เมาไม่ขับกลับบ้านปลอดภัยด้วย 5 บริการที่แสนสะดวกสบาย

Natthamon
ผู้เขียน: Natthamon Published: ตุลาคม 31, 2024
Natthamon
Natthamon
Natthamon เป็นนักเขียนคอนเทนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในอุตสาหกรรม FinTech ยานยนต์ และประกันภัย จบการศึกษา MBA สาขาการสื่อสารการตลาด และได้รับใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC License – Complex 2) รวมถึงเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต ด้วยพื้นฐานด้านการเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ทำให้ Natthamon มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกัน ประกันสุขภาพ และบริการทางการเงิน สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เชี่ยวชาญด้านการเขียนบทความประกันรถยนต์ การเปรียบเทียบความคุ้มครอง และการให้ความรู้ด้านประกันในหลากหลายประเภท Natthamon มีประสบการณ์ร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ได้แก่ Rabbit Care, CARSOME, DirectAsia Insurance และ GoBear
Natthamon
ตรวจทาน: คะน้าใบเขียว Last edited: สิงหาคม 22, 2024
Natthamon
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience)
เมาไม่ขับ

ช่วงเทศกาลหรือเวลาที่มีวันหยุดยาวในประเทศไทย มักมีการรณรงค์เรื่องเมาไม่ขับ และความปลอดภัยในการเดินทางอีกหลาย ๆ ด้าน เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้มีโอกาสใช้รถ ใช้ถนนอย่างปลอดภัยมากที่สุด ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมนโยบายเมาไม่ขับเพิ่มเติม ทาง แรบบิท แคร์ จึงยินดีที่จะหาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ห้ามทำ ห้ามลองอย่างเด็ดขาดเกี่ยวกับการเมาไม่ขับ รวมถึงเมาไม่ขับ กฎหมายลงโทษอะไรบ้างตามการปรับเปลี่ยนครั้งล่าสุด พร้อมนำเสนอ 5 วิธีกลับบ้านให้ปลอดภัยแบบที่เมาแล้วไม่ต้องเสี่ยงขับรถ และสรุปความสำคัญของการกระทำนี้ เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงผลประโยชน์ที่แท้จริง

เมาไม่ขับกับสิ่งที่ห้ามทำโดยเด็ดขาด

เมาไม่ขับกับสิ่งที่ห้ามทำโดยเด็ดขาด คือ ดื่มนิดเดียวไม่เป็นอะไรหรอก, ดื่มน้ำเปล่า นมเปรี้ยวตาม เป่าไม่ขึ้น, ห้ามฝืนดื่มแล้วขับ และแบบไหนที่เขาเรียกว่าเมาแล้วขับ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาจะเป็นตัวช่วยในการย้ำเตือน ถึงสิ่งที่เราไม่ควรทำอย่างเด็ดขาดเกี่ยวกับเมาไม่ขับ สำหรับรายละเอียดเเหตุผลเพิ่มเติมสามารถติดตามอ่านได้จากลิสต์รายการด้านล่างนี้

  • ดื่มนิดเดียวไม่เป็นอะไรหรอก เพราะไม่ว่าเราจะได้รับแอลกอฮอล์เข้าไปในเลือดกี่มิลลิกรับเปอร์เซ็นต์ก็ตาม มันจะส่งผลต่อสมองไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เช่น ประสิทธิภาพการตัดสินใจลดลง, ประสิทธิภาพการทำงานของระบบประสาทลดลง, มีผลต่อการเรียนรู้และความจำ, การตอบสนองช้าลง และประสิทธิภาพของการทำงานในระบบร่างกายลดลง เป็นต้น
  • ดื่มน้ำเปล่า นมเปรี้ยวตาม เป่าไม่ขึ้น เป็นเรื่องโกหกที่ไม่ใช่ความจริงเลย เนื่องจากเครื่องตรวจจับแอลกอฮอล์ จะตรวจจับปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดที่ออกมากับลมหายใจ ทำให้ไม่สามารถเจือจางได้โดยใช้เพียงแค่น้ำเปล่าหรือนมเปรี้ยวเท่านั้น
  • ห้ามฝืนดื่มแล้วขับ ในเมื่อความเชื่อเรื่องการลดปริมาณแอลกอฮอล์เป็นเรื่องหลอกลวงแล้ว การฝืนขับต่อไปก็มีแต่จะสร้างความเสี่ยงบนท้องถนน ให้เกิดเป็นอุบัติเหตุเสียมากกว่า
  • แบบไหนที่เขาเรียกว่าเมาแล้วขับ มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป สำหรับบุคคลทั่วไป และปริมาณแอลกอฮอล์ 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป สำหรับบุคคลที่มาอายุเพียง 20 ปี หรือขับรถโดยใช้ใบขับขี่แบบชั่วคราว และถ้าหากมีการปฎิเสธการเป่าแอลกอฮอล์ จะถูกตัดสินว่าเป็นคนเมาแล้วขับทันที

