วิธีการปฏิบัติตัวเมื่อเจอด่านตรวจแอลกอฮอล์

Natthamon
ผู้เขียน: Natthamon Published: ธันวาคม 30, 2024
Natthamon
Natthamon
Natthamon เป็นนักเขียนคอนเทนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในอุตสาหกรรม FinTech ยานยนต์ และประกันภัย จบการศึกษา MBA สาขาการสื่อสารการตลาด และได้รับใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC License – Complex 2) รวมถึงเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต ด้วยพื้นฐานด้านการเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ทำให้ Natthamon มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกัน ประกันสุขภาพ และบริการทางการเงิน สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เชี่ยวชาญด้านการเขียนบทความประกันรถยนต์ การเปรียบเทียบความคุ้มครอง และการให้ความรู้ด้านประกันในหลากหลายประเภท Natthamon มีประสบการณ์ร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ได้แก่ Rabbit Care, CARSOME, DirectAsia Insurance และ GoBear
Natthamon
แก้ไขโดย: Natthamon Last edited: ธันวาคม 21, 2024
Natthamon
Natthamon
Natthamon เป็นนักเขียนคอนเทนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในอุตสาหกรรม FinTech ยานยนต์ และประกันภัย จบการศึกษา MBA สาขาการสื่อสารการตลาด และได้รับใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC License – Complex 2) รวมถึงเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต ด้วยพื้นฐานด้านการเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ทำให้ Natthamon มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกัน ประกันสุขภาพ และบริการทางการเงิน สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เชี่ยวชาญด้านการเขียนบทความประกันรถยนต์ การเปรียบเทียบความคุ้มครอง และการให้ความรู้ด้านประกันในหลากหลายประเภท Natthamon มีประสบการณ์ร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ได้แก่ Rabbit Care, CARSOME, DirectAsia Insurance และ GoBear
Natthamon
ตรวจทาน: Nok Srihong Last edited: ธันวาคม 21, 2024
Natthamon
Nok Srihong
จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาการจัดการการเงิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีประสบการณ์กว่า 6 ปี ในวงการฟินเทชและการเงินส่วนบุคคล โดยเฉพาะบัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ และรีไฟแนนซ์ ผ่านการเขียนคอนเทนต์ให้ Rabbit Care และ Asia Direct (6+ ปี) เน้นรีวิวผลิตภัณฑ์ สิทธิประโยชน์บัตรเครดิต และกลยุทธ์บริหารหนี้ ก่อนหน้านี้ ทำงานในอุตสาหกรรม OTA ชั้นนำอย่าง Laterooms.com และ Expedia.com (12 ปี) ซึ่งเสริมทักษะการวางแผนทางการเงินต่อทริป และยังเชี่ยวชาญการเลือกประกันการเดินทางที่คุ้มค่าและคุ้มครองชีวิตตลอดทริปสำหรับนักเดินทาง
วิธีการปฏิบัติตัวเมื่อเจอด่านตรวจแอลกอฮอล์

ด่านตรวจแอลกอฮอล์ สิ่งที่นักท่องราตรีที่ชอบเมาแล้วขับต่างก็ขยาด แต่ความจริงแล้วการมีด่านตรวจแอลกอฮอล์ตั้งอยู่เช่นนี้นั้นสามารถลดอัตราในการเกิดอุบัติเหตุได้ค่อนข้างมาก เพราะเป็นเหมือนสิ่งที่ช่วยลดอัตราการเมาแล้วขับ รวมถึงคัดกรองผู้ที่ค่าแอลกอฮอล์สูงกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่ให้ขับ อีกทั้งยังเป็นการลงโทษผู้ที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคมรอบข้าง วันนี้ แรบบิท แคร์ จึงเลือกที่จะนำข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับด่านตรวจแอลกอฮอล์และวิธีปฏิบัติตนเมื่อเจอด่านตรวจแอลกอฮอล์มาฝากทุกคน

ด่านตรวจแอลกอฮอล์ คืออะไร ?

