ไปงานดนตรี เทศกาลกลางแจ้ง เสี่ยงอะไรบ้าง? เช็กก่อนตัดสินใจ ร่างกายต้องเจออะไรบ้าง?
บทเรียนจากรีวิวจริง ที่นักท่องเที่ยวสายเฟสติวัลควรรู้ก่อนตัดสินใจไป งานเทศกาลดนตรี EDC กลางแจ้งระดับโลกที่จัดขึ้นที่ จ. ภูเก็ต คือประสบการณ์ที่หลายคนรอคอย เวทีอลังการ ดีเจระดับท็อป ผู้คนจากทั่วโลก และพลังงานที่ไม่มีวันหมด
แต่จากรีวิวและคอมเมนต์ของผู้เข้าร่วมงานในหลายแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Reddit หรือเว็บบอร์ดท่องเที่ยว มีสิ่งหนึ่งที่ถูกพูดถึงซ้ำ ๆ มากกว่าความสนุก นั่นคือ “สภาพร่างกายหลังวันที่ 2 และวันที่ 3”
บทความนี้ไม่ได้เขียนเพื่อทำให้ใครกลัว แต่เขียนเพื่อช่วยให้คนที่กำลังจะไปงานลักษณะนี้ ประเมินความเสี่ยงของตัวเองได้ดีขึ้น และเตรียมตัวอย่างเหมาะสม
เสียงจากผู้ร่วมงานเทศกาลดนตรี: สิ่งที่รีวิวพูดถึงมากกว่าดนตรี
จากประสบการณ์จริงของผู้เข้าร่วมงานดนตรีกลางแจ้งในไทย มีประเด็นที่ถูกพูดถึงบ่อย เช่น
- อากาศร้อนและความชื้นสูง เต้นต่อเนื่องหลายชั่วโมง
- จุดบริการน้ำดื่มไม่เพียงพอกับจำนวนคน
- คนเป็นลม ต้องออกจากพื้นที่โชว์
- รถติดหนักหลังจบงาน โดยเฉพาะช่วงกลางคืน
หลายคอมเมนต์ไม่ได้ตำหนิงาน แต่สะท้อนว่า ร่างกายคนเราไม่ได้อึดเท่าที่คิด เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ติดต่อกันหลายวัน
ใครบ้างที่ “เสี่ยงมากกว่าที่คิด” ในงานเฟสติวัล
ไม่ใช่ทุกคนที่เสี่ยงเท่ากัน และความเสี่ยงไม่ได้ขึ้นกับอายุอย่างเดียว กลุ่มที่ควรประเมินตัวเองเป็นพิเศษ ได้แก่
- คนที่พักผ่อนน้อย แต่เต้นต่อเนื่องหลายชั่วโมง
- คนที่ดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับกิจกรรมหนัก
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น หัวใจ หอบหืด หรือความดัน
- นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่คุ้นระบบแพทย์ในไทย
หลายคนในรีวิวบอกตรงกันว่า “คิดว่าตัวเองแข็งแรง แต่พอถึงวันที่สาม ร่างกายเริ่มไม่ไหว”
Rabbit Care จัดประเภทผู้มีความเสี่ยงในงานเฟสติวัล
ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติวัย 20-30 ปี ที่มาเพื่อปาร์ตี้หนัก ๆ ติดต่อกันหลายวัน โดยมีความเสี่ยงสูงในกลุ่มต่อไปนี้:
- วัยรุ่น-วัยหนุ่มสาวสุขภาพไม่แข็งแรง: เต้นรำนานในอากาศร้อน และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก ทำให้ขาดน้ำ ฮีทสตร็อค หรือหัวใจล้มเหลว
- ผู้ใช้สารเสพติด: อย่างเช่น กัญชา เพื่อเพิ่มอารมณ์ความสนุกกับเทศกาล แต่เสี่ยง overdose
- ผู้มีโรคประจำตัว: เช่น หัวใจ โรคหอบ หรือความดันสูง ที่ไม่แจ้งทีมแพทย์งาน
ความเสี่ยงที่พบได้จริงใน Festival กลางแจ้ง
1. ความเสี่ยงด้านสุขภาพ
- ขาดน้ำและภาวะฮีทสตร็อค
อากาศร้อน ฝูงชนแน่น และการเต้นต่อเนื่อง ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำเร็ว - อ่อนเพลียสะสม (Festival Hangover)
นอนน้อยหลายคืนติดกัน และยังดื่มเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ นำไปสู่ภาวะ festival hangover รุนแรง ที่อาจส่งผลต่อระบบหัวใจและภูมิคุ้มกัน - Overdose จากยาหรือสารบางชนิด
มีรายงานในงานลักษณะเดียวกันทั่วโลกเกี่ยวกับพบสารในเลือดผู้เสียชีวิตจากงานเทศกาลดนตรีแบบนี้ เสี่ยงช็อก และหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน
2. ความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุ
- การล้มจากฝูงชนเบียดเสียด เสี่ยงบาดเจ็บกระดูกหักหรือโดนเหยียบย่ำ
- อุบัติเหตุระหว่างเดินทางกลับหลังงานจบ โดยเฉพาะช่วงดึก
- ทรัพย์สินสูญหายในพื้นที่แออัด
ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวในงานแบบนี้ ควรลดความเสี่ยงอย่างไร
ไม่จำเป็นต้อง “ระวังตัวเกินไป” แต่การเตรียมตัวเล็กน้อยช่วยได้มาก
- วางแผนพักร่างกาย ไม่ฝืนเต้นต่อเนื่องยาวเกินไป
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ และสังเกตอาการตัวเอง
- หากมีโรคประจำตัว ควรแจ้งเพื่อนหรือทีมงาน
- รู้ช่องทางขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ในพื้นที่
- วางแผนการเดินทางกลับที่ปลอดภัย
แล้วเรื่อง “ประกัน” เกี่ยวข้องอย่างไรกับงานเฟสติวัล
หลายคนมองว่าประกันเป็นเรื่องไกลตัว แต่ในบริบทของการท่องเที่ยวและงานเทศกาล ประกันทำหน้าที่หลักคือ ช่วยลดความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่าย หากเกิดเหตุไม่คาดคิด เช่น
- ค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉินจากอาการขาดน้ำหรืออุบัติเหตุ
- ค่ารักษาจากการบาดเจ็บในพื้นที่แออัด
- ค่าใช้จ่ายกรณีต้องเข้ารับการรักษาระหว่างเดินทาง
สำหรับบางคน การมีประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ หรือประกันเดินทาง อาจช่วยให้ตัดสินใจไปงานได้อย่างสบายใจมากขึ้น
ผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้ที่พักผ่อนน้อย ดื่มแอลกอฮอล์ หรือไม่คุ้นกับอากาศร้อนชื้น ควรประเมินร่างกายตัวเองมากขึ้น และเตรียมแผนรับมือหากเกิดอาการไม่สบายระหว่างงาน
งานเทศกาลดนตรีมีความเข้มข้นของกิจกรรมสูงกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป เช่น การเต้นต่อเนื่อง คนจำนวนมาก และเวลาพักน้อย ทำให้ร่างกายฟื้นตัวช้ากว่าและเสี่ยงอ่อนเพลียสะสม
ไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน แต่บางคนเลือกใช้ประกันเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่าย หากเกิดเหตุไม่คาดคิด เช่น ค่ารักษาพยาบาลหรืออุบัติเหตุ ระหว่างการเดินทางหรือร่วมกิจกรรม
โดยทั่วไปจะเป็นประกันสุขภาพฉุกเฉิน ประกันอุบัติเหตุ หรือประกันเดินทาง ทั้งนี้ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับพฤติกรรม ระยะเวลา และความเสี่ยงของแต่ละบุคคล
ควรตรวจสอบความคุ้มครองด้านสุขภาพในต่างประเทศ ช่องทางติดต่อแพทย์ และเงื่อนไขการรับบริการทางการแพทย์ในไทย เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด
ลองพิจารณาสภาพร่างกาย ระยะเวลาร่วมงาน ความเข้มข้นของกิจกรรม การพักผ่อน และแผนการเดินทาง หากมีปัจจัยเสี่ยงหลายข้อ อาจต้องเตรียมตัวมากขึ้น
สรุป
ในฐานะโบรกเกอร์ประกันภัย Rabbit Care ไม่ได้มีหน้าที่บอกว่า “ทุกคนต้องซื้อประกัน” แต่ช่วยให้ผู้บริโภค
สุดท้ายแล้ว การไปงานเทศกาลจะสนุกหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นกับแค่ดนตรี แต่ขึ้นกับว่า คุณดูแลร่างกายและความเสี่ยงของตัวเองดีแค่ไหน
ที่มา
- ● EDC Thailand 2026 Festival Experience and Feedback :
- ● Two tourists die at EDC in Phuket :
- ● EDC Thailand 2026 Survival Guide :

Tawan นักเขียนมืออาชีพด้านประกันรถยนต์และประกันชีวิตที่จบปริญญาตรี สาขาภาษาศาสตร์ (สาขาย่อย การตลาด) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
พร้อมใบอนุญาตนายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัยจากสำนักงานคณะกรรมการประกันภัย (OIC) มีประสบการณ์กว่า 7 ปี ในการสื่อสารองค์กร การจัดการสื่อการตลาด การเขียนเนื้อหา และกลยุทธ์ SEO
มีความเชี่ยวชาญในการเขียนเนื้อหา Motor Insurance, Fire, Marine และ Miscellaneous Insurance มีประสบการณ์ทำงานกับ Rabbit Care (บริษัทเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันชั้นนำของไทย) , Asia Direct Broker (บริษัทเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์)และ Syn Mun Kong Insurance (บริษัทประกันวินาศภัยชั้นนำไทย SET-listed)

