วิตามินซี ช่วยในเรื่องไหน ? ห้ามกินคู่กับอะไร ใครบ้างที่ควรกิน ?

Nok Srihong
ผู้เขียน: Nok Srihong Published: มกราคม 12, 2024
Nok Srihong
Nok Srihong
จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาการจัดการการเงิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีประสบการณ์กว่า 6 ปี ในวงการฟินเทชและการเงินส่วนบุคคล โดยเฉพาะบัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ และรีไฟแนนซ์ ผ่านการเขียนคอนเทนต์ให้ Rabbit Care และ Asia Direct (6+ ปี) เน้นรีวิวผลิตภัณฑ์ สิทธิประโยชน์บัตรเครดิต และกลยุทธ์บริหารหนี้ ก่อนหน้านี้ ทำงานในอุตสาหกรรม OTA ชั้นนำอย่าง Laterooms.com และ Expedia.com (12 ปี) ซึ่งเสริมทักษะการวางแผนทางการเงินต่อทริป และยังเชี่ยวชาญการเลือกประกันการเดินทางที่คุ้มค่าและคุ้มครองชีวิตตลอดทริปสำหรับนักเดินทาง
Nok Srihong
แก้ไขโดย: คะน้าใบเขียว Last edited: มิถุนายน 9, 2024
Nok Srihong
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience)
วิตามินซีช่วยอะไร

วิตามินซี ใคร ๆ ก็รู้ว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่จะมีมากน้อยแค่ไหน ที่เข้าใจว่าวิตามินซีจำเป็นต่อร่างกายอย่างไร ช่วยดูแลร่างกายในเรื่องไหน วิตามินซีแต่ละประเภทมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร วิตามินซีกินตอนไหน วิตามินซี ห้ามกินคู่กับอะไร ? หรือใครบ้างที่จะเป็นต้องกินวิตามินเสริม ? 

วันนี้ แรบบิท แคร์ รวบรวมเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับวิตามินซีมาให้ ทุกคนจะได้รับประทานกันได้อย่างถูกวิธีและเกิดผลดีที่สุดต่อร่างกาย

คุณต้องการความคุ้มครองแบบไหน?

✨ แผนที่เหมาะกับคุณ

⚠️ ข้อมูลนี้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น รายละเอียดและเบี้ยจริงอาจแตกต่าง กรุณาตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

ใช้ฟรี • ไม่มีค่าใช้จ่าย

วิตามินซี คืออะไร ?

วิตามินซี (Vitamin C) คือ วิตามินชนิดที่สามารถละลายน้ำได้ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant)  และเป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาเอง ร่างกายของเราทุกคนจึงจำเป็นต้องได้รับวิตามินซีจากแหล่งต่าง ๆ อยู่เสมอ เช่น ในอาหารประเภทผัก ผลไม้ต่าง ๆ และจากอาหารเสริม 

วิตามินซีช่วยอะไร ?

สำหรับผู้ที่สงสัยว่าวิตามินซีช่วยอะไร ? มีประโยชน์อย่างไรต่อร่างกายของเรานั้น ในด้านการดูแลสุขภาพ วิตามินซีเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากมาย ทั้งช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันร่างกายของเราให้แข็งแรง มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้เราไม่ป่วยหรือเป็นหวัดง่าย ๆ อีกทั้งยังช่วยในการซ่อมแซมและฟื้นฟูเนื้อเยื่อภายในร่างกาย ป้องกันเซลล์จากความเสียหาย เพิ่มความต้านทานต่อโรคหัวใจ โดยการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายนั่นเอง

นอกจาก Vitamin-C จะมีส่วนช่วยในการดูแลสุขภาพแล้ว วิตามินซีก็ยังมีส่วนช่วยในการดูแลเรื่องความสวยความงามของร่างกายด้วยเช่นกัน เพราะวิตามินซีนั้นจะเป็นตัวช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตของผิวพรรณ ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน อีกทั้งยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้วิตามินซีกลายเป็นตัวช่วยสำคัญในการดูแลผิวพรรณให้ดูกระจ่างใส สุขภาพดี ดูเรียบเนียน จุดด่างดำจางลงนั่นเอง

สรุปข้อดีของวิตามินซีที่มีต่อผิวพรรณ

  • Vitamin-C ช่วยชะลอความแก่ ช่วยลดการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
  • Vitamin-C เป็นตัวสร้างคอลาเจน ซึ่งช่วยให้ผิวพรรณเต่งตึง
  • Vitamin-C ช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์
  • Vitamin-C ช่วยให้ผิวสวย กระจ่างใส เรียบเนียน