ด่านตรวจแอลกอฮอล์ คือด้านตรวจวัดค่าแอลกอฮอล์ที่อยู่ในลมหายใจของผู้ขับขี่ว่าเกินมาตรฐานที่ทางกฎหมายได้มีการกำหนดไว้หรือไม่ หากไม่เกินค่ามาตรฐานก็แสดงว่าสามารถขับขี่ต่อไปได้อย่างปลอดภัย แต่หากตรวจพบว่ามีค่าแอลกอฮอล์สูงกว่าที่กำหนดไว้ ก็แสดงว่ามีความเสี่ยงที่จะขับขี่อย่างไม่มีสติหรือทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ จะต้องถูกกักตัวเอาไว้ และดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะถือว่าทำผิดกฎหมายเมาแล้วขับนั่นเอง

จุดประสงค์ของการตั้งด่านตรวจแอลกอฮอล์

ในส่วนของจุดประสงค์ของการตั้งด่านตรวจแอลกอฮอล์ขึ้นนั้น แน่นอนว่าหลัก ๆ คือการลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากผู้ที่ไม่รับผิดชอบสังคมซึ่งมีพฤติกรรมเมาแล้วขับ อีกทั้งยังลงโทษผู้ที่กระทำความผิดโดยบทลงโทษต่าง ๆ เช่น จำคุก หรือเสียค่าปรับ โดยหวังว่าจะเป็นบทลงโทษที่หนักหน่วงมากพอจะช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และยับยั้งให้ทุกคนมีจิตสำนึกว่าไม่ควรเมาแล้วขับ เพราะนอกจากจะเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของตนเองแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่นอีกด้วย

ประโยชน์ของด่านตรวจแอลกอฮอล์

แน่นอนว่าการที่มีด่านตรวจแอลกอฮอล์ตั้งมาอย่างต่อเนื่องยาวนานเช่นนี้ ย่อมเป็นตัวช่วยยืนยันชั้นดีกว่าการตั้งด่านตรวจแอลกอฮอล์นั้นมีประโยชน์มากมายเลยทีเดียว โดยประโยชน์หลัก ๆ ของการตั้งด่านตรวจแอลกอฮอล์ คือ

  • ด่านตรวจแอลกอฮอล์ช่วยลดอัตราในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้เป็นอย่างดี
  • ด่านตรวจแอลกอฮอล์ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตทั้งของผู้ที่เมาแล้วขับและผู้ร่วมใช้ถนน
  • ด่านตรวจแอลกอฮอล์ช่วยลดอัตราของจำนวนผู้ที่เมาแล้วขับให้ลดลง
  • ด่านตรวจแอลกอฮอล์เป็นตัวช่วยในการยับยั้งชั่งใช่ว่าเมาแล้วไม่ควรขับเพราะอาจโดนจับ
  • ด่านตรวจแอลกอฮอล์เป็นบทลงโทษสำหรับคนไม่รับผิดชอบสังคมที่เมาแล้วขับ

และประโยชน์เหล่านี้ถือเป็นประโยชน์หลัก ๆ ของด่านตรวจแอลกอฮอล์ ซึ่งความจริงแล้วยังมีประโยชน์โดยอ้อมอีกมากมายที่ไม่ได้กล่าวถึง แต่โดยรวมแล้วการมีด่านตรวจแอลกอฮอล์ตั้งอยู่แม้จะทำให้หลายคนรู้สึกหงุดหงิดหรือไม่สะดวกสบาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหากไม่มีด่านตรวจแอลกอฮอล์การขับรถยามค่ำคืนคงยิ่งอันตราย เพราะมีคนเมาแล้วขับมากมาย เสี่ยงภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้รถใช้ถนนมากเลยทีเดียว

หากเจอด่านตรวจแอลกอฮอล์จะต้องปฏิบัติตนอย่างไร ?

เมื่อทราบถึงจุดประสงค์ในการตั้งด่านและประโยชน์ของด่านตรวจแอลกอฮอล์กันไปเรียบร้อยแล้ว สิ่งต่อไปที่เราควรทราบและเรียนรู้ก็คือวิธีการปฏิบัติตัวเมื่อเจอกับด่านตรวจแอลกอฮอล์ โดยวิธีการปฏิบัติตัวเมื่อเจอด่านตรวจแอลกอฮอล์ มีดังนี้

