แพ้ผ้าอนามัย ร้ายแรงหรือไม่ !? มีอาการอย่างไร ? พร้อมวิธีสังเกตตัวเอง

Nok Srihong
ผู้เขียน: Nok Srihong Published: มีนาคม 5, 2024
Nok Srihong
Nok Srihong
จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาการจัดการการเงิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีประสบการณ์กว่า 6 ปี ในวงการฟินเทชและการเงินส่วนบุคคล โดยเฉพาะบัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ และรีไฟแนนซ์ ผ่านการเขียนคอนเทนต์ให้ Rabbit Care และ Asia Direct (6+ ปี) เน้นรีวิวผลิตภัณฑ์ สิทธิประโยชน์บัตรเครดิต และกลยุทธ์บริหารหนี้ ก่อนหน้านี้ ทำงานในอุตสาหกรรม OTA ชั้นนำอย่าง Laterooms.com และ Expedia.com (12 ปี) ซึ่งเสริมทักษะการวางแผนทางการเงินต่อทริป และยังเชี่ยวชาญการเลือกประกันการเดินทางที่คุ้มค่าและคุ้มครองชีวิตตลอดทริปสำหรับนักเดินทาง
คะน้าใบเขียว
แก้ไขโดย: คะน้าใบเขียว Last edited: มิถุนายน 12, 2024
คะน้าใบเขียว
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ | Finance, Insurance & Health Content Expert จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience) ทำให้บทความของผมน่าเชื่อถือ มีคุณค่าสำหรับผู้อ่าน และติด Google Search Results
แพ้ผ้าอนามัย

แพ้ผ้าอนามัย อาการที่สาว ๆ ควรมีความรู้ติดตัวเอาไว้ เพราะเป็นเรื่องที่ใกล้ตัว สำคัญต่อสุขอนามัย และอาจเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ วันนี้ แรบบิท แคร์ รวบรวมข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการแพ้ผ้าอนามัยมาให้ ตั้งแต่การแพ้ผ้าอนามัย คืออะไร ? มีอาการอย่างไร มีวิธีสังเกตหรือสัญญาณเตือนว่ามีอาการแพ้อย่างไร ? การแพ้ผ้าอนามัยนั้นอันตรายหรือไม่ เมื่อแพ้แล้วจะต้องมีวิธีการในการดูแลรักษาอย่างไร จำเป็นต้องไปพบแพทย์หรือไม่ และจะมีทางออกอย่างไรหากแพ้ผ้าอนามัยอย่างรุนแรง ?

ประกันสุขภาพที่คุณเลือกเองได้ พร้อมชำระได้หลากหลายช่องทาง
icon angle up or down

เลือกแผนประกันสุขภาพที่คุณสนใจ

    ชื่อนามสกุล

    หมายเลขโทรศัพท์

    แพ้ผ้าอนามัย คืออะไร ?

    แพ้ผ้าอนามัย อาการที่ผิวหนังบริเวณที่สัมผัสกับผ้าอนามัยนั้นเกิดการอักเสบจากการใช้ผ้าอนามัยในช่วงเวลาที่มีประจำเดือนของสาว ๆ หลายคนที่แพ้ผ้าอนามัยนั้นจะมีอาการคัน แสบ บวม หรือมีผื่นแดงขึ้นยังบริเวณหัวหน่าว ปากช่องคลอด หรือกระทั่งบริเวณระหว่างอวัยวะเพศและทวารหนักส่งผลให้อาจเกิดแผลขึ้นได้ โดยปกติแล้วอาการแพ้ผ้าอนามัย คัน แสบ เป็นผื่น จะหายเองได้ภายใน 1-5 วันนับจากวันที่เริ่มมีอาการ

    สำหรับบางรายที่มีอาการแพ้รุนแรงนั้นจะส่งผลให้ตกขาวมีสีที่เปลี่ยนไป เสี่ยงต่อการติดเชื้อในช่องคลอดซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพอวัยวะเพศทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จึงควรรีบปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรโดยเร็ว

