วิธีแก้ง่วงตอนขับรถ ขับรถแล้วง่วงต้องทำอย่างไร เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

Natthamon
ผู้เขียน: Natthamon Published: มีนาคม 3, 2025
Natthamon
Natthamon
Natthamon เป็นนักเขียนคอนเทนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในอุตสาหกรรม FinTech ยานยนต์ และประกันภัย จบการศึกษา MBA สาขาการสื่อสารการตลาด และได้รับใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC License – Complex 2) รวมถึงเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต ด้วยพื้นฐานด้านการเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ทำให้ Natthamon มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกัน ประกันสุขภาพ และบริการทางการเงิน สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เชี่ยวชาญด้านการเขียนบทความประกันรถยนต์ การเปรียบเทียบความคุ้มครอง และการให้ความรู้ด้านประกันในหลากหลายประเภท Natthamon มีประสบการณ์ร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ได้แก่ Rabbit Care, CARSOME, DirectAsia Insurance และ GoBear
Natthamon
ตรวจทาน: คะน้าใบเขียว Last edited: กุมภาพันธ์ 15, 2025
Natthamon
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience)
วิธีแก้ง่วงตอนขับรถ

สายขับรถเดินทางไกลต้องอ่าน วิธีแก้ง่วงตอนขับรถ อะไรบ้างที่ช่วยแก้ง่วงขับรถ ขับรถแล้วง่วงจะต้องทำอย่างไร รวมทริคดี ๆ ที่เหล่านักเดินทาง หรือผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการขับรถเดินทางไกลต้องทราบเอาไว้ เพื่อความปลอดภัย และความสดชื่น กระปรี้กระเปร่าตลอดทริปนั่นเอง

ง่วงไม่ขับ

อาการง่วงขณะขับรถ หรือขับรถแล้วง่วงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงบนท้องถนน การขับรถในสภาวะที่ร่างกายอ่อนล้า และง่วงนอนส่งผลให้การตอบสนองช้าลง ความสามารถในการตัดสินใจลดลง และอาจทำให้เกิดอาการหลับในโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุทางถนนหลายกรณี

ทั้งนี้เพื่อป้องกันอันตรายให้ได้ผลดีที่สุดผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนจึงควรปฏิบัติตามหลักการง่วงไม่ขับ และหยุดพักทันทีเมื่อรู้สึกง่วง หลีกเลี่ยงการขับรถเป็นเวลานานโดยไม่พัก และหากจำเป็นต้องเดินทางไกล ควรวางแผนการขับขี่ให้มีช่วงพักทุก 2-3 ชั่วโมง นอกจากนี้การดื่มน้ำให้เพียงพอ ปรับอุณหภูมิภายในรถให้เหมาะสม และฟังเพลง หรือพูดคุยกับผู้ร่วมเดินทางสามารถช่วยให้ตื่นตัวได้มากขึ้น อย่างไรก็ตามหากรู้สึกง่วงจนไม่สามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัย ควรจอดพักในจุดที่ปลอดภัย หรือหาผู้ขับขี่สำรองแทน

หลับในคืออะไร หลับใน เป็นยังไง ?

การหลับใน คือ อาการที่เกิดขึ้นเมื่อบุคคลหลับ หรือมีการปิดตาในช่วงระยะเวลาสั้นๆ โดยไม่รู้ตัว แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องมีความตื่นตัว เช่น ขณะขับรถ หรือทำงาน การหลับในมักเกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีความอ่อนล้าและไม่ได้นอนหลับเพียงพอ โดยช่วงเวลาที่หลับจะมีแค่ไม่กี่วินาทีถึง 1 นาที แต่สามารถส่งผลให้การตัดสินใจหรือการตอบสนองในสถานการณ์นั้น ๆ ล่าช้าและไม่แม่นยำ ถือเป็นอันตรายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการขับขี่

แก้ง่วงขับรถ

วิธีแก้ง่วงตอนขับรถ

ทราบถึงความอันตรายของการขับรถแล้วง่วงกันไปแล้ว หลายคนคงตระหนักได้ว่าวิธีในการรักษาความปลอดภัยที่ดีที่สุดเมื่อขับรถแล้วง่วง ก็คือการไม่ขับ แต่สำหรับใครที่จำเป็นจะต้องขับรถเดินทางไกล และทำการประเมินตัวเองเรียบร้อยแล้วว่ายังสามารถขับต่อได้ไหว ไม่ได้ง่วงรุนแรงจนเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ จะมีวิธีแก้ง่วงตอนขับรถอย่างไร วันนี้ แรบบิท แคร์ ได้รวบรวมวิธีแก้ง่วงขับรถ หรือทริคดี ๆ ที่จะช่วยแก้ง่วงตอนขับรถที่ค่อนข้างได้ผลดีมาฝากให้ ลองอ่าน และนำไปปรับใช้ดูกันได้เลย

