ตะลอนเที่ยว

เที่ยวต่างประเทศปี 2565 ในยุคโควิด ไปประเทศไหนได้บ้าง ที่นี่มีคำตอบ!

ผู้เขียน : กองบรรณาธิการ

ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย ของ แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี

close
 
ตรวจทาน : Nok Srihong

มีประสบการณ์มากกว่า 3 ปี เป็นนักเขียนด้านประกันสุขภาพ ประกันชีวิต เพื่อสุขภาพที่ Rabbit Care และ 12 ปี ในอุตสาหกรรม OTA อย่าง Laterooms.com , Expedia.com จึงมีความเชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว

close
Published: August 9,2022

สถานการณ์โควิดทั่วโลกเริ่มคลี่คลาย หลายประเทศเริ่มกลับมาเปิดรับนักท่องเที่ยวแล้ว สำหรับคนที่เก็บกระเป๋าอดใจรอไปเที่ยวไม่ไหว แต่ยังสงสัยว่าแล้วในยุคโควิดแบบนี้ ไปเที่ยวประเทศไหนได้บ้าง แรบบิท แคร์ ได้หาข้อมูลมาให้แล้ว 

เราจะมาดูกันว่าประเทศไหนเปิดรับนักท่องเที่ยวไทยแล้วบ้าง ไปประเทศไหนต้องกักตัว ไปประเทศไหนไม่ต้องกักตัว รวมถึงข้อกำหนดด้านวีซ่าและสิ่งที่ควรรู้เมื่อไปต่างประเทศช่วงโควิด เพื่อให้ทุกคนได้เตรียมตัวไปเที่ยวต่างประเทศกันได้อย่างปลอดภัย 

  
บัตรไหนคุ้ม เปรียบเทียบเลย แค่ 30 วิ เช็คเลย!
icon angle up or down

สามารถเลือกได้มากกว่า 1 ข้อ

เด็กจบใหม่ รักการท่องเที่ยว รักการช้อปปิ้ง รักความหรูหรา รักสุขภาพ รักการกิน
  

มีประเทศไหนที่เปิดให้คนไทยเที่ยวแล้วบ้าง 

เที่ยวต่างประเทศแบบไม่ต้องกักตัว 

ญี่ปุ่น 

ข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan National Tourism Organization) ระบุว่าญี่ปุ่นจะเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาได้แล้วตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวที่สนใจจะต้องเข้ามาในรูปแบบ “กรุ๊ปทัวร์ที่มีไกด์” เท่านั้น

เงื่อนไข

  • ต้องมาจากประเทศที่อยู่ในในกลุ่มสีฟ้าซึ่งเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ (ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มนี้) 
  • ต้องเดินทางในรูปแบบกรุ๊ปทัวร์ที่มีไกด์เท่านั้น
  • ต้องขอวีซ่า (รัฐบาลญี่ปุ่นยังคงระงับมาตรการยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น)
  • ต้องแสดงผลตรวจ RT-PCR เป็นลบภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง
  • ไม่ต้องกักตัว 
  • ไม่ต้องตรวจ RT-PCR ที่สนามบินญี่ปุ่น 
  • ไม่ต้องแสดงเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน 
  • ต้องทำประกันสุขภาพที่ครอบคลุมโรคโควิดและมีวงเงินเพียงพอสำหรับการรักษา

เกาหลีใต้

ประเทศเกาหลีเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้วตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา โดยข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (Korea Tourism Organization) ระบุว่าอนุญาตให้นักท่องเที่ยวจากประเทศไทยสามารถเดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าและไม่ต้องกักตัว

