แก่แต่เก๋า แบบนี้อายุเยอะยังต่ออายุใบขับขี่ได้ไหม?

คะน้าใบเขียว
ผู้เขียน: คะน้าใบเขียว Published: สิงหาคม 22, 2022
คะน้าใบเขียว
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ | Finance, Insurance & Health Content Expert จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience) ทำให้บทความของผมน่าเชื่อถือ มีคุณค่าสำหรับผู้อ่าน และติด Google Search Results
ต่ออายุใบขับขี่

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าในปัจจุบัน ประเทศไทยของเรามีอัตตราการเกิดที่น้อยลง และทำให้เข้าสู่ยุคของผู้สูงวัยอย่างรวดเร็ว จนบางครั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ยังตามไม่ทัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการเดินทาง หรือการคมนาคม นี่เองที่ทำให้หลายคน ถึงแม้จะอายุมากแล้ว ก็ยังเลือกที่จะขับรถด้วยตัวเองมากกว่าการเดินทางด้วยชนส่งสาธารณะ

แต่เราจะสามารถขับรถยนต์เองได้จนถึงอายุเท่าไหร่กัน? แล้วถ้าอายุมากแบบนี้ ยังสามารถต่ออายุใบขับขี่ได้ไหม? มีใบขับขี่ตลอดชีพให้ทำอยู่หรือในปัจจุบัน วันนี้ แรบบิท แคร์ จะพาทุกคนไปหาคำตอบ ตามมาเลย!

ส่องสถิติ อายุเยอะยังไหวไหมกับการขับรถ?

กรมควบคุมโรคได้เปิดเผยสถิติที่จำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนน่าสนใจออกมา พบว่าช่วงอายุ 15-24 ปี และช่วง 50-80 ปี มีอัตราการเสียชีวิตสูงสุดเมื่อเทียบกับช่วงอายุอื่น 

นอกจากนี้ ยังมี โครงการศึกษาเพื่อพัฒนาระบบใบอนุญาตขับรถให้เหมาะสมกับประเทศไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยเสริมว่า อายุที่มากขึ้นและสมรรถภาพทางร่างกายที่ลดลง เช่น

  • การหมดสติอย่างฉับพลันในหมู่ผู้สูงอายุ
  • ปัญหาด้านการมองเห็น
  • ความผิดปกติของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
  • ความผิดปกติของระบบประสาท เช่น ความว่องไวในการตอบสนองต่อเหตุการณ์คับขันช้าลง,  การทำงานระหว่างอวัยวะต่าง ๆ ให้ประสานกันได้ไม่ดี และสมาธิลดลง
  • อ่อนล้าง่ายถ้าต้องขับรถนาน ๆ
  • มีโรคประจำตัว
  • ผู้สูงอายุบางคนยังต้องทานยาซึ่งอาจจะมีผลต่อความสามารถในการการขับรถ

และปัญหาสุขภาพอีกหลาย ๆ อย่าง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตที่เพิ่มมากขึ้นของกลุ่มผู้ขับขี่ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ หากมีแนวโน้มเกิดอุบัติเหตุที่รุนแรง ผู้สูงอายุจะได้รับอันตรายมากกว่าและโอกาสถึงแก่ชีวิตสูงกว่าคนหนุ่มสาวถึง 9 เท่า แม้จะมีการคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งแล้วก็ตาม

อายุใบขับขี่

ส่วนสถิติจากทางต่างประเทศ อย่างสหรัฐฯ แม้บางรัฐฯ จะไม่มีตัวเลขอายุที่ขีดเส้นกำหนดกฎหมายแน่นอน ว่าอายุเท่าไหร่จึงไม่ควรขับรถ แต่ข้อมูลสถิติพบว่า คนขับรถที่สูงอายุมีสถิติเกิดอุบัติเหตุปางตายต่อระยะทางเป็นไมล์มากกว่ากลุ่มอื่น และมักจะเกิดเหตุฝ่าฝืนกฎจราจรและอุบัติเหตุไม่ถึงตายมากกว่าคนหนุ่มสาว

แม้จะยังไม่มีผลวิจัยเจาะจงว่าอายุมีผล แต่ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า ปัจจัยด้านสุขภาพล้วนมีผล และการที่อายุเยอะมากขึ้นเอง ก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ นี่เองที่ทำให้ปัจจุบัน ไทยเองก็ได้ทำการยกเลิกใบขับขี่ตลอดชีพลงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 ที่ผ่านมา

