สรุปรวมกฎหมายขับรถเร็ว 2568 ที่ควรต้องทราบ

Thirakan T
ผู้เขียน: Thirakan T Published: มีนาคม 5, 2024
Thirakan T
Thirakan T
Thirakan Thongseenual เป็นนักเขียนที่มีประสบการณ์มากกว่า 3 ปี ที่ RabbitCare และ Asia Direct โดยมีความชำนาญในประกันรถยนต์ เน้นเขียนบทความที่เผยแพร่บน Blog และมีความเชี่ยวชาญด้าน SEO กว่า 4 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอได้ใช้ในการสร้างความรู้และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของ RabbitCare อย่างมีประสิทธิภาพ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปริญญาตรี สาขา Information Technology
คะน้าใบเขียว
แก้ไขโดย: คะน้าใบเขียว Last edited: มกราคม 8, 2025
คะน้าใบเขียว
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ | Finance, Insurance & Health Content Expert จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience) ทำให้บทความของผมน่าเชื่อถือ มีคุณค่าสำหรับผู้อ่าน และติด Google Search Results
Natthamon
ตรวจทาน: Natthamon Last edited: มกราคม 8, 2025
Natthamon
Natthamon
Natthamon เป็นนักเขียนคอนเทนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในอุตสาหกรรม FinTech ยานยนต์ และประกันภัย จบการศึกษา MBA สาขาการสื่อสารการตลาด และได้รับใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC License – Complex 2) รวมถึงเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต ด้วยพื้นฐานด้านการเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ทำให้ Natthamon มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกัน ประกันสุขภาพ และบริการทางการเงิน สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เชี่ยวชาญด้านการเขียนบทความประกันรถยนต์ การเปรียบเทียบความคุ้มครอง และการให้ความรู้ด้านประกันในหลากหลายประเภท Natthamon มีประสบการณ์ร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ได้แก่ Rabbit Care, CARSOME, DirectAsia Insurance และ GoBear
กฎหมายขับรถเร็ว

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าปัจจุบันกฎหมายขับรถเร็วกำหนดความเร็วของยานพาหนะต่าง ๆ ไว้ที่เท่าใดบ้าง ถนนหรือทางเดินรถแบบไหนบ้างที่กำหนดความเร็วในการขับขี่ และทางเดินรถหรือถนนแต่ละประเภทกำหนดความเร็วไว้ที่เท่าใด หรือขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดจะยังได้รับความคุ้มครองจากประกันรถยนต์หรือไม่? วันนี้ แรบบิท แคร์ สรุปข้อมูลกฎหมายขับรถเร็วมาให้แล้ว

ทางหลวงแผ่นดิน และทางหลวงชนบท

กฎกระทรวงกำหนดอัตราความเร็วของยานพาหนะบนทางหลวงแผ่นดินหรือทางหลวงชนบทที่กำหนด พ.ศ. 2564 โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2564 เป็นต้นไป กำหนดให้อัตราความเร็วของยานพาหนะบนทางหลวงแผ่นดินหรือทางหลวงชนบทที่มีทางเดินรถซึ่งได้แบ่งช่องเดินรถในทิศทางเดียวกันไว้ตั้งแต่สองช่องเดินรถขึ้นไป มีเกาะกลางถนนแบบกำแพง (Barrier Median) ที่ใช้แบ่งทางเดินรถในทิศทางตรงข้ามกันและไม่มีจุดกลับรถเสมอระดับถนน มีรายละเอียดกฎหมายขับรถเร็วดังต่อไปนี้

