อัปเดตกฎหมายที่จอดรถ ในแต่ละสถานที่มีข้อกำหนดแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน
โดยปกติแล้วเวลาเราจอดรถยนต์ตามที่ต่าง ๆ ต้องอาศัยการดูป้ายอนุญาตของแต่ละสถานที่ แต่ในความเป็นจริงแล้วก่อนจะมีป้ายเหล่านั้น จะต้องมีเรื่องกฎหมายที่จอดรถเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งถึงแม้อาจจะดูเหมือนสัมผัสได้ค่อนข้างยาก แต่กฎหมายที่จอดรถก็มีผลทำให้สถานที่จอดหลายแห่ง ถูกสร้างขึ้นมา พร้อมกำหนดจำนวนช่องจอดรถเอาไว้ เพื่อให้เป็นไปตามที่กฎหมายที่จอดรถกำหนด
ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับกฎหมายดังกล่าว แรบบิท แคร์ ได้ลองสรุปสิ่งที่น่าสนใจที่เริ่มตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ว่าขนาดตามกฎหมายที่จอดรถขั้นพื้นฐานกำหนดไว้ ต้องมีขนาดเท่าไหร่ ไปจนถึงข้อมูลเกี่ยวกับจำนวน หรือขนาดที่จอดสำหรับสถานที่แต่ละแห่งทั้งหมด
ขนาดกฎหมายที่จอดรถขั้นพื้นฐาน
ขนาดกฎหมายที่จอดรถขั้นพื้นฐานได้กำหนดเอาไว้ ว่าต้องมีขนาดกว้างและยาวที่ 2.4 x 5.0 เมตร ต่อการจอดรถยนต์จำนวน 1 คัน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและมีความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้งานรถยนต์ นอกจากนั้นต้องมีการเว้นระยะห่างด้านข้างรถไว้ประมาณ 70 เซนติเมตร เป็นระยะห่างสำหรับการเปิดประตูรถยนต์ พร้อมกับเว้นด้านหน้ารถยนต์อีกประมาณ 40 เซนติเมตร เป็นระยะห่างเพื่อทางเดินหน้ารถยนต์นั่นเอง
กฎหมายที่จอดรถสำหรับแต่ละสถานที่
กฎหมายที่จอดรถสำหรับแต่ละสถานที่ ตามกฎกระทรวงจะแบ่งได้ประมาณ 8 สถานที่ คือ อาคารสาธารณะ, อาคารขนาดใหญ่, คอนโด, โรงแรม, ภัตตาคาร, ห้างสรรพสินค้า, สำนักงาน และห้องโถงของภัตตาคารหรืออาคารขนาดใหญ่ โดยในแต่ละสถานที่กฎกระทรวงได้มีการกำหนดขั้นต่ำของที่จอดรถยนต์ที่ควรมีไว้แล้ว ซึ่งจะมีการแยกย่อยรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไปเพิ่มเติม โดยแบ่งออกเป็นกฎหมายที่จอดรถสำหรับสถานที่ที่อยู่ภายในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดอื่น ๆ ดังนั้นจึงสรุปข้อมูลอย่างละเอียดได้ตามหัวข้อย่อยทั้งหมดด้านล่าง
กฎหมายที่จอดรถ อาคารสาธารณะ
กฎหมายที่จอดรถ อาคารสาธารณะ หรือกฎหมายที่จอดรถสำหรับโรงมหรสพที่มีที่นั่งไม่น้อยกว่า 500 ที่ตามกฎกระทรวง จะต้องมีที่จอดรถตามกำหนด 3 กรณีด้วยกัน คือ กรณีที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร, กรณีที่อยู่ในเขตตพระนคร เขตธนบุรี เขตบางรัก เขตปทุมวัน เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และเขตสัมพันธวงศ์ และกรณีที่อยู่ต่างจังหวัด
- ที่จอดรถอาคารสาธารณะ ในกรุงเทพมหานคร กำหนดให้มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า 1 คันต่อจํานวนที่นั่งสําหรับคนดู 20 ที่
