รู้หรือไม่? ซื้อประกันลดหย่อนภาษี แล้วยกเลิกก่อนครบกำหนด เสี่ยงโดนภาษีย้อนหลังนะ

คะน้าใบเขียว
ผู้เขียน: คะน้าใบเขียว Published: ตุลาคม 21, 2022
คะน้าใบเขียว
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ | Finance, Insurance & Health Content Expert จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience) ทำให้บทความของผมน่าเชื่อถือ มีคุณค่าสำหรับผู้อ่าน และติด Google Search Results
ลดหย่อนภาษี ภาษีย้อนหลัง

เริ่มนับถอยหลังฤดูกาลลดหย่อนภาษีกันแล้ว สำหรับมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายในช่วงนี้ก็เริ่มกระตือรือล้น ควานหาผลิตภัณฑ์สำหรับลดหย่อนภาษีกันอย่างหนัก แน่นอนว่าหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นในเรื่องของการลดหย่อนภาษีมากที่สุดอย่างหนึ่ง ก็คือ ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต โดยเฉพาะประกันชีวิตแบบบำนาญ ที่กรมสรรพากรให้สิทธิ์ในการยื่นลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 200,000 บาทและประกันชีวิตทั่วไป ที่สามารถยื่นลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาทแต่รู้หรือไม่ว่าถ้าหากเราซื้อประกันเหล่านี้มาเพื่อผลประโยชน์ทางด้านภาษี แล้วไม่ชำระเบี้ยประกันจนครบสัญญา หรือยกเลิกก่อน 10 ปี คุณกำลังเสี่ยงโดนภาษีย้อนหลัง! เสี่ยงอย่างไร? น้องแคร์มีคำตอบ

ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่า ประกันแบบไหนบ้างที่ลดหย่อนภาษีได้?

เบื้องต้นแล้วรูปแบบของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 5 รูปแบบหลัก ๆ คือ

  • ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life)

เป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองชีวิตระยะยาวนาน หรือ ตลอดชีพ แม้ผู้เอาประกันจะมีการชำระเบี้ยครบตามที่ระบุในสัญญาแล้ว แต่กรมธรรม์ยังคงมีผลความคุ้มครองต่อเนื่อง เช่น แบบประกันที่ชำระเบี้ย 20 ปี ให้คุ้มครองจนถึงอายุ 90 ปี หรือ 99 ปี เป็นต้น

  • ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term)

คือประกันที่ให้ความคุ้มครองในช่วงเวลาสั้น ๆ ระยะเวลาในการชำระค่าเบี้ยเท่ากับระยะเวลาให้ความคุ้มครอง เช่น ชำระเบี้ย 10 ปี ก็จะให้ความคุ้มครอง 10 ปี หลังจาก 10 ปี หากเกิดเหตุใดขึ้นบริษัทประกันก็จะไม่มีการจ่ายผลประโยชน์ใด ๆ ประกันชีวิตแบบนี้จะเป็นกรมธรรม์เพียงแบบเดียว จากทั้งหมด 5 รูปแบบ ที่ไม่มีมูลค่าเงินสด ไม่สามารถเวนคืนกรมธรรม์ เพื่อรับเงินคืนบางส่วนจากบริษัทประกันได้

ประกันสุขภาพที่คุณเลือกเองได้ พร้อมชำระได้หลากหลายช่องทาง
icon angle up or down

เลือกแผนประกันสุขภาพที่คุณสนใจ

    ชื่อนามสกุล

    หมายเลขโทรศัพท์

    • ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (Endowment)

    เป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองตามระยะเวลาที่กำหนด มีทั้งระยะสั้น ๆ ไปจนถึงระยะกลาง ๆ เช่น ชำระเบี้ย 5 ปี ให้ความคุ้มครอง 10 ปี, ชำระเบี้ย 15 ปี ให้ความคุ้มครอง 25 ปี เป็นต้น ประกันแบบสะสมทรัพย์นี้ ส่วนใหญ่จะมีเงินคืนให้ระหว่างสัญญาเป็นช่วง ๆ  เช่น มีเงินคืนทุก ๆ 2 ปี, ทุก ๆ 5 ปี เป็นต้น

    • ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked)

