บ้านถูกน้ำท่วม เคลมประกันไหนได้บ้าง

คะน้าใบเขียว
ผู้เขียน: คะน้าใบเขียว Published: พฤศจิกายน 2, 2021
คะน้าใบเขียว
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience)
คะน้าใบเขียว
แก้ไขโดย: Tawan Last edited: พฤศจิกายน 3, 2021
คะน้าใบเขียว
Tawan
Tawan นักเขียนมืออาชีพด้านประกันรถยนต์และประกันชีวิตที่จบปริญญาตรี สาขาภาษาศาสตร์ (สาขาย่อย การตลาด) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมใบอนุญาตนายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัยจากสำนักงานคณะกรรมการประกันภัย (OIC) มีประสบการณ์กว่า 7 ปี ในการสื่อสารองค์กร การจัดการสื่อการตลาด การเขียนเนื้อหา และกลยุทธ์ SEO มีความเชี่ยวชาญในการเขียนเนื้อหา Motor Insurance, Fire, Marine และ Miscellaneous Insurance มีประสบการณ์ทำงานกับ Rabbit Care (บริษัทเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันชั้นนำของไทย) , Asia Direct Broker (บริษัทเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์)และ Syn Mun Kong Insurance (บริษัทประกันวินาศภัยชั้นนำไทย SET-listed)
ประกันน้ำท่วม

น้ำท่วมบ้าน เป็นสิ่งที่ใครหลายคนไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่จะแก้ปัญหาด้วยการย้ายบ้าน คงไม่ใช่ทางออกที่ดีแน่ แบบนี้มาปกป้องบ้านที่คุณรักกันด้วยประกันดีกว่า! ว่าแต่ประกันแบบไหนที่จะสามรถเบิกเคลมได้ ถ้าบ้านถูกน้ำท่วมกันนะ? ประกันบ้านทั่วไปสามารถใช้ได้ไหม? ไปหาคำตอบกับน้องแคร์ และ Rabbit Care กันดีกว่า!

เลือกประกันบ้านแบบไหน ให้ประกันน้ำท่วมได้? 

หลายคนเมื่อซื้อประกันบ้านมักจะนึกถึงประกันอัคคีภัยเป็นส่วนมาก เพราะเป็นเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นได้ง่ายกว่า แต่ ณ ปัจจุบัน จากสถานการณ์ที่อากาศแปรปรวนง่าย สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เรื่องของน้ำท่วมบ้านนั้นใกล้ตัวมากขึ้น ไม่ต่างจากเหตุไฟไหม้บ้านก็ว่าได้

ดังนั้นจึงไม่แปลกหากหลายคนเริ่มให้ความสนใจในประกันน้ำท่วมกันมากขึ้น 

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า “น้ำท่วม” ในกรมธรรม์ประกันภัยที่หลาย ๆ บริษัทประกันฯ มักให้คำนิยามไว้ว่า น้ำไหลล้นหรือไหลออกจากทางน้ำปกติ อาจเป็นทางน้ำธรรมชาติ หรือจะเป็นทางน้ำที่สร้างขึ้น (ไม่รวมถึงรางน้ำบนหลังคา) หรือเกิดจากท่อน้ำสาธารณะแตก รวมถึงน้ำท่วมอันเกิดจากลมพายุ น้ำป่า และโคลนถล่ม ทำให้เกิดการท่วมของน้ำจากภายนอกของอาคาร

หากอธิบายให้เข้าใจแบบง่าย ๆ น้ำท่วมนั้นจะหมายถึง น้ำท่วมทั้งทางธรรมชาติจากพายุฝน หรือเป็นน้ำท่วมที่เกิดจากการปล่อยน้ำจากเขื่อน ท่อน้ำแตก ก็ได้เช่นกัน

สำหรับการเลือกประกันบ้านแบบไหนให้ครอบคลุมถึงเรื่องน้ำท่วมนั้นเลือกได้ไม่ยาก โดยทั่วไปแล้วประกันภัยบ้านที่ครอบคลุมถึงเรื่องน้ำมี 2 แบบ ได้แก่ 

  • ประกันอัคคีภัย

เป็นการทำประกันภัยสำหรับที่อยู่อาศัย ซึ่งตามกฎหมายจะบังคับให้เจ้าของที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็น บ้าน คอนโด ตึกแถว ต้องทำ แต่หลัก ๆ จะเน้นไปที่ความคุ้มครองเรื่องเพลิงไหม้หรือภัยจากไฟเป็นหลัก รวมไปถึงภัยอื่น ๆ เช่น ไฟไหม้, ฟ้าผ่า, ระเบิด, ภัยจากยานพาหนะ, ภัยจากอากาศยาน และภัยเนื่องจากน้ำ แต่เป็นความคุ้มครองระยะสั้นเพียงแค่ 1 – 3 ปี 