    นอกจากนี้แม้สาว ๆ จะไม่เคยแพ้ผ้าอนามัยมาก่อนก็สามารถเกิดการแพ้ผ้าอนามัยขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัวได้เช่นกันเนื่องจากการสะสมของสารเคมีที่เพิ่มมากขึ้น ภูมิคุ้มกันตก หรือสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปเมื่อมีอายุมากขึ้น

    สัญญาณเตือนอาการแพ้ผ้าอนามัย

    แน่นอนว่าเมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสุขอนามัยและสุขภาพภายในของสาว ๆ ที่นับเป็นเรื่องเซนซิทิฟและอาจลุกลามจนส่งผลร้ายต่อร่างกายได้ก็จำเป็นที่จะต้องสังเกตและให้ความใส่ใจอย่างสม่ำเสมอ มาดูสัญญาณเตือนการแพ้ผ้าอนามัย หากมีสัญญาณเหล่านี้เมื่อไหร่ ต้องลองสังเกตตัวเองอย่างตั้งใจ อย่านิ่งนอนใจและปล่อยไว้ให้อาการลุกลาม

    สำหรับการแพ้ผ้าอนามัยนั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับด้วยกัน คือ อาการขั้นต้น อาการก่อนเข้าขั้นรุนแรง และอาการรุนแรง ซึ่งแต่ละระดับก็จะมีสัญญาณเตือนหรืออาการ ดังนี้

    • อาการขั้นต้น จะมีความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะ อับชื้น ไม่สบายตัว และเริ่มมีความระคายเคือง
    • อาการก่อนเข้าขั้นรุนแรง จะเริ่มมีรอยแดง ผดผื่นขึ้น รู้สึกคัน หรือเป็นสิว
    • อาการรุนแรง จะมีความรู้สึกแสบ บวม มีแผลถลอก ตกขาวมีสีเปลี่ยนไป และอาจติดเชื้อภายในช่องคลอดได้

    จะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าหากปล่อยให้อาการ แพ้ผ้าอนามัยลุกลามไปสู้อาการขั้นรุนแรงจะส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพและสุขอนามัยของร่างกายสาว ๆ ดังนั้นทุกครั้งที่เป็นประจำเดือนและจำเป็นต้องใส่ผ้าอนามัยก็ควรสังเกตอาการกันไว้ เมื่อเริ่มมีอาการขั้นต้นหรืออาการก่อนเข้าขั้นรุนแรงก็ต้องรีบดูแลป้องกันไม่ให้ลุกลามต่อไป เพื่อไม่ให้ปัญหาบานปลายจนกลายเป็นปัญหาระยะยาว

    แพ้ผ้าอนามัย คัน

    สาเหตุของการแพ้ผ้าอนามัย

    แพทย์ได้ให้ข้อมูลสาเหตุการแพ้ผ้าอนามัยไว้ว่า การแพ้ผ้าอนามัยนั้นปกติแล้วจะเกิดในลักษณะของของผื่นระคายสัมผัส (Contact Dermatitis) ที่จะเกิดขึ้นเมื่อผิวหนังของคนเราสัมผัสกับสารก่อเกิดภูมิแพ้ (Allergen) และสารก่อการระคายเคือง (Irritant) หรือในที่นี้ก็คือสารเคมีหรือส่วนประกอบต่าง ๆ ของผ้าอนามัย เช่น แผ่นซึมซับ แผ่นกับซึม น้ำหอม สารให้ความเย็นในผ้าอนามัยบางชนิด แถบกาวที่ใช้ในการแปะติด ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นล้วนก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวได้ จนอาจส่งผลให้เกิดอาการไม่สบายตัว ผดผื่นขึ้น มีอาการคัน บวมแดง แสบร้อน จนอาจลุกลามไปทำให้เกิดแผลและติดเชื้อได้ในลำดับถัดไป

