น้ำกลั่นแบตเตอรี่เลือกใช้ยังไงให้ถูกต้อง และทำไมถึงไม่ควรเติมน้ำเปล่าแทน

Natthamon
ผู้เขียน: Natthamon Published: ตุลาคม 24, 2024
Natthamon
Natthamon
Natthamon เป็นนักเขียนคอนเทนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในอุตสาหกรรม FinTech ยานยนต์ และประกันภัย จบการศึกษา MBA สาขาการสื่อสารการตลาด และได้รับใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC License – Complex 2) รวมถึงเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต ด้วยพื้นฐานด้านการเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ทำให้ Natthamon มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกัน ประกันสุขภาพ และบริการทางการเงิน สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เชี่ยวชาญด้านการเขียนบทความประกันรถยนต์ การเปรียบเทียบความคุ้มครอง และการให้ความรู้ด้านประกันในหลากหลายประเภท Natthamon มีประสบการณ์ร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ได้แก่ Rabbit Care, CARSOME, DirectAsia Insurance และ GoBear
คะน้าใบเขียว
ตรวจทาน: คะน้าใบเขียว Last edited: สิงหาคม 21, 2024
คะน้าใบเขียว
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ | Finance, Insurance & Health Content Expert จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience) ทำให้บทความของผมน่าเชื่อถือ มีคุณค่าสำหรับผู้อ่าน และติด Google Search Results
น้ำกลั่นแบตเตอรี่

ก่อนจะไปดูข้อมูลเกี่ยวกับน้ำกลั่นแบตเตอรี่ ต้องมาทำความเข้าใจเรื่องแบตเตอรี่ขั้นพื้นฐานให้เรียบร้อย เพราะว่าแบตเตอรี่ในปัจจุบันมีให้เราเลือกอยู่ 2 แบบด้วยกัน จะเป็นแบตเตอรี่แบบกึ่งแห้งที่ต้องเติมน้ำกลั่นแบตเตอรี่ กับแบตเตอรี่แบบแห้งที่มีราคาสูงกว่าแต่ไม่จำเป็นต้องเติมน้ำกลั่นแบตเตอรี่อีกต่อไป พอรู้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับแบตเตอรี่ครบถ้วนแล้ว ทุกคนจะสามารถเรียนรู้เกี่ยวข้อมูลน้ำกลั่นได้อย่างต่อเนื่อง โดยที่มีความเข้าใจร่วมกัน ตั้งแต่อธิบายว่าน้ำกลั่น คือ อะไร มีกี่ประเภท มีวิธีดูแลไหม อาการ น้ำกลั่นแบตเตอรี่แห้งเป็นยังไง วิธีเติมน้ำกลั่นอย่างถูกต้องเป็นแบบไหน และทำไมถึงไม่ควรเติมน้ำเปล่าแทนน้ำกลั่นแบบเด็ดขาด

น้ำกลั่นแบตเตอรี่คืออะไร

น้ำกลั่นแบตเตอรี่ คือ น้ำที่ผ่านกระบวนการความร้อนจากเครื่องกลั่น ทำให้น้ำระเหยกลายเป็นไอ ควบแน่นจนกลายเป็นน้ำบริสุทธิ์แบบไม่มีสิ่งใด ๆ เข้ามาเจือปน เราจึงสามารถเอาน้ำกลั่นแบตเตอรี่มาเติมลงในแบตเตอรี่แบบกึ่งแห้งได้ เนื่องจากน้ำกลั่นที่บริสุทธิ์จะมีคุณสมบัติในการเหนี่ยวนำไฟฟ้าได้ดีเยี่ยม ช่วยให้รถของเราสตาร์ตติดได้ง่าย อีกทั้งยังมีการส่งเสริมการทำงานร่วมกันกับกรดภายในแบตเตอรี่อีกต่างหาก