ตอนนี้ทุกคนคงเข้าใจเรื่องเมาไม่ขับได้กระจ่างแจ้งมากยิ่งขึ้น ถึงเรื่องราวโกหกหลอกลวงที่จะช่วยเจือจางแอลกอฮอล์ได้ รวมถึงการส่งผลโดยตรงต่อร่างกายและสมอง เมื่อเราดื่มแอลกอฮอล์แล้วมาขับรถอีก พยายามหาทางอื่นเพื่อเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย จะเป็นการลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนทั้งจากการกระทำของตัวเราเอง และการทำให้ผู้อื่นลำบากจนมีโอกาสเกิดเป็นอุบัติเหตุบนท้องถนนอีกต่างหาก

เมาไม่ขับ กฎหมายลงโทษอย่างไร

เมาไม่ขับ กฎหมายลงโทษทั้งหมด 4 ข้อ คือ ถูกตัดแต้มใบขับขี่, จำคุก หรือทั้งจำทั้งปรับ, ทำผิดซ้ำข้อหาเดิมรับโทษหนักขึ้น และบทลงโทษเมื่อทำผู้อื่นบาดเจ็บ ซึ่งรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกฎหมายทั้งหมดของเมาไม่ขับที่ได้มีการปรับเปลี่ยนใหม่ จะมีต่อไปนี้

  • ถูกตัดแต้มใบขับขี่ ลบ 4 คะแนนตั้งแต่การทำความผิดครั้งแรก (จากทั้งหมด 12 คะแนน)หากถูกตัดเหลือ 0 คะแนน จะถูกระงับการใช้งานใบขับขี่ 90 วัน
  • จำคุก หรือทั้งจำทั้งปรับ จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท
  • ทำผิดซ้ำข้อหาเดิมรับโทษหนักขึ้น ภายใน 2 ปี ต้องถูกลงโทษทั้งจำคุกและปรับเงิน โดยจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับอีก 50,000-100,000 บาท ถูกพักการใช้ใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรืออาจมีสิทธิ์ถูกเพิกถอนใบขับขี่ได้เลย
  • บทลงโทษเมื่อทำผู้อื่นบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต มีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี และโทษปรับอีก 200,000 บาท ถูกเพิกถอนใบขับขี่ทันที 

ต่อให้กฎหมายหรือกฎลงโทษรณรงค์เมาไม่ขับ ไม่รุนแรงถึงขั้นข้อมูลที่ให้ไว้ด้านบน ด้วยสำนึกของผู้ใช้รถใช้ถนน ก็ไม่ควรตัดสินใจไปดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับรถกลับด้วยตัวเองอยู่ดี เพราะนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังเป็นความเสี่ยงของผู้อื่นบนท้องถนนด้วย หากเป็นเราเองก็คงไม่อยากให้มีอันตรายเกิดขึ้นกับใครบนท้องถนน ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ หาวิธีเดินทางรูปแบบอื่นจะดีกว่า

อ้างอิงข้อมูลเมาไม่ขับ กฎหมายลงโทษอย่างไรจากสำนักสวัสดิภาพการขนส่งทางบก (สนภ.) กรมขนส่ง

เมาไม่ขับ กฎหมาย

5 วิธีกลับบ้านปลอดภัย เมาไม่ขับ

5 วิธีกลับบ้านปลอดภัยเมาไม่ขับ ได้แก่ เรียกแท็กซี, ใช้บริการ Grab, เรียกรถ Bolt, บริการ U DRINK I DRIVE และใช้บริการขนส่งสาธารณะ หากตัดสินใจใช้หนทางทั้งหมดที่กล่าวมา เราจะสามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยแบบเมาไม่ขับ ไม่เพิ่มความเสี่ยงบนท้องถนนให้แก่ตัวเอง และผู้อื่น ถือเป็นการรับผิดชอบต่อสังคมที่ยอดเยี่ยมอย่างมาก ส่วนวิธีการหรือหนทางเพิ่มเติมในแต่ละวิธีที่แนะนำ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ข้อมูลด้านล่าง

