ข้อควรระวัง ไอเป็นเลือด อันตรายไหม ที่นี่มีคำตอบ

Mayya Style
ผู้เขียน: Mayya Style Published: กุมภาพันธ์ 21, 2023
Mayya Style
Mayya Style
เป็นนักเขียนสายสุขภาพและการเงินที่มีประสบการณ์ในการเขียนมากมาย โดยได้ฝากผลงานในหลากหลายรูปแบบที่เน้นด้านบริหารร่างกายและจิตใจ ทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct ได้อย่างมืออาชีพ
Mayya Style
แก้ไขโดย: Nok Srihong Last edited: พฤษภาคม 6, 2024
Mayya Style
Nok Srihong
จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาการจัดการการเงิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีประสบการณ์กว่า 6 ปี ในวงการฟินเทชและการเงินส่วนบุคคล โดยเฉพาะบัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ และรีไฟแนนซ์ ผ่านการเขียนคอนเทนต์ให้ Rabbit Care และ Asia Direct (6+ ปี) เน้นรีวิวผลิตภัณฑ์ สิทธิประโยชน์บัตรเครดิต และกลยุทธ์บริหารหนี้ ก่อนหน้านี้ ทำงานในอุตสาหกรรม OTA ชั้นนำอย่าง Laterooms.com และ Expedia.com (12 ปี) ซึ่งเสริมทักษะการวางแผนทางการเงินต่อทริป และยังเชี่ยวชาญการเลือกประกันการเดินทางที่คุ้มค่าและคุ้มครองชีวิตตลอดทริปสำหรับนักเดินทาง
อันตรายไอเป็นเลือด

อาการไอเป็นสัญญาณเริ่มต้นของหลาย ๆ โรคมีทั้งแบบที่รุนแรง และแบบที่ไม่รุนแรง คุณจำเป็นต้องหมั่นเช็กตัวเองอยู่ตลอดเวลา หากพบความผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันที อย่างไรก็ตามอาการไอเป็นเลือดสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ คุณไม่ควรวิตกกังวลมากจนเกินไป วันนี้ แรบบิท แคร์ จะพาทุกคนไปรู้จักกับภาวะนี้ ว่ามันคืออะไร เกิดขึ้นได้ยังไง แล้วอันตรายหรือไม่ ไปดูกันเลย!! 

คุณต้องการความคุ้มครองแบบไหน?

✨ แผนที่เหมาะกับคุณ

⚠️ ข้อมูลนี้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น รายละเอียดและเบี้ยจริงอาจแตกต่าง กรุณาตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

ใช้ฟรี • ไม่มีค่าใช้จ่าย

ไอเป็นเลือด เกิดจากอะไร?

ไอเป็นเลือดมีชื่อเรียกทางภาษาอังกฤษว่า Haemoptysis เกิดจากการที่ปอดหรือระบบทางเดินหายใจทำงานผิดปกติไป เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ความรุนแรงของโรคแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับลักษณะของเลือด ปริมาณเลือด และสีของเลือด เช่น มีสีแดงสด หรือชมพู บางรายอาจมีเสมหะปนออกมาด้วย บางทีการไอเป็นเลือดอาจไม่ใช่สัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงเสมอไป เพราะหากรู้ตัวเร็ว ป้องกันไว โอกาสหายขาดก็มีมากขึ้น ดังนั้นน้องแคร์ขอแนะนำให้คุณมาพบแพทย์เพื่อตรวจหาโรคและทำการรักษาต่อไป  

ชนิดของอาการไอเป็นเลือด มีอะไรบ้าง? 

การที่คุณไอเป็นเลือด ในทางการแพทย์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้:

1. ไอเป็นเลือดสด 

หากคุณมีอาการไอแล้วมีเลือดออกเป็นปริมาณมาก เช่น ครึ่งฝ่ามือ หนึ่งฝ่ามือ คุณควรรีบมาพบแพทย์โดยด่วนที่สุด เพราะในกรณีนี้ถือว่าอันตรายมาก หากปล่อยไว้อาจส่งผลลบต่อร่างกายและชีวิตได้ เป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรง เช่น ปอดติดเชื้อ มะเร็งปอด ฝีในปอด 

2. ไอเป็นเลือดมีเสมหะปน 

ภาวะนี้ไม่รุนแรงเท่าแบบแรก หากคุณไอเป็นเลือดแล้วมีเสมหะปนด้วยหมายถึงการไอแรง ๆ จนทำให้เส้นเลือดฝอยในคอแตก ไม่ได้มีอันตรายใด ๆ แต่หากเป็นบ่อยก็ควรรีบไปพบแพทย์ ไม่ควรปล่อยไว้ เพราะอาการไอแบบถี่ ๆ หรือเป็นประจำทุกวันจนทำให้มีเลือดออกในปริมาณมากขึ้น อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงได้  