  • รถยนต์ (ส่วนบุคคล) ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • รถจักรยานยนต์ (ทั่วไป) ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • รถบรรทุกที่มีน้ำหนักเกิน 2,200 กิโลกรัม หรือรถบรรทุกคนโดยสารที่บรรทุกคนโดยสารเกิน 15 คน ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • รถขณะที่ลากจูงรถอื่น รถยนต์สี่ล้อเล็ก หรือรถยนต์สามล้อ ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • รถจักรยานยนต์ที่มีกำลังเครื่องยนต์ตั้งแต่ 35 กิโลวัตต์ขึ้นไป หรือมีขนาดความจุของกระบอกสูบรวมกันตั้งแต่ 400 ซี.ซี. ขึ้นไป ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • รถโรงเรียน หรือรถรับส่งนักเรียน ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • รถบรรทุกคนโดยสารที่มีที่นั่งเกิน 7 คน แต่ไม่เกิน 15 คน ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 
  • รถแทรกเตอร์ รถบดถนน รถใช้งานเกษตรกรรม ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ทั้งนี้ หากรถอยู่ในช่องเดินรถช่องขวาสุด ต้องใช้ความเร็วไม่ต่ำกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เว้นแต่ในกรณ๊ที่ช่องเดินรถนั้นมีข้อจำกัดด้านการจราจรหรือทัศนวิสัย มีสิ่งกีดขวาง หรือมีเหตุขัดข้องอื่น

ทางเดินรถในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา และอื่น ๆ 

กฎกระทรวงกำหนดอัตราความเร็วสำหรับการขับรถในทางเดินรถ พ.ศ. 2564 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป กำหนดให้อัตราความเร็วสำหรับการขับรถในทางเดินรถที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา เขตเทศบาลนคร เขตเทศบาลเมือง หรือเขตชุมชน มีรายละเอียดกฎหมายขับรถเร็วดังต่อไปนี้

  • รถยนต์ (ส่วนบุคคล) ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • รถจักรยานยนต์ (ทั่วไป) ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • รถบรรทุกที่มีน้ำหนักเกิน 2,200 กิโลกรัม หรือรถบรรทุกคนโดยสารที่บรรทุกคนโดยสารเกิน 15 คน ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • รถขณะที่ลากจูงรถอื่น รถยนต์สี่ล้อเล็ก หรือรถยนต์สามล้อ ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • รถจักรยานยนต์ที่มีกำลังเครื่องยนต์ตั้งแต่ 35 กิโลวัตต์ขึ้นไป หรือมีขนาดความจุของกระบอกสูบรวมกันตั้งแต่ 400 ซี.ซี. ขึ้นไป ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • รถโรงเรียน หรือรถรับส่งนักเรียน ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • รถบรรทุกคนโดยสารที่มีที่นั่งเกิน 7 คน แต่ไม่เกิน 15 คน ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 
  • รถแทรกเตอร์ รถบดถนน รถใช้งานเกษตรกรรม ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ขับรถเร็ว

ทางเดินรถนอกเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา และอื่น ๆ

กฎกระทรวงกำหนดอัตราความเร็วสำหรับการขับรถในทางเดินรถ พ.ศ. 2564 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป กำหนดให้อัตราความเร็วสำหรับการขับรถในทางเดินรถที่อยู่นอกเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา เขตเทศบาลนคร เขตเทศบาลเมือง หรือเขตชุมชนมีรายละเอียดกฎหมายขับรถเร็วดังต่อไปนี้

  • รถยนต์ (ส่วนบุคคล) ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • รถจักรยานยนต์ (ทั่วไป) ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • รถบรรทุกที่มีน้ำหนักเกิน 2,200 กิโลกรัม หรือรถบรรทุกคนโดยสารที่บรรทุกคนโดยสารเกิน 15 คน ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • รถขณะที่ลากจูงรถอื่น รถยนต์สี่ล้อเล็ก หรือรถยนต์สามล้อ ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • รถจักรยานยนต์ที่มีกำลังเครื่องยนต์ตั้งแต่ 35 กิโลวัตต์ขึ้นไป หรือมีขนาดความจุของกระบอกสูบรวมกันตั้งแต่ 400 ซี.ซี. ขึ้นไป ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • รถโรงเรียน หรือรถรับส่งนักเรียน ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • รถบรรทุกคนโดยสารที่มีที่นั่งเกิน 7 คน แต่ไม่เกิน 15 คน ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 
  • รถแทรกเตอร์ รถบดถนน รถใช้งานเกษตรกรรม ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ทางพิเศษเหนือ หรือใต้พื้นดิน/พื้นน้ำ

