แคร์เรื่องบ้าน

ชำแหละปัญหาบ้านรับหน้าฝน ผนังชื้น สีลอก แก้ยังไงดี?

ผู้เขียน : คะน้าใบเขียว

นักเขียนรุ่นไฮบริด เขียนบทความด้านการบริหารเงินส่วนบุคคลและการลงทุนต่าง ๆ กว่า 7 ปี เริ่มต้นที่งานเขียนที่ Rabbit Finance จนย้ายมาที่ Rabbit Care และ Asia Direct

close
linkedin icon
 
 
Published: July 27,2022
ผนังชื้น สีลอก

เมื่อพูดถึงหน้าฝนแล้ว นอกจากปัญหาเรื่องน้ำท่วม รถติด อีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนหนักใจ ก็คงหนีไม่พ้นปัญหาเรื่องบ้านนี่แหละ! โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาผนังชื้น สีลอก โป่งพอง บ้านจุดมีรอยแตกร้าว แย่ยิ่งกว่าคือบางจุดไม่ได้โดนฝนสาดเสียด้วยซ้ำ แต่ยังเกิดปัญหานี่อีก! ปล่อยไว้อาจไม่ดีแน่ วันนี้เราลองไปหาคำตอบ และหาวิธีซ่อมแซมพร้อม ๆ กับ แรบบิท แคร์ กัน เถอะ!

เจาะลึก ตอบข้อสงสัย ทำไมผนังบ้าน ผนังคอนโด ถึงสีหลุดล่อน บวมชื้น?

ก่อนเริ่มต้นแก้ปัญหาผนังชื้น สีลอก เรามาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่าว่าทำไมบ้าน หรือคอนโดของเราถึงเกิดปัญหานี่ได้นะ? โดยสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดผนังบวมชื้น สีหลุดลอก มักจะเกิดจากสาเหตุดังนี้

เกิดจากความชื้นฝังในเนื้อผนังที่ระเหยออกไปไม่ได้

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความชื้นจนสีผนังโป่งพองหลุดลอก มักมีสาเหตุมาจากน้ำที่ซึมเข้าไปในชั้นผนัง หรือสัมผัสน้ำในปริมาณมากเป็นระยะเวลาต่อเนื่องนาน ๆ รวมไปถึงปัญหาผนังปูนฉาบที่แตกร้าว ทำให้น้ำฝนหรือความชื้นซึมผ่านผนัง

เมื่อความชื้นเหล่านั้นไม่สามารถระเหยออกมาภายนอกได้ ทำให้ความชื้นในผนังพยายามระเหยออกมาจนดันแผ่นสีให้หลุดลอกออกมาเป็นแผ่น ๆ แต่ถ้าหากเนื้อสีมีความเหนียวยึดกันเป็นแผ่น (ฟิลม์สี) จะทำให้เกิดผนังสีโป่งพองเป็นดวงคล้ายฟองอากาศได้ 

เช่น ผนังด้านนอกของตัวบ้านที่มักจะโดนฝนอยู่ตลอดเวลา หรือผนังห้องข้างเคียงทำยาแนวหรือระบบกันซึมไม่ดีพอ ก็อาจมีน้ำซึมเข้ามาในผนัง เมื่อนานวันเข้า ความชื้นจะมากพอจนกลายเป็นปัญหาผนังสีบ้านลอกได้ 

หรือแม้แต่การปลูกต้นไม้ชิดกับผนัง ก็อาจเกิดการสะสมความชื้นจากการรดน้ำต้นไม้และความชื้นได้เช่นเดียวกัน รวมทั้งความชื้นจากพื้นดินซึ่งทำให้บริเวณชายล่างของผนังนั้นเกิดปัญหาสีลอกล่อน บวมพองไปจนถึงเกิดเชื้อราและตะไคร่เกาะตามผนังตามมาด้วย

ซ่อมผนัง

เกิดจากสิ่งสกปรกบนพื้นผิวผนังในขั้นตอนการทาสี

อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผนังบ้านมักเกิดปัญหาสีหลุดลอก หากไม่ใช่เพราะความชื้น อาจมาเกิดจากขั้นตอนในระหว่างการทาสีก็ได้! 