  • เรียกแท็กซี โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หรือเมืองท่องเที่ยวที่มีแท็กซีให้บริการ สามารถเรียกรถแท็กซีให้ไปส่งถึงที่พักได้อย่างปลอดภัย 
  • ใช้บริการ Grab เพื่อเรียกรถให้มารับส่งเราถึงที่ ซึ่งสามารถเรียกรถได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่แบบรถยนต์ธรรมดา ไปจนถึงรถพรีเมียม รถตู้ หรือรถยนต์สำหรับผู้หญิงก็มีให้เลือกใช้บริการ
  • เรียกรถบริการอื่น ๆ เช่น Bolt, In Driver, Lineman Taxi และอื่น ๆ อีกมากมายที่มีให้เลือกใช้บริการในประเทศไทย หรือบางจังหวัดอาจมีผู้ให้บริการเฉพาะท้องถิ่นที่เรารู้จัก ก็สามารถพิจารณาเพื่อเดินทางได้ปลอดภัยเช่นเดียวกัน
  • บริการ U DRINK I DRIVE เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเดินทางด้วยรถยนต์ของตัวเอง จะมีบริการเรียกคนขับมาช่วยขับรถของเราให้ตอนขากลับ ดังนั้นมั่นใจได้เลยว่าได้กลับรถตัวเอง แถมมีไดร์เวอร์มาช่วยขับส่งถึงบ้าน
  • ใช้บริการขนส่งสาธารณะ ในกรณีที่ดื่มสังสรรค์ไม่ดึก และไม่รู้สึกเมามากจนดูแลตัวเองไม่ได้ การเลือกใช้บริการรถสาธารณะที่ยังมีอยู่ จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้เป็นอย่างดี

เพียงเท่านี้ทุกคนก็สามารถปฏิบัติตัวแบบเมาไม่ขับได้แล้ว แถมยังมีวิธ๊การเดินทางกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยหายห่วง สะดวกเลือกใช้รูปแบบไหน ลองพิจารณาความเหมาะสมที่ตอบโจทย์ หรือจากประสบการณ์ของตัวเองดูได้เลย

ความสำคัญของการเมาไม่ขับ

ความสำคัญของการเมาไม่ขับ คือ การลดอุบัติเหตุบนท้องถนน จากการที่มีคนเมาแล้วขับขี่ได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นต้องพึงระวัง และหลีกเลี่ยงจนมีโอกาสเกิดความอันตราย, ลดการทะเลาะเบาะแว้ง เนื่องจากผู้ที่เมาแล้วขับมักจะขาดสติ เมื่อมีการเฉี่ยวชน โดนแซง ถูกขับรถตัดหน้า และอื่น ๆ ที่ส่งผลให้เกิดอารมณ์ฉุนเฉียวได้ง่าย จนกลายเป็นการทะเลาะกันบนถนน และสุดท้ายช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดฝัน เช่น ค่าปรับ ค่าเสียหาย ไปจนถึงค่าทำขวัญให้กับคู่กรณี

เมาไม่ขับ

ประกันคุ้มครองไหมถ้าเกิดเมาแล้วขับ

กรณีที่อุบัติเหตุบนท้องถนนแล้วผู้ขับขี่ถูกตัดสินว่าเมาแล้วขับ พ.ร.บ. จะจ่ายเพียงแค่ค่ารักษาพยาบาลตามวงเงินการคุ้มครองเท่านั้น ส่วนประกันรถยนต์ภาคสมัครใจหากเมาแล้วขับ จะไม่ได้รับการดูแลคุ้มครองอะไรเลยตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ เว้นแต่ประกันรถยนต์ชั้น 1 หรือประเภทที่มีการดูแลค่าเสียหายให้กับรถของคู่กรณี ประกันจะช่วยเหลือดูแลค่าเสียหายให้กับรถคู่กรณีเป็นหลัก ส่วนของเราต้องรับผิดชอบเองทั้งหมดทุกค่าใช้จ่าย และหลังจากนั้นทางบริษัทประกันรถยนต์จะเรียกร้องค่าเสียจากผู้ที่เมาแล้วขับอีกทีหนึ่ง ฉะนั้นการเมาไม่ขับ ถือเป็นสิ่งที่ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุได้ดีที่สุด รวมถึงยังได้รับความคุ้มครองจากประกันรถยนต์อย่างครบถ้วน


เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นบนท้องถนน ซึ่งต่อให้เราเป็นคนที่เมาไม่ขับ ก็อาจจะยังมีบุคคลที่ขาดความรับผิดชอบต่อสังคมอยู่บนท้องถนน รวมถึงเพื่อช่วยดูแลคุ้มครองเหตุการณ์อื่นนอกเหนือจากเจอความเสี่ยงคนเมาแล้วขับ ผู้ใช้งานรถยนต์จึงควรเลือกใช้งานประกันรถยนต์ที่สามารถดูแลคุ้มครองได้อย่างครอบคลุมที่สุด ตรงนี้ แรบบิท แคร์ สามารถให้คำปรึกษาได้ตอบโจทย์ และยังมีส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 70% ให้อีก เพียงแค่โทรเข้ามาที่เบอร์ 1438 (เบอร์นี้โทรได้ 24 ชม.)