ไอเป็นเลือดแบบไหนควรไปพบแพทย์ 

ไอเป็นเลือด

1. ปริมาณเลือดที่ออกมา มีมากกว่า 1-2 แล้ว 

2. ไอแล้วมีฟองหรือเสมหะปนออกมา 

3. ไอออกมาแล้วเป็นลิ่มเลือด 

4. เลือดที่ไอออกมามีสีคล้ำ หรือมีเศษอาหารปน

5. ไอเรื้อรังมากกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป  

การวินิจฉัยโรค 

ในเบื้องต้นเมื่อคุณไปที่โรงพยาบาล แพทย์จะทำการประเมินเบื้องต้นก่อนโดยการซักประวัติเบื้องต้น เช่น สูบบุหรี่หรือไม่ ไอมานานเท่าไหร่แล้ว เลือดที่ออกมามีปริมาณเท่าไหร่ หรือ เจ็บคอหรือไม่ มากไปกว่านั้นแพทย์จะถามว่าคุณรับประทานยาอะไรอยู่หรือไม่ เช่นยาละลายลิ่มเลือดที่ส่งผลให้เลือดออกง่าย หลังจากนั้นจะซักประวัติเกี่ยวกับสุขภาพ เช่น เป็นโรคประจำตัวอะไรอยู่ เป็นโรคเลือดหรือไม่ และทำการเอ็กซเรย์ปอดคนไข้ เพื่อดูความผิดปกติและวางแผนการรักษาต่อไป 

การตรวจโรคด้วยวิธีอื่น ๆ

  • การตรวจหาความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดแดง และเกล็ดเลือด
  • การส่องกล้องดูหลอดลม
  • เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ 
  • การเก็บเสมหะที่ปนออกมาจากการไอเป็นเลือดเพื่อส่งเพาะเชื้อ
  • การตรวจหลอดเลือด 
  • การตัดชิ้นเนื้อที่ปอดไปตรวจ

**แหล่งข้อมูลเรื่องชนิดของการไอเป็นเลือดมาจากโรงพยาบาลพญาไท

ไอเป็นเลือด โควิด 

ไอเป็นเลือด

ปัจจุบัน มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 บางรายอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่บางรายมีอาการรุนแรง จนถึงขั้นต้องใส่เครื่องพยุงปอดหรือเครื่องช่วยหายใจ ดังนั้นหากคอและกล่องเสียงเกิดการอักเสบรุนแรง อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น หอบเหนื่อย ไอแรง ไอเรื้อรัง หรืออาจมีอาการไอเป็นเลือดได้ น้องแคร์แนะนำให้คุณเอ็กซเรย์ปอด หลังหายจากโควิด-19 เพื่อที่จะทำการรักษาหากเชื้อลงปอด 

การรักษาการไอเป็นเลือด ทำได้อย่างไร? 

การรักษาอาการไอเป็นเลือด วิธีแก้สามารถทำได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรง ดังนี้:

รุนแรงน้อย 

ในกรณีที่ผู้ป่วยไอเป็นเลือดแต่ไม่รุนแรง และเนื้อปอดไม่ได้มีความผิดปกติอะไรมากนัก แพทย์จะทำการรักษาโดยการใช้ยาเฉพาะที่

รุนแรงปานกลาง 

หากรุนแรงปานกลาง เช่นมีเลือดออกมาเป็นจำนวนค่อนข้างมาก ประมาณ 30-40 มิลลิลิตรภายในหนึ่งวัน แพทย์จะให้การรักษาโดยให้ผู้ป่วยนอนที่โรงพยาบาล และอาจรักษาโดยการให้ยา 

รุนแรงมาก

กรณีนี้บางรายอาจไอเป็นเลือดจนหมดสติได้ เกิดจากการเสียเลือดเกินไป หากรุนแรงมากอาจทำให้เสียชีวิตได้ในเวลาต่อมา แพทย์จะทำการรักษาด้วยการใส่ท่อช่วยหายใจและอาจให้ออกซิเจนในบางราย มากไปกว่านั้นแพทย์จะเจาะน้ำเกลือและให้ยาเพื่อการแข็งตัวของหลอดเลือด 

