พาณิชย์เสนอ เพิ่มยา-ค่าบริการ ขึ้น เป็นบัญชีสินค้าและบริการควบคุม 62

กองบรรณาธิการ
ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ Published: มกราคม 22, 2019
กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย ของ แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี
คะน้าใบเขียว
แก้ไขโดย: คะน้าใบเขียว Last edited: มกราคม 22, 2019
คะน้าใบเขียว
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ | Finance, Insurance & Health Content Expert จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience) ทำให้บทความของผมน่าเชื่อถือ มีคุณค่าสำหรับผู้อ่าน และติด Google Search Results
บัญชีสินค้าและบริการควบคุม 62
  • ในการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 22 มกราคม 62 กระทรวงพาณิชย์นำเสนอมติผลการประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ครั้งที่ 1 ปี 2562 โดยเสนอให้มีการทบทวน รายการสินค้าและบริการควบคุม ประจำปี ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ ซึ่งจะมีสินค้าที่อยู่ในบัญชีสินค้าและบริการควบคุม จำนวน 52 รายการ แบ่งเป็นสินค้า 46 รายการ และบริการ 6 รายการ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาสินค้าในปัจจุบัน
  • นอกจากนี้ยังมีในส่วนของแนวทางการเผยแพร่ราคายาที่จำเป็นและค่ารักษาพยาบาลผ่านทางเว็บไซต์กลาง และเว็บไซต์ของโรงพยาบาลเอกชนแต่ละแห่ง เพื่อให้ประชาชนได้เปรียบเทียบราคา โดยคาดว่าในวันที่ 13 เม.ย. 62 โรงพยาบาลเอกชนกว่า 100 แห่ง จะเริ่มใช้แนวทางนี้ทั่วประเทศพร้อมกัน

ครม.หารือบัญชีสินค้าและบริการควบคุม

กระทรวงพาณิชย์ ชง ครม. พิจารณาบัญชีสินค้าและบริการควบคุม ปี 62

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 22 มกราคม 2562 กระทรวงพาณิชย์นำเสนอมติผลการประชุมกรรมการกลางว่าด้วยเรื่องราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ครั้งที่ 1 ปี 2562 จะยื่นเรื่องให้ทบทวนบัญชีสินค้าและบริการควบคุมที่จะใช้บังคับในปี 2562

โดยมีสินค้าและบริการควบคุมรวมทั้งสิน 52 รายการ ลดลงจากปี 2561 ที่มีจำนวน 54 รายการ ซึ่งในส่วนของบริการได้เพิ่มบริการทางการแพทย์เข้าไป และในส่วนของสินค้าได้เพิ่มยาและเวชภัณฑ์ และส่วนที่ถอดออกจากบัญชีสินค้าควบคุมจำนวน 4 รายการ ได้แก่ น้ำตาลทราย เยื่อกระดาษ เม็ดพลาสติก และแบตเตอรี่รถยนต์ ทำให้มีสินค้าควบคุมเหลือ 46 จากเดิม 49 รายการ

ทั้งนี้สาเหตุที่ถอดน้ำตาลทรายออก เพราะปัจจุบันมีการปรับโครงสร้างราคาน้ำตาลทรายให้ลอยตัวตามกลไกตลาด และขณะนี้ราคาปรับตัวลดลง ส่วนเยื่อกระดาษ เม็ดพลาสติก และแบตเตอรี่รถยนต์ ปรับเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะมีผู้ผลิตหลายราย มีการแข่งขัน และไม่มีปัญหาด้านราคา

ส่วนการเพิ่มยาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ เข้ามาเป็นสินค้าและบริการควบคุม เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเข้ามาเป็นจำนวนมากว่า โรงพยาบาลเอกชนมีการคิดค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ และค่ารักษาพยาบาลแพงเกินสมควร ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ จึงต้องนำเข้ามาเป็นสินค้าและบริการควบคุม เพื่อให้สามารถมีมาตรการเจ้ามากำกับดูแลตามความเหมาะสม

ประชุมหารือ บัญชีสินค้าและบริการควบคุม

กกร. เล็งตั้งอนุกรรมการ หากครม. ไฟเขียว

ทางด้านนายประโยชน์ เพ็ญสุด รองอธิการบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า หากที่ประชุมรัฐมนตรี ในวันที่ 22 ม.ค. 62 มีมติเห็นชอบรายการสินค้าและบริการในบัญชีควบคุมตามที่คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) จะมีการเสนอให้ตั้งคณะอนุกรรมการที่พิจารณามาตรการดูแลยาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ขึ้นมา 1 ชุด เพื่อหารือรายละเอียดจากข้อมูลทุกๆ ฝ่ายในการพิจารณาแนวทาง และมาตรการในการดูแลที่จะสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย

นอกจากเรื่องของการดูแลค่ายาและค่าบริการทางการแพทย์แล้ว ในส่วนของแนวทางการเผยแพร่ราคายาที่จำเป็นและค่ารักษาพยาบาลผ่านทางเว็บไซต์กลาง และเว็บไซต์ของโรงพยาบาลเอกชนแต่ละแห่ง เพื่อให้ประชาชนได้เปรียบเทียบราคาและตัดสินใจ เข้ารับการรักษาก็มีความคืบหน้าเช่นกัน

หลังจากก่อนหน้านี้กรมการค้าภายใน ได้ขอความร่วมมือให้กระทรวงสาธารณสุขหารือกับโรงพยาบาลเอกชน และมั่นใจว่าเรื่องดังกล่าวจะเป็นของขวัญวันปีใหม่ไทยอย่างแน่นอน หรือคาดว่าในวันที่ 13 เมษายน 2562 โรงพยาบาลเอกชนกว่า 100 แห่ง จะต้องเผยแพร่ข้อมูล ค่ารักษาผ่านเว็บไซต์กลาง และเว็บไซต์ของโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศพร้อมกัน

ทั้งนี้สำหรับรายการสินค้าและบริการควบคุมที่คาดว่าจะมีปัญหา คือ ยาและเวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์ เพราะขณะนี้โรงพยาบาลเอกชนได้แสดงความไม่เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่า โรงพยาบาลเอกชนต่างจากโรงพยาบาลของรัฐที่มีงบประมาณสนับสนุน อีกทั้งยังต้องลงทุนในด้านเทคโนโลยี ทำให้มีต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น และแต่ละโรงพยาบาลก็จะมีต้นทุนในด้านนี้แตกต่างกันไป แต่ทางด้านผู้บริโภคก็ต้องการให้กระทรวงพาณิชย์เข้ามาดูแล เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการคิดราคาที่สูงเกินจริง

อย่างไรก็ตามคงต้องรอผลสรุปการประชุมครม. ว่าจะเป็นอย่างไร อาจจะมีการเห็นชอบให้เป็นสินค้าและบริการควบคุม หรืออีกทางคือ ไม่เห็นชอบเฉพาะยา เวชภัณฑ์ และค่าบริการ ออกจากสินค้าและบริการควบคุมตามมติกกร. เพื่อให้รายการสินค้าและบริการที่ยังเหลืออยู่ในบัญชีมีมาตรการดูแลต่อไป  

ขอบคุณข้อมูล : https://www.posttoday.com/economy/577767

https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1327044


บทความแนะนำอื่นๆ : เศรษฐกิจและกฎหมาย

ทำความเข้าใจการเล่นแชร์ แบบไหนถือว่าผิดกฎหมาย เข้าใจความเป็นมาของยุคอัตราเงินเฟ้อดุดันไม่เกรงใจใคร และรู้วิธีรับมือ! เจาะลึกเรื่องภาษีมรดก จ่ายอย่างไร? คำนวณอย่างไร? สรรพากรคาดเก็บ ภาษี 2563 ได้มากถึง 2.1 ล้านล้านบาท เจาะลึกทุกเรื่องโฉนดที่ดิน เช็คโฉนดที่ดินอย่างไร อยากรู้ คลิก! รู้จักกับ ผู้จัดการมรดก บุคคลสำคัญที่ขาดไม่ได้! เข้าใจ MOU การร่างข้อตกลง ความหมายในแต่ละบริบท

บทความแคร์การเงิน

รีไฟแนนซ์บ้านต้องเตรียมอะไรบ้าง? รวมขั้นตอน เอกสารที่ใช้ ค่าใช้จ่าย และการขอเพิ่มวงเงิน

แคร์การเงิน

เปรียบเทียบรีไฟแนนซ์บ้าน ต้องเตรียมอะไรบ้าง? 

การรีไฟแนนซ์บ้านจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยและค่าผ่อนต่อเดือน ซึ่งช่วยให้มีเงินเหลือใช้มากขึ้น และสามารถผ่อนหนี้ให้หมดเร็วขึ้นได้ นอกจากนี้
Tawan
15/01/2026
สินเชื่อทะเบียนรถยนต์

แคร์การเงิน

เปรียบเทียบสินเชื่อทะเบียนรถ ธนาคารไหนดี? 

สินเชื่อทะเบียนรถ คือ การขอสินเชื่อโดยใช้เล่มทะเบียนรถยนต์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยผู้กู้ยังสามารถใช้รถได้ตามปกติ
Nok Srihong
13/01/2026
เลือกวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนอย่างไร?

แคร์การเงิน

สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคลออนไลน์ (Revolving Credit)เลือกแบบไหนดี?

สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคลออนไลน์ เหมาะกับคนที่ต้องการ “วงเงินสำรอง” ไว้ใช้ยามจำเป็น ใช้เท่าที่จำเป็น และไม่อยากกู้ใหม่ทุกครั้ง
Nok Srihong
10/01/2026