กฎกระทรวงกำหนดอัตราความเร็วสำหรับการขับรถในทางเดินรถ พ.ศ. 2564 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป กำหนดให้อัตราความเร็วสำหรับการขับรถในทางเดินรถที่อยู่บนทางพิเศษ (ทางพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย) และทางเดินรถนั้นอยู่ในระดับเหนือหรือใต้พื้นดินหรือพื้นน้ำ มีรายละเอียดกฎหมายขับรถเร็วดังต่อไปนี้

  • รถยนต์ (ส่วนบุคคล) ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • รถบรรทุกที่มีน้ำหนักเกิน 2,200 กิโลกรัม หรือรถบรรทุกคนโดยสารที่บรรทุกคนโดยสารเกิน 15 คน ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • รถขณะที่ลากจูงรถอื่น รถยนต์สี่ล้อเล็ก หรือรถยนต์สามล้อ ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • รถโรงเรียน หรือรถรับส่งนักเรียน ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • รถบรรทุกคนโดยสารที่มีที่นั่งเกิน 7 คน แต่ไม่เกิน 15 คน ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ทั้งนี้ หากรถดังกล่าวอยู่ในทางเดินรถที่ได้จัดแบ่งช่องเดินรถในทิศททางเดียวกันไว้ตั้งแต่สามช่องขึ้นไป ให้การขับรถในช่องเดินรถช่องขวาสุด ต้องใช้ความเร็วไม่ต่ำกว่า 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เว้นแต่ในกรณีที่ช่องเดินรถนั้นมีข้อจำกัดด้านการจราจรหรือทัศนวิสัย มีสิ่งกีดขวาง หรือมีเหตุขัดข้องอื่น

ขับรถเร็ว

ทางพิเศษระดับพื้นดิน

กฎกระทรวงกำหนดอัตราความเร็วสำหรับการขับรถในทางเดินรถ พ.ศ. 2564 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป กำหนดให้อัตราความเร็วสำหรับการขับรถในทางเดินรถที่อยู่บนทางพิเศษ (ทางพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย) และทางเดินรถนั้นอยู่ในระดับพื้นดิน มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

  • รถยนต์ (ส่วนบุคคล) ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • รถบรรทุกที่มีน้ำหนักเกิน 2,200 กิโลกรัม หรือรถบรรทุกคนโดยสารที่บรรทุกคนโดยสารเกิน 15 คน ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • รถขณะที่ลากจูงรถอื่น รถยนต์สี่ล้อเล็ก หรือรถยนต์สามล้อ ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • รถโรงเรียน หรือรถรับส่งนักเรียน ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • รถบรรทุกคนโดยสารที่มีที่นั่งเกิน 7 คน แต่ไม่เกิน 15 คน ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ทั้งนี้ หากรถดังกล่าวอยู่ในทางเดินรถที่ได้จัดแบ่งช่องเดินรถในทิศททางเดียวกันไว้ตั้งแต่สามช่องขึ้นไป ให้การขับรถในช่องเดินรถช่องขวาสุด ต้องใช้ความเร็วไม่ต่ำกว่า 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เว้นแต่ในกรณีที่ช่องเดินรถนั้นมีข้อจำกัดด้านการจราจรหรือทัศนวิสัย มีสิ่งกีดขวาง หรือมีเหตุขัดข้องอื่น

เกิดอุบัติเหตุเพราะขับรถเร็วกว่ากฎหมายขับรถเร็วกำหนด ประกันรับผิดชอบไหม?

การขับรถเร็วกว่าที่กฎหมายขับรถเร็วกำหนดจนเกิดอุบัติเหตุ จะยังได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์ แม้ว่าจะผิดกฎหมายก็ตาม เนื่องจากการขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดจนเกิดอุบัติเหตุไม่ผิดเงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ทั้งนี้ บริษัทประกันจะยกเว้นความคุ้มครองเฉพาะกรณีการที่ผู้เอาประกันตั้งใจนำรถไปแข่งขันความเร็วจนเกิดอุบัติเหตุ

แม้ว่ากฎกระทรวงที่ประกาศออกมาข้างต้นจะไม่ได้บังคับใช้ในทุกพื้นที่ รวมถึงอาจมีความคาบเกี่ยวกันในแต่ละพื้นที่ ทำให้ผู้ขับขี่อาจเกิดความไม่แน่ใจในความเร็วในการขับขี่ที่ควรต้องใช้สำหรับในแต่ละพื้นที่