    นอกจากสาเหตุดังกล่าวแล้ว การใช้กางเกงชั้นในหรือกางเกงที่รัดแน่น การสวมผ้าอนามัยติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน การไม่เปลี่ยนผ้าอนามัยแผ่นใหม่เป็นระยะเวลานาน ๆ ล้วนเป็นสาเหตุให้เกิดการแพ้ผ้าอนามัยได้ทั้งหมด เนื่องจากเมื่อใส่กางเกงที่รัดแน่นอาจทำให้ผิวหนังเสียดสีกับผ้าอนามัยจนเกิดการอักเสบของผิวหนัง และการใส่ผ้าอนามัยติดต่อกันเป็นเวลานานหรือไม่เปลี่ยนผ้าอนามัยแผ่นใหม่เมื่อถึงเวลาก็อาจทำให้เกิดความอับชื้น เกิดความระคายเคืองต่อผิวหนังและมีอาการคันเกิดขึ้นได้นั่นเอง

    แพ้ผ้าอนามัย อันตรายหรือไม่ ? 

    สำหรับผู้ที่กำลังสงสัยว่าการแพ้ผ้าอนามัยนั้นมีความร้ายแรงหรือมีอันตรายต่อร่างกายของเราหรือไม่นั้น อย่างที่ได้กล่าวไปในหัวข้อก่อนหน้าว่าการแพ้ผ้าอนามัยนั้นถูกแบ่งเป็น 3 ระดับ หรือ 3 ระยะด้วยกัน ซึ่งหากเป็นการแพ้ผ้าอนามัยในขั้นต้นและได้รับการดูแลอย่างถูกวิธีก็จะสามารถหายเองได้ในระยะเวลาประมาณ 1-5 วัน ไม่ได้นับเป็นอันตรายร้ายแรง แต่หากเป็นในระยะก่อนอาการเข้าขั้นรุนแรง หรืออาการเข้าขั้นรุนแรงก็ถือว่ามีความเสี่ยงต่อร่างกาย ซึ่งหากลุกลามจนเป็นแผลหรือมีการติดเชื้อภายในช่องคลอดก็นับเป็นอาการร้ายแรงที่มีความเสี่ยงต่อร่างกายที่ไม่ควรละเลยหรือมองข้ามผ่านไป ควรพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและการรักษาอย่างถูกวิธี

    สุขอนามัยของหญิงสาวนั้นถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและสามารถเกิดการติดเชื้อได้ง่าย อย่างที่บอกไปว่าแม้ปัจจุบันสาว ๆ อาจยังไม่เคยมีประวัติในการแพ้ผ้าอนามัย แต่ด้วยปัจจัยที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตและสุขภาพร่างกายที่อาจเปลี่ยนไป ก็ทำให้มีโอกาสในการแพ้ผ้าอนามัยเกิดขึ้นได้ ดังนั้น แรบบิท แคร์ จึงขอแนะนำให้ทำประกันสุขภาพเอาไว้ เมื่อมีอาการไม่คาดฝันเกิดขึ้นจะได้รีบไปพบแพทย์แบบไม่ต้องกังวลใจ ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายจนทำให้อาการลุกลามรุนแรง

    อาการ แพ้ ผ้าอนามัย

    เมื่อมีอาการแพ้ผ้าอนามัยควรทำอย่างไร ?

