เช้านี้ ฝุ่น PM 2.5 ลด! ด้าน “กรมควบคุมมลพิษ” ยังเตือนให้เฝ้าระวัง
คนกรุงฯ แฮปปี้รับเช้าวันจันทร์ เมื่อ กรมควบคุมมลพิษ รายงานข้อมูลคุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 13 มกราคม 2563 เวลา 7.00 น. ว่าคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 50 สถานี ตรวจวัดค่าได้ 25 –54 มคก./ลบ.ม. (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม) คาดการณ์ว่า นอกจากอยู่ในช่วงวันหยุดแล้ว อาจจะเป็นผลมาจากการที่ลมฝนพัดพาฝุ่นออกไป
คุณต้องการความคุ้มครองแบบไหน?
✨ แผนที่เหมาะกับคุณ
ใช้ฟรี • ไม่มีค่าใช้จ่าย
เช้านี้ ฝุ่น PM 2.5 ลด! กรมควบคุมมลพิษ เผยยังต้องเฝ้าระวัง
ปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 ในภาพรวมมีแนวโน้มลดลงเกือบทุกพื้นที่เมื่อเทียบกับช่วงเช้าของเมื่อวาน (12 มกราคม 2563) แต่ในบางพื้นที่ยังวัดได้ 35-72 มคก./ลบ.ม. ซึ่งยังเกินค่าเฉลี่ยมาตรฐานอยู่ และพบว่าเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน รวมทั้งหมด 19 พื้นที่ ได้แก่
- เขตสัมพันธวงศ์ บริเวณหน้าหัวมุม ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ (วงเวียนโอเดียน)
- เขตพญาไท หน้าแฟลตทหารบกใกล้ รพ.วิชัยยุทธ ตรงข้ามกระทรวงการคลัง
- เขตวังทองหลาง ด้านหน้าปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ซอยลาดพร้าว 95
- เขตปทุมวัน บริเวณหน้าห้างสามย่านมิตรทาวน.
- เขตบางรัก ข้างป้อมตำรวจหน้าลานบางรักเลิฟลี่ พลาซ่า
- เขตบางคอแหลม บริเวณป้อมตำรวจสี่แยกถนนตก
- เขตยานนาวา ใกล้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่
- เขตบางกะปิ ข้างป้อมตำรวจตรงข้ามสำนักงานเขตบางกะปิ
- เขตคลองสาน บริเวณหน้าห้องสมุดใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน
- เขตบางกอกน้อย บริเวณหน้าสถานีตำรวจรถไฟบางกอกน้อย
- เขตภาษีเจริญ หน้ามหาวิทยาลัยสยาม (ประมาณซอยเพชรเกษม 36)
- เขตบางเขน บริเวณสำนักงานเขตบางเขน
- เขตบางพลัด บริเวณสำนักงานเขตบางพลัด
- เขตบางขุนเทียน บริเวณสำนักงานเขตบางขุนเทียน
- เขตพระนคร บริเวณสำนักงานเขตพระนคร
- เขตคลองเตย บริเวณสำนักงานเขตคลองเตย
- เขตบางซื่อ บริเวณสำนักงานเขตบางซื่อ
- เขตหลักสี่ บริเวณสำนักงานเขตหลักสี่
- เขตบึงกุ่ม บริเวณสำนักงานเขตบึงกุ่ม
PM 2.5 กระทบสุขภาพอย่างไร?
หลายฝ่ายยังคงออกมาเตือนถึงผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยทางเดินหายใจ ที่ควรลดระยะเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง และควรใช้อุปกรณ์ป้องกันต่าง ๆ เช่น หน้ากากที่กรองฝุ่น PM 2.5 เมื่อต้องออกนอกตัวอาคาร การเปิดใช้เครื่องฟอกอากาศ และควรติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างใกล้ชิด
สำหรับอันตรายจากฝุ่นละออง PM 2.5 นั้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อร่างกาย ไม่เฉพาะแค่ผู้มีปัญหา หรือเป็นโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจเท่านั้น แต่ฝุ่น PM 2.5 สามารถซึมผ่านเข้าสู่เส้นเลือด รวมทั้งผ่านเข้าทางเส้นประสาทการรับกลิ่นที่อยู่ในโพรงจมูก และผ่านเข้าไปยังสมองโดยตรง ทำให้เซลล์สมองได้รับบาดเจ็บ เกิดภาวะสมองเสื่อมเร็วกว่าปกติ เสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์ หรือโรคพาร์กินสันได้
ในหมู่เด็ก ๆ ที่หายใจเอาฝุ่น PM 2.5 เข้าไป ก็มีหลายงานวิจัยที่ยืนยันว่า ฝุ่น PM 2.5 มีผลกับความผิดปกติทางด้านพัฒนาการทางสติปัญญา เช่น มีสติปัญญาด้อยลงพัฒนาการช้าลง มีปัญหาการได้ยินและการพูด รวมทั้งยังมีผลทำให้เกิดภาวะสมาธิสั้น และภาวะออทิซึม (Autism) เพิ่มมากขึ้นถึง 68%
ด้านประชาชน และหลายฝ่ายต่างออกมาเรียกร้องถึงรัฐบาล ให้เพิ่มความใส่ใจเกี่ยวกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 และควรเป็นอีกหนึ่งในวาระเร่งด่วนที่ควรแก้ไข และไม่ใช่แค่ในกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ในต่างจังหวัด เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น ภูเก็ต และอีกหลายจังหวัด ยังมีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานที่ควรได้รับการแก้ไขโดยไว
ค่าฝุ่นที่พุ่งสูงในไทยยังเคยติดอันดับ 4 ของโลก ประเทศที่มีฝุ่นละอองหนาแน่น จากการจัดอันดับของ แอปฯ AirVisual อีกด้วย
วิกฤตด้านฝุ่นละออง PM 2.5 ยังคงเป็นปัญหาต่อเนื่อง โดยต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปอย่างใกล้ชิด และไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องฃฝุ่นละอองเท่านั้นที่เป็นประเด็นสำคัญ แต่เรื่องภัยแล้งที่ถูกคาดการณ์เอาไว้ในช่วงหน้าร้อนที่จะถึงนี้ รวมถึงสภาวะน้ำประปาเค็มในบางพื้นที่ ก็ยังเป็นปัญหาที่ต้องติดตามต่อไป!
ขอบคุณที่มาจาก :
www.thairath.co.th/news/local/bangkok/1746106
www.facebook.com/PCD.go.th
สรุป
แม้ว่าสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในบางช่วงจะเริ่มดีขึ้น แต่ปัญหามลพิษทางอากาศยังคงเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม เพราะผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็กสามารถส่งผลต่อสุขภาพได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะโรคระบบทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ และโรคร้ายแรงอื่น ๆ การดูแลสุขภาพด้วยการสวมหน้ากาก หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง และติดตามค่าฝุ่นอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากนี้ การมีประกันสุขภาพ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายเมื่อต้องเข้ารับการรักษาจากโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ ทำให้คุณและครอบครัวอุ่นใจได้มากขึ้นในทุกสถานการณ์

นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ
จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct
เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience)

