โดนใบสั่งออนไลน์ต้องจ่ายที่ไหน? ใบสั่งจราจรหายจะเช็คย้อนหลังได้อย่างไร?

Tawan
ผู้เขียน: Tawan Published: เมษายน 19, 2022
Tawan
Tawan
Tawan นักเขียนมืออาชีพด้านประกันรถยนต์และประกันชีวิตที่จบปริญญาตรี สาขาภาษาศาสตร์ (สาขาย่อย การตลาด) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมใบอนุญาตนายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัยจากสำนักงานคณะกรรมการประกันภัย (OIC) มีประสบการณ์กว่า 7 ปี ในการสื่อสารองค์กร การจัดการสื่อการตลาด การเขียนเนื้อหา และกลยุทธ์ SEO มีความเชี่ยวชาญในการเขียนเนื้อหา Motor Insurance, Fire, Marine และ Miscellaneous Insurance มีประสบการณ์ทำงานกับ Rabbit Care (บริษัทเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันชั้นนำของไทย) , Asia Direct Broker (บริษัทเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์)และ Syn Mun Kong Insurance (บริษัทประกันวินาศภัยชั้นนำไทย SET-listed)
ใบสั่งออนไลน์จ่ายที่ไหน

ใบสั่งออนไลน์ หรือใบสั่งอิเล็กทรอนิกส์ คือใบสั่งจราจรที่กล้องวงจรปิด (CCTV) จับภาพการกระทำความผิดในระหว่างขับขี่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการจอดรถในที่ห้ามจอด ปาดคอสะพาน ผ่าไฟแดง ทับเส้นทึบ หรือขับรถเร็ว และจัดส่งใบสั่งออนไลน์มาให้ที่บ้านผ่านทางไปรษณีย์


แต่ปัญหาสำคัญที่หลายคนเจอเมื่อโดนใบสั่งออนไลน์ คือ ทำใบสั่งปรับหาย ลืมใบสั่ง หรือแม้กระทั่งไม่รู้ว่าโดนใบสั่งจราจรออนไลน์ด้วยซ้ำ ทำให้อาจมีใบสั่งปรับค้างจ่ายโดยไม่รู้ตัว และส่งผลให้ต่อภาษีรถยนต์ประจำปีไม่ได้ หากไม่ได้จ่ายค่าปรับจราจรตามใบสั่ง แรบบิท แคร์ รวบรวมวิธีตรวจเช็กใบสั่งปรับจราจรออนไลน์ย้อนหลัง พร้อมช่องทางจ่ายค่าปรับออนไลนง่ายๆ มาฝากกัน

1. ตรวจสอบใบสั่งออนไลน์ค้างจ่ายได้ที่ไหน?

สำหรับใครที่ต้องการตรวจเช็คใบสั่งออนไลน์ย้อนหลังที่ยังไม่ได้จ่าย ได้รับใบสั่งแต่ทำใบสั่งหายไปแล้ว หรือต้องการตรวจสอบว่าตัวเองโดนใบสั่งโดยไม่รู้ตัวหรือไม่ สามารถทำได้ตัวเองง่ายๆ ด้วยตัวเองผ่านทั้งเว็บไซต์ตรวจสอบใบสั่งจราจรออนไลน์ ตู้บริการตรวจสอบข้อมูลของภาครัฐ หรือติดต่อสอบถามกับหน่วยงานที่ดูแลและจัดการเรื่องใบสั่งจราจรโดยตรง มีช่องทางในการเช็กใบสั่งจราจรค้างจ่ายได้ดังนี้

1.1 เว็บไซต์ตรวจใบสั่งจราจรออนไลน์สำหรับประชาชน

สามารถตรวจสอบใบสั่งความเร็วออนไลน์ได้ด้วยตัวเองที่หน้าเว็บไซต์ “ใบสั่งจราจรออนไลน์สำหรับประชาชน” (ptm.police.go.th) โดยต้องลงทะเบียนด้วยข้อมูลบัตรประชาชน ข้อมูลรถที่ครอบครอง และข้อมูลใบอนุญาตขับขี่ให้เรียบร้อยก่อนเข้าใช้งานระบบตรวจสอบ