จะเห็นจากสถิติว่าบางฝ่ายอาจจะรู้สึกเห็นด้วย เพราะมองเป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคล และควรเช็กจากสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลเป็นหลัก แถมในไทยระบบการขนส่งยังไม่เอื้อต่อการเดินทางสำหรับผู้สูงอายุ แต่อีกฝ่ายก็แสดงความเห็นว่าเป็นความเสี่ยงที่อันตราย และไม่เห็นด้วยกับการให้ผู้สูงอายุออกมาขับขี่รถยนต์บนท้องถนน

เรียกได้ว่าเป็นข้อถกเถียงที่น่าสนใจกันเลยทีเดียวกับเรื่องของอายุผู้ขับขี่บนท้องถนน

ใบขับขี่ตลอดชีพ

แล้วถ้ายังขับไหว ปัจจุบันสามารถต่ออายุใบขับขี่ได้จนถึงอายุเท่าไหร่กันนะ?

เบื้องต้น เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ทางกรมการขนส่งทางบกได้กำหนดอายุขั้นต่ำของผู้ทำใบขับขี่แต่ละประเภทเอาไว้อย่างชัดเจน ซึ่งรถแต่ละประเภทต่างก็กำหนดเกณฑ์อายุขั้นต่ำแตกต่างกันออกไป ดังนี้

  • ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ในกรณีที่ขอใบขับขี่รถจักรยานยนต์ชั่วคราว สามารถทำได้ตั้งแต่ 15 ปี แต่ต้องเป็นรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 110 ซีซี เท่านั้น
  • ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี 
  • ใบขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี
  • ใบขับขี่รถยนต์สาธารณะ, ใบขับขี่รถยนต์สามล้อสาธารณะ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 22 ปี
  • ใบขับขี่รถบดถนน, ใบขับขี่รถแทรกเตอร์ และใบขับขี่รถชนิดอื่นตามมาตรา 43 ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี

จะเห็นได้ว่า ในการทำใบขับขี่ของไทยไม่ว่าจะประเภทให้ก็ตาม จะยังไม่มีการกำหนดขอบเขตอายุที่ห้ามขับรถอย่างชัดเจน ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ ก็ได้หยิบยกความเสี่ยงนี้ เกิดมาเป็นแนวทางการป้องกันความเสี่ยงเป็นกฎหมายต่าง ๆ ออกมา 

เช่น ในกลุ่มสหภาพยุโรป ส่วนใหญ่จะกำหนดให้มีการตรวจสอบสมรรถภาพทางกายอีกครั้งเมื่อผู้ขับขี่มีอายุครบตามเกณฑ์ที่กำหนด อย่าง สวีเดน เมื่ออายุถึง 45 ปี จะต้องมีการตรวจสมรรถภาพทางกายใหม่ และตรวจซ้ำทุก 10 ปีหากยังต้องการขับรถต่อ  หรือ ฝรั่งเศส กำหนดเกณฑ์อายุที่ 60 ปี และต้องตรวจอีกครั้งในทุก 2-5 ปี  หากยังต้องการขับรถต่อ 

หรือกรณีออสเตรเลีย แม้รัฐจะไม่ได้กำหนดเกณฑ์อายุสูงสุดไว้แต่มีมาตรการควบคุมดูแลผู้ขับขี่ที่มีอายุตั้งแต่ 75 ปีขึ้นไป จะต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจสอบว่ามีอาการหรือมีความผิดปกติตามหลักเกณฑ์ที่รัฐกำหนดหรือไม่ และออกใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่ามีสุขภาพดีพอที่จะขับขี่รถ

ใบขับขี่ผู้สูงอายุ

ส่วนในไทย หลายฝ่ายเองก็มองเห็นถึงความเสี่ยง จึงมีการยกเลิกใบขับขี่ตลอดชีพแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 ที่ผ่านมา และมีการตั้งกฎใหม่ ออกมาว่า 

การขอรับและต่ออายุใบขับขี่ ตั้งแต่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563 เป็นต้นไป จะต้องมีเอกสารใบรับรองแพทย์เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินการทุกครั้ง