เพราะถ้าระหว่างการทาสีผนัง ทาสีบ้าน ไม่ได้ทำความสะอาดให้ดี หรือเรียบร้อยเสียก่อน พื้นผิวผนังปูนอาจมีฝุ่น มีคราบสกปรกเกาะอยู่ เมื่อทาสีทับลงไป สีผนังอาจยึดเกาะได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากมีฝุ่น หรือสิ่งสกปรกดั่งกล่าวเข้ามาเป็นตัวกลางขัดขวางการยึดเกาะของสีกับผนัง ทำให้เกิดเป็นสีหลุดล่อนเร็วกว่าอายุขัยที่ควรจะเป็นนั่นเอง 

นอกจากนี้ ปัญหาผนังชื้น สีหลุดลอก อาจเกิดจากสภาพอายุขัยของบ้านที่ใช้งานมาเป็นระยะเวลานาน ก็อาจเกิดปัญหาเหล่านี้ได้เช่นกัน

เกิดจากค่าความกรดด่างของผนังกับสีไม่เท่ากัน

รู้หรือไม่ว่า การที่เราต้องทาสีรองพื้น ก่อนทาสีจริงของพื้นผนังนั้น ก็เพราะสีรองพื้นจะมีคุณสมบัติเป็นตัวกลางยึดติดกับผิวปูนและสีทาผนังเข้าไว้ด้วยกัน แต่ถ้าความเป็นกรดหรือเป็นด่างของผนังกับในสีไม่เข้ากัน ก็อาจทำให้สีหลุดลอกได้ก่อนอายุขัยได้ 

นอกจากนี้ สีทาผนังที่คุณภาพต่ำ ระบายความชื้นได้ไม่ดี ก็อาจทำให้ผนังสีลอกง่ายกว่าการใช้สีที่มีคุณภาพดีกว่า รวมไปถึงยี่ห้อหรือแบรนด์ของสีรองพื้นและสีทาผนังที่แตกต่างกัน อาจมีความเสี่ยงจากสูตรทางเคมีเกิดปฏิกิริยาต้านกัน จนทำให้เกิดปัญหาสีผนังลอกได้ในที่สุด

ทาสีคอนโด

ผนังชื้น สีลอก ทิ้งไว้ไม่ต้องแก้ไขจะเกิดข้อเสียอะไรกับบ้าน หรือคอนโดฯของเราบ้าง?

โดยเบื้องต้นนั้น ในที่อยู่อาศัยเอง แท้จริงก็จำเป็นต้องความมีความชื้นอยู่ เพราะจะทำให้ผุ้อยู่อาศัยนั้น สบายตัว ผิวหนังไม่แห้งแตก หายใจได้สะดวก แต่ความชื้นภายในอาคารที่ดีควรอยู่ระหว่าง 20- 50% แต่หน้าฝนในเมืองไทยนั้น อาจก่อปัญหาให้เกิดความชื้นเกินกว่า 50 % มักทำให้เกิดปัญหากับตัวอาคารได้ง่ายมากกว่าปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องผนังชื้น สีลอก

ซึ่งหลายคนอาจมองว่าสีหลุดลอก ผนังชื้น เป็นเรื่องที่ไม่ต้องรีบเร่งในการแก้ไขนัก แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากเราปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ ไม่ได้รับการแก้ไข อาจทำให้ผนังในบ้านสะสมความชื้น จนเกิดเป็นปัญหาเชื้อราบนผนังห้องได้!