ตัวอย่างการเคลม กรณีที่โรงงานกิ่งแก้วระเบิด ส่งผลให้บ้านเรือนรอบ ๆ รัศมีได้รับผลกระทบในเรื่องกระจกแตก แบบนี้ก็ยังเคลมประกันอัคคีภัยได้ 

แต่เงื่อนไขของ “ภัยเนื่องจากน้ำ” ที่เขียนไว้ในกรมธรรม์ มักจะครอบคลุมแค่อุบัติเหตุจากน้ำเท่านั้น เช่น น้ำรั่ว น้ำไหลล้นจากท่อน้ำ ถังน้ำ รวมถึงน้ำฝนที่ผ่านเข้าทางท่ออากาศที่ชำรุด เป็นต้น และไม่รวมถึง “ภัยน้ำท่วม” ที่เป็นภัยธรรมชาติ และท่อประปาที่แตกจากนอกอาคาร

  • ประกันภัยพิบัติ

เป็นประกันที่คุ้มครองความเสียหายหรือสูญเสียของตัวบ้านหรือทรัพย์สินที่เกิดจากเหตุธรรมชาติ ได้แก่ น้ำท่วม, แผ่นดินไหว, ลมพายุ หรือเหตุการณ์ภัยพิบัติอื่น ๆ ที่ประกาศว่าเป็นสถานการณ์ภัยพิบัติรุนแรง และตามกฎหมายไม่ได้บังคับเหมือนประกันอัคคีภัย ทำให้สามารถเลือกและประเมินความเสี่ยงได้ว่าจะซื้อหรือไม่

ซึ่งประกันภัยพิบัตินั้นมีความชัดเจนครอบคลุมถึงเรื่องภัยน้ำท่วมมากกว่าประกันอัคคีภัย และครอบคลุมภัยทางธรรมชาติได้ดีกว่า เหมาะสำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยในพื้นที่เสี่ยง หรือในอดีตพื้นที่นั้นเคยเกิดภัยพิบัติขึ้น การซื้อประกันภับพิบัติเสริมไว้ จึงช่วยให้คุณมั่นใจได้มากขึ้น

ตัวอย่างการเคลม หากครั้งนี้น้ำท่วมจนรอบบ้านเสียหาย กระจกแตกจากแรงดันน้ำ หากทำประกันภัยพิบัติที่คุ้มครองเรื่องน้ำท่วม แบบนี้ก็สามารถ

สรุปเบื้องต้น การเลือกซื้อประกันภัยบ้านนั้นควรเลือกความคุ้มครองหรือเงินชดเชยได้อย่างต่ำ 70% ของมูลค่าสินทรัพย์ เพื่อให้ครอบคลุมค่าเสียหายส่วนใหญ่ได้

นอกจากนี้ ผู้ซื้อประกันจะต้องจะต้องอ่านกรมธรรม์ หรือความคุ้มครองจากประกันบ้านดั่งเดิมที่ตนมีเสียก่อน ว่ามีการพูดถึงความคุ้มครองครอบคลุมเรื่องน้ำท่วมมากน้อยแค่ไหน เพราะคำนิยาม “ภัยเนื่องจากน้ำ” นั้น จะไม่เท่ากับ “ภัยน้ำท่วม” นั่นเอง

ประกันบ้าน ครอบคลุมเรื่องน้ำท่วมบ้าน

มีประกันบ้านเดิมอยู่แล้ว ทำอย่างไรให้ครอบคลุมเรื่องน้ำท่วมบ้าน

หลายคนตรวจสอบแล้ว ประกันภัยบ้านที่เคยทำไว้อาจจะไม่ครอบคลุมถึงเรื่องน้ำท่วม และนับวันบ้านของตนเริ่มกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยจากน้ำท่วม แบบนี้แก้ได้ไม่ยาก! หากประกันภัยบ้านไม่คุ้มครอง คุณอาจจะมองหา หรือเลือกซื้อประกันน้ำท่วมเสริมได้! 