- ที่จอดรถอาคารสาธารณะ ในเขตพระนคร ธนบุรี บางรัก ปทุมวัน ป้อมปราบศัตรูพ่าย และสัมพันธวงศ์ กำหนดให้มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า 1 คันต่อจํานวนที่นั่งสําหรับคนดู 10 ที่
- ที่จอดรถอาคารสาธารณะ ในต่างจังหวัด กำหนดให้มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า 1 คันต่อจํานวนที่นั่งสําหรับคนดู 40 ที่

กฎหมายที่จอดรถ อาคารขนาดใหญ่
กฎหมายที่จอดรถ อาคารขนาดใหญ่ จะค่อนข้างพิเศษมากกว่ากฎหมายที่จอดรถแห่งอื่น เพราะต้องมีการระบุด้วยว่าอาคารขนาดใหญ่แห่งนั้น ประกอบกิจการอะไร หลังจากนั้นจึงกำหนดจำนวนที่จอดรถยนต์ไปตามประเภทของกิจการที่ประกอบ หรือให้ใช้ข้อกำหนดพื้นฐานตามกฎหมายที่จอดรถอาคารประเภทดังกล่าว ในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่าต้องมีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า 1 คันต่อพื้นที่อาคาร 120 ตารางเมตร ส่วนต่างจังหวัดกำหนดไว้ที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า 1 คันต่อพื้นที่อาคาร 240 ตารางเมตร
หมายเหตุเพิ่มเติม หากอาคารขนาดใหญ่นั้นมีความสูงไม่เกินตึก 4 ชั้น กฎหมายที่จอดรถกำหนดว่าต้องมีที่จอดรถยนต์อยู่ภายนอกอาคาร หรือห้องใต้ดินของอาคารไม่น้อยกว่า 1 คันต่อ 1 ห้อง
กฎหมายที่จอดรถคอนโด
กฎหมายที่จอดรถคอนโด จะสามารถแบ่งได้ 2 กรณีใหญ่ คือ การคำนวณตามพื้นที่ใช้สอย และการคำนวณตามขนาดของคาร ซึ่งกฎหมายที่จอดรถสำหรับคอนโด ยังมีการแบ่งแยกย่อยตามเขตพื้นที่อีกด้วย ทำให้มีรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม ตามการแบ่งทั้งในแง่กรณีที่กล่าวมา กับเขตพื้นที่เป็นดังข้อมูลในตารางด้านล่างนี้
| ภายในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ | ภายในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด | |
| คำนวณตามพื้นที่ใช้สอย | ห้องที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 60 ตารางเมตรขึ้นไป จะต้องมีที่จอดรถ 1 คัน/1 ห้อง | ห้องที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 60 ตารางเมตรขึ้นไป จะต้องมีที่จอดรถ 1 คัน/2 ห้อง |
| คำนวณตามขนาดของอาคาร | ทุกพื้นที่ก่อสร้าง 120 ตารางเมตร จะต้องมีที่จอดรถ 1 คัน | ทุกพื้นที่ก่อสร้าง 240 ตาราง เมตร จะต้องมีที่จอดรถ 1 คัน |
หมายเหตุเพิ่มเติม กรณีที่จะจัดที่จอดรถยนต์ภายในคอนตามกฎหมายที่จอดรถ โดยอาศัยวิธีการคำนวณตามขนาดของอาคาร ต้องมีพื้นที่ก่อสร้างมากกว่า 1,000 ตารางเมตร สูง 15 เมตรขึ้นไป หรือมีพื้นที่ก่อสร้างมากกว่า 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป
กฎหมายที่จอดรถ โรงแรม