หลังจากนั้นระบบจะเเสดงข้อมูลใบสั่งที่ได้รับ ไม่ว่าจะเป็นเลขที่ใบแจ้ง ทะเบียนรถ วันที่กระทำผิด หน่วยงานที่ออกใบสั่ง และค่าปรับ พร้อมกับสามารถเลือกจ่ายใบสั่งจราจรออนไลน์ผ่านบัตรเครดิตได้ทันทีพร้อมกันสูงสุด 10 ใบสั่ง

นอกจากนั้นแล้ว ยังสามารถเลือกดาวน์โหลดแบบฟอร์มโต้แย้งข้อกล่าวหาตามใบสั่งปรับที่ได้รับได้ ไม่ว่าจะโต้แย้งใบสั่งด้วยเหตุผลรถหาย หรือรถถูกขายไปก่อนเกิดเหตุแล้ว หรือแม้กระทั่งไม่ได้เป็นผู้ขับขี่ในวันและเวลาเกิดเหตุดังกล่าวได้อีกด้วย

1.2 ตู้บริการอเนกประสงค์ภาครัฐ (Government Smart Kiosk)

สามารถตรวจสอบใบสั่งจราจรออนไลน์ย้อนหลังได้ผ่านตู้บริการอเนกประสงค์ภาครัฐ (Government Smart Kiosk) โดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) ที่มีตั้งให้บริการอยูทั่วประเทศมากถึง 77 จุดบริการ

เพียงสอดบัตรประชาชนที่ช่องสอดบัตรของตู้ เลือกเมนู “บริการอื่นๆ” จากนั้นเลือกเมนู “ตรวจสอบ” และ “ตรวจสอบใบสั่ง” หน้าจอจะแสดงผลรายละเอียดใบสั่ง และสามารถสั่งพิมพ์ใบสั่งออนไลนื และนำสลิปข้อมูลรายการใบสั่งค่าปรับที่ได้รับจากตู้บริการฯ ไปชำระค่าปรับตามช่องทางที่สะดวกได้ทันที

1.3 กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจจราจร

สำหรับใครที่ไม่สะดวกเช็กใบสั่งค่าปรับจราจรด้วยตัวเองผ่านเว็บไซต์ตรวจสอบ E-Ticket หรือต้องการขอคัดสำเนาใบสั่งเพื่อนำไปชำระ อาจเลือกวิธีติดต่อกองกำกับการ 4 กองยังคับการตำรวจจราจร (Traffic Police) ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบศูนย์ควบคุมการจราจรและงานเทคนิคการจราจรโดยตรง

โดยสามารถติดต่อเพื่อขอคัดสำเนาใบสั่งออนไลน์ที่ทำหายได้ที่ กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจจราจร เลขที่ 123 หมู่ที่ 2 ถนนวิภาวดี แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 02-5153166-67  หรือโทร. 1197 ในวันและเวลาราชการ

เช็คใบสั่งย้อนหลังได้อย่างไร

2. ค่าปรับใบสั่งออนไลน์ จ่ายที่ไหนได้บ้าง?

ใบสั่งค่าปรับจราจรที่สามารถจ่ายผ่านช่องทางออนไลน์ หรือช่องทางจ่ายค่าปรับจราจรอื่นๆ ที่ไม่ใช่การไปจ่ายที่สถานีตำรวจด้วยตัวเอง เช่น การจ่ายค่าปรับจราจรที่เซเว่น หรือตู้ ATM ได้นั้น จะต้องเป็นใบสั่งอิเล็กทรอนิกส์ หรือการโดนใบสั่งค่าปรับจราจรจากการกระทำผิดกฎจราจรที่บันทึกโดยระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ที่จัดส่งไปที่บ้านเท่านั้น