ในปัจจุบันจึงมีแผนประกันภัยลักษณะนี้ให้เลือกใช้กันเยอะ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยที่ต้องการความคุ้มครองบางส่วน หรือมีงบประมาณจำกัด โดยประกันเสริมเหล่านี้สามารถซื้อเสริมพ่วงได้จากทั้งประกันบ้านที่มีอยู่แต่เดิม หรือจะซื้อประกันอัคคีภัยพ่วงประกันน้ำท่วมมาเติมก็ได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข และรูปแบบกรมธรรม์ของบริษัทประกันฯนั้น ๆ บางบริษัทอาจมีส่วนลดพิเศษหากซื้อพ่วงกับประกันบ้านที่มีอยู่

แต่ก่อนจะเลือกซื้อประกันเสริมนั้น คุณควรอ่านกรมธรรม์ที่สนใจก่อนว่ามีเงื่อนไขในการคุ้มครองอย่างไร และครอบคลุมสถานการณ์ใดบ้าง เนื่องจากแต่ละกรมธรรม์ก็จะมีเงื่อนไขแตกต่างกันไป เช่น บางประกันจะคุ้มครองในกรณีที่พื้นที่นั้นถูกประกาศว่าเป็นพื้นที่ภัยพิบัติเท่านั้น, บางประกันมีขอบเขตกำหนดระยะเวลาที่คุ้มครองชัดเจน เพื่อรักษาสิทธิ์ที่ตัวเองควรจะได้รับ

นอกจากเรื่องกรมธรรม์แล้ว สิ่งที่คุณควรสนใจ คือ ความคุ้มครองที่จะได้รับ เพราะบางประกันอาจคุ้มครองเฉพาะตัวอาคาร ไม่ได้ระบุถึงเฟอร์นิเจอร์ หรือทรัพย์สินอื่น ๆ แต่บางแพ็คเกจประกันภัยจะครอบคลุมถึงของในบ้านด้วย เช่น เฟอร์นิเจอร์, เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน, เครื่องครัว, เครื่องนุ่งห่ม และทรัพย์สินเพื่อการอยู่อาศัยอื่น ๆ  เป็นต้น แต่เมื่อความคุ้มครองมากขึ้น ก็อาจจะมีเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายมากขึ้นตามไปด้วย

หรือในกรณีที่ต้องการประกันความเสียหายกรณีน้ำท่วมหรือภัยพิบัติต่าง ๆ สำหรับทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง อาจเลือกวิธีการทำประกันภัยทรัพย์สินแต่แยกต่างหาก เช่น กล้อง, คอมพิวเตอร์, เครื่องเสียง หรือประกันรถยนต์ที่ครอบคลุมถึงเรื่องความเสียหายจากน้ำท่วม ก็ได้เช่นกัน

เคลมประกันบ้านน้ำท่วม ต้องทำอย่างไร

ถ้าเกิดอยากเคลมประกันขึ้นมา ต้องทำอย่างไร ?

หลังจากได้ประกันน้ำท่วมที่ตรงใจแล้ว หากเกิดเหตุการณ์จริงจะเริ่มเคลมอย่างไรดี หลัก ๆ แล้ว จะมีขั้นตอน ดังนี้

ติดต่อบริษัทประกันภัย และเตรียมเอกสารการเคลม

เพื่อแจ้งเรื่องราวเบื้องต้นเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เจอ และความต้องการเคลมประกันน้ำท่วม โดยทางบริษัทประกันฯจะแนะแนวทางว่าควรเตรียมเอกสารอะไรบ้างเพื่อนำมาประกอบการเคลม ปัจจุบันการยื่นเอกสารประกอบการขอสินไหมทดแทน สามารถทำได้ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งเอกสารส่วนใหญ่ที่ทางบริษัทประกันฯต้องการ จะมี 

  • หนังสือคำร้องขอสินไหมทดแทนที่ระบุรายละเอียดความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
  • หลักฐานอ้างอิงเหตุการณ์ความเสียหาย เช่น ภาพถ่ายระหว่างที่น้ำท่วมบ้าน, ร่องรอยความเสียหายต่าง ๆ เมื่อน้ำลดแล้ว
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • เอกสารอื่น ๆ ที่อาจขอเรียกขอเพิ่มเติม เช่น สำเนาโฉนดที่ดิน, สำเนาเอกสารการแสดงความเป็นเจ้าของบ้าน ทั้งนี้จะขึ้นอยู่แต่ละบริษัทประกันว่าต้องการอะไรเพิ่มเติมบ้าง 

เก็บหลักฐานต่าง ๆ สำหรับประกอบอ้างอิงการเคลม

จะเห็นได้ว่าหลักฐาน คือเอกสารสำคัญชนิดหนึ่งที่ใช้ในการเคลมประกันน้ำท่วม ซึ่งนอกจากการถ่ายภาพระหว่างน้ำท่วม ความเสียหายต่างภายในบ้าน สามารถถ่ายเป็นคลิปวีดิโอเพื่อเสริมความน่าเชื่อถือแนบไปด้วยก็ได้เช่นกัน