กฎหมายที่จอดรถ โรงแรม ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครมีกำหนดเอาไว้ว่าที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า 1 คันต่อพืนทีห้องโถง 10 ตารางเมตร และไม่น้อยกว่า 1 คันต่อพื้นที่ที่ใช้เพื่อกิจการพาณิชยกรรม 20 ตารางเมตร ส่วนในเขตต่างจังหวัดมีกำหนดไว้ว่าที่จอดรถยนต์ต้องมีไม่น้อยกว่า 1 คันต่อพื้นที่ห้องโถง 30 ตารางเมตร และยังต้องไม่น้อยกว่า 1 คันต่อพื้นที่ที่ใช้เพื่อกิจการพาณิชยกรรม 40 ตารางเมตร

กฎหมายที่จอดรถ ภัตตาคาร
กฎหมายที่จอดรถ ภัตตาคาร สำหรับภายในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และนอกเขต (ต่างจังหวัด) จะมีการอ้างอิงจากพื้นที่ตั้งโต๊ะอาหารดังนี้
- ภายในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภัตตาคารที่มีพื้นที่ตั้งโต๊ะอาหารไม่เกิน 750 ตารางเมตร ให้มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า 1 คันต่อพื้นที่ตังโต๊ะอาหาร 15 ตารางเมตร ส่วนภัตตาคารที่มีพื้นที่ตั้งโต๊ะอาหารเกินกว่า 750 ตารางเมตร ในส่วนที่เกินจาก 750 ตารางเมตร ให้ทำการคิดโดยใช้อัตราส่วน 1 คันต่อ 30 ตารางเมตร
- นอกเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ต้องมีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า 1 คันต่อพื้นที่ตั้งโต๊ะอาหาร 40 ตารางเมตร
กฎหมายที่จอดรถห้างสรรพสินค้า
กฎหมายที่จอดรถห้างสรรพสินค้า หากเป็นเขตพื้นที่ภายในกรุงเทพมหานครกำหนดไว้ว่าต้องมีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า 1 คันต่อพื้นที่ 20 ตารางเมตร ส่วนห้างสรรพสินค้าต่างจังหวัด ต้องมีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า 1 คันต่อพื้นที่ 40 ตารางเมตร
กฎหมายที่จอดรถสำนักงาน
กฎหมายที่จอดรถสำนักงาน สำหรับเขตพื้นที่ภายในกรุงเทพมหานคร จะต้องมีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยไปกว่า 1 คันต่อพื้นที่ 60 ตารางเมตร และพื้นที่ต่างจังหวัด ต้องมีที่จอดรถยนตืไม่น้อยไปกว่า 1 คันต่อพื้นที่ 120 ตารางเมตร

กฎหมายที่จอดรถห้องโถงของภัตตาคาร หรืออาคารขนาดใหญ่
กฎหมายที่จอดรถ ห้องโถงของภัตตาคารหรืออาคารขนาดใหญ่ หากอยู่ภายในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครจะต้องมีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยไปกว่า 1 คันต่อพื้นที่ 10 ตารางเมตร และถ้าอยู่ต่างจังหวัดต้องมีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยไปกว่า 1 คันต่อพื้นที่ 30 ตารางเมตร
อ้างอิงข้อมูล กฎหมายที่จอดรถยนต์ จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถมภ์
กฎหมายที่จอดรถสำหรับบ้านเดี่ยว