  • วิธีแก้ง่วงตอนขับรถดื่มเครื่องดื่มที่ช่วยกระตุ้นร่างกาย การดื่มกาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสามารถช่วยให้ร่างกายตื่นตัวได้ชั่วคราว แต่ไม่ควรดื่มมากเกินไปเพราะอาจส่งผลต่อระบบประสาท
  • วิธีแก้ขับรถแล้วง่วงปรับอุณหภูมิภายในรถ การเปิดแอร์ให้เย็นขึ้น หรือเปิดหน้าต่างรับลมภายนอกสามารถช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น และลดอาการง่วงได้
  • วิธีแก้ง่วงตอนขับรถเคลื่อนไหวร่างกายระหว่างขับขี่ หากต้องขับรถเป็นเวลานาน ควรขยับร่างกาย เช่น หมุนคอ ยืดแขน หรือขยับนิ้วมือเป็นระยะ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
  • วิธีแก้ง่วงตอนขับรถจอดพักเพื่อเคลื่อนไหวร่างกายระหว่างทาง หากต้องขับรถเป็นเวลานาน ควรจอดแวะพักที่จุดพักรถ หรือปั๊มน้ำมันต่าง ๆ เพื่อลงไปเดินยืดเส้นยืดสาย บริหารร่างกาย ล้างหน้า เพื่อความสดชื่น กระตุ้นความตื่นตัวให้กับร่างกายก่อนเดินทางต่อนั่นเอง
  • วิธีแก้ง่วงตอนขับรถฟังเพลง หรือรายการที่ช่วยให้ตื่นตัว เพลงจังหวะเร็ว หรือรายการวิทยุที่มีเนื้อหาน่าสนใจสามารถช่วยให้สมองทำงาน และลดความง่วงได้
  • วิธีการแก้ง่วงตอนขับรถเคี้ยวหมากฝรั่ง หรือทานของว่างเบา ๆ การเคี้ยวหมากฝรั่ง หรือขนมที่มีรสเปรี้ยว เช่น ลูกอมรสมะนาว สามารถช่วยให้ร่างกายตื่นตัวมากขึ้น
  • วิธีแก้ง่วงขับรถมีเพื่อนร่วมทางช่วยพูดคุย หากเดินทางไกล ควรมีผู้ร่วมเดินทางช่วยพูดคุย หรือสลับกันขับรถเพื่อลดอาการเหนื่อยล้า
  • วิธีแก้ง่วงขับรถวางแผนการเดินทาง และพักผ่อนให้เพียงพอ ก่อนออกเดินทาง ควรนอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง และหากต้องขับรถระยะไกล ควรกำหนดช่วงพักทุก 2-3 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอาการล้าสะสม

การขับขี่ขณะง่วงนอนเป็นอันตรายต่อทั้งตนเองและผู้ใช้ถนนคนอื่น ดังนั้นควรที่จะหยุดพักทันทีหากเริ่มรู้สึกง่วงรุนแรง หรือมีอาการหลับใน ควรจอดรถในจุดที่ปลอดภัยและพักสายตาประมาณ 10-20 นาที เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัว

เครื่องดื่มแก้ง่วงเวลาขับรถ

อ่านวิธีแก้ง่วงขับรถกันไปเรียบร้อยแล้ว หนึ่งในวิธีที่น่าสนใจแก้ง่วงขับรถก็คือการดื่มเครื่องดื่มเพื่อช่วยแก้ง่วง เพราะเครื่องดื่มแก้ง่วงมักมีส่วนผสมที่ช่วยกระตุ้นระบบประสาท และเพิ่มความตื่นตัวให้กับร่างกาย เช่น กาแฟ ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูง เป็นที่นิยมในการช่วยลดอาการง่วง และเพิ่มสมาธิขณะทำงาน หรือขับรถ นอกจากนี้การดื่มชาก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีคาเฟอีนในระดับต่ำกว่ากาแฟ แต่ยังคงสามารถช่วยกระตุ้นร่างกายได้ดี โดยเฉพาะชาเขียวที่มีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยบำรุงร่างกายไปพร้อมกับการกระตุ้นร่างกายให้มีความกระปรี้กระเปร่า

สำหรับบางคนที่ไม่ต้องการดื่มชา และกาแฟนั้น เครื่องดื่มชูกำลังซึ่งมักมีคาเฟอีน น้ำตาล และวิตามินต่างๆ ที่ช่วยให้ร่างกายมีพลังงานในช่วงเวลาที่เหนื่อยล้า และมีอาการอ่อนเพลียสะสมก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน แต่การดื่มเครื่องดื่มชูกำลังควรทำในปริมาณที่เหมาะสม เพราะการดื่มมากเกินไปอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงเช่น หัวใจเต้นเร็วหรือความดันโลหิตสูงนั่นเอง