    ประกัน Unit Linked เป็นแบบประกันชีวิตที่มีความพิเศษเพิ่มเติมจากประกันชีวิตทั่วไป คือ สามารถเลือกลงทุนในกองทุนรวมได้ แต่จะไม่มีการการันตีผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุน ให้ความคุ้มครองชีวิต พร้อมกับการให้สิทธิ์ในการลงทุนกองทุนรวมภายในเล่มกรมธรรม์เดียว

    • ประกันชีวิตแบบบำนาญ (Retirement)

    คือแบบประกันที่บริษัทประกันให้ความคุ้มครองโดยการการันตีเงินได้ (เงินบำนาญ) หลังเกษียณอายุเป็นงวดรายปี ไปจนกว่าจะครบสัญญา โดยมีการกำหนดให้ชำระเบี้ยประกันอย่างต่อเนื่อง เริ่มชำระเบี้ยตั้งแต่อายุที่ทำประกันไปจนถึงอายุเริ่มรับเงินบำนาญ (อย่างน้อยที่สุด คือ ชำระเบี้ยจนถึงอายุ 55 ปี)

    ประกันลดหย่อนภาษี ประกันชีวิต

    และสำหรับประกันที่สามารถยื่นลดหย่อนภาษีได้นั้น จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข มาตรา 27และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ฉบับที่ 172 โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขกำหนด ดังนี้

    1. ต้องเป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีระยะเวลาในการคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป โดยนับที่จำนวนปีที่ให้ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ ไม่นับจำนวนปีในการชำระเบี้ย นั่นหมายความว่า แม้แบบประกันที่ซื้อจะมีการกำหนดชำระค่าเบี้ยเพียง 5 ปี แต่ให้คุ้มครองต่อเนื่องหลังจากชำระค่าเบี้ยครบตามกำหนด 10 ปีขึ้นไป ก็สามารถยื่นลดหย่อนภาษีได้
    2. ต้องเป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ทำกับบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทย
    3. หากมีการกำหนดการจ่ายเงินคืน
      • หากจ่ายเงินคืนทุกปีระหว่างสัญญา เงินที่ได้รับคืน ต้องเป็นจำนวนที่ไม่เกิน 20% ของค่าเบี้ยรายปี
      • หากจ่ายเงินคืนตามช่วงระยะเวลาที่ระบุในกรมธรรม์ เช่น จ่ายคืนทุก 2 ปี เป็นต้น เงินที่ได้รับคืนต้องเป็นจำนวน

    โดยที่ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ แบบชั่วระยะเวลา แบบสะสมทรัพย์ และแบบควบการลงทุน ที่มีระยะเวลาความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป จะสามารถยื่นลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท หากมีการซื้อประกันสุขภาพแนบร่วมด้วย จะสามารถยื่นลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาท แต่เมื่อรวมกับประกันชีวิตแล้วจะสามารถลดหย่อนร่วมกันได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

    ส่วนประกันชีวิตแบบบำนาญ สามารถยื่นลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท นอกจากนี้ประกันชีวิตแบบบำนาญยังสามารถยื่นลดหย่อนภาษีได้สูงถึง 300,000 บาทในกรณีที่ไม่ได้ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี 100,000 แรก จากประกันชีวิตแบบตลอดชีพ แบบชั่วระยะเวลา แบบสะสมทรัพย์ และแบบควบการลงทุน มาก่อน

    ทำความรู้จัก การเวนคืนกรมธรรม์คืออะไร?

    ก่อนที่จะรู้ว่าเพราะเหตุใดหากซื้อประกันลดหย่อนภาษี แล้วยกเลิกก่อนกำหนด จึงมีความเสี่ยงอาจถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง ต้องมาทำความรู้จักกับศัพท์ประกันคำว่า “การเวนคืนกรมธรรม์” กันก่อน ซึ่งเป็น 1 ใน 3 วิธีของ “การแปลงกรมธรรม์” หรือการเปลี่ยนแปลง แก้ไข ความคุ้มครองของกรมธรรม์ที่เราถืออยู่ ในกรณีที่เราต้องการจะยุติการชำระเบี้ยประกัน ประกอบไปด้วย