กฎหมายที่จอดรถ บ้านเดี่ยว เป็นข้อมูลเผื่อเอาไว้สำหรับคุณเจ้าของรถยนต์ที่อยากทำบ้านเอง แต่ยังไม่ทราบข้อกำหนดของกฎหมาย เบื้องต้นบ้านที่ต้องการให้มีที่จอดรถยนต์ 1 คัน ควรมีความกว้าง x ยาว ประมาณ 2.8 x 5.5 เมตร ส่วนบ้านไหนที่ต้องการจอดรถยนต์ 2 คัน ควรมีความกว้างยาว 5 x 5.5 เมตร
กฎหมายที่จอดรถ สำหรับทาวน์เฮาส์ ทาวน์โฮม
กฎหมายที่จอดรถ ทาวน์เฮาส์หรือทาวน์โฮม มีกำหนดว่าต้องมหน้ากว้างตั้งแต่ 4 – 10 เมตร หรือต้องมีขั้นต่ำอย่างน้อย 2.4 x 5 เมตร ซึ่งถ้าใครกำลังมองหาทาวน์เฮาส์ ทาวน์โฮมที่สามารถจอดรถยนต์ของตัวเองได้ ก็อย่าลืมเช็กความกว้างด้านหน้า เพื่อวางแผนการจอดรถอย่างเหมาะสมอีกทีหนึ่งด้วย
อุบัติเหตุในที่จอดรถ ประกันรถยนต์แต่ละชั้นคุ้มครองหรือไม่
การเกิดอุบัติเหตุในที่จอดรถเป็นเหตุการณ์ที่พบได้บ่อย เช่น การชนกับรถคันอื่น ชนเสา หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยไม่มีคู่กรณี สำหรับกรณีนี้ ความคุ้มครองของประกันรถยนต์แต่ละชั้นจะมีความแตกต่างกันไป นี่คือรายละเอียดเกี่ยวกับความคุ้มครองของประกันรถยนต์แต่ละประเภทเมื่อเกิดอุบัติเหตุในที่จอดรถ:
- คุ้มครองทุกกรณี: ประกันชั้น 1 จะคุ้มครองความเสียหายทั้งต่อรถของคุณและคู่กรณี ไม่ว่าจะเกิดจากการชนกันระหว่างรถ หรือการเฉี่ยวชนสิ่งกีดขวาง เช่น เสาไฟ หรือกำแพงในที่จอดรถ
- ไม่มีคู่กรณี: แม้จะไม่มีคู่กรณี เช่น ชนเสาหรือรั้วในลานจอดรถ ประกันชั้น 1 ยังคงคุ้มครองค่าซ่อมแซมรถของคุณ
- การเคลมประกัน: สามารถเคลมประกันได้ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายผิดหรือถูก โดยส่วนใหญ่ไม่มีเงื่อนไขพิเศษในการเคลมกรณีเกิดเหตุในที่จอดรถ
2. ประกันรถยนต์ 2+
- คุ้มครองในกรณีชนกับยานพาหนะอื่น: ประกันชั้น 2+ จะคุ้มครองเมื่อเกิดการชนกับรถคันอื่นในลานจอดรถ เช่น การถอยชนหรือการเฉี่ยวชนกับรถที่จอดอยู่
- ไม่มีคู่กรณี: อย่างไรก็ตาม ประกัน 2+ จะไม่คุ้มครองในกรณีที่เกิดความเสียหายต่อรถของคุณเองโดยไม่มีคู่กรณี เช่น การชนกำแพง เสา หรือสิ่งของในที่จอดรถ
3. ประกัน3+ ราคาย่อมเยาว์
- คุ้มครองกรณีชนกับยานพาหนะอื่น: ประกันชั้น 3+ คุ้มครองเฉพาะความเสียหายที่เกิดจากการชนกับยานพาหนะอื่นในที่จอดรถ ซึ่งคล้ายกับประกันชั้น 2+ นั่นคือ คุณจะได้รับการคุ้มครองเมื่อมีการชนกับรถคันอื่น แต่ไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถของคุณเองจากการชนสิ่งกีดขวาง
- ไม่มีคู่กรณี: ประกันชั้น 3+ ไม่คุ้มครองความเสียหายกรณีที่คุณขับชนสิ่งของหรือสิ่งกีดขวางในลานจอดรถ
4. ประกันรถยนต์ชั้น 2 และประกันรถยนต์ชั้น 3
- คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี: ประกันชั้น 2 และประกันภัยชั้น 3 จะคุ้มครองเฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคู่กรณีเท่านั้น เช่น หากคุณถอยชนรถคันอื่นในลานจอดรถ ประกันจะรับผิดชอบต่อความเสียหายของคู่กรณี แต่ไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดกับรถของคุณเอง
- ไม่มีคู่กรณี: ประกันชั้น 2 และชั้น 3 ไม่คุ้มครองความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นกับรถของคุณ ไม่ว่าจะชนสิ่งกีดขวางในลานจอดรถ หรือกรณีอื่นที่ไม่มีคู่กรณี
5. กรณีอื่น ๆ ในที่จอดรถ
- ความเสียหายจากภัยธรรมชาติ: หากรถได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วมในที่จอดรถ ประกันชั้น 1 จะครอบคลุมความเสียหายเหล่านี้ ในขณะที่ประกันชั้น 2+ และ 3+ อาจคุ้มครองในบางกรณี เช่น ไฟไหม้ แต่ไม่ครอบคลุมความเสียหายจากภัยธรรมชาติอื่น ๆ
- ความเสียหายจากการกระทำของบุคคลภายนอก: หากมีการทุบทำลายรถ หรือมีความเสียหายจากการกระทำของบุคคลภายนอก ประกันชั้น 1 จะคุ้มครองความเสียหายนี้ ส่วนประกันชั้น 2+ และ 3+ จะไม่ครอบคลุม
สรุป
- ประกันชั้น 1: คุ้มครองครอบคลุมทุกกรณีในที่จอดรถ ทั้งกรณีมีและไม่มีคู่กรณี
- ประกันชั้น 2+ และ 3+: คุ้มครองเฉพาะกรณีชนกับรถคันอื่นในที่จอดรถ ไม่ครอบคลุมกรณีไม่มีคู่กรณี
- ประกันชั้น 2 และชั้น 3: คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี ไม่คุ้มครองความเสียหายต่อรถของคุณเอง
การเลือกประกันที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณมีความมั่นใจเมื่อเกิดเหตุในที่จอดรถ หากคุณกังวลเรื่องความเสียหายต่อรถของคุณเอง ประกันชั้น 1 เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
ด้วยกฎกระทรวงหรือกฎหมายที่จอดรถทั้งหมดที่กล่าวมา ทำให้สถานที่จอดรถยนต์บางแห่ง มีจำนวน และขนาดเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด แน่นอนว่าเมื่อปัจจุบันมีการใช้งานรถยนต์ที่มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันพื้นที่จอดรถกับมีจำนวนที่สวนทางกัน ทำให้รองรับได้น้อยลงทุกที ฉะนั้นอาจเจอที่จอดรถขั้นต่ำตามกฎหมายกำหนด จนมีช่องว่างที่ค่อนข้างแคบสำหรับรถยนต์บางรุ่น หากถูกเฉี่ยวชนจากรถยนต์คันอื่น หรือการเกิดอุบัติเหตุกับกำแพง แบริเออร์กั้นที่จอด อาจทำให้รถยนต์เสียหายได้ ฉะนั้นการพิจารณาเรื่องประกันรถยนต์เพื่อเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ดังกล่าว ถือเป็นเรื่องที่เราไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด
แต่จะทำประกันรถยนต์ชั้นไหน ถึงจะสามารถดูแลคุ้มครองได้อย่างครอบคลุม ตามสถานการณ์ที่เรายกตัวอย่างมานั้น คุณสามารถติดต่อเข้ามาสอบถาม ขอคำปรึกษาโดยตรงได้ที่ แรบบิท แคร์ ผ่านเบอร์โทร 1438 (โทรได้ 24 ชั่วโมง) หลังจากที่ตัดสินใจซื้อประกันรถยนต์ได้แล้ว เรายังมีส่วนลดประหยัดสูงสุดถึง 70% มอบให้คุณเป็นพิเศษอีกด้วย!