แน่นอนว่าสำหรับบางคน อาจไม่ชอบวิธีแก้ง่วงขับรถด้วยการดื่มทั้งชา กาแฟ และเครื่องดื่มชูกำลัง ดังนั้นการเลือกดื่มเครื่องดื่มที่มีรสเปรี้ยว เช่น น้ำมะนาว หรือ น้ำผลไม้ ที่มีรสจัดก็สามารถช่วยกระตุ้นความรู้สึกสดชื่น ขับรถแก้ง่วง และตื่นตัวได้เช่นกัน เนื่องจากรสเปรี้ยวสามารถกระตุ้นประสาทสัมผัสให้ตื่นตัวนั่นเอง

ทั้งนี้เครื่องดื่มแก้ง่วงที่ได้แนะนำไปในข้างต้นนั้นสามารถหาซื้อได้ง่ายระหว่างทาง โดยสามารถหาซื้อเครื่องดื่มแก้ง่วง 7-11 ได้ที่ปั๊มน้ำมันหลาย ๆ สาขา หรือริมทางที่ขับรถผ่านนั่นเอง

ขับรถแล้วง่วง

กินอะไรแก้ง่วงตอนขับรถ ?

ได้ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการดื่มเครื่องดื่มเพื่อแก้ง่วงขับรถกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่แน่นอนว่าเมื่อง่วงตอนขับรถแล้วนอกจากจะเลือกวิธีการแก้ง่วงตอนขับรถด้วยการดื่มเครื่องดื่ม ก็สามารถแก้ง่วงตอนขับรถด้วยการกินอะไรแก้ง่วง หรือกินอาหารแก้ง่วงได้ด้วยเช่นกัน และสำหรับใครที่ไม่ทราบว่าจะต้องกินอะไรให้หายง่วง แรบบิท แคร์ ได้ทำการลิสต์รายการของกินแก้ง่วงมาให้แล้ว ดังต่อไปนี้

  • ขับรถแล้วง่วงกินผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ผลไม้เช่น ส้ม, กีวี, และมะนาว มีวิตามินซีสูงที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และเพิ่มความตื่นตัวให้กับร่างกาย โดยวิตามินซีสามารถช่วยลดความเหนื่อยล้า และส่งเสริมการทำงานของระบบประสาท ทำให้สมองตื่นตัว และลดอาการง่วงได้
  • ขับรถแล้วง่วงกินถั่ว และเมล็ดพืช ถั่ว, เมล็ดอัลมอนด์, เมล็ดฟักทอง, และเมล็ดเชีย เป็นแหล่งของโปรตีน และกรดไขมันที่จำเป็น ซึ่งช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายอย่างค่อยเป็นค่อยไป ช่วยให้ความรู้สึกอิ่มนาน และไม่ทำให้เกิดการเหนื่อยล้าอย่างรวดเร็ว
  • ขับรถยนต์แล้วง่วงกินโยเกิร์ต และผลิตภัณฑ์จากนม โยเกิร์ต มีโปรตีน และแคลเซียมสูง ซึ่งช่วยกระตุ้นการทำงานของร่างกาย และทำให้รู้สึกสดชื่น นอกจากนี้ยังมีจุลินทรีย์ที่ดีต่อระบบย่อยอาหาร ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานอย่างเต็มที่
  • ขับรถยนต์แล้วง่วงกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ข้าวกล้อง, ขนมปังโฮลวีท, และมันฝรั่ง เป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ซึ่งให้พลังงานในระยะยาว ช่วยป้องกันการเกิดความอ่อนล้า และง่วงนอนในระหว่างวัน เพราะร่างกายสามารถย่อยได้ช้า และปล่อยพลังงานออกมาอย่างต่อเนื่อง
  • ช็อกโกแลตดำ ช็อกโกแลตดำที่มีปริมาณโกโก้สูงสามารถช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานได้ดีขึ้น เนื่องจากมีคาเฟอีน และสารฟลาโวนอยด์ที่ช่วยเพิ่มสมาธิ และกระตุ้นความตื่นตัว อย่างไรก็ตามควรทานในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะหากทานมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการกระวนกระวาย หรือหงุดหงิดได้
  • ไข่ ไข่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงที่ช่วยในการฟื้นฟูร่างกาย และบำรุงสมอง โดยมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อการผลิตพลังงาน และการทำงานของสมอง ช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่าแ ละตื่นตัว
  • ผักใบเขียว ผักโขม, คะน้า, และผักบุ้ง มีธาตุเหล็กที่สำคัญในการบำรุงเลือด และช่วยในการขนส่งออกซิเจนไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย ทำให้รู้สึกมีพลังงาน และลดอาการอ่อนเพลียที่เกิดจากการขาดออกซิเจนในร่างกาย

การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมสามารถช่วยเพิ่มพลังงาน และลดอาการง่วงได้ แต่ควรคำนึงถึงความสมดุลในการทานอาหารแต่ละประเภท เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน และไม่ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียจากการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสมด้วยเช่นกัน

ขับรถทางไกล พักรถกี่นาที ?