กรณีที่ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์มา

สำหรับกรณีที่ผู้ขับขี่ไม่ได้มีการดื่มแอลกอฮอล์มาก่อนที่จะเจอด่านตรวจแอลกอฮอล์นั้นสามารถสบายใจได้ 100% ว่ายังไงก็ไม่มีปัญหา เพียงต้องขับรถเข้าไปจอดยังจุดที่กำหนดและลดกระจกลงพูดคุยตอบคำถามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ให้ซักถาม ซึ่งโดยปกติแล้วหากเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่าสามารถพูดคุยได้รู้เรื่องไม่มีความเสี่ยงว่าดื่มแอลกอฮอล์มาก็จะปล่อยผ่าน แต่ในบางครั้งก็จะมีการให้เป่าแอลกอฮอล์ผ่านเครื่องตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ซึ่งเราก็ต้องปฏิบัติตาม ทั้งนี้ก่อนทำการเป่าต้องแน่ใจว่าบริเวณที่ต้องเป่านั้นสะอาด มีการเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ไม่ใช้ซ้ำเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการติกเชื้อนั่นเอง

กรณีที่ดื่มแอลกอฮอล์มา

กรณีที่ผู้ขับขี่แอลกอฮอล์มาต้องเผชิญหน้ากับด่านตรวจแอลกอฮอล์แน่นอนว่าก็ต้องเสียววูบกันเป็นธรรมดา แต่ความจริงจะต้องรีบตั้งสติและอย่าพึ่งตื่นตระหนกตกใจเกินไปนัก แต่อันดับแรกให้ลองย้อนคิดพิจารณาว่าเราดื่มมามากน้อยแค่ไหน ระยะเวลาที่ดื่มแก้วสุดท้ายนานแค่ไหน เพราะหากดื่มมาในปริมาณไม่มากและทิ้งช่วงระยะเวลามาพักใหญ่แล้วโดยปกติเมื่อถูกเชิญให้เป่าแอลกอฮอล์ ปริมาณแอลกอฮอล์ที่ดื่มมาก่อจะไม่เกินค่ากำหนดมาตรฐาน แต่สำหรับใครที่ดื่มมาค่อนข้างมากแล้วรู้ตัวก็ต้องทำใจไว้กันบ้าง แต่ห้ามคิดขับรถฝ่าหรือหนีด่านตรวจแอลกอฮอล์เป็นอันขาด เพราะจะเป็นเรื่องใหญ่และบทลงโทษที่รุนแรงเพิ่มขึ้นมาก ควรที่จะปฏิบัติตัวดังนี้

  • เข้ารับการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์อย่างใจเย็นและสุภาพ
  • พยายามแสดงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่าเรายังมีสติดีและตอบคำถามด้วยความสุภาพ
  • ห้ามโวยวาย ด่าทอ ขัดขืน หรือแสดงอาการไม่พอใจต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเด็ดขาด
  • หากค่าแอลกอฮอล์เกินกว่ามาตรฐานที่กำหนดไม่มาก การพูดจาและขอร้องอย่างสุภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจปล่อยผ่าน
  • หากค่าแอลกอฮอล์เกินกว่ามาตรฐานที่กำหนดค่อนข้างมาก จะถูกเชิญไปจอดรถเพื่อตรวจอีกครั้ง
  • ลองเจรจาอย่างสุภาพ บางครั้งอาจสามารถจ่ายค่าปรับและจบเรื่องได้ที่หน้าด่าน
  • กรณีต้องเป่าอีกครั้งให้พยายามทิ้งช่วงเวลาก่อนเป่าอีกรอบให้ได้มากที่สุด เช่น เข้าห้องน้ำ (จะทำให้ค่าแอลกอฮอล์ลดลงได้เล็กน้อย) เพราะค่าแอลกอฮอล์รอบสองจะถูกบันทึกและส่งไปยังชั้นศาล
  • ติดต่อญาติให้มาประกันตัวและรอขึ้นศาล (กรณีติดต่อใครไม่ได้จะถูกฝากขังเอาไว้)

แม้ผลลัพธ์จะไม่เป็นไปตามต้องการ ต้องอย่าลืมว่าต้องปฏิบัติตามเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างสุภาพ เพราะต้องไม่ลืมว่าแรกเริ่มตนเองเป็นผู้กระทำความผิดกฎหมายเองโดยตั้งใจ ดังนั้นอย่าโวยวายและยอมรับบทลงโทษไปแต่โดยดี หากขัดขืนหรือขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจโดนโทษเพิ่มขึ้นอีกหลายกระทง

ดื่มมาแต่ไม่อยากเจอด่านตรวจแอลกอฮอล์ต้องทำอย่างไร ?

สำหรับผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์มาแล้วทราบว่ายังไงตนเองก็มีโอกาสเป่าขึ้น (แอลกอฮอล์เกินกว่าค่ากำหนดมาตรฐาน) อย่างแน่นอนนั้นจะมีวิธีการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับด่านตรวจแอลกอฮอล์อย่างไร การหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับด่านตรวจแอลกอฮอล์มี ดังนี้

  • ตัดสินใจจอดรถทิ้งไว้ที่ร้านแล้วใช้บริการขนส่งสาธารณะ
  • เรียกใช้บริการ You Drink I Drive จ้างคนมาขับรถให้
  • ขอรบกวนเพื่อที่ไม่ดื่มหรือดื่มน้อยมากให้ไปส่งยังที่พัก
  • ตัดสินใจเปิดโรงแรมในละแวกเพื่อนอน เช้าค่อยกลับบ้าน
  • ติดต่อคนที่บ้านให้ช่วยมารับกลับบ้านจะได้ไม่ต้องขับ
  • ทานข้าว ดื่มน้ำ ดื่มนมเปรี้ยว หาที่นอนพักสัก 3-4 ชั่วโมงแล้วค่อยกลับ

วิธีเหล่านี้ถือเป็นวิธีหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับด่านตรวจแอลกอฮอล์และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเมาแล้วขับ แต่ความจริงแล้วทุกครั้งที่มีแผนจะออกไปดื่มก็ควรคิดถึงเวลากลับ ว่าจะต้องกลับอย่างไรโดยไม่ต้องขับ เช่น เลือกไม่นำรถไปตั้งแต่แรกแล้วใช้บริการขนส่งสาธารณะแทนจะปลอดภัยที่สุดอย่างแน่นอน

เจอด่านตรวจแอลกอฮอล์ บทลงโทษกรณีเมาแล้วขับ

แน่นอนว่าเมื่อมีกฎหมายออกมาอย่างเข้มงวดและมีด่านตรวจแอลกอฮอล์เพื่อดักจับผู้ที่เมาแล้วขับอย่างจริงจังเช่นนี้แล้วบทลงโทษผู้ที่เมาแล้วขับจะต้องไม่เบาอย่างแน่นอน โดยบทลงโทษกรณีเมาแล้วขับ คือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 5,000 – 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงพักใช้ใบอนุญาตขับรถ (ยึดใบขับขี่) ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน สำหรับผู้ที่ปริมาณเแอลกอฮอล์ในเลือด 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

กรณีที่เมาแล้วขับแล้วปฏิเสธการเป่า (ขัดขืน) จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 10,000 – 20,000 บาท ระงับใบอนุญาตขับรถไม่น้อยกว่า 6 เดือน อีกทั้งศาลยังสามารถสั่งพักใบอนุญาตขับรถ หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถได้ (สามารถยึดรถไว้ไม่เกิน 7 วัน)

บทลงโทษกรณีเมาแล้วขับ และทำให้เกิดอุบัติเหตุ

ทราบบทลงโทษกรณีเมาแล้วขับและโดนจับที่ด่านตรวจแอลกอฮอล์กันไปแล้ว คราวนี้เรามาทราบบทลงโทษของผู้เมาแล้วขับจนก่อให้เกิดอุบัติเหตุกันบ้าง โดยผู้ที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุขณะเมาแล้วขับจะมีบทลงโทษดังนี้

  • เมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ : จำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี ปรับ 20,000-100,000 บาท และถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ
  • กรณีเมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส : จำคุก 2-6 ปี ปรับ 40,000-120,000 บาท ระงับใบอนุญาตขับรถไม่น้อยกว่า 2 ปี
  • กรณีเมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย : จำคุก 3-10 ปี ปรับตั้งแต่ 60,000-200,000 บาท และเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที

และนี่ก็คือวิธีในการปฏิบัติตัวเมื่อเจอด่านตรวจแอลกอฮอล์ที่ตั้งอยู่ ซึ่งไม่ว่าเราจะดื่มมาหรือไม่ก็จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำหรับใครที่รู้ตัวว่ามักต้องเดินทางในเวลากลางคืนที่มีโอกาสเจอผู้ร่วมใช้ท้องถนนที่อาจดื่มแอลกอฮอล์มาหรือเมาแล้วขับก็ต้องระมัดระวังให้มาก อีกทั้งยังควรทำประกันรถยนต์ กับ แรบบิท แคร์ ไว้ เพราะไม่ว่าเราจะระมัดระวังสักเท่าไหร่ก็อาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ จากผู้ที่ไม่รับผิดชอบสังคมที่เมาแล้วขับนั่นเอง