    • แปลงกรมธรรม์ด้วยการเวนคืนกรมธรรม์

    ความหมายของการเวนคืนกรมธรรม์ ก็คือ การยุติการชำระค่าเบี้ยประกันและยุติความคุ้มครองตามกรมธรรม์ทั้งหมด (ประกันไม่คุ้มครองต่อ) หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ การยกเลิกสัญญากรมธรรม์ประกันชีวิตนั้น ๆ ที่เราถืออยู่ วิธีการนี้บริษัทประกันจะมีการจ่ายเงินบางส่วนคืนกลับมายังผู้เอาประกัน ซึ่งจำนวนเงินที่ได้จะมากหรือน้อยเพียงใดจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่จ่ายเบี้ยประกันมาเทียบกับตารางมูลค่ากรมธรรม์ ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เพื่อทราบตัวเลขมูลค่าเวนคืน

    หลังจากนั้นจึงนำตัวเลขมูลค่าเวนคืนที่ได้ไปคำนวณโดย (นำมูลค่าเวนคืนxจำนวนเงินเอาประกัน)/1,000 = จำนวนเงินคืนที่ได้รับ  

    ตัวอย่างเช่น ชำระเบี้ยมา 8 ปี เมื่อเทียบกับตารางมูลค่ากรมธรรม์ มีมูลค่าเวนคืนเท่ากับ 45 จำนวนเงินเอาประกันที่ทำไว้ 500,000 บาท เมื่อนำมาคำนวณจะได้รับเงินคืน (45×500,000)/1,000 = 22,500 บาท เป็นต้น

    • แปลงกรมธรรม์ด้วยการใช้เงินสำเร็จ

    คือการขอยุติการชำระเบี้ยประกัน แต่ยังคงมีความคุ้มครองประกันชีวิตอยู่ โดยที่จำนวนเงินเอาประกันจะถูกลดลงไปจากเดิม ส่วนระยะเวลาที่คุ้มครองยังเท่าเดิม เช่น กรมธรรม์เดิมเงินเอาประกัน 500,000 บาท คุ้มครอง 20 ปี เมื่อมีการแปลงกรมธรรม์ด้วยการใช้เงินสำเร็จ ต้องการยุติการชำระค่าเบี้ยสิ้นปีที่ 8 เงินเอาประกันอาจจะเหลือแค่ 300,000 บาท แต่ระยะเวลาในการคุ้มครองจะยังคุ้มครองคุณต่อไป 20 ปี เหมือนเดิม เป็นต้น ซึ่งผู้เอาประกันอาจจะได้รับเงินคืนทันที หรือได้รับเงินเอาประกันเมื่อครบสัญญาหรือเสียชีวิต จะขึ้นอยู่กับรายละเอียดตารางมูลค่ากรมธรรม์และเงื่อนไขในกรมธรรม์

    • แปลงกรมธรรม์ด้วยการขยายระยะเวลา

    เป็นการขอยุติการชำระเบี้ยประกันและยังคงมีความคุ้มครองประกันชีวิตอยู่เช่นเดียวกับการแปลงกรมธรรม์ด้วยการใช้เงินสำเร็จ แต่สลับกันตรงที่ระยะเวลาที่คุ้มครองจะลดลง ส่วนจำนวนเงินเอาประกันยังเท่าเดิม  เช่น กรมธรรม์เดิมเงินเอาประกัน 500,000 บาท คุ้มครอง 20 ปี เมื่อมีการแปลงกรมธรรม์ด้วยการขยายระยะเวลา ต้องการยุติการชำระค่าเบี้ยสิ้นปีที่ 8 ระยะเวลาในการคุ้มครองจะถูกลดลงจากเดิม อาจจะเหลือระยะเวลาความคุ้มครองเพียง 7 ปี จาก 20 ปี ขึ้นอยู่กับตัวเลขที่ระบุไว้ตามตารางมูลค่ากรมธรรม์ แต่จำนวนเงินเอาประกันจะยังคงเป็น 500,000 บาท เหมือนเดิม เป็นต้น ซึ่งผู้เอาประกันอาจจะได้รับเงินคืนทันที หรือได้รับเงินเอาประกันเมื่อครบสัญญาหรือเสียชีวิต จะขึ้นอยู่กับรายละเอียดตารางมูลค่ากรมธรรม์และเงื่อนไขในกรมธรรม์เช่นเดียวกัน

    จะเห็นได้ว่า การเปลี่ยนแปลงกรมธรรม์ โดยการเวนคืนกรมธรรม์ แม้ว่าจะทำให้ได้รับเงินคืนบางส่วนทันทีแต่ก็จะต้องยุติความคุ้มครองกรมธรรม์ทันทีด้วยเช่นกัน นอกจากนี้วิธีการแปลงกรมธรรม์แบบนี้ยังเสี่ยงที่จะโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลังอีกด้วย หากมีการซื้อประกันเพื่อนำไปใช้สิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีแล้ว

    แล้วการยกเลิกประกันก่อนครบสัญญาหรือการเวนคืนกรมธรรม์ เสี่ยงโดนภาษีย้อนหลังเพราะอะไร?