ปริมาณวิตามินซีที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน

รพ.กรุงเทพได้ให้ข้อมูลปริมาณวิตามินซีที่ร่างกายควรได้รับต่อวันไว้ว่าจากความรู้ด้านศาสตร์ชะลอวัยนั้น คนเราควรทานวิตามินซีวันละ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อเป็นการช่วยในเรื่องของระบบภูมิต้านทานร่างกายและการบำรุงผิวพรรณ 

และสำหรับผู้ที่มักป่วยเป็นโรคหวัดหรือเป็นภูมิแพ้บ่อย ๆ นั้น ควรทานวิตามินซี 2,000 มิลลิกรัมแต่ไม่ควรรับประทานเกิน 2,000 ต่อวัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล

ทั้งนี้หากร่างกายได้รับวิตามินซีในปริมาณที่มากจนเกินไปอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ โดยจะมีอาการต่าง ๆ ดังนี้

  • มีอาการท้องร่วง
  • มีอาการท้องอืด
  • มีอาการเป็นตะคริวบริเวณท้อง
  • มีความรู้สึกไม่สบายท้อง
  • มีอาการวิงเวียนศีรษะ
  • มีอาการอาเจียน
  • มีอาการปวดท้อง
  • มีอาการนอนไม่หลับ

ทั้งนี้ร่างกายของบางคนก็สามารถทำการย่อยวิตามินซีในปริมาณมาก (หลายพันมิลลิกรัม) ได้ สำหรับใครที่อยากทราบว่าแท้จริงแล้วตนเองสามารถรับประทานวิตามินต่อวันได้ในปริมาณเท่าไหร่ สามารถรับประทานในปริมาณมาก ๆ ได้หรือไม่ แนะนำให้เข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นรายบุคคลไป เพราะร่างกายของคนเรานั้นไม่เหมือนกัน

วิตามินซีช่วยอะไร

ประเภทของวิตามินซี

ปัจจุบันนั้น Vitamin-C ถูกผลิตออกมาในหลากหลายรูปแบบแบ่งเป็นหลายประเภทด้วยกัน ซึ่งแต่ละประเภทก็จะมีลักษณะและวิธีการรับประทานที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้

Vitamin-C รูปแบบอัดเม็ด

สำหรับวิตามินซีที่อยู่ในรูปแบบเม็ดนั้น จะมีขนาดตั้งแต่ 25 – 1,000 มิลลิกรัม แต่ขนาดหรือปริมาณของวิตามินซีที่นิยมขายกันทั่วไปตามร้านขายยาจะเป็น ปริมาณ 500 และ 1,000 มิลลิกรัม ผู้ที่เลือกรับประทานวิตามินซีรูปแบบเม็ดควรเลือกทานเป็นแบบ Buffered หรือ Sustained Release เนื่องจากตัววิตามินซีจะค่อย ๆ ละลายออกมาอย่างช้า ๆ ทำให้สามารถร่างกายของเราดูดซึมได้นานขึ้น แต่ข้อเสียของรูปแบบนี้นั้นจะอยู่ตรงที่ตัวเม็ดยาที่จะจะมีขนาดใหญ่ ทำให้กลืนลำบาก

Vitamin-C รูปแบบเม็ดอม

ในส่วนของวิตามินซีที่อยู่ในรูปแบบของเม็ดอมปกติจะมีขนาดอยู่ที่ 25 – 500 มิลลิกรัม เป็นวิตามินชนิดที่เหมาะสำหรับผู้ที่กลืนยาเม็ดใหญ่ได้ยากและไม่ชอบกลืนแบบเป็นเม็ด แต่การรับประทานวิตามินชนิดนี้ก็มีข้อควรระวังเนื่องจากวิตามินซีเป็นกรด ที่มีฤทธิ์กัดกร่อน หากอมบ่อย ๆ อาจส่งผลทำให้ฟันกร่อนหรือฟันผุได้

Vitamin-C รูปแบบเม็ดเคี้ยว

วิตามินในรูปแบบเม็ดเคี้ยวนั้นจะมีขนาดประมาณ 30 มิลลิกรัม ซึ่งโดยส่วนมากแล้วนิยมที่จะทำมาให้เด็กทาน เพราะว่าวิตามินชนิดดังกล่าวนั้นมีมีรสหวาน เด็ก ๆ สามารถทานได้ง่าย 