สรุป

ด่านตรวจแอลกอฮอล์มีบทบาทสำคัญในการลดอุบัติเหตุและความเสี่ยงจากการเมาแล้วขับ โดยช่วยคัดกรองผู้ขับขี่ที่มีค่าแอลกอฮอล์เกินกฎหมายกำหนด พร้อมทั้งสร้างจิตสำนึกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติตามข้อกำหนดของด่านตรวจอย่างสุภาพ และหาวิธีหลีกเลี่ยงการเมาแล้วขับ เช่น ใช้บริการขนส่งสาธารณะหรือจ้างคนขับ เพื่อความปลอดภัยทั้งต่อตนเองและผู้อื่นบนท้องถนน


บทความแนะนำอื่นๆ : การขับขี่ปลอดภัยและปฏิบัติตัวบนท้องถนน

5 สิ่งที่ควรทำ หากได้ยินเสียง ไซเรนรถพยาบาล - Rabbit Care สิ่งที่ควรทำเพื่อความปลอดภัย เมื่อขับรถหลงทาง | แรบบิท แคร์ แนะนำเมาไม่ขับกลับบ้านปลอดภัยได้ถึง 5 วิธี | แรบบิท แคร์ รวมเทคนิค ขับขี่รถจักรยานยนต์ยังไง ให้ปลอดภัย - Rabbit Care มันไม่ได้! สิ่งที่ห้ามทำ เมื่อเข้าปั๊ม เติมน้ำมัน - Rabbit Care สารพัดวิธีรับมือสถานการณ์รถติดช่วงเปิดเทอม | แรบบิท แคร์ สรุป 9 ทางเลี่ยงรถติด เดินทางสะดวกช่วงสงกรานต์ | แรบบิท แคร์ เดินทางไกล ควรฟังเพลงตอนขับรถแนวไหน ? | แรบบิท แคร์ ตอบข้อสงสัย ควรสอนขับรถให้ลูกด้วยตัวเองหรือไม่ | แรบบิท แคร์

ขับขี่ปลอดภัย ซื้อประกันง่ายๆ ที่ แรบบิท แคร์

การขับขี่รถอย่างปลอดภัยไม่ใช่แค่ลดอุบัติเหตุ แต่ยังช่วยประหยัดเบี้ยประกันรถยนต์ ในระยะยาวได้อีกด้วย หากประกันใกล้หมดอายุ เริ่มต้นด้วยการ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ แล้วดำเนินการ ต่อประกันรถยนต์ออนไลน์ ผ่านระบบ Rabbit Care ที่สะดวก เช็คเบี้ยหลายบริษัทชั้นนำในที่เดียว รองรับทั้ง ประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และภาคสมัครใจในขั้นตอนเดียว เริ่มเลยวันนี้

 

บทความแคร์ขับขี่ปลอดภัย

ความเร็วรถยนต์ตามกฎหมาย ขับเร็วแค่ไหนถึงโดนจับ

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

ความเร็วรถยนต์ตามกฎหมายไทย ปีล่าสุด ขับเร็วแค่ไหนถึงโดนจับ?

ในยุคที่ถนนเต็มไปด้วยรถยนต์หลากหลายประเภท การควบคุมความเร็วรถยนต์ จึงเป็นหัวใจสำคัญของการลดอุบัติเหตุ
กองบรรณาธิการ
27/02/2026
เลี้ยว หมายถึง

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

เลี้ยวรถอย่างมืออาชีพ ด้วยคู่มือฉบับสมบูรณ์เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน

การขับรถบนท้องถนนนั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย และหนึ่งในทักษะที่สำคัญที่สุดคือการ เลี้ยวรถ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือการกลับรถ
Natthamon
31/03/2025
ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไรให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

การบรรทุกของไม่ว่าจะเป็นบนรถกระบะ หรือรถบรรทุกขนาดใดก็ตาม กฎหมายมีการระบุเอาไว้อย่างชัดเจน ในเรื่องของระยะความกว้าง ยาว สูง
Natthamon
20/03/2025