ซึ่งหากผู้อยู่อาศัยแบบเรา ๆ สูดดมอยู่กับเชื้อราเป็นระยะเวลานาน ๆ และต่อเนื่อง อาจเกิดผลเสียต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น อาการปวดศีรษะ, คัดจมูก, น้ำมูกไหล, มีไข้, ระคายเคืองตา, จมูก และหลอดลม นอกจากนี้ หากใครที่เป็นโรคมิแพ้หรือหืดหอบ การสัมผัสเชื้อราไม่ว่าจะผ่านทางผิวหนังหรือผ่านการสูดดมก็อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ก่อให้เกิดโรคปอดอักเสบจากอาการภูมิแพ้ ซึ่งอาจร้ายแรงจนถึงแก่ชีวิต! 

ดังนั้นทางที่ดี ก่อนเกิดเชื้อราบนพื้นผนังห้อง เราควรจัดการปัญหาผนังชื้นจะเป็นการตัดปัญหาทุกอย่างตั้งแต่ต้นลมนั่นเอง

ผนังชื้น

แล้วแบบนี้ จะเริ่มต้นแก้ปัญหาผนังชื้น สีลอกได้อย่างไรบ้างนะ? 

เบื้องต้นแล้ว เราสามารถซ่อมแซมสีผนังต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง และยังสามารถกำจัดเชื้อราบนผนังได้เองไม่ยาก แต่หากใครอยากจะจ้างช่างผู้เชี่ยวชาญมาทำการแก้ไขก็สามารถทำได้! โดยขั้นตอนคร่าว ๆ สำหรับการเริ่มต้นการแก้ปัญหาผนังชื้น สีลอก มีดังนี้ 

  • ตรวจสอบ เตรียมพื้นผิว และทำความสะอาดผนังบ้าน

เบื้องต้นเราควรตรวจสอบเสียก่อนว่าปัญหาสีหลุดลอกนั่นมากจากอะไร หากเกิดจากการที่ผนังมีรอยแตกร้าว จนมีน้ำซึมสะสม หรืออยู่ใกล้กับพื้นที่เปียกบ่อย ๆ ให้เริ่มต้นแก้ไขจากส่วนนี้ก่อนเพื่อเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน

หากผนังห้องดั่งกล่าวอยู่ใกล้พื้นที่เปียก อาจจะต้องสำรวจว่าน้ำยากันซึมยังมีประสิทธิภาพหรือไม่ หรือระบบกันซึมต่าง ๆ ในบ้านยังคงทำงานได้ดีหรือเปล่า? ในส่วนนี้อาจจะต้องประเมินร่วมกับช่างผู้เชี่ยวชาญด้วยว่า สามารถซ่อมแซมเองได้หรือไม่ด้วย

ส่วนในกรณีที่ต้องการซ่อมแซมผนังที่มีรอยแตกร้าว อาจใช้ค้อนหรือไขควงแซะเศษผนังและสีที่ลอกออก ปิดรูและรอยแตกร้าวด้วยแป้งโป๊ผนังสำเร็จรูป ใช้กระดาษทรายขัดผิวให้เรียบเสมอกัน ทำความสะอาดพื้นผิวของผนังให้สะอาด เพื่อเป็นการเตรียมพื้นผิวผนังทที่เหมาะกับการทาสีในขั้นตอนต่อไปนั่นเอง

ทาสีบ้าน

  • ทาสีซ่อมแซม

เมื่อซ่อมแซมผนัง แก้ไขเรื่องน้ำยากันซึม ทำความสะอาดผนังเสร็จแล้ว ให้ทาสีรองพื้นทับลงบนผนังปูน เพื่อประสานยึดเกาะให้สีใหม่บนผนังแข็งแรงมากขึ้น โดยควรทาสี 2 รอบขึ้นไป นอกจากนี้ ควรเลือกสีรองพื้น รวมถึงสีทาผนัง และเลือกให้ยี่ห้อ หรือแบรนด์ทาสีให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสีลอกหลุดซ้ำซ้อนนั่นเอง รวมถึงควรเลือกสีทาบ้านให้ตรงกับการใช้งานด้วย