บทความเกี่ยวกับกฏหมายจราจรอื่นๆ
สรุป
กฎหมายที่จอดรถสำหรับแต่ละสถานที่ ตามกฎกระทรวงจะแบ่งได้ประมาณ 8 สถานที่ ดังนี้
- อาคารสาธารณะ ในกรุงเทพฯ กำหนดให้มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า 1 คันต่อจํานวนที่นั่งสําหรับคนดู 20 ที่
- อาคารขนาดใหญ่ ในกรุงเทพฯ ว่าต้องมีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า 1 คันต่อพื้นที่อาคาร 120 ตารางเมตร ส่วนต่างจังหวัดกำหนดไว้ที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า 1 คันต่อพื้นที่อาคาร 240 ตารางเมตร
- คอนโด ในกรุงเทพฯ ทุกพื้นที่ก่อสร้าง 120 ตารางเมตร จะต้องมีที่จอดรถ 1 คัน หรือห้องที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 60 ตารางเมตรขึ้นไป จะต้องมีที่จอดรถ 1 คัน/1 ห้อง
- โรงแรม ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครมีกำหนดเอาไว้ว่าที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า 1 คันต่อพืนทีห้องโถง 10 ตารางเมตร และไม่น้อยกว่า 1 คันต่อพื้นที่ที่ใช้เพื่อกิจการพาณิชยกรรม 20 ตารางเมตร
- ภัตตาคาร ในกรุงเทพฯ ภัตตาคารที่มีพื้นที่ตั้งโต๊ะอาหารไม่เกิน 750 ตารางเมตร ให้มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า 1 คัน/พื้นที่ตังโต๊ะอาหาร 15 ตารางเมตร หรือมีพื้นที่ตั้งโต๊ะอาหารเกินกว่า 750 ตารางเมตร ในส่วนที่เกินจาก 750 ตารางเมตร ให้ทำการคิดโดยใช้อัตราส่วน 1 คัน ต่อ 30 ตารางเมตร
- ห้างสรรพสินค้า หากเป็นเขตในกรุงเทพฯ กำหนดไว้ว่าต้องมีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า 1 คัน/พื้นที่ 20 ตารางเมตร
- สำนักงาน สำหรับเขตพื้นที่ภายในกรุงเทพมหานคร จะต้องมีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยไปกว่า 1 คัน/พื้นที่ 60 ตารางเมตร
- ห้องโถงของภัตตาคารหรืออาคารขนาดใหญ่ หากอยู่ภายในเขตกรุงเทพฯ จะต้องมีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยไปกว่า 1 คัน/พื้นที่ 10 ตารางเมตร
- บ้านเดี่ยว ต้องมีที่จอดรถยนต์ 1 คัน ควรมีพื้นที่ประมาณ 2.8 x 5.5 เมตร ส่วนบ้านไหนที่ต้องการจอดรถยนต์ 2 คัน ควรมีความกว้างยาว 5 x 5.5 เมตร
- ทาวน์เฮาส์หรือทาวน์โฮม มีกำหนดว่าต้องมหน้ากว้างตั้งแต่ 4 – 10 เมตร หรือต้องมีขั้นต่ำอย่างน้อย 2.4 x 5 เมตร

Thirakan Thongseenual เป็นนักเขียนที่มีประสบการณ์มากกว่า 3 ปี ที่ RabbitCare และ Asia Direct โดยมีความชำนาญในประกันรถยนต์ เน้นเขียนบทความที่เผยแพร่บน Blog และมีความเชี่ยวชาญด้าน SEO กว่า 4 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอได้ใช้ในการสร้างความรู้และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของ RabbitCare อย่างมีประสิทธิภาพ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปริญญาตรี สาขา Information Technology
ขับขี่ปลอดภัย ซื้อประกันง่ายๆ ที่ แรบบิท แคร์
การขับขี่รถอย่างปลอดภัยไม่ใช่แค่ลดอุบัติเหตุ แต่ยังช่วยประหยัดเบี้ยประกันรถยนต์ ในระยะยาวได้อีกด้วย หากประกันใกล้หมดอายุ เริ่มต้นด้วยการ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ แล้วดำเนินการ ต่อประกันรถยนต์ออนไลน์ ผ่านระบบ Rabbit Care ที่สะดวก เช็คเบี้ยหลายบริษัทชั้นนำในที่เดียว รองรับทั้ง ประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และภาคสมัครใจในขั้นตอนเดียว เริ่มเลยวันนี้