ข้อควรระวังก็คือหากรับประทานในปริมาณมาก ๆ ก็อาจจะส่งผลทำให้ฟันผุได้เช่นกัน เนื่องจากวิตามินชนิดนี้นั้นมักมีปริมาณน้ำตาลค่อนข้างสูง เพื่อให้มีรสหวานเป็นที่ชื่นชอบของเด็ก ๆ นั่นเอง

Vitamin-C รูปแบบเม็ดฟู่

สำหรับ Vitamin-C ในรูปแบบเม็ดฟู่นี้นั้นภายในท้องตลาดมักจะมีขายในขนาดประมาณ 500 มิลลิกรัม และ 1,000 มิลลิกรัม วิธีรับประทานก็คือก่อนรับประทานจะต้องนำไปละลายในน้ำจนฟองหมด เพราะฟองแก๊สที่อยู่ในเม็ดฟู่นั้นอาจทำให้เกิดการแน่นท้องไม่สบายตัว

วิตามินแบบเม็ดฟู่นั้นจะเหมาะกับผู้ที่ไม่สามารถกลืนยาเม็ดขนาดใหญ่ได้ ไม่ชอบการรับประทานยาเม็ด หรือมีปัญหาด้านการกลืนได้ลำบาก

Vitamin-C รูปแบบแคปซูล

วิตามินในรูปแบบแคปซูลนี้มักจะมีขนาด 500 มิลลิกรัม ซึ่งถือเป็นขนาดที่เล็กกว่า Vitamin-C  แบบอัดเม็ด และยังมีให้เลือกทานได้ทั้งในรูปแบบแคปซูลแข็งและรูปแบบแคปซูลนิ่ม โดยวิตามินชนิดนี้ถูกออกแบบมาสำหรับเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่คนที่มีปัญหาในด้านการกลืนยาเม็ดเนื่องจากทั้งสองแบบจะมีขนาดเล็กกลืนง่ายมากนั่นเอง

Vitamin-C รูปแบบสารละลายสำหรับฉีด

ในส่วนของ Vitamin-C แบบฉีดนั้นจะมีขนาด 500 มิลลิกรัม และมีปริมาตรประมาณ 2 มิลลิลิตร ซึ่งการจะใช้ Vitamin-C แบบฉีดเข้าร่างกายนั้นควรที่จะทำอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ และจำเป็นที่จะต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนว่ามีความจำเป็นหรือสมควรที่จะฉีดไหม 

Vitamin-C ในรูปแบบฉีดนี้นั้นจะออกฤทธิ์ค่อนข้างเร็วอีกทั้งร่างกายยังสามารถที่จะนำวิตามินไปใช้ได้ทันที ซึ่งในจุดนี้ก็จะมีประโยชน์โดยตรงในการป้องกันหวัด และช่วงบำรุงซ่อมแซมผิว โดยที่ไม่จำเป็นต้องผ่านระบบย่อยอาหารนั่นเอง

วิตามินซียี่ห้อไหนดี

วิตามินซีกินตอนไหน ?

ในส่วนของการเลือกช่วงเวลาในการกินวิตามินซีให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุดนั้นควรเลือกรับประทาน พร้อมอาหารมื้อเช้าและมื้อเย็น เนื่องจากโดยปกติแล้ววิตามินซีจะถูกขับออกภายใน 2 – 3 ชั่วโมง ดังนั้นจึงควรรักษาระดับวิตามินซีในเลือดให้สูงจึงนับเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพอย่างมาก

วิตามินซียี่ห้อไหนดี ?

ขึ้นชื่อว่าวิตามินซีแล้วย่อมส่งผลดีต่อร่างกายดังนั้นการเลือกรับประทานยี่ห้อไหนนั้นควรเลือกจากการดูส่วนประกอบข้างขวดและระมัดระวังเรื่องส่วนผสมต่าง ๆ ที่ไม่ควรมีน้ำตาลมากเกินไป และพิจารณาตามความพึงพอใจกันได้เลย

วิตามินซี ห้ามกินคู่กับอะไร ?