เนื่องจากตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกเดิมจะไม่มีการกำหนดให้ใช้เอกสารใบรับรองแพทย์ แต่ด้วยสมรรถภาพของร่างกายของผู้ขับรถมีการเปลี่ยนแปลงไปตามวัยที่เพิ่มมากขึ้นและอาจมีโรคประจำตัว หรืออาจมีเหตุให้สมรรถภาพของร่างกายบกพร่องจนไม่สามารถขับรถได้ จึงจำเป็นต้องกำหนดให้ผู้ขับรถเข้ารับการตรวจรับรองจากแพทย์ก่อนเบื้องต้นก่อนการต่ออายุใบขับขี่ เพื่อเป็นการคัดกรอง และรับรองจากทางแพทย์ว่าผู้มาต่ออายุใบขับขี่นั้น ยังคงสามารถขับขี่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

นอกจากนี้แล้ว ผู้สูงอายุเอง หรือคนในครอบครัว ก็ควรประเมินตนเองเบื้องต้นก่อนการไปต่ออายุใบขับขี่ โดยอาจประเมินเบื้องต้นจาก 

  • มีประวัติหกล้มง่ายหรือไม่ เพราะอาจเป็นสัญญาเตือนว่าระบบประสาทและสมองเสื่อมลง
  • เคยมีอุบัติเหตุเล็ก ๆ หรือฝ่าฝืนกฎจราจรโดยไม่ได้ตั้งใจหรือไม่ เช่น ขับฝ่าไฟแดงบ้างไหม
  • สายตาเป็นอย่างไร สามารถอ่านหนังสือตัวเล็ก ๆ ได้ไหม, อ่านป้ายจราจรได้ดีแค่ไหน
  • มีความสามารถทางร่างกายเป็นอย่างไร ยังสามารถเดินเหินลุกนั่งคล่องตัวหรือไม่
  • มีโรคประจำตัวที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ไหม เช่น โรคลมชักหรือลมบ้าหมู, โรคหัวใจขาดเลือดรุนแรงจนเกิดหัวใจวาย หรือหัวใจเต้นผิดปกติจนเกิดอัมพาตเฉียบพลันขณะขับรถ
  • ยารักษาโรคประจำตัวมีผลข้างเคียงทำให้ง่วงซึมลดความสามารถในการขับรถหรือไม่ เช่น ยาแก้แพ้, ยากล่อมประสาท หรือยาต้านความเครียด ฯลฯ
  • พฤติกรรมในช่วงสูงอายุเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน เช่น บางคนเมื่ออายุ 60 ปี อาจง่วงหลับง่าย ต้องมีการงีบพักผ่อนระหว่างวัน เป็นต้นหรือหากผู้สูงอายุบางราย ยังมีความจำเป็นต้องขับรถยนต์อยู่ ก็อาจจะต้องลองประเมินว่ามีข้อจำกัดอะไรบ้าง เช่น บางรายเลือกขับแค่ละแวกบ้านที่คุ้นเคยไม่ขับทางไกล, บางรายต้องไม่กินยาก่อนการขับรถ โดยอาจปรึกษาเภสัชกรในการปรับเปลี่ยนยา หรือการเปลี่ยนเวลาทานยา เป็นต้น

ต่ออายุใบขับขี่ได้แล้ว แต่อายุผู้ขับจะยังส่งผลต่อการทำประกันรถยนต์ไหม?

แรบบิท แคร์ บอกได้เลยว่ามีผลออย่างแน่นอน แต่เป็นผลในทางที่ดี เพราะบริษัทฯหลายแห่ง จะให้ส่วนลดพิเศษเมื่อผู้ทำประกันรถยนต์มีอายุมาก ก็จะยิ่งได้ส่วนลดเบี้ยประกันรถยนต์มากขึ้นเท่านั้น แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับบริษัทฯนั้นๆ ด้วยว่ากำหนดอัตราส่วนลดไว้มากน้อยแค่ไหน 

เช่น บริษัทฯ A อาจให้ส่วนลด สำหรับเจ้าของรถยนต์ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ได้รับส่วนลดมากถึง 20% แต่บริษัทฯ B เน้นให้ส่วนลด 20% กับผู้ขับที่มีอายุ 30 – 40 ปี

หลัก ๆ แล้ว การทำประกันรถยนต์นั้น สิ่งที่จะช่วยประเมินการรับทำประกันฯ หรือกำหนดเบี้ยราคาประกันรถยนต์มักมาจากปัจจัยอื่น ๆ มากกว่า อย่าง อายุการใช้งานของรถยนต์, ประวัติการเคลม, ประวัติการขับรถ เป็นหลักมากกว่า

