Rabbit Care Logo
ใช้ใจแคร์ ดูแลครบ
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ในการเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการใช้งาน และเพื่อเก็บข้อมูลสถิติ ท่านสามารถศึกษารายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ นโยบายคุกกี้

ผ่อนรถไม่ไหว ควรทำอย่างไรต่อดี?

จากสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา ก็อาจจะทำให้คนส่วนมากได้รับผลกระทบไปพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการงาน การเงิน หรือสุขภาพที่ย่ำแย่ลง จึงอาจจะทำให้การใช้ชีวิตประจำวันนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วย ยิ่งถ้าเป็นผลกระทบในเรื่องของการงานและการเงิน ก็จะเห็นได้จากตัวอย่างของการผ่อนรถยนต์ที่เรานั้นไม่สามารถที่จะแบกรับค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้อีกต่อไป ผ่อนต่อไม่ไหว ต้องการที่จะขอคืนรถ หรือกำลังมองหาวิธีที่จะช่วยไม่ให้รถถูกยึด ซึ่งก็มีอยู่หลายวิธีให้ได้ลองประเมินดูก่อนว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป

ผ่อนรถไม่ไหว ทำไงดี? ลองดูวิธีเหล่านี้อาจจะช่วยได้

อันดับแรกให้ลองประเมินดูก่อนว่าเราควรจะคืนรถยนต์ดีไหม ด้วยการวิเคราะห์และวางแผนจากรายการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • เรื่องของรายรับรายจ่ายทั้งในปัจจุบันและอนาคต ให้เราลองวางแผนดูว่าในอีก 3 เดือนข้างหน้านั้นเรามีความสามารถที่จะผ่อนรถต่อได้หรือไม่ เพราะถ้าหากว่าไม่สามารถผ่อนต่อได้ แบบนี้ก็ควรที่จะทำเรื่องขอคืนรถยนต์จะดีที่สุด
  • ให้มองที่ความจำเป็นของการใช้งานรถยนต์ เพราะถ้าหากว่าเราไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องใช้งานรถยนต์จริง ๆ หรือว่าเราไม่ได้ใช้งานรถยนต์บ่อย ๆ ถ้าหากว่าตัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ออกไปได้ก็จะสามารถทำให้เรานั้นประหยัดมากยิ่งขึ้น
  • ลองประเมินดูค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ เช่น ค่าน้ำมันรถ ค่าทางด่วน ค่าจอดรถ ค่าประกันภัยรถยนต์ ค่าต่อภาษีและ พ.ร.บ. รถยนต์ประจำปี ค่าตรวจเช็กสภาพรถยนต์รายปี รวมไปถึงค่าบำรุงรักษารถยนต์ในกรณีต่าง ๆ ว่าเรามีความสามารถในการรับค่าใช้จ่ายในส่วนของตรงนี้ด้วยไหม เพราะถ้ารับค่าใช้จ่ายไม่ไหวก็ให้ดำเนินการขอคืนรถจะดีกว่า
  • แต่ถ้าหากว่ามาถึงข้อนี้แล้วคิดว่ารับในส่วนของค่าใช้จ่ายตรงนี้ต่อไม่ไหวจริง ๆ การคืนรถก็จะถือว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะจะได้ไม่เป็นปัญหาหนักใจต่อไปในอนาคต ไม่ต้องรอให้ทางไฟแนนซ์มายึดรถไป และก็จะไม่ทำให้เสียเครดิตอีกด้วย ซึ่งการขอคืนรถหรือว่าการยกเลิกสัญญานี้จะไม่ทำให้เราเสียประวัติเครดิตบูโร เพราะว่าเราไม่ได้มีการค้างค่างวดรถ และไม่ได้ปล่อยให้ทางไฟแนนซ์มายึดรถไปเองแบบนั้น

และถ้าเมื่อวิเคราะห์ได้แล้วว่าผ่อนรถต่อไม่ไหวจริง ๆ แต่ก็ไม่ได้อยากที่จะคืนรถ ดังนั้นเราจึงจะต้องหาทางออกวิธีการอื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่น