ทั้งนี้ ขอให้ผู้ขับขี่ใช้วิธีการสังเกตจากป้ายกำกับหรือเครื่องหมายจราจรในพื้นนั้น ๆ แทน เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายขับรถเร็วให้ถูกต้องที่สุดนั่นเอง

เกิดอุบัติเหตุเพราะขับรถเร็วกว่ากำหนด ประกันแต่ละชั้นคุ้มครองอย่างไรบ้าง

การเกิดอุบัติเหตุจากการขับรถเร็วกว่ากฎหมายกำหนดเป็นเรื่องที่อาจส่งผลต่อการเคลมประกัน โดยเฉพาะในกรณีที่ความประมาทนี้ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ประกันรถยนต์แต่ละชั้นมีเงื่อนไขการคุ้มครองในกรณีดังกล่าวที่แตกต่างกัน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วประกันรถยนต์ในประเทศไทยยังคงให้ความคุ้มครองอยู่ในหลายกรณี แม้จะเกิดจากการขับรถเร็วเกินกำหนด แต่มีข้อควรระวังเกี่ยวกับการประเมินจากบริษัทประกัน รวมถึงกรณีที่อาจมีการปฏิเสธการเคลมได้ในบางสถานการณ์

1. ประกันรถยนต์ชั้น 1 : คุ้มครองเต็มรูปแบบแม้เกิดจากการขับรถเร็วเกินกำหนด

  • ความคุ้มครอง: ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ยังคงคุ้มครองกรณีเกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากการขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด โดยครอบคลุมทั้งค่าซ่อมแซมรถของผู้เอาประกันและรถคู่กรณี รวมถึงค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในกรณีที่มีผู้บาดเจ็บ
  • ข้อควรระวัง: บริษัทประกันอาจทำการตรวจสอบอย่างละเอียดว่าอุบัติเหตุเกิดจากการฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ และอาจใช้เหตุผลนี้ในการปรับลดหรือเพิ่มค่าเบี้ยประกันในปีถัดไป
  • ความคุ้มครองเพิ่มเติม: คุ้มครองทรัพย์สินภายนอก ความเสียหายที่เกิดกับบุคคลภายนอก และค่ารักษาพยาบาลของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

2. ประกันรถยนต์ชั้น 2+ : คุ้มครองในกรณีที่มีคู่กรณี

  • ความคุ้มครอง: ประกัน 2+ จะยังคงคุ้มครองในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุจากการขับรถเร็วเกินกำหนด โดยคุ้มครองทั้งรถของผู้เอาประกันและรถคู่กรณี เฉพาะกรณีที่มีคู่กรณีเป็นยานพาหนะ และไม่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี (เช่น ชนสิ่งของหรือเสา)
  • ข้อควรระวัง: บริษัทประกันอาจตรวจสอบสถานการณ์ว่าเกิดจากการขับขี่โดยประมาทหรือไม่ และหากพบว่าเกิดจากความประมาท เช่น ขับรถเร็วเกินกำหนด บริษัทอาจพิจารณาปรับเบี้ยประกันในปีถัดไป แต่โดยทั่วไปยังคงคุ้มครองตามเงื่อนไขปกติ

3. ประกันรถยนต์ชั้น 2 : คุ้มครองเฉพาะรถคู่กรณี

  • ความคุ้มครอง: ประกันชั้น 2 คุ้มครองเฉพาะรถคู่กรณีและความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก หากเกิดอุบัติเหตุจากการขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด คุณยังสามารถเคลมความเสียหายของคู่กรณีได้
  • ข้อควรระวัง: รถของคุณเองจะไม่ครอบคลุมในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุจากการขับรถเร็ว คุณต้องรับผิดชอบค่าซ่อมแซมรถของตัวเอง

4. ประกันรถยนต์ชั้น 3+ : คุ้มครองเฉพาะกรณีมีคู่กรณี

  • ความคุ้มครอง: ประกัน3+ ราคาประหยัด จะคุ้มครองกรณีที่มีคู่กรณีเป็นยานพาหนะ โดยจะคุ้มครองความเสียหายของรถคู่กรณีและรถของคุณ หากเกิดอุบัติเหตุจากการขับรถเร็วเกินกำหนด
  • ข้อควรระวัง: หากไม่มีคู่กรณี เช่น ชนสิ่งกีดขวาง ประกันชั้น 3+ จะไม่คุ้มครอง นอกจากนี้ หากพบว่าคุณเป็นฝ่ายผิดและขับรถโดยประมาท บริษัทประกันอาจพิจารณาปรับเบี้ยประกันในปีถัดไป