ทั้งนี้ บางบริษัทประกันภัยอาจมีการกำหนดระยะเวลาการส่งหลักฐานและเอกสารต่าง ๆ สำหรับการเคลม โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 30 วัน หรือขึ้นอยู่กับเงื่อนไข ข้อตกลงต่าง ๆ ของกรมธรรม์นั้น ๆ

ดังนั้นจึงควรเช็กให้ดีเพื่อประโยชน์สูงสุดในการเคลม และหากทำประกันภัยบ้านหรือทรัพย์สินไว้กับบริษัทประกันภัยอื่นมากกว่า 1 บริษัท จะต้องแจ้งให้บริษัทฯทราบด้วย

ใครที่กังวลกับเรื่องน้ำท่วม หรือภัยพิบัติอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลาก็อุ่นใจได้ เพียงแค่คลิกมาที่ Rabbit Care โบรคเกอร์ประกันภัยที่น่าเชื่อถือ พร้อมบริการเปรียบเทียบประกันภัยต่าง ๆ ให้คุณได้เลือกสรร เพื่อความคุ้มครองและความมั่นคงให้กับชีวิต แถมยังสมัครง่าย ไม่ต้องเดินทางไปไหนไกล นั่งอยู่ที่บ้านก็สามารถซือประกันดี ๆ ได้แล้ว คลิกเลย!

เลือกประกันภัยที่อยู่อาศัยจากแรบบิท แคร์

แนะนำแผนประกันภัยที่อยู่อาศัย

บทความแนะนำอื่นๆ : การดูแลบ้านและสิ่งแวดล้อม

ชำแหละปัญหาบ้านรับหน้าฝน ผนังชื้น สีลอก แก้ยังไงดี? เทคนิคแต่งบ้าน เพื่อวัยเกษียณแฮปปี้สุด ๆ ตรวจเช็กสภาพบ้าน ก่อนฤดูฝนมาถึง เริ่มตรงไหนดี? รวมวิธีป้องกันงูเข้าบ้าน สัตว์เลื้อยคลานเข้าบ้านช่วงหน้าฝน เช็กลิสต์ เตรียมซ่อมบ้านยังไง ถ้าถูกไฟไหม้ หรือน้ำท่วม! เรื่อง(ของ) บ้าน ๆ เลือกปลั๊กไฟยังไงให้ปลอดภัย เบื่อโซฟาเก่า อยากเปลี่ยนให้ดูดี ปรึกษา SB Design Square ได้เลย!

 

บทความแคร์ไลฟ์สไตล์

สิทธิที่ผู้เช่าควรรู้! ย้ายหอพักก่อนครบสัญญาทำได้หรือไม่

แคร์ไลฟ์สไตล์

สิทธิที่ผู้เช่าควรรู้! ย้ายหอพักก่อนครบสัญญาทำได้หรือไม่ ?

การเช่าหอพักอพาร์ทเม้นท์มักมีการทำสัญญาเช่าหอพักเพื่อกำหนดข้อตกลงระหว่างผู้เช่าและเจ้าของหอพัก โดยส่วนใหญ่จะกำหนดระยะเวลาการเช่าไว้อย่างชัดเจน
Thirakan T
20/03/2026
ไปเทศกาลดนตรี Festival กลางแจ้ง มีความเสี่ยงอะไรบ้าง?

แคร์ไลฟ์สไตล์

ไปงานดนตรี เทศกาลกลางแจ้ง เสี่ยงอะไรบ้าง? เช็กก่อนตัดสินใจ ร่างกายต้องเจออะไรบ้าง?

บทเรียนจากรีวิวจริง ที่นักท่องเที่ยวสายเฟสติวัลควรรู้ก่อนตัดสินใจไป งานเทศกาลดนตรี EDC กลางแจ้งระดับโลกที่จัดขึ้นที่ จ. ภูเก็ต คือประสบการณ์ที่หลายคนรอคอย
Tawan
22/01/2026
ชายแดน

แคร์ไลฟ์สไตล์

ประกันชีวิตช่วงสงครามชายแดน ใครได้ ใครเสีย?

เมื่อคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดนที่มีความไม่สงบ หรือมีแนวโน้มเกิดเหตุการณ์ปะทะ เช่น การซ้อมรบ การปะทะชายแดน หรือภัยจากอาวุธหนัก
คะน้าใบเขียว
14/08/2025