ตัวอย่าง คุณห่วงใย อายุ 50 ปี มีใบขับขี่ตลอดชีพ และรถยนต์อายุการใช้งานมากถึง 15 ปี แต่มีประวัติการขับขี่ที่ดี ไม่เคยผิดกฎการจราจร ประวัติเบิกเคลมน้อย แบบนี้มีสิทธิจะได้ส่วนลดเบี้ยประกันฯ และยังเป็นที่ชื่นชอบของบริษัทฯอีกด้วย

ตรงข้ามกับ คุณแคร์ อายุ 30 ปี แม้จะมีรถยนต์ที่อายุการใช้งานน้อย 5 ปี แต่มักจะมีประวัติการเกิดอุบัติเหตุบ่อย ๆ แบบนี้อาจจะได้ส่วนลดประกันรถน้อยลง

ส่วนการเบิกเคลมก็หมดห่วง หากเป็นไปตามเงื่อนไขการทำประกันฯ แม้ผู้ขับจะมีอายุที่มาก ก็ยังสามารถเบิกเคลมได้สบาย ยกเว้นเงื่อนไขบางอย่าง เช่น นำรถไปใช้งานผิดกฎหมาย หรือมีการระบุชื่อผู้ขับ แต่ตอนเกิดเหตุ ผู้ขับไม่ใช่ชื่อที่ระบุไว้ เป็นต้น

ประกันรถยนต์ที่แนะนำสำหรับผู้ขับขี่สูงอายุ

การเลือกประกันรถยนต์สำหรับผู้ขับขี่สูงอายุนั้นควรพิจารณาจากปัจจัยหลายประการ เช่น ความคุ้มครองที่ครอบคลุม ความสะดวกสบาย และการคุ้มครองค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ เนื่องจากผู้สูงอายุมักมีความเสี่ยงในการขับขี่เพิ่มขึ้นจากเรื่องการตอบสนองที่ช้าลงและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ประกันที่เหมาะสมที่สุดควรให้ความคุ้มครองครบถ้วนเพื่อลดความเสี่ยงทางการเงินและความกังวลต่ออุบัติเหตุ ประกันรถยนต์ที่คุ้มครองเฉพาะคู่กรณีอย่างประกันชั้น 2 คุ้มครองอะไรบ้าง และประกันชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง จึงไม่เหมาะสม แต่ขอแนะนำตัวเลือกประกันชั้นอื่นๆ ดังต่อไปนี้

  1. ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 (เหมาะสมที่สุด)
    • ความคุ้มครองที่ครอบคลุม: ประกันชั้น 1 เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ขับขี่สูงอายุ เนื่องจากมีความคุ้มครองเต็มรูปแบบ ครอบคลุมทั้งความเสียหายต่อตัวรถของผู้เอาประกันและรถของคู่กรณี รวมถึงการคุ้มครองในกรณีอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี (เช่น ขับรถชนสิ่งของหรือรถเสียหลักเอง)
    • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล: ประกันชั้น 1 ยังครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้สูงอายุที่อาจมีความเสี่ยงด้านสุขภาพหรืออาการบาดเจ็บที่ต้องรักษานานขึ้น
    • คุ้มครองในกรณีฉุกเฉิน: มีการคุ้มครองเพิ่มเติม เช่น ค่าใช้จ่ายในการประกันตัวหากถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย และคุ้มครองกรณีภัยธรรมชาติหรือรถถูกโจรกรรม
    • ความสะดวกในการเคลม: การเคลมประกันชั้น 1 มักจะง่ายและรวดเร็ว ซึ่งช่วยลดความกังวลและความซับซ้อนสำหรับผู้สูงอายุ
  2. ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ (ทางเลือกที่ประหยัดกว่า)
    • คุ้มครองเมื่อมีคู่กรณี: ประกัน 2+ เป็นอีกทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีความมั่นใจในการขับขี่ แต่ต้องการประหยัดค่าเบี้ยประกัน โดยคุ้มครองค่าซ่อมรถของผู้เอาประกันในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุที่มีคู่กรณี
    • คุ้มครองโจรกรรมและไฟไหม้: ประกันชั้น 2+ ยังคุ้มครองกรณีรถถูกโจรกรรมหรือไฟไหม้ ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับการคุ้มครองรถที่มีมูลค่าสูง แต่ไม่คุ้มครองอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี เช่น ขับรถชนสิ่งของหรือขับชนกำแพง
    • เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีประสบการณ์ในการขับขี่: ประกันชั้นนี้เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ขับรถระมัดระวังและไม่ต้องการการคุ้มครองเต็มรูปแบบแบบชั้น 1 แต่ยังต้องการความคุ้มครองในกรณีที่มีคู่กรณี
  3. ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ (สำหรับงบประมาณจำกัด)
    • คุ้มครองเมื่อชนกับยานพาหนะทางบก: ประกัน3+ เป็นประกันที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ขับรถในเมืองหรือสถานที่ที่มีความเสี่ยงจากการชนกับรถคันอื่น แต่ไม่ต้องการจ่ายเบี้ยประกันแพง โดยคุ้มครองค่าซ่อมรถในกรณีที่มีคู่กรณีเท่านั้น
    • ไม่คุ้มครองกรณีไม่มีคู่กรณี: อย่างไรก็ตาม ประกันชั้นนี้ไม่คุ้มครองรถของผู้เอาประกันหากเกิดอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี เช่น ขับรถชนสิ่งของ หรือรถเสียหลักเอง ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงสำหรับผู้สูงอายุ

