็นของกำนัน ในขณะที่หากตากระตุกซ้าย หมายความว่า จะเกิดเรื่องบัดสี ไม่ดีงามภายในครอบครัว

ตาเขม่นตอนบ่าย (12.00-16.00 น.)

หากตากระตุกขวา หมายความว่า แผนการที่คิดหวังเอาไว้หรือกำลังทำอยู่จะประสบผลสำเร็จดั่งใจคิด ในขณะที่หากตากระตุกซ้าย หมายความว่า จะมีเพศตรงข้ามกล่าวถึงหรืออาจแวะเวียนมาหา

ตาเขม่นตอนเย็น (17.00-19.00 น.)

หากตากระตุกขวา หมายความว่า จะมีญาติหรือเพื่อนสนิทห่างไกลมาเยี่ยมเยียน ในขณะที่หากตากระตุกซ้าย หมายความว่าจะได้พบญาติหรือเพื่อนที่จากกันไปนานโดยไม่คาดฝัน

ตาเขม่นตอนกลางคืน (19.00 น. เป็นต้นไป)

หากตากระตุกขวา หมายความว่า จะมีข่าวดีในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น หรือจะได้ลาภจากการกระทำที่ทำไว้ ในขณะที่หากตากระตุกซ้าย หมายความว่า อาจมีเหตุให้ทะเลาะเบาะแว้งภายในครอบครัว

เพิ่มความอุ่นใจเมื่อเกิดอาการเจ็บตา คันตา หรือตากระตุกเรื้อรั้งด้วยประกันสุขภาพจากทุกบริษัทชั้นนำที่ แรบบิท แคร์ รวบรวมไว้ให้เปรียบเทียบประกันสุขภาพออนไลน์ได้ภายใน 30 วินาที เลือกรับได้ครบทุกความคุ้มครอง ตั้งแต่ค่ารักษาพยาบาล ค่าผ่าตัด ค่ายา ค่าพบแพทย์ ค่าห้องพักฟื้น หรือเงินชดเชยเมื่อต้องพักฟื้นเป็นเวลานาน รับความคุ้มครองสุขภาพก่อนมีประวัติเจ็บป่วยที่อาจทำให้ไม่สามารถทำประกันได้ โทรเลย 1438 หรือ rabbitcare.com

สรุป

อาการตากระตุกเป็นสัญญาณของปัญหาทางประสาทหรือสุขภาพที่ซ่อนเร้นได้ โดยสามารถเกิดจากปัจจัยต่างๆ เช่น การขาดวิตามิน, ความเครียด, หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต

การรักษาอาการตากระตุก ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม, การใช้ยา, หรือการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ต่าง ๆ


บทความแนะนำอื่นๆ : โรคและอาการเจ็บป่วยทั่วไป

ปวดหลังตรงไหน เสี่ยงเป็นโรคอันตรายอะไรได้บ้าง? สัญญาณเตือน! นอนไม่หลับ แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก ไมเกรน มีอาการแบบไหน ต่างกับปวดหัวธรรมดาอย่างไร พร้อมวิธีการรักษา โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคร้ายแรงที่ไม่ควรมองข้าม อาหารเป็นพิษ อันตรายที่หลายคนมองข้าม ออฟฟิศซินโดรม เมื่อเป็นแล้วสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่ ?

 

บทความแคร์สุขภาพ

แบบทดสอบ MBTI

แคร์สุขภาพ

MBTI คืออะไร? ช่วยให้ “รู้จักตัวเอง” มากขึ้นอย่างไร?

MBTI (Myers-Briggs Type Indicator) คือแบบทดสอบบุคลิกภาพ โดยอิงจากทฤษฎีทางจิตวิทยาของ Carl Jung เพื่อช่วยให้เข้าใจตัวเองและคนรอบข้างได้ดีขึ้น
คะน้าใบเขียว
27/02/2026
ตรวจสุขภาพ ตรวจอะไร ราคาเท่าไหร่?

แคร์สุขภาพ

รู้ให้ลึก! ก่อนตรวจสุขภาพ ตรวจอะไร ราคาเท่าไหร่?

ในปัจจุบันเทรนด์การดูแลสุขภาพกำลังมาแรง ทำให้หลายคนหันมาดูแลสุขภาพตัวเองและคนรอบข้างมากขึ้น ทั้งการออกกำลังกาย การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์
Tawan
24/02/2026
ปัญหาที่ควรป้องกันก่อนลูกเกิดด้วย

แคร์สุขภาพ

6 ปัญหาที่ควรป้องกันก่อนลูกเกิดด้วย ‘การฝากครรภ์’

การตั้งครรภ์ได้เปิดโอกาสให้คุณแม่สร้างสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นไปพร้อมกับการเติบโตของลูก หลายคนรู้สึกเหมือนฝันไป
Thirakan T
24/07/2025