ประเภทของน้ำกลั่นแบตเตอรี่

ประเภทของน้ำกลั่นแบตเตอรี่ในประเทศไทย จะมีตัวเลือกทั้งหมด 2 รูปแบบด้วยกัน คือ น้ำกลั่นสีชมพูและน้ำกลั่นสีใส โดยทั้งคู่มีประสิทธิภาพการทำงานที่แตกต่างกันออกไป ตามค่าความเป็นกรด ค่าของการนำไฟฟ้า หรือค่าความเป็นด่าง ซึ่งรายละเอียดเพิ่มเติมที่น่าสนใจเกี่ยวกับน้ำกลั่นแบตเตอรี่ที่กล่าวถึง จะสามารถติดตามอ่านกันได้จากเนื้อหาในหัวข้อย่อยต่อไปนี้

น้ำกลั่นสีชมพู

น้ำกลั่นแบตเตอรี่สีชมพู มีคุณสมบัติช่วยลดความร้อนให้กับการทำงานของแบตเตอรี่ มันจึงช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะเรื่องการเก็บไฟไส้ได้นานขึ้น เหมาะกับรถยนต์ที่ต้องจอดทิ้งไว้เป็นเวลานาน จึงเหมาะสมกับการเลือกใช้งานน้ำกลั่นแบตเตอรี่สีชมพูเป็นหลัก รวมถึงด้วยการที่มันมีสีชมพูเข้ามาเจือปน ทำให้เราสามารถสังเกตระดับเพื่อตรวจเช็กได้ง่ายขึ้นเช่นเดียวกัน

น้ำกลั่นสีใส

น้ำกลั่นแบตเตอรี่สีใส คือ น้ำกลั่นแบบธรรมดาที่เป็นเพียงแค่น้ำบริสุทธิ์เท่านั้น ไม่ได้มีการเจือปนของสารเคมีอื่น ๆ เพิ่มเติมแต่อย่างใด ทำให้มีความเหมาะสมกับการใช้งานในระบบอุตสาหกรรมเป็นหลัก แต่ก็ยังสามารถใช้งานได้ในรถยนต์เช่นเดียวกัน 

หากเราสามารถเลือกซื้อน้ำกลั่นแบตเตอรี่ได้ตามความต้องการ มีเวลาเลือกให้เอาไปเปลี่ยนได้ดั่งใจนึก ก็แนะนำว่าควรเลือกใช้งานน้ำกลั่นแบตเตอรี่แบบสีชมพู เพื่อให้ได้รับประสิทธิภาพด้านอื่น ๆ เพิ่มเติมไปด้วย ส่วนใครที่มีความจำเป็นต้องใช้งานแบบกระทันหันน้ำกลั่นแบตเตอรี่แบบสีใส ยังสามารถใช้งานทดแทนได้ดีเหมือนกัน เพียงแต่จะไม่มีประสิทธิภาพแฝงตามสิ่งที่ใส่เข้ามาในตัวน้ำกลั่นนั่นเอง

อาการ น้ำกลั่นแบตเตอรี่แห้ง

วิธีดูน้ำกลั่นแบตเตอรี่

วิธีการดูน้ำกลั่นแบตเตอรี่สามารถเปิดดูได้จากจุกช่องเติมน้ำกลั่นในแบตเตอรี่โดยตรง แต่ว่าตัวแบตเตอรี่นั้นจะไม่มีอุปกรณ์ช่วยวัดหรือเช็กเพิ่มเติม เราต้องกะเอาจากสายตา หรือวัดด้วยความรู้ว่าหากแบตเตอรี่ที่ใช้งานเป็นแบบกึ่งแห้ง โดยปกติแล้วเราจะต้องเติมน้ำกลั่นแบตเตอรี่ภายในระยะเวลา 6 เดือน หรือ 10,000 กิโลเมตรที่ใช้งาน ส่วนกรณีที่เป็นแบตเตอรี่แบบน้ำ เราต้องมีการเติมน้ำกลั่นแบตเตอรี่ที่ต่อเนื่องมากขึ้น เป็นทุก 1,000 กิโลเมตร หรือเติมกันทุก 1-2 สัปดาห์เลยก็ว่าได้