5. ประกันรถยนต์ชั้น 3 : คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี

  • ความคุ้มครอง: ประกันภัยชั้น 3 จะคุ้มครองเฉพาะความเสียหายของรถคู่กรณี หากคุณเกิดอุบัติเหตุจากการขับรถเร็วกว่าที่กฎหมายกำหนด รถของคู่กรณีจะได้รับความคุ้มครองตามปกติ
  • ข้อควรระวัง: รถของคุณจะไม่คุ้มครองค่าเสียหาย คุณจะต้องรับผิดชอบค่าซ่อมแซมเองทั้งหมด

ในทุกกรณี บริษัทประกันยังคงมีสิทธิ์ตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่ที่เป็นสาเหตุของอุบัติเหตุ และหากเป็นการขับขี่โดยประมาท เช่น การขับรถเร็วเกินกำหนด อาจมีผลต่อเบี้ยประกันในอนาคต

แรบบิท แคร์ ศูนย์รวมประกันรถยนต์ออนไลน์จ่ากทุกบริษัทชั้นนำที่มีให้เลือกครบที่สุด พร้อมสิทธิพิเศษและส่วนลดที่การันตีว่าถูกกว่าซื้อตรงด้วยตัวเองกับบริษัทประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นผ่อนเบี้ยประกัน 0% ด้วยเงินสดหรือบัตรเครดิต นานสูงสุด 10 เดือน ส่วนลดสูงสุด 70% หรือบริการเสริมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบริการรถเช่าในระหว่างซ่อม นานสูงสุด 3 วัน หรือค่าชดเชยการเดินทางสูงสุด 500 บาท โทรเลย 1438

บทความเกี่ยวกับกฏหมายจราจร

สรุป

แม้ว่ากฎกระทรวงที่ประกาศออกมาข้างต้นจะไม่ได้บังคับใช้ในทุกพื้นที่ รวมถึงอาจมีความคาบเกี่ยวกันในแต่ละพื้นที่ ทำให้ผู้ขับขี่อาจเกิดความไม่แน่ใจในความเร็วในการขับขี่ที่ควรต้องใช้สำหรับในแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้ ขอให้ผู้ขับขี่ใช้วิธีการสังเกตจากป้ายกำกับหรือเครื่องหมายจราจรในพื้นนั้น ๆ แทน เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายขับรถเร็วให้ถูกต้องที่สุดนั่นเอง

ที่มา

เปรียบเทียบประกันรถยนต์ ซื้อประกันภัยรถยนต์

ระบุยี่ห้อรถของคุณ

บทความแคร์ขับขี่ปลอดภัย

เลี้ยว หมายถึง

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

เลี้ยวรถอย่างมืออาชีพ ด้วยคู่มือฉบับสมบูรณ์เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน

การขับรถบนท้องถนนนั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย และหนึ่งในทักษะที่สำคัญที่สุดคือการ เลี้ยวรถ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือการกลับรถ
Natthamon
31/03/2025
ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไรให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

การบรรทุกของไม่ว่าจะเป็นบนรถกระบะ หรือรถบรรทุกขนาดใดก็ตาม กฎหมายมีการระบุเอาไว้อย่างชัดเจน ในเรื่องของระยะความกว้าง ยาว สูง
Natthamon
20/03/2025
วิธีแก้ง่วงตอนขับรถ

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

วิธีแก้ง่วงตอนขับรถ ขับรถแล้วง่วงต้องทำอย่างไร เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

สายขับรถเดินทางไกลต้องอ่าน วิธีแก้ง่วงตอนขับรถ อะไรบ้างที่ช่วยแก้ง่วงขับรถ ขับรถแล้วง่วงจะต้องทำอย่างไร รวมทริคดี ๆ ที่เหล่านักเดินทาง
Natthamon
03/03/2025