ดูแลแผลรอยสักอย่างไร ให้ปลอดภัย ไม่เป็นอันตราย!

คะน้าใบเขียว
ผู้เขียน: คะน้าใบเขียว Published: พฤศจิกายน 25, 2022
คะน้าใบเขียว
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience)
รอยสัก

หากย้อนกลับไปในอดีต รอยสักอาจเป็นหนึ่งในเรื่องของความเชื่อ บางคนเชื่อว่าการสักจะช่วยเสริมดวงชะตา หรือช่วยในเรื่องคาถาอาคมต่าง ๆ แต่ในปัจจุบัน การสักกลับกลายเป็นเรื่องของศิลปะ เป็นเรื่องของความสวยงาม บวกแนวคิดในยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนไปกับคนที่มีรอยสัก ทำให้หลากหลายคนนิยมไปสักตามร่างกายกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสักหลัง สักขา

แต่ไปสักทั้งที ย่อมมีวิธีการดูแลแผลสักอย่างแน่นอน ว่าแต่จะดูแลรอยสักอย่างไรบ้าง และแผลหลังสักแบบไหนที่น่าเป็นห่วง ควรพบแพทย์ แรบบิท แคร์ มีคำตอบ! 

คุณต้องการความคุ้มครองแบบไหน?

✨ แผนที่เหมาะกับคุณ

⚠️ ข้อมูลนี้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น รายละเอียดและเบี้ยจริงอาจแตกต่าง กรุณาตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

ใช้ฟรี • ไม่มีค่าใช้จ่าย

ดูแลรอยสักอย่างไรบ้าง ทั้งหลังสักใหม่ ๆ และในระยะยาว?

การดูแลรอยสักนั้น สามารถแบ่งออกได้ดังนี้

การดูแลรอยสักหลังสักใน 1 อาทิตย์แรก

ในช่วงแรก หลังจากเปิดผ้าพันแผลออก อาจมีของเหลวอย่างเลือด พลาสมา น้ำเหลือง หรือหมึกสีที่ใช้สักไหลซึมออกมาจากแผลซึ่งเป็นเรื่องปกติ โดยควรเปลี่ยนมาใช้ผ้าปูที่นอนสะอาดใน 2-3 คืนแรกหลังสัก และทำการเปลี่ยนใหม่อีกครั้งเพื่อความสะอาดต่อแผลที่เพิ่งสักไป เพราะรอยสักอาจมีหนองไหลออกมานอกจากนี้ หลังสักใหม่ ๆ อาจมีอาการเจ็บปวดและมีรอยแดงบริเวณรอยสักด้วย

เบื้องต้น ควรล้างทำความสะอาดแผล 1-2 ครั้ง/วัน โดยทำความสะอาดแผลด้วยน้ำอุ่นและสบู่ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม โดยระหว่างการทำความสะอาด ไม่ควรใช้ผ้า ใยบวบ หรืออุปกรณ์ใด ๆ มาขัดถูในการทำความสะอาด เพราะอาจทำให้แผลอักเสบ เกิดการติดเชื้อได้ จากนั้นซับให้แห้งอย่างเบามือ 

สักหลัง

ในช่วงที่แผลบริเวณรอยสักยังไม่หายดี มีข้อควรปฏิบัติเพื่อให้แผลหายเร็วขึ้น และรอยสักมีสภาพสวยงาม ดังนี้

  • การล้างมือ เป็นวิธีป้องกันการติดเชื้อเวลานิ้วเราเผลอไปสัมผัสแผลที่สักใหม่ ๆ
  • ควรสวมใส่เสื้อผ้าปกป้องผิวบริเวณรอยสักจากแสงแดดทุกครั้งเมื่อ
  • หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเกินไป เพื่อป้องกันการเสียดสีกับรอยสัก
  • หลีกเลี่ยงการแกะหรือเกาบริเวณแผล
  • หลีกเลี่ยงการทาครีมกันแดดบริเวณรอยสักจนกว่าแผลจะหายดี
  • หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำหรือการแช่รอยสักในน้ำอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังสัก
  • เลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ ในช่วงเพิ่งสักใหม่ ๆ เพราะอาจทำให้แผลรอยสักเกิดการตึงและปริแตกได้
  • อย่าโกนขนตรงรอยสักจนกว่าแผลจะหาย