เงื่อนไข

  • ต้องลงทะเบียนผ่านระบบ K-ETA (Korea Electronic Travel Authorization) ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง มีค่าธรรมเนียม 10,000 วอน (ประมาณ 300 บาท)
  • ลงทะเบียนรับ Q-CODE หรือกรอกข้อมูลการฉีดวัคซีนล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง
  • ต้องแสดงเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน International Vaccination Certificate (สามารถขอได้ในแอปพลิเคชันหมอพร้อม)
  • ไม่ต้องกักตัว 7 วัน หากได้รับวัคซีนครบโดสตามชนิดวัคซีนที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก
  • ไม่ต้องทำประกันโควิด หากได้รับวัคซีนครบโดสตามชนิดวัคซีนที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก
  • ต้องแสดงผลตรวจ RT-PCR เป็นลบภายใน 48 ชั่วโมงก่อนเดินทางหรือผลตรวจ ATK เป็นลบภายใน 24 ชั่วโมงก่อนเดินทาง
  • ต้องผ่านการตรวจ RT-PCR อีกครั้งเมื่อเดินทางถึงประเทศเกาหลี

สิงคโปร์

สิงคโปร์เป็นอีกหนึ่งประเทศที่เปิดรับนักท่องเที่ยวไทยแล้ว โดยตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565 เป็นต้นไปมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดและอนุญาตให้นักท่องเที่ยวจากทุกประเทศที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิดครบโดสเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในสิงคโปร์ได้แบบไม่ต้องกักตัว รวมถึงยกเลิกการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด เมื่อเดินทางถึงสิงคโปร์ภายใน 24 ชั่วโมง 

อย่างไรก็ตาม ประเทศสิงคโปร์ยังคงมีมาตรการแยกนักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนครบโดสและนักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนไม่ครบโดสอยู่ โดยนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้รับวัคซีนจะไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศสิงคโปร์ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติเป็นการพิเศษ

เงื่อนไข

  • ต้องได้รับวัคซีนครบโดสตามชนิดวัคซีนที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลกอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง 
  • ต้องอัปโหลดเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนในพอร์ทัล Vaccination Check 
  • ต้องลงทะเบียน SG Arrival Card และ Health Declaration ทางออนไลน์ภายใน 3 วัน ก่อนการเดินทาง (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
  • ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน TraceTogether และลงทะเบียนก่อนเดินทาง
  • ไม่ต้องตรวจหาเชื้อไวรัสโควิดเมื่อเดินทางถึงสิงคโปร์
  • ไม่ต้องทำประกันโควิด
  • ไม่ต้องขอวีซ่า

อินโดนีเซีย (บาหลี)

ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2565 รัฐบาลประเทศอินโดนีเซียได้มีการทดลองเปิดเกาะบาหลีในโครงการ Visa On Arrival (VOA) สำหรับ 75 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศไทย นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในบาหลีได้โดยไม่ต้องกักตัว

เงื่อนไข

  • ต้องแสดงเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบโดส 
  • ไม่ต้องกักตัวหากได้รับวัคซีนครบโดส
  • ไม่ต้องแสดงผลตรวจ RT-PCR เป็นลบก่อนเดินทาง
  • ไม่ต้องตรวจ RT-PCR เมื่อเดินทางมาถึงบาหลี
  • ต้องขอวีซ่า Visa on Arrival โดยมีค่าธรรมเนียม 500,000 รูเปียห์ (ประมาณ 1,200 บาท) 
  • ต้องดาวน์โหลดและสมัครใช้แอปพลิเคชัน PeduliLindungi

ตุรกี

ในขณะนี้ ตุรกีได้ยกเลิกมาตรการควบคุมการระบาดควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโควิดแล้ว โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศตุรกีไม่จำเป็นต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนหรือผลตรวจ RT-PCR ที่เป็นลบ

เงื่อนไข

  • ต้องกรอกแบบฟอร์มเข้าประเทศภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทางและแสดงหลักฐานการกรอกแบบฟอร์มที่เคาน์เตอร์เช็คอิน
  • ไม่ต้องกักตัวไม่ว่าจะได้รับวัคซีนแล้วหรือไม่ได้รับวัคซีนก็ตาม
  • ไม่ต้องแสดงเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน
  • ไม่ต้องแสดงผลตรวจ RT-PCR เป็นลบ
  • ไม่ต้องตรวจหาเชื้อไวรัสโควิดเมื่อเดินทางถึงประเทศตุรกี
  • ไม่ต้องขอวีซ่า