  • การรีไฟแนนซ์ จะเป็นตัวช่วยที่ทำให้อัตราดอกเบี้ยนั้นถูกลง ผ่อนได้นานขึ้น และจำนวนเงินต่องวดน้อยลง โดยจะเลือกรีไฟแนนซ์กับธนาคารเดิมหรือธนาคารใหม่ก็ได้ หากผ่อนรถไม่ถึง 1 ปีก็สามารถที่จะยื่นเรื่องได้เลย
  • การขอปรับโครงสร้างหนี้กับทางไฟแนนซ์ วิธีนี้ทางไฟแนนซ์จะช่วยเสนอวิธีการแก้ไขปัญหาให้ได้ เช่น เสนอให้มีการผ่อนชำระแบบขั้นบันได หรือเสนอให้ปรับลดค่างวดให้น้อยลงและเลือกผ่อนแบบระยะที่ยาวนานขึ้น
  • การเปลี่ยนสัญญา เป็นการเปลี่ยนชื่อคนผ่อนรถยนต์หรือเจ้าของรถยนต์ไปเลย หรือที่เรียกกันว่า “ขายดาวน์” นั่นเอง โดยผู้ซื้อจะมีการชำระเงินอยู่ 2 รูปแบบ คือ การจ่ายเงินสดแบบเต็มจำนวน และการขอผ่อนต่อเองไปตามปกติ

การขอคืนรถมีวิธีการอย่างไรบ้าง และยุ่งยากไหม?

สำหรับการขอคืนรถยนต์นั้นจะต้องดูที่ “สัญญาเช่าซื้อ” เป็นสำคัญ เพราะสิ่งนี้จะเป็นตัวชี้วัดว่าเราจะต้องเสียค่าส่วนต่างให้กับทางไฟแนนซ์ด้วยไหม โดยจะมีระบุรายละเอียดไว้ในตัวสัญญาเช่าซื้อว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร ดังนี้

  • ในกรณีที่มีประวัติดี คือมีการชำระค่างวดรถภายในระยะเวลาที่กำหนดในทุกงวด ไม่เคยมีการผิดนัด หรือไม่เคยมีการค้างชำระเลย ในกรณีแบบนี้จะสามารถทำเรื่องคืนรถยนต์ได้โดยที่ไม่ต้องเสียค่าส่วนต่างใด ๆ เพียงแค่ดำเนินการติดต่อกับทางไฟแนนซ์และคืนรถได้เลย โดยจะเป็นการยกเลิกสัญญาทันที ไม่จำเป็นที่จะต้องผ่อนรถอีกต่อไป
  • ในกรณีที่มีประวัติไม่ดี คือมีการค้างชำระค่างวดรถตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป โดยในกรณีนี้จะถูกทางไฟแนนซ์เข้ายึดรถโดยทันที และจะมีภาระหนี้สินผูกพันตามมา หรือจะต้องมีการชำระหนี้สินที่เหลือให้ครบอีกด้วย เพราะถ้าไม่ปฏิบัติตามที่สัญญากำหนด ก็จะมีหมายศาลส่งมาให้ถึงที่บ้าน

ดังนั้นถ้าเกิดว่ามีปัญหาติดขัดอย่างไรก็ควรที่จะเข้าไปเจรจากับทางไฟแนนซ์โดยตรงจะดีที่สุด เพราะในสัญญาจะระบุชัดเจนว่า “ผู้ให้เช่าซื้อยินยอมให้ผู้เช่าซื้อยกเลิกสัญญาได้โดยส่งมอบรถที่เช่าซื้อคืน พร้อมกับเคลียร์ค่างวดรถที่ค้างชำระทั้งหมด และยินยอมรับผิดในกรณีที่นำรถออกไปขายขาดราคา”

ค้างค่างวดรถได้ถึงกี่งวด รถถึงจะไม่ถูกยึด?