ในการรับประทานวิตามินซีนั้นก็มีข้อควรระวังว่าไม่ควรรับประทานคู่กับสารอาหารและยาบางชนิด เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีต่อร่างกายได้นั่นเอง

  • วิตามินบี 12 
  • ยารักษาโรคเบาหวาน
  • ยาที่มีส่วนผสมของอะลูมินัม (Aluminum) เช่น ยาเคลือบกระเพาะ, ยาลดกรด ยาสำหรับผู้ป่วยโรคไตที่ต้องฟอกไต
  • ยาเคมีบำบัด 
  • ยาคุมกำเนิด หรือยาฮอร์โมนทดแทนที่มีเอสโตรเจน 
  • ยาต้านไวรัสกลุ่มโพรติเอสอินฮิบิเตอร์ (Protease inhibitors) 
  • ยาลดไขมันกลุ่มสแตตินและไนอะซิน
  • ยาละลายลิ่มเลือด

วิตามินซีกินตอนไหน

ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง

  • ส้ม
  • สตรอว์เบอร์รี
  • ฝรั่ง
  • ลิ้นจี่
  • มะขามป้อม
  • กีวี
  • ส้มโอ
  • มะละกอ เป็นต้น
👉 รู้หรือไม่? ผลไม้ชนิดใดที่มีวิตามินซีสูง
+

📌 ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงในรูปภาพ!

Fruits with Vitamin C
  1. มะขามป้อม (จ.) มะขามป้อมเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงที่สุดในบรรดาผลไม้ที่แสดงในภาพ มีวิตามินซีสูงกว่าส้มถึง 20 เท่า!
  2. ฝรั่ง (ง.): ฝรั่งเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงเช่นกัน และมีปริมาณวิตามินซีมากกว่าส้ม!
  3. สตรอว์เบอร์รี (ค.): สตรอว์เบอร์รีเป็นแหล่งวิตามินซีที่ดี และมีสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ
  4. ลิ้นจี่ (ข.): ลิ้นจี่มีวิตามินซี แต่มีปริมาณน้อยกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆ ที่กล่าวมา
  5. ส้ม (ก.): ส้มเป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อเรื่องวิตามินซี และเป็นแหล่งวิตามินซีที่หาได้ง่าย

ได้รู้ถึงประโยชน์ ความสำคัญ รวมถึงวิธีการเลือกรับประทานวิตามินซีที่ถูกต้องเหมาะสมแก่การดูแลสุขภาพร่างกายไปแล้วก็อย่าลืมดูแลสุขภาพกันอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งต้องไม่ลืมที่จะทำประกันสุขภาพ กับ แรบบิท แคร์ เอาไว้ เพื่อเป็นการดูแลร่างกายที่อาจเสื่อมโทรมหรือมีโรคแทรกซ้อนตามวัย ป้องกันค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่บานปลายในอนาคตนั่นเอง


บทความแนะนำอื่นๆ : สุขภาพและโภชนาการ

ใคร ๆ ก็อยากสูง ! วิธีเพิ่มความสูงมีอะไรบ้าง คลิก รู้จักกับผงชูรส รสอูมามิที่อาจเป็นอันตรายกับผู้บริโภค คอเลสเตอรอลคืออะไร? แบบไหนเรียกว่าอันตรายนะ?

 

บทความแคร์สุขภาพ

แบบทดสอบ MBTI

แคร์สุขภาพ

MBTI คืออะไร? ช่วยให้ “รู้จักตัวเอง” มากขึ้นอย่างไร?

MBTI (Myers-Briggs Type Indicator) คือแบบทดสอบบุคลิกภาพ โดยอิงจากทฤษฎีทางจิตวิทยาของ Carl Jung เพื่อช่วยให้เข้าใจตัวเองและคนรอบข้างได้ดีขึ้น
คะน้าใบเขียว
27/02/2026
ตรวจสุขภาพ ตรวจอะไร ราคาเท่าไหร่?

แคร์สุขภาพ

รู้ให้ลึก! ก่อนตรวจสุขภาพ ตรวจอะไร ราคาเท่าไหร่?

ในปัจจุบันเทรนด์การดูแลสุขภาพกำลังมาแรง ทำให้หลายคนหันมาดูแลสุขภาพตัวเองและคนรอบข้างมากขึ้น ทั้งการออกกำลังกาย การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์
Tawan
24/02/2026
ปัญหาที่ควรป้องกันก่อนลูกเกิดด้วย

แคร์สุขภาพ

6 ปัญหาที่ควรป้องกันก่อนลูกเกิดด้วย ‘การฝากครรภ์’

การตั้งครรภ์ได้เปิดโอกาสให้คุณแม่สร้างสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นไปพร้อมกับการเติบโตของลูก หลายคนรู้สึกเหมือนฝันไป
Thirakan T
24/07/2025