    การที่เราทำการยกเลิกประกันที่ซื้อมาเพื่อผลประโยชน์ด้านภาษีก่อนครบสัญญาหรือการเวนคืนกรมธรรม์ มีความเสี่ยงอาจโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง เนื่องจากหากอ้างอิงจากหลักเกณฑ์เงื่อนไข มาตรา 27และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ฉบับที่ 172 ตามที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว การที่เรายกเลิกหรือเวนคืนกรมธรรม์ก่อนจะครบกำหนดชำระเบี้ยประกันตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป เท่ากับว่าเราได้ทำผิดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สรรพากรกำหนด ทำให้ต้องมีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาย้อนหลังของปีที่ได้มีการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากรมธรรม์ประกันชีวิตเพิ่มเติม และต้องจ่ายคืนภาษีเงินได้ย้อนหลังของทุก ๆ ปี ที่ได้ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีไปแล้วก่อนจะยกเลิกกรมธรรม์หรือเวนคืนกรมธรรม์พร้อมดอกเบี้ย 1.5% ต่อเดือน ของยอดภาษีที่ต้องจ่าย และกรมธรรม์ที่ยกเลิกหรือเวนคืนไปแล้วจะไม่สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้อีก

    ทั้งนี้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการยกเลิกกรมธรรม์ก่อนครบสัญญาหรือเวนคืนกรมธรรม์ที่อาจจะทำให้โดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง จะถูกบังคับใช้เฉพาะกับประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ประกันชีวิตควบการลงทุน และประกันชีวิตแบบบำนาญ ที่มีระยะเวลาในการคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นสัญญาหลักเท่านั้น ในส่วนของสัญญาเพิ่มเติมอย่างประกันสุขภาพ ที่เป็นสัญญาแบบปีต่อปีและไม่ใช่สัญญาหลัก การยกเลิกประกันสุขภาพจะไม่ถือเป็นการผิดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขกรมสรรพากร เพียงแต่หากมีการยกเลิกประกันสุขภาพก็จะไม่สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 25,000 บาทได้อีก

    ประกันลดหย่อนภาษี ภาษีย้อนหลัง

    ชำระค่าเบี้ยประกันไม่ไหว ทำอย่างไรได้บ้าง? ที่จะไม่เสี่ยงโดนภาษีย้อนหลัง

    แล้วถ้าหากเราไม่สามารถที่จะชำระค่าเบี้ยประกันต่อไปได้ เนื่องจากเป็นช่วงที่อาจจะกำลังประสบปัญหาทางด้านการเงิน เราจะสามารถทำอย่างไรได้บ้างที่ไม่ต้องยกเลิกสัญญก่อนครบกำหนดหรือเวนคืนกรมธรรม์ น้องแคร์ขอแนะนำวิธีการในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการชำระเบี้ยประกันในช่วงที่เราเกิดความวิกฤตทางด้านการเงิน ที่จะทำให้เราสามารถเลือกปรับเปลี่ยนเพื่อให้สามารถชำระค่าเบี้ยต่อไปได้โดยไม่ต้องยกเลิกสัญญาหรือเวนคืนกรมธรรม์ ดังนี้