    อ่านมาถึงตรงนี้สาว ๆ หลาย ๆ คนอาจเริ่มสงสัย ว่าแล้วหากตนเองเกิดมีอาการแพ้ผ้าอนามัยขึ้นมาควรที่จะต้องจัดการหรือดูแลตัวเองในเบื้องต้นอย่างไร แรบบิท แคร์ นำคำตอบมาให้ ลองอ่านและนำไปปรับใช้กันดู

    • แพ้ผ้าอนามัยลองเปลี่ยนยี่ห้อผ้าอนามัย เพื่อหาผ้าอนามัยยี่ห้อที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้กับตนเอง โดยอาจเลือกจากผ้าอนามัยที่ปราศจากน้ำหอม เหมาะกับผิวแพ้ง่าย หรืออาจลองเลือกใช้ผ้าอนามัยออร์แกนิก
    • แพ้ผ้าอนามัยลองสำรวจความถี่ในการเปลี่ยนผ้าอนามัยของตนเอง ว่าเปลี่ยนทุก 4 ชั่วโมงหรือไม่ เพราะในการใส่ผ้าอนามัยไม่ว่าประจำเดือนจะมาน้อยหรือมากก็ควรเปลี่ยนในทุก ๆ 4 ชั่วโมง
    • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสวมใส่กางเกงและกางเกงชั้นในไม่ให้รัดแน่นเกินไป เพื่อป้องกันการเสียดสีและเกิดการอับชื้นบริเวณจุดซ่อนเร้น
    • แพ้ผ้าอนามัยลองทำความสะอาดบริเวณจุดซ่อนเร้นทุกวันด้วยน้ำอุ่นและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นที่ปราศจากน้ำหอมและสารก่อการระคายเคือง และควรซับให้แห้งทุกครั้งหลังการทำความสะอาด
    • แพ้ผ้าอนามัยลองห้ามเกาบริเวณที่มีอาการคันหรือมีผื่น เพราะอาจทำให้อาการลุกลามและร้ายแรงขึ้นได้
    • แพ้ผ้าอนามัยลองอาจลองนั่งแช่ในน้ำอุ่น (ต้องระวังไม่ให้อุณหภูมิของน้ำสูงเกินไป) เป็นระยะเวลาประมาณ 5-10 นาที เพื่อช่วยบรรเทาอาการระคายเคือง
    • แพ้ผ้าอนามัยอาจลองปรึกษาเภสัชเผื่อรับยาบรรเทาอาการคันต่าง ๆ และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเภสัชกรอย่างเคร่งครัด

    หากลองปฏิบัติดังนี้แล้วอาการยังไม่ดีขึ้นในช่วง 5 วัน – 1 สัปดาห์ หรือพบสัญญาณผิดปกติที่ร้ายแรงขึ้นของร่างกาย เช่น ช่วงคลอดมีกลิ่นผิดปกติ ตกขาวมีสีผิดปกติ ปวดแสบเวลาปัสสาวะ ผิวหนังบริเวณจุดซ่อนเร้น แสบ บวม แดง มีไข้ ควรรีบเดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาโดยเร็ว

    แพ้ผ้าอนามัย

    หากแพ้ผ้าอนามัยรุนแรง สามารถแก้ไขได้อย่างไรบ้าง ?

    อย่างที่ได้กล่าวไปว่าหากมีการแพ้อนามัยในระยะเริ่มต้นนั้นเราอาจทำการดูแลตัวเอง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อบรรเทาอาการ รักษา และป้องกันและลดโอกาสในการแพ้ผ้าอนามัยไม่ให้เกิดซ้ำอีกได้ แต่สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้ผ้าอนามัยอย่างรุนแรงนั้นทำเพียงวิธีเบื้องต้นที่ได้บอกไปอาจจะไม่สามารถช่วยได้ หลังจากรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้องตรงจุดจนดีขึ้นแล้ว อาจจะต้องลองเปลี่ยนไปใช้ถ้วยอนามัยแทนการใช้ผ้าอนามัยแบบแผ่นเพื่อป้องกันการแพ้ผ้าอนามัย ทั้งนี้ก็ต้องศึกษาและทำการวิธีการใช้ เพราะการใช้ถ้วยอนามัยก็มีความเสี่ยงในการติดเชื้อเช่นกันนั่นเอง