ไม่ว่าจะเป็นใบสั่งจากกล้องจราจร ใบสั่งแบบเล่มที่ไม่ถูกยึดใบขับขี่ หรือใบเตือนทุกชนิดที่มีบาร์โค้ดและเครื่องหมาย PTM (Police Ticket Management) รวมถึงใบสั่งที่มีข้อความระบุว่า “สามารถชำระได้ที่ช่องทางของธนาคารกรุงไทย”

ซึ่งใบสั่งประเภทข้างต้นจะสามารถจ่ายค่าปรับความเร็วผ่านช่องทางออนไลน์ได้ แต่หากเป็นใบสั่งแบบทั่วไปที่เขียนด้วยลายมือจะไม่สามารถชำระค่าปรับผ่านช่องทางออนไลน์ได้ มีช่องทางที่สามารถจ่ายค่าปรับใบสั่งออนไลน์ได้มีดังนี้

  • เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย (KTB) ทุกสาขาทั่วประเทศ (ค่าธรรมเนียม 20 บาท)
  • ตู้ ATM และ ADM (ตู้รับฝากเงินสดอัตโนมัติ) ธนาคารกรุงไทย (KTB) ทั่วประเทศ (ค่าธรรมเนียม 15 บาท)
  • KTB netbank (Internet Banking) (ค่าธรรมเนียม 15 บาท)
  • แอปฯ Krungthai NEXT (ไม่มีค่าธรรมเนียม)
  • ที่ทำการไปรษณีย์ไทยทั่วประเทศ (ค่าธรรมเนียม 15 บาท)
  • เคาน์เตอร์เซอร์วิสของ 7-11 (Counter Service) (ค่าธรรมเนียม 20 บาท)
  • เคาน์เตอร์ CenPay ในเครือ CENTRAL Group (ค่าธรรมเนียม 20 บาท)
  • ตู้บุญเติม (ยกเว้นตู้บุญเติมหน้า 7-11)
  • หน่วยบริการรับชำระค่าปรับตามใบสั่งที่มีเครื่องหมาย PTM (Police Ticket Management)
  • สถานีตํารวจที่ออกใบสั่ง หรือสถานีตํารวจท้องที่ทั่วประเทศ
ไม่จ่ายใบสั่งปรับจราจร จะต่อใบขับขี่ได้ไหม

3. ไม่จ่ายค่าปรับใบสั่งออนไลน์จะเป็นอะไรหรือเปล่า?

3.1 เสียค่าปรับจ่ายล่าช้าเพิ่ม

กรณีที่ไม่จ่ายค่าปรับใบสั่งจราจรออนไลน์ตามเวลาที่กำหนด หรือตามที่ได้ระบุไว้ในใบสั่ง จะมีค่าปรับล่าช้าเพิ่มสูงสุด 1,000 บาทต่อใบ และหากมีใบสั่งค้างชำระและเกินระยะเวลาจ่ายค่าปรับที่กำหนดหลายใบ อาจจะถูกปรับล่าช้าย้อนหลังทุกใบอีกด้วย

3.2 เสียค่าปรับไม่แสดงป้ายภาษี

แม้ว่าจะสามารถชำระภาษีรถยนต์ประจำปีได้ในกรณีที่มีใบสั่งออนไลน์ค้างจ่ายอยู่ เเต่จะไม่ได้รับหลักฐานการเสียภาษีรถยนต์ประจำปีตามปกติ แต่จะได้รับหลักฐานการเสียภาษีประจำปีชั่วคราวที่มีอายุ 30 วันแทน เพื่อให้นำไปใช้จ่ายค่าปรับที่ค้างชำระอยู่ให้เรียบร้อยก่อน และนำใบเสร็จกลับมารับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี หรือป้ายภาษี (ป้ายสี่เหลี่ยมติดหน้ารถ)