อาการน้ำกลั่นแบตเตอรี่แห้ง

อาการ น้ำกลั่นแบตเตอรี่แห้ง ได้แก่ สตาร์ตรถไม่ติด ไฟในระบบดูอ่อน เหมือนจะดับลงอยู่ตลอดเวลา หากรู้ตัวว่ารถยนต์ของเราใช้งานแบตเตอรี่แบบกึ่งแห้ง หรือแบบน้ำ พอเจออาการดังกล่าว ให้ลองเปิดฝากระโปรงรถเพื่อเช็กดูได้เลยว่า น้ำกลั่นแบตเตอรี่ภายในแบตเตอรี่รถยนต์ของเรา อยู่ในระดับปกติหรือไม่ ถ้าหากเราปล่อยให้แห้ง อาจเกิดความเสื่อมสภาพอย่างรุนแรง ถึงขั้นต้องเปลี่ยนแบตใหม่ทั้งก้อนเลยก็ว่าได้

คำแนะนำเพิ่มเติม ถึงแม้เราจะสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ด้วยการ เติมน้ำกลั่นแบตเตอรี่เข้าไปในระบบแล้วหารถยนต์คันอื่นมาช่วยจั๊มพ์แบตเตอรี่ให้ หากเราสามารถสตาร์ตรถติดได้ แต่อนาคตอันสั้นแบตเตอรี่ที่เคยแห้งสนิทไปแล้ว อาจไม่สามารถกักเก็บไฟได้ดีเท่าเดิม เสี่ยงเจออาการรถดับกลางอากาศ หรือจอดแล้วสตาร์ตไม่ติดได้เช่นกัน จึงควรระมัดระวังเรื่องการลืมเติมน้ำกลั่นแบตเตอรี่จนแบตเตอรี่แห้งให้มากที่สุดสำหรับผู้ที่ใช้งานแบตเตอรี่ แบบน้ำและแบบกึ่งแห้ง

วิธีเติมน้ำกลั่นแบตเตอรี่อย่างถูกต้อง

วิธีการเติมน้ำกลั่นแบตเตอรี่อย่างถูกต้อง คือ เริ่มต้นที่การทำความสะอาดโดยรอบแบตเตอรี่ให้เรียบร้อย, เช็กระดับน้ำกลั่นก่อนเติมทุกครั้ง, เตรียมการเปิดฝาแบตเตอรี่ให้พร้อม และเช็กปริมาณหลังเติมอีกครั้ง เพียงเท่านี้ทุกคนจะสามารถดูแลแบตเตอรี่รถยนต์ทั้งแบบน้ำ หรือแบบกึ่งแห้งได้อย่างสมบูรณ์ ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนวิธีการเติมน้ำกลั่นแบตเตอรี่ทั้งหมด สามารถเลื่อนลงไปอ่านเพิ่มเติมได้จากลิสต์รายหัวข้อด้านล่างนี้เลย

  1. ทำความสะอาดโดยรอบแบตเตอรี่ให้เรียบร้อย เพียงแค่ใช้น้ำยาทำความสะอาด ฉีดลงบนผ้าแห้ง เพื่อทำความสะอาดรอบตัวแบตเตอรี่ หรือแม้แต่ผ้าที่เปื้อนน้ำมันเครื่อง ก็สามารถเอาเช็ดทำความสะอาดได้เช่นเดียวกัน แต่ห้ามไม่ให้เศษกระดาษทิชชู่ เศษผ้า เศษสิ่งสกปรกอะไรก็ตามหล่นเข้าไปในช่องเติมน้ำกลั่นแบตเตอรี่อย่างเด็ดขาด
  2. เช็กระดับน้ำกลั่นก่อนเติมทุกครั้ง ถ้าหากเป็นแบตเตอรี่รุ่นเก่า ให้เราใช้แผ่นทองแดงเป็นตัวช่วยสังเกตระดับของน้ำกลั่นที่ต้องเติมเพิ่มลงไป ทางด้านแบตเตอรี่รุ่นใหม่จะมีตัวช่วยที่เรียกว่า สัญลักษณ์ตาแมว (Indicator Sign) ทำให้เราสังเกตเห็นปริมาณคงเหลือได้ง่ายกว่า
  3. เตรียมการเปิดฝาแบตเตอรี่ให้พร้อม ทั้งหมด 6 ฝา หลังจากนั้นลองเช็กดูถึงระดับน้ำกลั่นปัจจุบัน ว่าเราควรเติมเพิ่มเข้าไปเท่าไหร่ถึงจะพอดี หากเป็นแบตเตอรี่รุ่นเก่า ต้องเติมให้ท่วมแผ่นทองแดงเล็กน้อย ส่วนรุ่นใหม่ก็สามารถเติมได้จากระดับความพอดีที่มีกำหนดมาให้ และที่สำคัญห้ามเติมทีเดียวแบบเร็ว ๆ โดยเด็ดขาด ไม่งั้นอาจล้นจนเจือปนสิ่งสกปรกภายนอกได้
  4. เช็กปริมาณหลังเติมอีกครั้ง เพื่อเพิ่มความมั่นใจถึงการเติมน้ำกลั่นที่ครบถ้วนสมบูรณ์ จนแบตเตอรี่รถยนต์ของเราทำงานได้ตามปกติ สุดท้ายหลังจากปิดฝาแบตเตอรี่แล้ว อย่าลืมเช็ดทำความสะอาดให้แห้งอีกครั้ง