นอกจากนี้แพทย์จะให้การรักษาโดยการใช้วิธีแบบจำเพาะเจาะจงเพื่อควบคุมปริมาณการไหลของเลือด เช่น การเอกซเรย์หลอดเลือดและสอดสายสวน การทำบอลลูนเพื่อให้เลือดหยุดไหล การใช้น้ำเกลือเย็นจัดเพื่อทำให้เลือดหยุดไหล การใช้สารบางตัวเพื่อให้เลือดแข็งตัว การรักษาด้วยเลเซอร์ และอื่น ๆ  

ไอเป็นเลือด วิธีแก้มีหลายอย่างขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล บางรายแพทย์อาจพิจารณาให้ตัดเนื้อปอดที่มีเลือดออกบางส่วนออกไป ขึ้นอยู่กับความรุนแรง อาจตัดเฉพาะเนื้อปอด ตัดเฉพาะกีบ หรือตัดปอดออกทั้ง 2 ข้างก็เป็นได้

แนวทางป้องกันการไอเป็นเลือด                                   

ไอเป็นเลือด

การไอเป็นเลือดบางทีอาจไม่ใช่อาการที่ร้ายแรงเสมอไป หากเป็นแล้วก็สามารถหายได้เอง น้องแคร์แนะนำให้คุณดูแลรักษาสุขภาพของตนเองให้ดี เช่น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ในแต่ละมื้อ รับประทานวิตามินเสริมที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน ดื่มน้ำมาก ๆ รับประทานยาลดเสมหะ งดไอแรง ๆ งดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการไอเป็นเลือด เช่น อยู่ในที่ที่มีควันพิษเยอะ ๆ มากไปกว่านั้น คุณควรงดสูบบุหรี่ ดื่มสุรา เพราะเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดภาวะไอเป็นเลือดได้ หากแพทย์สั่งยาฆ่าเชื้อมาให้ คุณควรรับประทานให้ครบเพื่อป้องกันเชื้อดื้อยา หากยังไม่ดีขึ้นคุณควรรีบกลับไปพบแพทย์อีกครั้งทันที  

สมุนไพรแก้ไอเป็นเลือด มีอะไรบ้าง? 

1. พลูคาว : สมุนไพรชนิดนี้ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายอย่างเร่งด่วน มากไปกว่านั้นยังช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ลดอาการไอ และลดการอักเสบภายในปอด  

2. เห็ดหลินจือ : ช่วยฟื้นฟูระบบทางเดินหายใจ เช่น ปอด หัวใจ ตับ มากไปกว่านั้นยังมีหน้าที่ช่วยขจัดพิษในร่างกายอีกด้วย  

ไอเป็นเลือด เสี่ยงเป็นโรคอะไรได้บ้าง

ไอเป็นเลือด

1. วัณโรคปอด           

วัณโรคสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ทั้งแบบติดต่อและไม่ติดต่อ จึงทำให้ปัจจุบันมีจำนวนผู้ป่วยมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยหากคุณเป็นวัณโรคปอดแบบแพร่เชื้อได้ ควรแยกตัวห่างจากผู้อื่น เช่น เครื่องใช้ภายในบ้าน ห้องนอน และอื่น ๆ โดยอาการของโรคนี้คือ ไอเป็นเลือดแล้วมีเสมหะปน ไอเรื้อรังนานกว่า 3 อาทิตย์ น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว อ่อนเพลีย มีไข้หรือ เหนื่อยง่าย โดยการรักษาสามารถทำได้โดยการรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง

2. โรคหลอดลมอักเสบ 

ไอเป็นเลือดมีเสมหะปน อาจมาจากการที่หลอดลมของคุณอักเสบรุนแรง สามารถรักษาได้ด้วยการรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ แต่หากปล่อยไว้ หลอดลมของคุณก็จะอักเสบเรื้อรัง ทำให้กระบวนการรักษายุ่งยากและซับซ้อนขึ้นไปอีก ดังนั้น น้องแคร์แนะนำให้คุณมาพบแพทย์เพื่อทำการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ อาการของโรคหลอดลมอักเสบมักจะมีไข้ขึ้น หนาวสั่น ไอ มีเสมหะเหนียวข้นสีเขียวหรือสีเหลือง 

3. มะเร็งปอด

ไอเป็นเลือด มะเร็งปอด เป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกัน เพราะภาวะไอแล้วมีเลือดออกอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคมะเร็งปอดได้ โดยอาการของมะเร็งปอด จะมีไอเรื้อรัง ไอเป็นเลือด หายใจหอบเหนื่อย หายใจลำบาก เนื่องจากการที่ก้อนมะเร็งทำให้เนื้อปอดน้อยลง หรือกดเบียดหลอดลม อาจทำให้เกิดปอดอักเสบ หรือมีไข้ได้ สาเหตุของมะเร็งปอดหลัก ๆ มาจากการสูบบุหรี่ต่อเนื่องกันเป็นเวลายาวนาน ดังนั้น คุณควรตระหนักถึงโทษและอันตรายของบุหรี่ และไม่สูบเพื่อหนีห่างจากโรคมะเร็งปอด