ข้อพิจารณาเพิ่มเติมในการเลือกประกันสำหรับผู้สูงอายุ

  • สุขภาพและความปลอดภัย: ผู้สูงอายุอาจมีปัญหาด้านการมองเห็นหรือการตอบสนองช้าลง ดังนั้นการเลือกประกันที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและคุ้มครองอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจะช่วยลดความกังวล
  • ความเสี่ยงที่สูงขึ้น: ผู้สูงอายุมักเผชิญความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุมากขึ้น การเลือกประกันที่คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถเองและค่าใช้จ่ายทางกฎหมายจะช่วยป้องกันความเสียหายทางการเงิน
  • ความสะดวกในการใช้บริการ: ควรเลือกประกันที่มีบริการหลังการขายที่ดี เช่น การช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง การเคลมที่สะดวก และศูนย์บริการที่เชื่อถือได้

ไม่ว่าจะอายุเลขหลักไหน อุบัติเหตุก็เกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้น การเลือกประกันรถยนต์ที่ไว้ใจได้ จึงเป้นเรื่องสำคัญ! และสำหรับใครที่ยังเลือกไม่ได้ ต้องนี่เลย เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ กับ แรบบิท แคร์! 

แรบบิท แคร์ นอกจากจะมีบริการเปรียบเทียบเบี้ยประกัน ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์การขับขี่ของคุณแล้ว เรายังมีบริการหลังการขายให้คุณอุ่นใจเมื่ออยู่บนท้องถนน ทั้ง บริการช่วยเคลม, บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน แถมยังสมัครง่ายแค่ปลายนิ้ว คลิกเลย!


บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง


บทความแนะนำอื่นๆ : กฎหมายและใบขับขี่

ขับรถชนหมา ใครผิด มีข้อกฎหมายใดเกี่ยวข้อง เช็คที่นี่ มีตรงไหน ห้ามจอดรถ บนถนนและซอยในกทม.- Rabbit Care รวมกฎข้อระวังและข้อห้ามรถป้ายแดงที่ควรรู้

เปรียบเทียบประกันรถยนต์ ซื้อประกันภัยรถยนต์

ระบุยี่ห้อรถของคุณ

บทความแคร์ขับขี่ปลอดภัย

เลี้ยว หมายถึง

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

เลี้ยวรถอย่างมืออาชีพ ด้วยคู่มือฉบับสมบูรณ์เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน

การขับรถบนท้องถนนนั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย และหนึ่งในทักษะที่สำคัญที่สุดคือการ เลี้ยวรถ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือการกลับรถ
Natthamon
31/03/2025
ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไรให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

การบรรทุกของไม่ว่าจะเป็นบนรถกระบะ หรือรถบรรทุกขนาดใดก็ตาม กฎหมายมีการระบุเอาไว้อย่างชัดเจน ในเรื่องของระยะความกว้าง ยาว สูง
Natthamon
20/03/2025
วิธีแก้ง่วงตอนขับรถ

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

วิธีแก้ง่วงตอนขับรถ ขับรถแล้วง่วงต้องทำอย่างไร เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

สายขับรถเดินทางไกลต้องอ่าน วิธีแก้ง่วงตอนขับรถ อะไรบ้างที่ช่วยแก้ง่วงขับรถ ขับรถแล้วง่วงจะต้องทำอย่างไร รวมทริคดี ๆ ที่เหล่านักเดินทาง
Natthamon
03/03/2025