เพียงเท่านี้ทุกคนคงสามารถเติมน้ำกลั่นแบตเตอรี่ได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายดาย ขอแค่เราสามารถหาซื้อเจ้าตัวน้ำกลั่นแบตเตอรี่ตามทึ่ต้องการใช้งานมาให้ได้ก่อน แล้วเติมตามรายละเอียดวิธีด้านบนทั้งหมดได้เลย รับประกันความปลอดภัย รวมถึงวิธีการที่ถูกต้อง ยังช่วยให้แบตเตอรี่สามารถทำงานได้เหมือนเดิมด้วย

น้ำกลั่นแบตเตอรี่ คือ

ทำไมถึงไม่ควรเติมน้ำเปล่าแทนน้ำกลั่นแบตเตอรี่

เหตุผลที่เราไม่ควรใช้งานน้ำเปล่าแทนน้ำกลั่นแบตเตอรี่ คือ น้ำเปล่าหรือน้ำดื่มทั่วไปมีความเป็นกรดด่างที่แตกต่างกัน และแน่นอนว่าบางกรณีมันยังมีแร่ธาตุเสริมเพิ่มเติมอีกมากมาย ในทางทฤษฎีแล้วไม่มีประโยชน์อะไรเลยต่อแบตเตอรี่ แถมยังเป็นข้อเสียที่ลดอายุการใช้งาน ลดประสิทธิภาพการเก็บประจุไฟอย่างต่อเนื่อง นี่จึงเป็นเหตุผลที่ชัดเจนอย่างยิ่งว่าต่อให้จำเป็นมากแค่ไหน สถานการณ์ขับขันมากเพียงใด ก็ไม่ควรเอาน้ำเปล่ามาเติมแทนน้ำกลั่นแบตเตอรี่อยู่ดี คุณจะได้ไม่คุ้มเสียในท้ายที่สุด

อยากดูแลรถยนต์ให้เนี้ยบเหมือนกับการศึกษาข้อมูลเรื่องน้ำกลั่นแบตเตอรี่ แรบบิท แคร์ อยากแนะนำให้ทุกคนเลือกเปรียบเทียบเช็คราคาประกันรถยนต์ที่เหมาะสมต่อการใช้งานติดไว้ เพื่อช่วยให้ประกันรถยนต์ได้มีส่วนร่วมการดูแลคุ้มครองทุกเส้นทางที่คุณไป ให้อุ่นใจได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการคุ้มครองค่าซ่อมแซม, ค่าสินทรัพย์, ค่าสินไหมทดแทน, ค่ารักษาพยาบาล และอื่น ๆ อีกหลายรายการ

หากสนใจอยากเลือกประกันรถยนต์ให้คุ้มค่าที่สุด ติดต่อหา แรบบิท แคร์ ได้โดยตรงที่เบอร์ 1438 โทรได้ทุกเวลา ตัดสินใจซื้อประกันรถยนต์เมื่อไหร่ แรบบิท แคร์ ยินดีมอบส่วนลดให้สูงสุดถึง 70%!