    1. ติดต่อตัวแทนเพื่อขอลดเงินเอาประกันลงจากเดิม วิธีการนี้จะทำให้ค่าเบี้ยที่เราต้องชำระถูกลง มีความคุ้มครองตามกรมธรรม์ปกติ เพียงแต่เงินเอาประกันของเราจะไม่มากเท่าเดิม
    2. หากกรมธรรม์ที่ถืออยู่ มีการทำสัญญาชำระค่าเบี้ยประกันในรูปแบบรายปีอยู่ สามารถติดต่อขอปรับเปลี่ยนรูปแบบการชำระค่าเบี้ยจากรายปี มาเป็นรายเดือน ราย3เดือน หรือราย6เดือน เพื่อทำให้ค่าเบี้ยที่ต้องชำระมีจำนวนที่ลดลง
    3. ติดต่อตัวแทนเพื่อขอแปลงกรมธรรม์ในกรณีที่ไม่สามารถใช้ 2 วิธีข้างต้นได้เลย เนื่องจากไม่มีสามารถในการชำระค่าเบี้ยต่อไปได้อีก ก็สามารถใช้วิธีแปลงกรมธรรม์ทั้งแบบการใช้เงินสำเร็จและการขยายระยะเวลาได้

    และทั้งหมดนี้ก็คือวิธีการที่น้องแคร์นำมาฝากทุกคน ที่จะสามารถช่วยให้คุณยังคงชำระค่าเบี้ยประกันต่อไปได้แบบที่ยังคงมีผลความคุ้มครองปกติ กรมธรรม์จะยังไม่เป็นสถานะสิ้นสุดความคุ้มครอง ไม่ต้องยกเลิกก่อนครบสัญญาให้เสี่ยงโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง

    ประกันบำนาญ ลดหย่อนภาษี

    เพราะฉะนั้นถ้าหากเราวางแแผนที่จะซื้อประกันลดหย่อนภาษีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต หรือประกันบำนาญ เราก็ควรจะมีการวางแผนคำนวณเรื่องค่าใช้จ่ายควบคู่ไปด้วย เพื่อจะได้ไม่ทำให้เกิดวิกฤตทางการเงินในอนาคต โดยเฉพาะการซื้อประกันบำนาญที่จำเป็นต้องวางแผนการเงินเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นการชำระเบี้ยระยะยาวไปจนกว่าจะถึงอายุเกษียณและค่าเบี้ยประกันค่อนข้างสูง ถ้าหากเกิดปัญหาการเงินจนต้องยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด ก็จะยิ่งมีความเสี่ยงเรื่องการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังเป็นอย่างมาก เนื่องจากประกันชีวิตแบบบำนาญให้สิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีสูงมากกว่าประกันชีวิตแบบอื่น ๆ นอกจากนี้เงินบำนาญที่เราวางแผนไว้ว่าจะได้รับช่วงอายุเกษียณ หากยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดก็จะทำให้ไม่สามารถได้รับเงินบำนาญตามที่ตั้งเป้าหมายไว้อีกด้วย!


    บทความแนะนำอื่นๆ : ภาษี & การลงทุน

    โบนัสออกแล้ว! เตรียมตัวไปลงทุนอะไรดี ?!

    บทความแคร์การเงิน

    รีไฟแนนซ์บ้านต้องเตรียมอะไรบ้าง? รวมขั้นตอน เอกสารที่ใช้ ค่าใช้จ่าย และการขอเพิ่มวงเงิน

    แคร์การเงิน

    เปรียบเทียบรีไฟแนนซ์บ้าน ต้องเตรียมอะไรบ้าง? 

    การรีไฟแนนซ์บ้านจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยและค่าผ่อนต่อเดือน ซึ่งช่วยให้มีเงินเหลือใช้มากขึ้น และสามารถผ่อนหนี้ให้หมดเร็วขึ้นได้ นอกจากนี้
    Tawan
    15/01/2026
    สินเชื่อทะเบียนรถยนต์

    แคร์การเงิน

    เปรียบเทียบสินเชื่อทะเบียนรถ ธนาคารไหนดี? 

    สินเชื่อทะเบียนรถ คือ การขอสินเชื่อโดยใช้เล่มทะเบียนรถยนต์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยผู้กู้ยังสามารถใช้รถได้ตามปกติ
    Nok Srihong
    13/01/2026
    เลือกวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนอย่างไร?

    แคร์การเงิน

    สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคลออนไลน์ (Revolving Credit)เลือกแบบไหนดี?

    สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคลออนไลน์ เหมาะกับคนที่ต้องการ “วงเงินสำรอง” ไว้ใช้ยามจำเป็น ใช้เท่าที่จำเป็น และไม่อยากกู้ใหม่ทุกครั้ง
    Nok Srihong
    10/01/2026