แต่หากยังไม่ชำระใบสั่งออนไลน์ที่ค้างชำระอยู่ และไม่ได้ไปเปลี่ยนป้ายภาษีตามที่กำหนด จะถือว่ามีความผิดจากการขับขี่รถโดยไม่แสดงเครื่องหมายการเสียภาษีประจำปีหรือป้ายภาษีรถยนต์ ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 11 และมาตรา 60 มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท

3.3 ถูกอายัดใบขับขี่

หากเคยโดนยึดใบขับขี่ และไม่ได้ไปเสียค่าปรับตามใบสั่งจราจรเพื่อขอรับใบขับขี่คืน สามารถเข้าทดสอบเพื่อขอรับใบขับขี่ใหม่ได้ เเต่จะไม่สามารถรับใบขับขี่ใหม่ได้ทันที รวมถึงจะไม่สามารถแจ้งความใบขับขี่หายเพื่อทำใบขับขี่ใหม่ได้

เนื่องจากจะยังมีรายชื่อค้างจ่ายใบสั่งอยู่ในระบบของกรมการขนส่งทางบกแม้ว่าจะผ่านไปหลายปีแล้วก็ตาม ทำให้ใบขับขี่ถูกอายัด และต้องชำระค่าปรับตามใบสั่งที่ค้างอยู่ให้เรียบร้อยก่อนเพื่อถอนอายัดใบขับขี่จึงจะขอรับใบขับขี่คืนได้

3.4 ถูกออกหมายจับ

หากยังไม่จ่ายใบสั่งปรับออนไลน์ และยังกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการออกหมายเรียกให้มาชำระค่าปรับใบสั่งที่ค้างอยู่ก่อน เเต่หากเจ้าของที่โดนใบสั่งยังเพิกเฉย ไม่ตอบรับหมายเรียก เจ้าหน้าที่จะพิจารณาออกหมายจับ และส่งฟ้องศาลต่อไปทันที

ถ้าไม่จ่ายค่าปรับใบสั่งออนไลน์ ประกันรถยนต์แต่ละชั้นยังคุ้มครองหรือไม่

การไม่จ่ายค่าปรับใบสั่งจราจรออนไลน์ ไม่มีผลโดยตรง ต่อการคุ้มครองจากประกันรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นประกันชั้นไหนก็ตาม อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อควรพิจารณาดังนี้

ประกันชั้น 1

  • ประกันรถชั้น 1 ยังคงให้ความคุ้มครองตามปกติ แม้ว่าคุณจะไม่ได้จ่ายค่าปรับใบสั่งออนไลน์
  • ความคุ้มครองยังรวมถึงความเสียหายต่อรถของคุณและคู่กรณีในกรณีอุบัติเหตุ

ประกันชั้น 2+ และ 3+

  • ประกัน 2+ และประกัน3+ ยังคงคุ้มครองในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุมีคู่กรณี และการไม่จ่ายค่าปรับใบสั่งจะไม่ส่งผลต่อการเคลมประกัน

ประกันชั้น 2 และชั้น 3

แม้ว่า การไม่จ่ายค่าปรับใบสั่งจะไม่ส่งผลต่อความคุ้มครองของประกันรถยนต์ แต่คุณควรรีบชำระค่าปรับเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมาย เช่น การต่อทะเบียนรถไม่ได้ ซึ่งอาจมีผลกระทบทางอ้อมต่อการใช้รถและประกันในอนาคต

บทสรุปส่งท้าย

แม้ว่าในปัจจุบันจะมีช่องทางอำนวยความสะดวกในการจ่ายค่าปรับจราจรที่เข้าถึงง่ายมากขึ้น แต่จากสถิติตัวเลขใบสั่งจราจรที่ไม่ได้จ่ายในปี 2563 ที่ผ่านมา พบว่ามียอดค้างจ่ายสูงถึง 13 ล้านบาท หรือคิดเป็น 82.20% ของใบสั่งทั้งหมด ทำให้ในปัจจุบันเริ่มมีการพูดถึงมาตรการลงโทษ ทั้งในส่วนของโทษจับและปรับที่เพิ่มมากขึ้น นอกเหนือจากการไม่ให้ต่อภาษีรถยนต์ประจำปีได้ทันทีตามปกติ ในกรณีที่มีค่าปรับจากใบสั่งจราจรออนไลน์ที่ค้างชำระอยู่