สรุป

น้ำกลั่นแบตเตอรี่ คือ น้ำที่ผ่านกระบวนการความร้อนจากเครื่องกลั่น ทำให้น้ำระเหยกลายเป็นไอ ควบแน่นจนกลายเป็นน้ำบริสุทธิ์แบบไม่มีสิ่งใด ๆ เข้ามาเจือปน มีคุณสมบัติในการเหนี่ยวนำไฟฟ้าได้ดี จึงเหมาะนำมาเติมลงในแบตเตอรี่แบบกึ่งแห้ง ช่วยให้รถสตาร์ตติดได้ง่าย กลับกัน น้ำเปล่าหรือน้ำดื่มทั่วไปไม่ควรนำมาเติมลงในแบตเตอร์รี่แบบกึ่งแห่ง เพราะในน้ำทั่วไปมีความเป็นกรดด่างจากน้ำกลั่น ทำให้เกิดผลเสียมากกว่านั่นเอง

ที่มา


บทความแนะนำอื่นๆ : การดูแลและบำรุงรักษารถ

How To ดูแลรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้นานๆ ยังไงดี ? - Rabbit Care วิธีเติมน้ำกลั่นด้วยตัวเอง และสิ่งที่ควรระวัง | แรบบิท แคร์ น้ำยาหล่อเย็น (Coolant) คืออะไร เติมเองได้ไหม | แรบบิท แคร์ เอารถเข้าศูนย์ เช็คระยะ ต้องทํายังไง ใช้อะไรบ้าง | แรบบิท แคร์ น้ำมันเครื่อง เรื่องที่นักขับ ไม่ควรพลาด - Rabbit Care รวมเรื่องน่ารู้ ที่เกี่ยวกับ 'ไดนาโม' | แรบบิท แคร์ ล้างอัดฉีด คืออะไร ทำอะไรบ้าง ราคาเท่าไหร่ | แรบบิท แคร์ คาร์แคร์ (Car Care) คืออะไร ทำอะไรบ้าง ราคาถูกไหม | แรบบิท แคร์ สิ่งที่ต้องคำนึงในการเลือกสีรถ | แรบบิท แคร์ อะไหล่รถยนต์ไหน ที่ต้องตรวจเช็กบ่อยๆ กันนะ - Rabbit Care ตามส่องอายุใช้งานรถ เวลาไหนถึงควรเปลี่ยนรถใหม่กัน!? - Rabbit Care ส่องเคล็ดลับ ล้างรถยังไงให้ไร้รอยขนแมว - Rabbit Care แฟชั่น 'ปาดเบาะ' คืออะไร ทำไมถึงได้รับความนิยม | แรบบิท แคร์

เปรียบเทียบประกันรถยนต์ ซื้อประกันภัยรถยนต์

ระบุยี่ห้อรถของคุณ

บทความแคร์รถยนต์

ดูแลรถยนต์ที่ลุยน้ำท่วมมา

แคร์รถยนต์

บทเรียนสำคัญสำหรับเจ้าของรถ หลังน้ำท่วมรถยนต์ ปี 2568

น้ำท่วมรถยนต์ในปี 2568 ไม่ได้สร้างความเสียหายแค่ “ตัวถัง” แต่ลุกลามถึง เครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายซ่อมหลักแสน
กองบรรณาธิการ
17/12/2025
ตรวจสภาพรถ

แคร์รถยนต์

ตรวจสภาพรถ ต้องรู้อะไรบ้าง? รวมทุกเรื่องที่คนมีรถควรเข้าใจ

หากคุณเป็นเจ้าของรถยนต์หรือกำลังจะซื้อรถยนต์มือสอง การตรวจสภาพรถ เป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะไม่ใช่เพียงแค่เป็นข้อบังคับตามกฎหมายเท่านั้น
Thirakan T
09/07/2025
โอนรถ

แคร์รถยนต์

โอนรถ ยากหรือไม่ มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ?

การซื้อขายรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่ง หรือรถมือสอง สิ่งที่สำคัญที่สุดหลังจากการตกลงซื้อขายกันเรียบร้อย คือ "การโอนรถ"
Thirakan T
09/07/2025