สรุป

กฎหมายลงโทษหากเมาไม่ขับ หลัก ๆ จะมีทั้งหมด 4 ข้อ คือ

ถูกตัดแต้มใบขับขี่ หากถูกตัดเหลือ 0 คะแนน จะถูกระงับการใช้งานใบขับขี่ 90 วัน
จำคุกหรือทั้งจำทั้งปรับ จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท
ทำผิดซ้ำข้อหาเดิมรับโทษหนักขึ้น ภายใน 2 ปี ต้องถูกลงโทษทั้งจำคุกและปรับเงิน โดยจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับอีก 50,000-100,000 บาท ถูกพักการใช้ใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรืออาจมีสิทธิ์ถูกเพิกถอนใบขับขี่
บทลงโทษเมื่อทำผู้อื่นบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต มีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี และโทษปรับอีก 200,000 บาท ถูกเพิกถอนใบขับขี่ทันที

และในกรณีที่ผู้ขับขี่ถูกตัดสินว่าเมาแล้วขับ พ.ร.บ. จะจ่ายเพียงแค่ค่ารักษาพยาบาลตามวงเงินการคุ้มครองเท่านั้น ส่วนประกันรถยนต์ภาคสมัครใจหากเมาแล้วขับ จะไม่ได้รับการดูแลคุ้มครองอะไรเลยตามเงื่อนไขของกรมธรรม์

ที่มา


บทความแนะนำอื่นๆ : การขับขี่ปลอดภัยและปฏิบัติตัวบนท้องถนน

5 สิ่งที่ควรทำ หากได้ยินเสียง ไซเรนรถพยาบาล - Rabbit Care สิ่งที่ควรทำเพื่อความปลอดภัย เมื่อขับรถหลงทาง | แรบบิท แคร์ สิ่งที่ควรทำ เมื่อเจอด่านตรวจแอลกอฮอล์ | แรบบิท แคร์ รวมเทคนิค ขับขี่รถจักรยานยนต์ยังไง ให้ปลอดภัย - Rabbit Care มันไม่ได้! สิ่งที่ห้ามทำ เมื่อเข้าปั๊ม เติมน้ำมัน - Rabbit Care สารพัดวิธีรับมือสถานการณ์รถติดช่วงเปิดเทอม | แรบบิท แคร์ สรุป 9 ทางเลี่ยงรถติด เดินทางสะดวกช่วงสงกรานต์ | แรบบิท แคร์ เดินทางไกล ควรฟังเพลงตอนขับรถแนวไหน ? | แรบบิท แคร์ ตอบข้อสงสัย ควรสอนขับรถให้ลูกด้วยตัวเองหรือไม่ | แรบบิท แคร์

ขับขี่ปลอดภัย ซื้อประกันง่ายๆ ที่ แรบบิท แคร์

การขับขี่รถอย่างปลอดภัยไม่ใช่แค่ลดอุบัติเหตุ แต่ยังช่วยประหยัดเบี้ยประกันรถยนต์ ในระยะยาวได้อีกด้วย หากประกันใกล้หมดอายุ เริ่มต้นด้วยการ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ แล้วดำเนินการ ต่อประกันรถยนต์ออนไลน์ ผ่านระบบ Rabbit Care ที่สะดวก เช็คเบี้ยหลายบริษัทชั้นนำในที่เดียว รองรับทั้ง ประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และภาคสมัครใจในขั้นตอนเดียว เริ่มเลยวันนี้

 

บทความแคร์ขับขี่ปลอดภัย

ความเร็วรถยนต์ตามกฎหมาย ขับเร็วแค่ไหนถึงโดนจับ

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

ความเร็วรถยนต์ตามกฎหมายไทย ปีล่าสุด ขับเร็วแค่ไหนถึงโดนจับ?

ในยุคที่ถนนเต็มไปด้วยรถยนต์หลากหลายประเภท การควบคุมความเร็วรถยนต์ จึงเป็นหัวใจสำคัญของการลดอุบัติเหตุ
กองบรรณาธิการ
27/02/2026
เลี้ยว หมายถึง

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

เลี้ยวรถอย่างมืออาชีพ ด้วยคู่มือฉบับสมบูรณ์เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน

การขับรถบนท้องถนนนั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย และหนึ่งในทักษะที่สำคัญที่สุดคือการ เลี้ยวรถ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือการกลับรถ
Natthamon
31/03/2025
ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไรให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

การบรรทุกของไม่ว่าจะเป็นบนรถกระบะ หรือรถบรรทุกขนาดใดก็ตาม กฎหมายมีการระบุเอาไว้อย่างชัดเจน ในเรื่องของระยะความกว้าง ยาว สูง
Natthamon
20/03/2025