แรบบิท แคร์ พร้อมดูแลทุกการเดินทางด้วยประกันรถยนต์ชั้น 1 หรือ พ.ร.บ. จากทุกบริษัทชั้นนำที่มีให้เลือกครบจบในที่เดียว ทุนประกันสูง เบี้ยถูกพิเศษ พร้อมรับส่วนลดสูงสุด 70% และบริการเสริมเฉพาะลูกค้าที่เลือกซื้อประกันภัยรถยนต์กับ แรบบิท แคร์ ฟรีทันที ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ไม่ว่าจะเป็นบริการความช่วยเหลือฉุกเฉินทางถนน (Roadside Service) บริการแจ้งเคลมออนไลน์ และบริการประสานงานแจ้งเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านทั้งทาง Care Center โทร. 1438 หรือ LINE Official Account (@rabbitcare)

เปรียบเทียบพร้อมรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ และเลือกซื้อประกันกับ แรบบิท แคร์ เพื่อรับสิทธิพิเศษก่อนใครได้แล้วตั้งเเต่วันนี้ โทรเลย. 1438 หรือ rabbitcare.com


บทความแนะนำอื่นๆ : การขับขี่และความปลอดภัย

ตำแหน่งอันตราย ที่นักขับ ไม่ควรขับตาม! Blog ช่วงนี้น้ำมันแพง! เจาะลึกสาเหตุราคาน้ำมันล่าสุดและผลกระทบ

ขับขี่ปลอดภัย ซื้อประกันง่ายๆ ที่ แรบบิท แคร์

การขับขี่รถอย่างปลอดภัยไม่ใช่แค่ลดอุบัติเหตุ แต่ยังช่วยประหยัดเบี้ยประกันรถยนต์ ในระยะยาวได้อีกด้วย หากประกันใกล้หมดอายุ เริ่มต้นด้วยการ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ แล้วดำเนินการ ต่อประกันรถยนต์ออนไลน์ ผ่านระบบ Rabbit Care ที่สะดวก เช็คเบี้ยหลายบริษัทชั้นนำในที่เดียว รองรับทั้ง ประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และภาคสมัครใจในขั้นตอนเดียว เริ่มเลยวันนี้

 

บทความแคร์ขับขี่ปลอดภัย

ความเร็วรถยนต์ตามกฎหมาย ขับเร็วแค่ไหนถึงโดนจับ

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

ความเร็วรถยนต์ตามกฎหมายไทย ปีล่าสุด ขับเร็วแค่ไหนถึงโดนจับ?

ในยุคที่ถนนเต็มไปด้วยรถยนต์หลากหลายประเภท การควบคุมความเร็วรถยนต์ จึงเป็นหัวใจสำคัญของการลดอุบัติเหตุ
กองบรรณาธิการ
27/02/2026
เลี้ยว หมายถึง

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

เลี้ยวรถอย่างมืออาชีพ ด้วยคู่มือฉบับสมบูรณ์เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน

การขับรถบนท้องถนนนั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย และหนึ่งในทักษะที่สำคัญที่สุดคือการ เลี้ยวรถ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือการกลับรถ
Natthamon
31/03/2025
ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไรให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

การบรรทุกของไม่ว่าจะเป็นบนรถกระบะ หรือรถบรรทุกขนาดใดก็ตาม กฎหมายมีการระบุเอาไว้อย่างชัดเจน ในเรื่องของระยะความกว้าง ยาว สูง
Natthamon
20/03/2025