ขับขี่ปลอดภัย by DLT ให้ข้อมูลง่วงจอดพักว่า ง่วงจอดพัก เดินทางไกล พักรถกี่นาที ว่าในการเดินทางไกลควรจอดพักรถตามระยะเวลาการขับขี่ และระยะทาง ดังต่อไปนี้

  • เดินทางเป็นระยะเวลา 2 ชั่วโมง ระยะทาง 150-200 กิโลเมตร ควรหยุดพักอย่างน้อย 10-15 นาที
  • เดินทางเป็นระยะเวลา 3 ชั่วโมง ระยะทาง 201-300 กิโลเมตร ควรหยุดพักอย่างน้อย 15-30 นาที
  • ถ้าเดินทางเป็นระยะเวลา 4 ชั่วโมง ระยะทางมากกว่า 300 กิโลเมตร ควรสลับเปลี่ยนคนขับเพื่อความปลอดภัย และหยุดพักอย่างน้อย 30-60 นาที

และวิธีเหล่านี้ก็คือวิธีการแก้ง่วงตอนขับรถที่สายเดินทางควรทราบกันไว้ เพื่อการขับขี่อย่างปลอดภัย ที่สำคัญเมื่อเดินทางไกล ควรเช็กสภาพรถ และไม่ลืมตรวจสอบว่ารถของตนเองอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของประกันภัยหรือไม่ หากไม่มีสามารถเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์จากทุกบริษัทที่เหมาะสมตัวเองที่สุด กับ แรบบิท แคร์ ได้ สะดวกสบาย รวดเร็วทุกขั้นตอน

สรุป

อนออกเดินทาง ควรนอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง และหากต้องขับรถระยะไกล ควรกำหนดช่วงพักทุก 2-3 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอาการล้าสะสม หากเริ่มรู้สึกง่วงรุนแรง หรือมีอาการหลับใน ควรจอดรถในจุดที่ปลอดภัยและพักสายตาประมาณ 10-20 นาที เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัว นอกจากนี้ ควรหยุดพักอย่างน้อย 10-15 นาที เมื่อต้องเดินทางตั้งแต่ 150 กิโลเมตร

ที่มา

ขับขี่ปลอดภัย ซื้อประกันง่ายๆ ที่ แรบบิท แคร์

การขับขี่รถอย่างปลอดภัยไม่ใช่แค่ลดอุบัติเหตุ แต่ยังช่วยประหยัดเบี้ยประกันรถยนต์ ในระยะยาวได้อีกด้วย หากประกันใกล้หมดอายุ เริ่มต้นด้วยการ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ แล้วดำเนินการ ต่อประกันรถยนต์ออนไลน์ ผ่านระบบ Rabbit Care ที่สะดวก เช็คเบี้ยหลายบริษัทชั้นนำในที่เดียว รองรับทั้ง ประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และภาคสมัครใจในขั้นตอนเดียว เริ่มเลยวันนี้

 

บทความแคร์ขับขี่ปลอดภัย

ความเร็วรถยนต์ตามกฎหมาย ขับเร็วแค่ไหนถึงโดนจับ

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

ความเร็วรถยนต์ตามกฎหมายไทย ปีล่าสุด ขับเร็วแค่ไหนถึงโดนจับ?

ในยุคที่ถนนเต็มไปด้วยรถยนต์หลากหลายประเภท การควบคุมความเร็วรถยนต์ จึงเป็นหัวใจสำคัญของการลดอุบัติเหตุ
กองบรรณาธิการ
27/02/2026
เลี้ยว หมายถึง

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

เลี้ยวรถอย่างมืออาชีพ ด้วยคู่มือฉบับสมบูรณ์เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน

การขับรถบนท้องถนนนั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย และหนึ่งในทักษะที่สำคัญที่สุดคือการ เลี้ยวรถ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือการกลับรถ
Natthamon
31/03/2025
ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไรให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

การบรรทุกของไม่ว่าจะเป็นบนรถกระบะ หรือรถบรรทุกขนาดใดก็ตาม กฎหมายมีการระบุเอาไว้อย่างชัดเจน ในเรื่องของระยะความกว้าง ยาว สูง
Natthamon
20/03/2025