เมื่ออาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น แผลรอยสักอาจมีสีคล้ำขึ้น ซึ่งเป็นระยะที่แผลเริ่มฟื้นตัวและตกสะเก็ด ในขั้นตอนนี้ไม่ควรแกะสะเก็ดแผลออกเป็นอันขาดเพราะอาจทำให้เกิดแผลเป็นได้ ควรปล่อยให้สะเก็ดแผลหลุดลอกออกไปเอง แต่หากผ่านมา 5-7 วัน ยังมีอาการบวมแดง อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

สักขา

การดูแลกรอยสัก เมื่อผ่านไป 2 สัปดาห์ขึ้นไป

เมื่อสะเก็ดแผลหลุดออกไปจนหมด แต่อาจมีเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วหลงเหลืออยู่บริเวณรอยสัก ซึ่งจะหลุดลอกออกไปเองในภายหลัง และผิวบริเวณรอยสักอาจดูหมองคล้ำและแห้ง ซึ่งผิวหนังชั้นในอาจใช้เวลา 3-4 เดือนในการฟื้นฟูให้สภาพผิวกลับมาเหมือนเดิม 

โดยรอยสักจะมีสีสดและสวยงามเข้าที่หลังสักแล้วประมาณ 3 เดือน และในระหว่างที่ผิวกำลังฟื้นฟู ควรบำรุงผิวด้วยการทาครีมเพื่อคงความชุ่มชื้นให้ผิวหนังอยู่เสมอ นอกจากนี้ หากผู้สักต้องการให้คงสภาพสีสดและชัดนานขึ้น มีเคล็ดลับ ดังนี้ 

  • ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อคงความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง
  • หมั่นรักษาความสะอาดบริเวณที่สักอยู่เสมอ ล้างทำความสะอาดรอยสักเบา ๆ ด้วยสบู่ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม
  • พยายามไม่ให้รอยสักโดนแสงแดดมากเกินไป
  • หลีกเลี่ยงเนื้อผ้าที่อาจทำให้เกิดการระคายเคือง เช่น ผ้าขนแกะ
  • หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนเพราะอาจทำให้หมึกสีจางลงได้

รอยสัก

แผลรอยสักแบบไหนที่ควรพบแพทย์

นอกจากการดูแลรักษาความสะอาดบริเวณรอยสักแล้ว ผู้สักควรสังเกตอาการตนเองอย่างสม่ำเสมอ เพราะในบางกรณี การสักอาจก่อให้เกิดการเจ็บป่วยได้ โดยที่พบบ่อยที่สุดคือผิวหนังไหม้ อาการแผลติดเชื้อ และลุกลามไปอาการเจ็บป่วยอื่น ๆ ต่อไปได้ เช่น ผิวหนังอักเสบ, ไวรัสตับอักเสบบี, วัณโรค, ซิฟิลิส, เอดส์ หรือแม้แต่มะเร็ง หากสีที่ใช้ในการสักนั้นไม่ได้มาตรฐานและมีค่าโลหะหนักมากเกินไป เป็นต้น 

ดังนั้น หากมีอาการต่อไปนี้เกิดขึ้นหลังสัก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

  • มีไข้ ตัวสั่น มีอาการบวมแดงบริเวณรอยสักมากผิดปกติ
  • มีของเหลวไหลซึมออกมาจากแผลปริมาณมาก
  • เกิดสะเก็ดแผลขึ้นอย่างผิดปกติ
  • มีผื่นคันและมีอาการบวมนานกว่า 1 สัปดาห์ โดยไม่มีทีท่าว่าอาการจะทุเลาลง
  • มีอาการแพ้หมึกสีที่ใช้สัก เช่น คันมากบริเวณรอบรอยสัก, มีหนองหรือมีน้ำเหลืองแฉะอยู่ตลอดเวลา
  • เนื้อเยื่อนูนขึ้นมาและมีลักษณะแข็งผิดปกติ

เบื้องต้นหากมีการติดเชื้อ แพทย์จะแนะนำการทำความสะอาดที่เหมาะสม พร้อมให้ยามาทาน หรือทาบริเวณรอยสัก แต่ในกรณีที่การติดเชื้อรุนแรง อาจจำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อซ่อมแซมเนื้อด้วย 