สำหรับการค้างชำระค่างวดรถนั้นจะสามารถค้างชำระได้สูงสุด คือ 3 งวด หรือ 3 เดือน หรือ 90 วัน และหลังจากนั้นก็จะมีการติดตามหนี้เกิดขึ้นอีก 30 วัน ถึงจะโดนยึดรถไป ซึ่งทางที่ดีก็ควรที่จะจ่ายค่างวดรถให้อยู่ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ เพราะถ้าเกินกว่านี้ก็จะทำให้เกิดการยึดรถ อีกทั้งยังทำให้เราเสียประวัติเครดิตบูโรอีกด้วย

ถ้าผ่อนรถไม่ไหว คืนรถได้ไหม?

สามารถดำเนินการขอคืนรถกับทางไฟแนนซ์ได้เลย โดยดูจากประวัติการชำระค่างวดรถ ถ้าหากว่ามีประวัติดีก็จะทำให้เราไม่ต้องเสียค่าส่วนต่าง และจะสามารถยกเลิกสัญญาได้เลยทันที แต่ถ้าหากว่าเรานั้นมีประวัติการชำระค่างวดรถที่ไม่ดี ก็จะทำให้เกิดภาระหนี้สินผูกพันตามมา และจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลังอีกมากมาย

ถ้าผ่อนรถไม่ไหว เปลี่ยนสัญญาได้ไหม?

สามารถเปลี่ยนสัญญาได้ โดยการเปลี่ยนชื่อคนผ่อนรถยนต์หรือเจ้าของรถยนต์ไปเลย โดยที่ผู้ซื้อจะสามารถชำระเงินได้ทั้งหมด 2 รูปแบบ คือ

  • การจ่ายเงินสดแบบเต็มจำนวน เพื่อที่จะได้นำเงินก้อนนี้ไปปิดไฟแนนซ์ และให้ทางไฟแนนซ์โอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ไปให้กับเจ้าของใหม่หรือผู้ซื้อคนใหม่นั่นเอง
  • ผู้ซื้อคนใหม่จะขอผ่อนต่อเอง โดยในกรณีนี้จะต้องทำการเปลี่ยนสัญญากับทางไฟแนนซ์ เพื่อที่จะได้ให้ผู้ซื้อคนใหม่เป็นคนผ่อนรถยนต์ต่อเองได้ตามปกติ

ค้างค่างวดรถ 1 เดือน เป็นไรไหม?

สำหรับการค้างชำระค่างวดรถ 1 เดือน จะยังไม่มีอะไรซับซ้อนมากมาย จะมีก็แต่การติดต่อจากเจ้าหน้าที่ของไฟแนนซ์เท่านั้น และยังสามารถพูดคุยเจรจากันได้ตามปกติ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วก็จะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของในแต่ละบริษัทที่แตกต่างกันออกไปด้วย

ค้างค่างวดรถ 3 เดือน จะโดนยึดไหม?

ในกรณีนี้ สำหรับการค้างชำระค่างวดรถนั้นจะสามารถค้างชำระได้สูงสุด คือ 3 งวด และหลังจากนั้นก็จะมีการติดตามหนี้เกิดขึ้นอีก 30 วัน หากผ่านพ้นระยะเวลาเหล่านี้ไปแล้วถึงจะโดนยึดรถไป แต่ทางที่ดีก็ควรที่จะจ่ายค่างวดรถให้อยู่ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ เพราะถ้าหากว่าเกินระยะเวลาเหล่านี้ไป ก็จะทำให้เกิดการโดนยึดรถจากทางไฟแนนซ์ อีกทั้งยังทำให้เราเสียประวัติในเครดิตบูโร มีผลต่อการกู้เงินหรือทำธุรกรรมเกี่ยวกับสินเชื่อต่าง ๆ ในอนาคต

ค้างค่างวดรถ 4 เดือน รถจะโดนยึดไหม?

คำตอบคือจะโดนยึดรถและจะทำให้เราเสียประวัติเครดิตบูโรด้วย ซึ่งมันจะทำให้มีการส่งผลเสียต่อไปอีกในระยะยาว ทางที่ดีคือก่อนจะครบกำหนดค้างค่างวดรถ 3 เดือน เราก็ควรที่จะเข้าไปต่อรองและไกล่เกลี่ยเจรจากับเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์ ซึ่งบางทีทางเจ้าหน้าที่ก็จะมีคำแนะนำว่าเรานั้นควรที่จะทำอย่างไรต่อไป

และถ้าค้างค่างวดรถ 7 เดือน จะเป็นอย่างไร?

