น้ำในหูไม่เท่ากันมีอาการอย่างไร ? อันตรายหรือไม่ ? รวมวิธีการรักษาและดูแลตัวเอง

Nok Srihong
ผู้เขียน: Nok Srihong Published: กุมภาพันธ์ 22, 2024
Nok Srihong
Nok Srihong
จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาการจัดการการเงิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีประสบการณ์กว่า 6 ปี ในวงการฟินเทชและการเงินส่วนบุคคล โดยเฉพาะบัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ และรีไฟแนนซ์ ผ่านการเขียนคอนเทนต์ให้ Rabbit Care และ Asia Direct (6+ ปี) เน้นรีวิวผลิตภัณฑ์ สิทธิประโยชน์บัตรเครดิต และกลยุทธ์บริหารหนี้ ก่อนหน้านี้ ทำงานในอุตสาหกรรม OTA ชั้นนำอย่าง Laterooms.com และ Expedia.com (12 ปี) ซึ่งเสริมทักษะการวางแผนทางการเงินต่อทริป และยังเชี่ยวชาญการเลือกประกันการเดินทางที่คุ้มค่าและคุ้มครองชีวิตตลอดทริปสำหรับนักเดินทาง
Nok Srihong
แก้ไขโดย: คะน้าใบเขียว Last edited: กรกฎาคม 23, 2024
Nok Srihong
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience)
น้ำในหูไม่เท่ากัน

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน แม้ฟังชื่อดูแล้วอาจดูไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือโรคที่มีความร้ายแรงเท่าใดนัก แต่กลับเป็นโรคซึ่งมีอาการที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคนเราเป็นอย่างมาก และแน่นอนว่าขึ้นชื่อว่าโรคภัยไข้เจ็บแล้ว ย่อมไม่มีใครต้องการที่จะเป็นอย่างแน่นอน วันนี้ แรบบิท แคร์ เลือกนำข้อมูลเกี่ยวกับโรคน้ำในหูไม่เท่ากันมาฝาก เพราะโรคนี้อาจเกิดขึ้นกับทุกคนเมื่อไหร่ก็ได้ จึงควรมีความรู้เบื้องต้นติดตัวกันไว้ มีอาการอย่างไร จะได้ลองสังเกตกันดูได้ และรีบทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที

คุณต้องการความคุ้มครองแบบไหน?

✨ แผนที่เหมาะกับคุณ

⚠️ ข้อมูลนี้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น รายละเอียดและเบี้ยจริงอาจแตกต่าง กรุณาตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

ใช้ฟรี • ไม่มีค่าใช้จ่าย

น้ำในหูไม่เท่ากันคืออะไร ?

โรงพยาบาลพญาไทให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการน้ำในหูไม่เท่ากันว่า โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน หรือ โรคความดันน้ำในหูไม่เท่ากันนั้น โรคนี้มีชื่อว่าในทางการแพทย์ว่าโรคเมเนียร์ (Meniere’s Disease) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะพบมากในผู้ที่มีอายุอยู่ระหว่าง 30-60 ปี และสามารถพบได้ในทั้งเพศหญิงและเพศชาย

โดยโรคน้ำในหูไม่เท่ากันนั้นเกิดจากความผิดปกติของหูชั้นในของคนเราซึ่งมีภาวะความดันน้ำในหูชั้นในที่เรียกว่า Endolymph มากผิดปกติ จึงส่งผลให้หูขั้นในที่มีหน้าที่ในการรับเสียง และทำหน้าที่หลักในการควบคุมการทรงตัวทำงานผิดปกติ จึงเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยที่ป่วยเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากันเกิดอาการวิงเวียนศีรษะ หูอื้อ สูญเสียการได้ยิน และรู้สึกถึงแรงดันภายในหูนั่นเอง

สาเหตุของการเกิดอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน

สำหรับผู้ที่กำลังสงสัยว่าโรคน้ำในหูไม่เท่ากันนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร คำตอบคือ ในปัจจุบันนั้นทางด้านการแพทย์ยังไม่มีการสรุปหรือทราบเหตุผลอย่างแน่ชัดว่าอาการน้ำในหูไม่เท่ากันนั้นเกิดจากอะไร แต่ก็มีการแจกแจงปัจจัยที่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดโรคออกมาได้หลากหลายข้อ คือ

  • น้ำในหูไม่เท่ากันจากกรรมพันธุ์ : การป่วยด้วยโรคน้ำในหูไม่เท่ากันนั้นมักพบได้บ่อยในผู้ป่วยที่มีคนในครอบครัวเป็นไมเกรน หรือมีโครงสร้างหูชั้นในที่ผิดปกติ
  • น้ำในหูไม่เท่ากันจากการติดเชื้อไวรัส : อาจเกิดขึ้นเมื่อมีอาการหูชั้นกลาง หูชั้นใน หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และมีการติดไวรัสเกิดขึ้น
  • เป็นโรคต่าง ๆ อยู่แต่เดิม : มีโอกาสพบได้ในผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ โรคซิฟิลิส โรคหูน้ำหนวก โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์ และโรคไขมันในเลือดสูง
  • น้ำในหูไม่เท่ากันจากฮอร์โมน : อีกปัจจัยสำคัญที่พบได้จะพบในผู้ป่วยที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และการมีประจำเดือนที่ผิดปกติ
  • พฤติกรรมที่ไม่ดีต่อสุขภาพ : พักผ่อนไม่เพียงพอ มีความเครียดสูง รับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูงเป็นประจำ สูบบุหรี่เป็นกิจวัตร
  • สภาพแวดล้อม : อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังอึกทึกเป็นระยะเวลานาน หรืออาศัยอยู่ในที่ที่มีเสียงดัง

ปัจจัยเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญและมักพบในตัวของผู้ป่วยที่เป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน แน่นอนว่าสำหรับปัจจัยจากกรรมพันธุ์หรือการติดเชื้อไวรัสเราอาจไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่สำหรับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และการเลือกอยู่ในสถานที่ที่เงียบสงบไม่มีเสียงอึกทึกคอยรบกวนนั้นเป็นสิ่งที่เราเลือกให้ตนเองได้อย่างแน่นอน

น้ำในหูไม่เท่ากัน อาการ

น้ำในหูไม่เท่ากัน อาการเป็นอย่างไร ?

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน คือโรคที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของเซลล์ประสาทที่ควบคุมการทรงตัวโดยตรง ซึ่งเมื่อป่วยเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากันแล้ว ก็จะส่งผลให้มีอาการ ดังนี้

  • รู้สึกบ้านหมุน มีอาการเวียนศีรษะอย่างรุนแรง โดยอาการเหล่านี้อาจจะเกิดขึ้นอยู่นานเป็นชั่วโมง และมีอาการแบบมา ๆ หาย ๆ
  • มีอาการคลื่นไส้ อยากอาเจียน ร่วมกับมีอาการเวียนศีรษะ
  • สูญเสียสมดุลของร่างกาย ส่งผลให้เกิดการเซล้ม เดินไม่ตรง 
  • มีอาการหูอื้อ รู้สึกแน่น ๆ ในหูแบบเป็น ๆ หาย ๆ ได้ยินไม่ค่อยชัด ซึ่งบางครั้งความสามารถในการได้ยินเดี๋ยวก็ดีขึ้น เดี๋ยวก็แย่ลง
  • มีเสียงดังเกิดขึ้นในหู มักเป็นเสียงดัง วี้ด ๆ หวีดหวิวในหู
  • รู้สึกมีอาการหนัก ๆ หน่วง ๆ ภายในหู เหมือนมีแรงดันอยู่ในหู

และอาการเหล่านี้ก็คืออาการเมื่อเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ใครมีอาการเหล่านี้ต้องลองไปเช็กและตรวจสุขภาพกัน อย่านิ่งนอนใจเป็นอันขาดเพราะไม่เช่นนั้นอาจเกิดอันตราย

น้ำในหูไม่เท่ากันอันตรายหรือไม่ ?

สำหรับผู้ที่กำลังสงสัยว่าโรคน้ำในหูไม่เท่ากันนั้นอันตรายหรือไม่ ตอบได้เลยว่าโรคนี้นั้นอันตราย เพราะแม้การแสดงอาการจะเน้นหนักไปที่การเวียนหูและการได้ยินที่อาจแย่ลง แต่หากเป็นหนักขึ้นก็จะส่งผลร้ายแรงได้ เนื่องจากเป็นโรคที่ส่งผลต่อเซลล์ประสาทการทรงตัวและการได้ยิน ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นส่งผลโดยตรงต่อการดำเนินชีวิตประจำวันและยังเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจนเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ทุกเมื่อ

น้ำในหูไม่เท่ากันต้องไปพบแพทย์ไหม ?

โรคน้ำในหูไม่เท่ากันจำเป็นต้องไปพบแพทย์ไหม สามารถรอให้หายเองได้หรือไม่ ? แน่นอนว่าโรคน้ำในหูไม่เท่ากันหรือเริ่มมีอาการดังกล่าวจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และรับการรักษาอย่างถูกต้อง อีกทั้งยังจำเป็นต้องดูแลตนเองตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด

น้ำในหูไม่เท่ากัน วิธีรักษา

ในส่วนของวิธีการรักษาโรคน้ำในหูไม่เท่ากันนั้นก็มีวิธีในการดูแลรักษามากมายหลายวิธี โดยแพทย์เฉพาะทางจะเป็นผู้ตรวจวินิจฉัยและทำการรักษาตามอาการของคนไข้ในแต่ละราย ซึ่งการรักษาก็จะมีหลากหลายวิธีหลากหลายระดับขั้นการรักษา ดังนี้

  • สั่งให้ปรับพฤติกรรม : หากเป็นในระยะเริ่มต้นและมีอาการที่ไม่รุนแรง แพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยน้ำในหูไม่เท่ากันพักผ่อนให้เพียงพอ หมั่นออกกำลังกาย ทำจิตใจให้สบาย และคลายความวิตกกังวล
  • รักษาด้วยการให้รับประทานยา : แพทย์อาจสั่งยาให้เพื่อบรรเทาอาการ เช่น ยาขยายหลอดเลือด เพื่อช่วยให้การไหลเวียนของน้ำในหูดีขึ้น ยาขับปัสสาวะ ซึ่งจะช่ยลดอาการบวมและการคั่งของน้ำในบริเวณหูชั้นใน ยาลดอาการเวียนศีรษะและยาลดอาการคลื่นไส้อาเจียน หรือยากล่อมประสาทและยานอนหลับเพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายและพักผ่อนได้เพียงพอ
  • รักษาด้วยการฉีดยา : แพทย์จะทำการฉีดยาเข้าไปยังบริเวณหูชั้นในของผู้ป่วยโดยตรงทั้งนี้เพื่อทำลายเซลล์ที่ก่อให้เกิดอาการเวียนศีรษะ วิธีการนี้จะช่วยกำจัดให้เซลล์ดังกล่าวตายไปและอาการจะหายไปโดยที่ไม่ต้องทำการผ่าตัดรักษา
  • รักษาด้วยการผ่าตัด : วิธีนี้จะใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรง รู้สึกเวียนศีรษะไม่หาย ไม่สามารถรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ ได้หรือทำการรักษาแล้วไม่ดีขึ้น แพทย์จึงจะทำการผ่าตัดเพื่อระบายน้ำในหูชั้นในออก

และวิธีเหล่านี้ก็คือวิธีที่จะใช้ในการรักษาโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน โดยไม่ว่าแพทย์จะเลือกใช้วิธีใดในการรักษาผู้ป่วยก็จำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดร่วมด้วย

น้ำในหูไม่เท่ากัน วิธีรักษา

น้ำในหูไม่เท่ากัน รักษาให้หายขาดได้หรือไม่ ?

สำหรับโรคน้ำในหูไม่เท่ากันนั้น เมื่อเป็นแล้วถึงแม้จะเข้ารับการรักษาเป็นที่เรียบร้อย แต่โรคนี้นั้นถือว่าเป็นโรคที่ไม่หายขาดและสามารถเกิดขึ้นซ้ำได้ แต่การใช้ยาและการดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์จะสามารถช่วยควบคุมอาการเวียนศีรษะให้ดีขึ้นจนสามารถดำเนินชีวิตเป็นปกติได้ แต่ทั้งนี้ก็จำเป็นจะต้องดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดและคอยสังเกตอาการของตนเองอย่างสม่ำเสมอ หากมีอาการแย่ลงหรือผิดปกติใด ๆ ต้องรีบกลับไปพบแพทย์ทันที

รักษาน้ำในหูไม่เท่ากัน หากมีอาการแบบนี้ ต้องรีบกลับไปพบแพทย์ทันที

  • มีเสียงดังมากในหู 
  • รู้สึกบ้านหมุน 
  • รับประทานยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น

หากมีอาการเหล่านี้หลังจากเข้ารับการรักษา ต้องรีบเข้าพบแพทย์ทันที

น้ำในหูไม่เท่ากัน วิธีดูแลตัวเอง

สำหรับผู้ที่อยากรู้ว่าเมื่อเข้ารับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้ว จะมีวิธีการดูแลตนเองและการปฏิบัติตนอย่างไรเพื่อความปลอดภัยของสุขภาพร่างกายและไม่เป็นภัยต่อชีวิตของตนเอง

  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูงหรือมีรสเค็มจัด
  • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ทำกิจกรรมเพื่อคลายเครียดและความวิตกกังวล
  • เมื่อมีอาการเวียนศีรษะแม้จะเล็กน้อยควรเลี่ยงการขับขี่ยานพาหนะ 

วิธีเหล่านี้คือวิธีซึ่งทุกคนจะต้องดูแลตนเองอย่างเคร่งครัดในชีวิตประจำวัน ไม่เช่นนั้นอาการไม่พึงประสงค์อาจย้อนกลับมาและอาจเป็นหนักกว่าเดิม

สรุป

ข้อมูลเหล่านี้คือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโรคน้ำในหูไม่เท่ากันที่ทุกคนควรรู้ และสำหรับใครที่มีปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรคน้ำในหูไม่เท่ากันได้ แรบบิท แคร์ ขอแนะนำให้เลือกทำประกันสุขภาพ กับ แรบบิท แคร์ ไว้ จะได้อุ่นใจหากป่วยไข้ก็ไม่ต้องกังวลใจเรื่อยค่ารักษาพยาบาล


บทความแนะนำอื่นๆ : การดูแลร่างกายและอาการเจ็บป่วย

ดูแลแผลรอยสักอย่างไร ให้ปลอดภัย ไม่เป็นอันตราย! สะเก็ดเงิน คืออะไร? ติดต่อกันได้ไหม? มีวิธีรักษาอย่างไร? ปวดส้นเท้าแปล๊บ ๆ สัญญาณเตือนโรครองช้ำ รักษาอย่างไรให้หายขาด? ภาวะไอเป็นเลือดคืออะไร? อันตรายอย่างไร? สามารถป้องกันได้ยังไงบ้าง?

 

บทความแคร์สุขภาพ

แบบทดสอบ MBTI

แคร์สุขภาพ

MBTI คืออะไร? ช่วยให้ “รู้จักตัวเอง” มากขึ้นอย่างไร?

MBTI (Myers-Briggs Type Indicator) คือแบบทดสอบบุคลิกภาพ โดยอิงจากทฤษฎีทางจิตวิทยาของ Carl Jung เพื่อช่วยให้เข้าใจตัวเองและคนรอบข้างได้ดีขึ้น
คะน้าใบเขียว
27/02/2026
ตรวจสุขภาพ ตรวจอะไร ราคาเท่าไหร่?

แคร์สุขภาพ

รู้ให้ลึก! ก่อนตรวจสุขภาพ ตรวจอะไร ราคาเท่าไหร่?

ในปัจจุบันเทรนด์การดูแลสุขภาพกำลังมาแรง ทำให้หลายคนหันมาดูแลสุขภาพตัวเองและคนรอบข้างมากขึ้น ทั้งการออกกำลังกาย การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์
Tawan
24/02/2026
ปัญหาที่ควรป้องกันก่อนลูกเกิดด้วย

แคร์สุขภาพ

6 ปัญหาที่ควรป้องกันก่อนลูกเกิดด้วย ‘การฝากครรภ์’

การตั้งครรภ์ได้เปิดโอกาสให้คุณแม่สร้างสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นไปพร้อมกับการเติบโตของลูก หลายคนรู้สึกเหมือนฝันไป
Thirakan T
24/07/2025