สหรัฐอเมริกา 

ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมโรคติดต่อประเทศสหรัฐอเมริการะบุว่า ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2565 นักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติครบโดสแล้วสามารถเดินทางเข้าประเทศเพื่อท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องกักตัว รวมถึงไม่ต้องแสดงผลตรวจโควิด อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนหรือยังได้รับวัคซีนไม่ครบจะไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศได้

เงื่อนไข

  • ต้องได้รับวัคซีนครบโดสตามชนิดวัคซีนที่ได้รับอนุมัติจากศูนย์ควบคุมโรคติดต่อประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง
    • วัคซีนที่อนุมัติ ได้แก่ Moderna, AstraZeneca, Covishield, Pfizer/BioNTech, Johnson & Johnson, Sinopharm และ Sinovac
  • ต้องแสดงหลักฐานยืนยันสถานะการฉีดวัคซีนก่อนเดินทาง
  • ไม่ต้องกักตัว
  • ไม่ต้องแสดงผลตรวจโควิด
  • ไม่ต้องตรวจหาเชื้อไวรัสโควิดเมื่อเดินทางเข้าประเทศ

เที่ยวต่างประเทศแบบต้องกักตัว

ฮ่องกง

ข้อมูลจากสถานกงสุลใหญ่ได้ระบุมาตรการล่าสุดเกี่ยวกับการเดินทางเข้าฮ่องกงจากประเทศไทย โดยผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วสามารถเดินทางเข้าฮ่องกงได้แล้วโดยยังต้องมีการกักตัวเป็นระยะเวลา 7 วัน

เงื่อนไข

  • ต้องได้รับวัคซีนครบโดสตามชนิดวัคซีนตามที่ฮ่องกงรับรอง
  • ต้องกักตัวที่โรงแรมที่รัฐบาลฮ่องกงกำหนดเป็นระยะเวลา 7 วัน
    • หลังจากสิ้นสุดการกักตัวในวันที่ 7 ผู้เดินทางจะต้องเฝ้าระวังตัวเองที่บ้านอีก 7 วันและเข้ารับการตรวจ RT-PCR ภาคบังคับอีกครั้งในวันที่ 9 และวันที่ 12 ที่ศูนย์ตรวจหาเชื้อในชุมชนของรัฐบาลฮ่องกง (Community Testing Centre)
    • หากเลือกที่จะกักตัวที่โรงแรมต่อจนครบระยะเวลาการกักตัว 14 วัน จะต้องเข้ารับการตรวจ RT-PCR ภาคบังคับอีกครั้งในวันที่ 9 และวันที่ 12 ที่โรงแรมกักตัว และสามารถออกจากโรงแรมกักตัวได้ในวันที่ 14
  • ต้องแสดงวัคซีนพาสปอร์ต (Vaccine Passport) ได้รูปแบบรูปเล่มสีเหลือง
  • ต้องกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มออนไลน์ Health Declaration Form ของรัฐบาลฮ่องกง
  • ต้องแสดงผลตรวจ RT-PCR เป็นลบภายใน 48 ชั่วโมงก่อนเดินทาง
  • ต้องแสดงหลักฐานการสำรองห้องพักในโรงแรมกักตัวในฮ่องกง
  • ต้องตรวจ RT-PCR และ ATK อีกครั้งเมื่อเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง

สิ่งที่ควรรู้เมื่อไปเที่ยวต่างประเทศยุคโควิด

นอกเหนือจากการจัดกระเป๋าและเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการท่องเที่ยวแล้ว การเที่ยวต่างประเทศยุคโควิดยังต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ อีกมาก ได้แก่

1. ข้อกำหนดของประเทศปลายทาง

สถานการณ์โควิดในแต่ละประเทศนั้นมีความแตกต่างกัน และรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ก็อาจกำหนดมาตรการการรับมือกับการระบาดที่แตกต่างกันด้วยที่ต่างกันด้วย ผู้ที่สนใจออกไปเที่ยวต่างประเทศจึงต้องตรวจสอบเงื่อนไขในการเดินทางเข้าประเทศนั้น ๆ และปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวอย่างเคร่งครัด โดยควรตรวจสอบเงื่อนไขการเดินทางเข้าประเทศต่าง ๆ ดังนี้