4. เลือดออกในปอด

เป็นภาวะตกเลือดที่อันตรายมากเกิดจากการผิดปกติของทางเดินหายใจส่วนบน ถุงลม และอื่น ๆ คนไข้ส่วนใหญ่มักมาด้วยอาการไอเป็นเลือด หากในภาวะรุนแรง ระดับออกซิเจนในเลือดจะลดลง โดยการรักษาจำเป็นต้องดูดเลือดออกจากหลอดลม ให้ออกซิเจนเพิ่มเติม และใส่ท่อช่วยหายใจ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นภาวะอันตราย หากปล่อยไว้อาจทำให้เสียชีวิตได้ 

5. ลิ่มเลือดอุดตันในปอด

เป็นภาวะที่มีลิ่มเลือดไปอุดตันบริเวณขั้วปอด หรือหลอดเลือดที่ปอด ซึ่งการรักษาทำได้โดยการให้ยาละลายลิ่มเลือดซึ่งผู้ป่วยจำเป็นต้องถูกนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนและทันท่วงที ไม่เช่นนั้นอาจทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมาได้ อาการของโรคนี้มักจะหายใจลำบาก เหนื่อยง่าย ใจสั่น เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด และอื่น ๆ 

ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับภาวะไอเป็นเลือด ดังนั้นหากคุณมีอาการไอเรื้อรัง น้องแคร์ขอแนะนำให้คุณมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาต่อไปเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง และเพื่อจะได้อยู่เคียงข้างคนที่คุณรักไปนาน ๆ หลายคนอาจกังวลเกี่ยวกับภาวะนี้ ดังนั้นน้องแคร์ขอแนะนำให้คุณทำประกันสุขภาพติดตัวไว้สักฉบับ โดยสามารถซื้อผ่านกับ แรบบิท แคร์โดยตรง เรามีสิทธิประโยชน์มากมาย เช่น บริการปรึกษาแพทย์ผ่านวิดีโอคอล บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน และอื่น ๆ หากคุณสนใจสามารถสมัครผ่าน rabbitcare.om หรือโทร 1438 


บทความแนะนำอื่นๆ : การดูแลร่างกายและอาการเจ็บป่วย

ดูแลแผลรอยสักอย่างไร ให้ปลอดภัย ไม่เป็นอันตราย! น้ำในหูไม่เท่ากัน อันตรายไหม วิธีสังเกตอาการ สะเก็ดเงิน คืออะไร? ติดต่อกันได้ไหม? มีวิธีรักษาอย่างไร? ปวดส้นเท้าแปล๊บ ๆ สัญญาณเตือนโรครองช้ำ รักษาอย่างไรให้หายขาด?

 

บทความแคร์สุขภาพ

แบบทดสอบ MBTI

แคร์สุขภาพ

MBTI คืออะไร? ช่วยให้ “รู้จักตัวเอง” มากขึ้นอย่างไร?

MBTI (Myers-Briggs Type Indicator) คือแบบทดสอบบุคลิกภาพ โดยอิงจากทฤษฎีทางจิตวิทยาของ Carl Jung เพื่อช่วยให้เข้าใจตัวเองและคนรอบข้างได้ดีขึ้น
คะน้าใบเขียว
27/02/2026
ตรวจสุขภาพ ตรวจอะไร ราคาเท่าไหร่?

แคร์สุขภาพ

รู้ให้ลึก! ก่อนตรวจสุขภาพ ตรวจอะไร ราคาเท่าไหร่?

ในปัจจุบันเทรนด์การดูแลสุขภาพกำลังมาแรง ทำให้หลายคนหันมาดูแลสุขภาพตัวเองและคนรอบข้างมากขึ้น ทั้งการออกกำลังกาย การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์
Tawan
24/02/2026
ปัญหาที่ควรป้องกันก่อนลูกเกิดด้วย

แคร์สุขภาพ

6 ปัญหาที่ควรป้องกันก่อนลูกเกิดด้วย ‘การฝากครรภ์’

การตั้งครรภ์ได้เปิดโอกาสให้คุณแม่สร้างสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นไปพร้อมกับการเติบโตของลูก หลายคนรู้สึกเหมือนฝันไป
Thirakan T
24/07/2025