เช่น ต้องการทาสีผนังด้านนอกของตัวอาคาร ก็ควรเลือกใช้สีทาภายนอกโดยเฉพาะ เนื่องจากจะมีคุณสมบัติความทนทานต่อสภาพอากาศและสะท้อนความร้อนออกไปได้มาก

แรบบิท แคร์ ขอแนะนำว่า การลอกสีเดิมออกให้หมดก่อน แล้วจึงค่อยทาสีรองพื้น ตามด้วย สีทาผนังลงทับ จะทำให้ติดทนนานยิ่งขึ้น แต่โดยพื้นฐานแล้ว อายุขยัของสีทาผนังนั่น จะมีอายุราว ๆ 10 – 15 ปี ดังนั้นเมื่อใกล้ครบกำหนดแล้ว ก็ควรทำการซ่อมแซม ทาสีใหม่ จะช่วยให้บ้าน หรืออคอนโดของคุณหมดปัญหาเรื่องผนังชื้น สีลอก ได้ไม่ยาก!

ซ่อมบ้าน

ผนังชื้น ลีลอก ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องความสวยงามของที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพผู้อยู่อาศัยโดยตรงโดยที่เราไม่ควรมองข้าม! โดยเบื้องต้นควรมีการหมั่นสำรวจอยู่เสมอว่าสภาพแวดล้อมของบ้านเราเป็นอย่างไรบ้าง เพราะหากเราเริ่มต้นซ่อมแซมตั้งแต่ปัญหายังเล็กน้อยอยู่ ค่าใช้จ่ายดั่งกล่าวก็จะไม่สูงมาก ใช้บัตรเครดิต หรือใช้ บัตรกดเงินสด ก็สามารถซ่อมแซมได้ง่าย ๆ แต่ในทางกลับกัน หากปล่อยไว้จนปัญหาบานปลาย กลายเป็นการที่ต้องซ่อมแซมครั้งใหญ่ อาจจะต้องใช้เงินก้อนใหญ่ จนถึงขั้นกู้สินเชื่อส่วนบุคคลได้!

ไม่ว่าจะต้องซ่อมแซมเล็ก ๆ น้อย ด้วยเงินก้อนเล็ก หรือจะต้องใช้เงินก้อนใหญ่ในการซ่อมแซมก็หมดห่วง กับ สินเชื่อส่วนบุคคล จาก แรบบิท แคร์! ที่ช่วยเติมเต็มทุกความฝัน ช่วยในทุกความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนแล้ว ยังสมัครง่าย พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอย่าง แคร์ เอเจ้นท์! ให้ทุกการเงินของคุณไม่มีสะดุด หมดปัญหาเรื่องต้องใช้สินทรัพย์ หรือผู้ค้ำประกัน แถมยังผ่อนชำระได้หลายเดือนอีกด้วย

ทุกปัญหาเรื่องการเงิน แก้ได้ด้วย สินเชื่อส่วนบุคคล จาก แรบบิท แคร์ คลิกเลย!


 

บทความแคร์เรื่องบ้าน

Rabbit Care Blog Image 88290

แคร์เรื่องบ้าน

ไฟฟ้าลัดวงจรอันตรายหรือไม่ เกิดจากอะไร วิธีปฏิบัติตัวเมื่อไฟฟ้าลัดวงจร

ไฟฟ้าลัดวงจร เหตุการณ์สุดอันตรายที่แน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แล้วทุกคนรู้กันหรือไม่ ? ว่าจริง ๆ แล้วไฟฟ้าลัดวงจรคืออะไร ? เกิดจากอะไร
กองบรรณาธิการ
01/03/2024
Rabbit Care Blog Image 87543

แคร์เรื่องบ้าน

รีโนเวทบ้านเก่าคุ้มค่าหรือไม่ ? ทางเลือกของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการประหยัดงบประมาณ !

สำหรับคนยุคใหม่ที่กำลังสร้างตัวและกำลังวางแผนในการสร้างครอบครัวในอนาคตนั้น
คะน้าใบเขียว
22/12/2023