  • ตรวจสอบว่าประเทศที่ต้องการไปเปิดรับนักท่องเที่ยวไทยหรือไม่
  • ตรวจสอบว่าจำเป็นต้องกักตัวเมื่อเดินทางถึงประเทศหรือไม่ รายละเอียดเงื่อนไขในการกักตัวเป็นอย่างไร
  • ตรวจสอบว่าจำเป็นต้องฉีดวัคซีนก่อนเดินทางหรือไม่ มีวัคซีนอะไรได้รับอนุญาตบ้าง
  • ตรวจสอบกฎข้อบังคับในประเทศ เช่น การสวมหน้ากาก การเดินทางข้ามรัฐ

2. ข้อกำหนดของสายการบิน

แต่ละสายการบินอาจมีมาตรการและข้อกำหนดในการเดินทางไม่เหมือนกัน เช่น บางสายการบินอาจกำหนดให้แสดงผลตรวจโควิดก่อนเดินทาง หรืออาจกำหนดให้แสดงเอกสารยืนยันการฉีดวัคซีน ก่อนจองตั๋วเครื่องบินควรตรวจมาตราการป้องกันการแพร่ระบาดของสายการบินนั้น ๆ เพื่อให้สามารถออกเดินทางได้อย่างราบรื่น

3. เอกสารที่จำเป็นในการเดินทาง

หลังจากตรวจสอบเงื่อนไขการเดินทางของประเทศที่สนใจแล้ว สิ่งต่อไปที่ต้องเตรียมคือการเตรียมเอกสารตามที่ประเทศนั้นกำหนด เช่น บางประเทศอาจขอวัคซีนพาสปอร์ต (Vaccine Passport) ผลตรวจ RT-PCR เป็นลบ เอกสารการจองที่พัก และใบรับรองผลการตรวจโควิดภายในระยะเวลาที่ประเทศนั้นกำหนด

4. การฉีดวัคซีน

บางประเทศอาจกำหนดให้นักท่องเที่ยวต้องฉีดวัคซีนครบโดสจึงจะเดินทางเข้าประเทศได้ และวัคซีนที่แต่ละประเทศยอมรับก็อาจจะแตกต่างกันด้วย เช่น บางประเทศอาจยอมรับเฉพาะวัคซีนที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลกเท่านั้น นอกจากนี้ บางประเทศอาจกำหนดต้องได้รับวัคซีนก่อนเดินทางกี่วันหรือกำหนดให้ต้องรับวัคซีนบูสเตอร์ก่อนเดินทาง

5. การตรวจหาเชื้อไวรัสโควิดก่อนเดินทางหรือเมื่อเดินทางมาถึง

บางประเทศอาจกำหนดให้แสดงผลตรวจหาเชื้อโควิดก่อนที่จะเดินทางมาถึงประเทศนั้น ๆ ซึ่งอาจจะเป็นเป็นการตรวจแบบ RT-PCR ภายใน 48 หรือ 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง หรือการตรวจแบบ ATK ภายใน 24 ชั่วโมงก่อนเดินทาง ยิ่งไปกว่านั้น บางประเทศอาจกำหนดให้ตรวจหาเชื้อไวรัสอีกครั้งเมื่อเดินทางถึงอีกด้วย

6. อุปกรณ์และของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นในยุคโควิด

หากประเทศที่ต้องการไปยังคงมีมาตรการสวมหน้ากาก ควรเตรียมไปให้เพียงพอสำหรับใส่ตลอดการเดินทาง นอกจากนี้ยังควรเตรียมของใช้ส่วนตัวที่จะช่วยลดความเสี่ยงในช่วงการระบาดของโควิด เช่น เจลแอลกอฮอล์ ทิชชู่เปียก ถุงมือ รวมถึงยาประจำตัวต่าง ๆ โดยควรสอบถามรายละเอียดข้อกำหนดการนำยาเข้าประเทศดังกล่าวก่อนการเดินทาง