ดังนั้น ทางที่ดี ควรสังเกตอาการหลังสักอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการเลือกร้านสัก ช่างสักที่มีใบอนุญาตเท่านั้น เนื่องจากการใช้เข็มที่เต็มไปด้วยหมึกสักลงไปบนผิวหนังอาจเสี่ยงนำสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายหรืออาจเกิดการติดเชื้อได้ 

ช่างสัก

การสักกับบุคคลหรือร้านที่ไม่ได้ทำความสะอาดเครื่องมืออย่างถูกต้อง หรือให้ไม่ยอมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการรักษารอยสักที่เพิ่งสักใหม่ให้สะอาด อาจนำไปสู่ปัญหารอยสักติดเชื้อ หรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ

 นอกจากนี้ ผู้ที่อยากสักเป็นครั้งแรก ควรตรวจสอบอาการแพ้ก่อนที่จะสักด้วย แม้จะเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ยาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีคนแพ้ส่วนผสมบางอย่างในหมึกสัก รวมถึงตรวจสอบด้วยว่าตนเป็นโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ, โรคความดันโลหิตสูง, โรคเลือดไหลไม่หยุด, โรคลมชัก หรือโรคเบาหวาน หรือไม่ เพราะโรคเหล่านี้จะมีคำแนะนำจากทางแพทย์ว่า ไม่ควรเข้ารับการสักผิวหนัง เพราะอาจเกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ง่ายนั่นเอง

แน่นอนว่าการสักขา สักหลัง หรือสักในส่วนใด ๆ ของร่างกายไม่ใช่เรื่องที่ผิด หากเลือกร้านและช่างสักให้ดี หมั่นปฏิบัติตามข้อควรดูแลแผลหลังสัก การสักก็ไม่ใช่เรื่องเสี่ยงต่อการเกิดโรคภัยเสมอไป แต่ป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่าต้องมาคอยแก้ไข

ดังนั้น ต้องนี่เลย บริการเปรียบเทียบประกันสุขภาพ กับ แรบิท แคร์ ที่คอยดูแลทุกอาการเจ็บป่วยของคุณ หรือใครที่กังวลว่าประกันสุขภาพจะไม่สามารถเบิกเคลมได้ การเพิ่มประกันชีวิตขึ้นอีกสักนิด จะช่วยให้คุณอุ่นใจได้มากยิ่งขึ้น คลิกเลย!

  

บทความแนะนำอื่นๆ : การดูแลร่างกายและอาการเจ็บป่วย

น้ำในหูไม่เท่ากัน อันตรายไหม วิธีสังเกตอาการ สะเก็ดเงิน คืออะไร? ติดต่อกันได้ไหม? มีวิธีรักษาอย่างไร? ปวดส้นเท้าแปล๊บ ๆ สัญญาณเตือนโรครองช้ำ รักษาอย่างไรให้หายขาด? ภาวะไอเป็นเลือดคืออะไร? อันตรายอย่างไร? สามารถป้องกันได้ยังไงบ้าง?

 

บทความแคร์สุขภาพ

แบบทดสอบ MBTI

แคร์สุขภาพ

MBTI คืออะไร? ช่วยให้ “รู้จักตัวเอง” มากขึ้นอย่างไร?

MBTI (Myers-Briggs Type Indicator) คือแบบทดสอบบุคลิกภาพ โดยอิงจากทฤษฎีทางจิตวิทยาของ Carl Jung เพื่อช่วยให้เข้าใจตัวเองและคนรอบข้างได้ดีขึ้น
คะน้าใบเขียว
27/02/2026
ตรวจสุขภาพ ตรวจอะไร ราคาเท่าไหร่?

แคร์สุขภาพ

รู้ให้ลึก! ก่อนตรวจสุขภาพ ตรวจอะไร ราคาเท่าไหร่?

ในปัจจุบันเทรนด์การดูแลสุขภาพกำลังมาแรง ทำให้หลายคนหันมาดูแลสุขภาพตัวเองและคนรอบข้างมากขึ้น ทั้งการออกกำลังกาย การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์
Tawan
24/02/2026
ปัญหาที่ควรป้องกันก่อนลูกเกิดด้วย

แคร์สุขภาพ

6 ปัญหาที่ควรป้องกันก่อนลูกเกิดด้วย ‘การฝากครรภ์’

การตั้งครรภ์ได้เปิดโอกาสให้คุณแม่สร้างสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นไปพร้อมกับการเติบโตของลูก หลายคนรู้สึกเหมือนฝันไป
Thirakan T
24/07/2025