    สรุป

    ข้อมูลเหล่านี้คือข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวกับการแพ้อนามัยที่สาว ๆ ทุกคนที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์และต้องใช้ผ้าอนามัยกันอยู่ทุกเดือนควรทราบเป็นความรู้ติดตัวกันเอาไว้ หากมีอาการไม่พึงประสงค์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นจะได้ไม่ตกอกตกใจ ตั้งสติในการดูแลตัวเองได้ แรบบิท แคร์ หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์และขอให้สุขอนามัยของทุกคนแข็งแรง

    สรุป

    การแพ้ผ้าอนามัยนั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ด้วยกัน ซึ่งจะมีสัญญาณเตือนหรืออาการแตกต่างกัน ดังนี้

    • อาการขั้นต้น จะมีความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะ อับชื้น ไม่สบายตัว และเริ่มมีความระคายเคือง
    • อาการก่อนเข้าขั้นรุนแรง จะเริ่มมีรอยแดง ผดผื่นขึ้น รู้สึกคัน หรือเป็นสิว
    • อาการรุนแรง จะมีความรู้สึกแสบ บวม มีแผลถลอก ตกขาวมีสีเปลี่ยนไป และอาจติดเชื้อภายในช่องคลอดได้

    สุขอนามัยของหญิงสาวนั้นถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและสามารถเกิดการติดเชื้อได้ง่าย หากมีอาการรุนแรง เสี่ยงต่อร่างกาย และไม่ควรละเลยหรือมองข้ามผ่านไป ควรพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและการรักษาอย่างถูกวิธี

    ที่มา


    บทความแนะนำอื่นๆ : สุขภาพและโรค

    รู้ก่อนขายไต อันตรายไหม ขายได้จริงไหม?! ค่ารักษาหลักล้าน! รวมอาหารแปรรูปที่ทานบ่อย เสี่ยงเป็นมะเร็ง!! เตือน!วัยรุ่นนอนน้อย ดูบอลโลกเพลิน เชียร์บอลจนนอนดึก เสี่ยงร่างพัง! นั่งนาน ปวดหลังร้าวลงขา เสี่ยง!หมอนรองกระดูกปลิ้นทับเส้นประสาท ภัยร้ายหน้าฝน "โรคฉี่หนู" อันตรายกว่าที่คิด เสี่ยงเสียชีวิตสูง 40% เคล็ด(ไม่)ลับ บอกวิธีการรับมือกับโรคไส้เลื่อน รู้ตัวก่อน รักษาง่าย ทำไมถึงรู้สึกเบื่ออาหาร เป็นสัญญาณบอกโรคใดบ้าง ปอดติดเชื้อ อาการเป็นยังไง สังเกตยังไงได้บ้างนะ? สารอันตรายที่อยู่ในไข่เยี่ยวม้า มีอะไรบ้าง?

    บทความแคร์สุขภาพ

    6 ปัญหาที่ควรป้องกันก่อนลูกเกิดด้วย ‘การฝากครรภ์’

    แคร์สุขภาพ

    6 ปัญหาที่ควรป้องกันก่อนลูกเกิดด้วย ‘การฝากครรภ์’

    การตั้งครรภ์ได้เปิดโอกาสให้คุณแม่สร้างสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นไปพร้อมกับการเติบโตของลูก หลายคนรู้สึกเหมือนฝันไป
    Thirakan T
    24/07/2025
    โรคระบาดและอันตรายในช่วงหน้าฝน

    แคร์สุขภาพ

    เรื่องอันตรายที่มักเกิดในหน้าฝน และคุณต้องระวัง!!

    หน้าฝน ฤดูกาลที่มีทั้งคนชอบ และไม่ชอบ แน่นอนว่าสำหรับคนที่ชอบหน้าฝนอาจจะด้วยเหตุผลเพราะหน้าฝนช่วยทำให้รู้สึกชุ่มชื่น ชุ่มฉ่ำ
    กองบรรณาธิการ
    26/03/2025