7. ประกันการเดินทางต่างประเทศ

หลายประเทศอาจกำหนดให้นักท่องเที่ยวทำประกันเดินทางที่ครอบคลุมการรักษาโรคโควิด และถึงแม้ว่าประเทศที่ต้องการไปเที่ยวอาจไม่มีข้อกำหนดในด้านนี้ การทำประกันเดินทางก็ยังมีประโยชน์มาก เพราะถ้าหากติดเชื้อและต้องรักษาตัวเมื่ออยู่ต่างประเทศ ประกันเดินทางก็จะช่วยดูแลค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้

ขั้นตอนการกลับเข้าประเทศ

ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ประเทศไทยอนุญาตให้นักเดินทางทั้งไทยและต่างประเทศที่ต้องการเข้าประเทศไทยไม่จำเป็นต้องลงทะเบียน Thailand Pass หรือแสดงผลตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทางแล้วหากมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบโดส ดังนั้น คนไทยที่เดินทางกลับจากเที่ยวต่างประเทศจะสามารถเดินทางกลับได้ทันทีโดยไม่ต้องกักตัว

หลังจากได้ข้อมูลแล้วว่าช่วงโควิดแบบนี้ คนไทยไปเที่ยวที่ไหนได้บ้าง รวมถึงเงื่อนไขในการเดินทางของประเทศต่าง ๆ ทั้งแบบที่ต้องกักตัวและไม่ต้องกักตัว อย่าลืมเลือกบัตรเครดิตที่ถูกใจติดตัวไปเที่ยวต่างประเทศด้วยสักใบ เพื่อรับสิทธิ์ประโยชน์ดีดีอย่างการแลกไมล์สุดคุ้ม การรับคะแนนพิเศษเมื่อใช้จ่ายด้วยสกุลเงินต่างประเทศ และอื่น ๆ อีกมากมาย


สรุป

สรุปบทความ

การเลือกประเทศสำหรับการท่องเที่ยว ควรพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

  • งบประมาณ
  • ระยะเวลา
  • ความสนใจ
  • ฤดูกาล
  • โดยสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศที่จะเดินทางไปล่วงหน้าจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ของสถานทูตหรือสถานกงสุล เว็บไซต์การท่องเที่ยวของประเทศนั้น ๆ หรือเว็บไซต์รีวิวท่องเที่ยว เป็นต้น

    จบสรุปบทความ
     

    บทความตะลอนเที่ยว

    ตะลอนเที่ยว

    แนะนำถนนคนเดินเชียงใหม่ ที่นักท่องเที่ยวนิยมไป พร้อมสรุปให้ว่ามีวันไหนบ้าง

    ถนนคนเดินเชียงใหม่ สถานที่ท่องเที่ยวซึ่งใครเดินทางมาท่องเที่ยวเชียงใหม่ก็พลาดไม่ได้ ต้องลองไปเดินเที่ยวที่ถนนคนเดินเชียงใหม่สักแห่งที่อยู่ใกล้ ๆ
    Nok Srihong
    11/03/2024

    ตะลอนเที่ยว

    พาเที่ยวม่อนกุเวร ไหว้ท้าวเวสสุวรรณที่ จ.เชียงใหม่ วิธีการเดินทาง-รายละเอียดที่ต้องทราบก่อนไป

    ‘ม่อนกุเวร’ จังหวัดเชียงใหม่ สถานที่ที่หากใครเป็นสายชื่นชอบในการทำบุญขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือนับถือองค์ท้าวเวสสุวรรณจะพลาดไม่ได้
    Nok Srihong
    05/03/2024

    ตะลอนเที่ยว

    วันเดย์ทริป กรุงเทพ มีที่ไหนให้ได้ไปเที่ยวบ้าง ใครเวลาน้อยแต่อยากพักผ่อนควรดู!

    ถ้าหากคุณเป็นคนที่มีวันหยุดค่อนข้างน้อย เวลาออกเที่ยวไม่เยอะมากเท่าไหร่นัก คุณอาจเหมาะกับวันเดย์ทริปก็เป็นได้ โดยเฉพาะใครที่มีรถยนต์ส่วนตัว
    Nok Srihong
    05/03/2024