จากข้อมูลด้านบนที่ว่าจะสามารถค้างชำระค่างวดรถได้สูงสุด คือ 3 เดือน และจะมีการติดตามหนี้เกิดขึ้นอีก 30 วัน รวมทั้งหมดเป็น 4 เดือน ทางไฟแนนซ์ถึงจะมีหนังสือส่งแจ้งมาให้ทางผู้เช่าซื้อว่าจะต้องชำระค่างวดรถที่ค้างไว้อยู่ หลังจากนั้นทางไฟแนนซ์หรือผู้ให้เช่าซื้อถึงจะยึดรถได้ แต่ถ้าเกิดว่าทางไฟแนนซ์ไม่ได้มีหนังสือแจ้งยกเลิกสัญญามาให้ แบบนี้ก็จะถือว่าทางไฟแนนซ์หรือผู้ให้เช่าซื้อนั้นไม่มีสิทธิ์มายึดรถเราไปได้นั่นเอง

ความคุ้มครองประกันรถยนต์

ตารางความคุ้มครอง    
 
ผลประโยชน์ 
ประกันรถยนต์ ชั้น 1ประกันรถยนต์ ชั้น 2+ประกันรถยนต์ ชั้น 2ประกันรถยนต์ ชั้น 3+ประกันรถยนต์ ชั้น 3
คู่กรณี
บุคคล ✔️✔️✔️✔️✔️
ทรัพย์สินของคู่กรณี✔️✔️✔️✔️✔️
รถของผู้เอาประกันภัย
การชนแบบมีคู่กรณี✔️✔️✔️
การชนแบบไม่มีคู่กรณี✔️
ไฟไหม้✔️✔️✔️
รถหาย✔️✔️✔️
ภัยธรรมชาติ✔️✔️✔️
ช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง✔️✔️
ความคุ้มครองชีวิตจากอุบัติเหตุส่วนบุคคล
อุบัติเหตุส่วนบุคคล✔️✔️✔️✔️✔️
การรักษาพยาบาล✔️✔️✔️✔️✔️
การประกันตัวผู้ขับขี่✔️✔️✔️✔️✔️

หมายเหตุ

  • ความคุ้มครองจากภัยธรรมชาติ สำหรับประกันรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+ ขึ้นอยู่กับแพคเกจประกันรถยนต์ของบริษัทนั้นๆ
  • ให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง จำกัดเฉพาะรถยนต์ส่วนบุคคล อายุรถไม่เกิน 15 ปี เท่านั้น

คำถามและข้อสงสัยที่พบบ่อย

ทำไมสินเชื่อรถยนต์ ถึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการเงินด่วน?

สินเชื่อรถยนต์นั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการอยากจะได้เงินก้อนเอาไปหมุนเวียน โดยการที่เรานั้นเอารถยนต์ไปค้ำ แต่ก็ยังมีรถไว้ใช้อยู่เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นรถยี่ห้ออะไรก็สามารถที่จะขอสินเชื่อได้ และที่สำคัญ คือ ดอกเบี้ยต่ำ วงเงินสูง เลือกยอดผ่อนต่อเดือนได้เอง และอนุมัติไว อีกทั้งยังสามารถเปรียบเทียบสินเชื่อที่ตรงใจคุณได้ภายใน 30 วินาที ด้วยบริการเปรียบเทียบสินเชื่อรถยนต์กับแรบบิท แคร์

ซื้อสินเชื่อรถยนต์ผ่านแรบบิท แคร์ จะได้สิทธิประโยชน์อะไรบ้าง?

เพราะว่าแรบบิท แคร์ นั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่โบรคเกอร์เปรียบเทียบราคารถยนต์แต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นผู้ดูแลและคอยให้ความช่วยเหลือลูกค้าแบบ Exclusive ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นจึงวางใจได้ว่าแรบบิท แคร์ เราจะไม่ทิ้งลูกค้าไว้เพียงลำพัง และนอกจากนี้ก็ยังมีสิทธิประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย สามารถกดดูเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ แรบบิท แคร์

ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของเรา