Rabbit Care Logo
ใช้ใจแคร์ ดูแลครบ
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ในการเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการใช้งาน และเพื่อเก็บข้อมูลสถิติ ท่านสามารถศึกษารายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่นโยบายคุกกี้
user profile image
เขียนโดยTawan A.วันที่เผยแพร่: Jan 31, 2024

สาระน่ารู้กับพวงมาลัยรถยนต์ อุปกรณ์สำคัญที่ช่วยให้คุณคุมรถได้ดั่งใจ

เชื่อว่าทุกคนคงรู้จักกับพวงมาลัยรถยนต์เป็นอย่างดีโดยเฉพาะผู้ที่ขับรถยนต์ เนื่องจากพวงมาลัยนั้นเป็นอุปกรณ์สำคัญที่รถทุกคนต้องมี และทุกการขับขี่ต้องมีการจับพวงมาลัยทุกครั้ง แต่คุณรู้หรือไม่ว่าพวงมาลัยนั้นมีหลักการทำงานอย่างไร และหากเกิดปัญหาเกี่ยวกับพวงมาลัยรถจะมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไรบ้าง วันนี้แรบบิท แคร์ จะมาแชร์ข้อมูลให้คุณรู้จักกับพวงมาลัยรถยนต์ให้มากขึ้น

พวงมาลัยรถยนต์มีหน้าที่ทำอะไร?

พวงมาลัยรถยนต์มีหน้าที่สำคัญในการควบคุมทิศทางของรถยนต์ โดยช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนทิศทางของรถยนต์ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ผู้ขับขี่สามารถหมุนพวงมาลัยไปทางซ้ายหรือขวาเพื่อเปลี่ยนเลนหรือเลี่ยงสิ่งกีดขวางบนท้องถนนได้ นอกจากนี้พวงมาลัยยังเป็นตัวกลางในการควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ของรถยนต์ด้วย เช่นการควบคุมระบบเสียง อุณหภูมิ ระบบควบคุมความเร็วรถ (cruise control) และระบบอื่น ๆ เป็นต้น

ต้องบอกเลยว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พวงมาลัยรถยนต์มีการพัฒนาไปมาก จากพวกมาลัยเมื่อก่อนที่ไม่มีฟังก์ชันช่วยในการขับขี่เลย จนในปัจจุบันนี้พวงมาลัยก็ได้มีการปรับเปลี่ยนให้คุณสามารถควบคุมยานยนต์ได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งพวงมาลัยที่ใช้งานกันอยู่ทุกวันนี้มี 3 รูปแบบคือ

  • พวงมาลัยเพาเวอร์ ซึ่งเป็นพวงมาลัยที่นิยมใช้งานมากที่สุด มักพบในรถเก๋ง และรถใช้งานตามบ้านทั่วไป ข้อดีของพวงมาลัยนี้คือเบามือ ทำให้ควบคุมรถง่าย
  • พวงมาลัยแรคแอนด์พีเนียน เป็นพวงมาลัยแบบสะพานมีเฟืองกับเฟืองหมุน กินพื้นที่รถไม่มาก ราคาถูก เหมาะกับการขับขี่ทำความเร็ว
  • พวงมาลัยบอลล์แอนด์นัท เป็นพวงมาลัยรถที่อยู่ในรถขนส่งต่าง ๆ อย่างรถบัส รถบรรทุก และรถกระบะบางรุ่น พวงมาลัยแบบนี้จะมีชุดวาล์วควบคุมทิศทางน้ำมันไฮดรอลิกส์แบบโรตารี่ โดยควบคุมการทำงานด้วยแรงหมุนพวงมาลัยจากผู้ขับ ร่วมกับความฝืดของยางรถยนต์กับพื้นถนน

พวงมาลัยเพาเวอร์และพวงมาลัยไฟฟ้าคืออะไร มีกลไกทำงานอย่างไร?

พวงมาลัยเพาเวอร์ (Power Steering system) เป็นระบบพวงมาลัยที่ช่วยทดกำลังเวลาหมุนพวงมาลัย ซึ่งจะลดความหนักของพวงมาลัยรถช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถหมุนพวงมาลัยได้ง่ายและเบามากขึ้น สามารถควบคุมได้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนทำให้การจอดรถง่ายขึ้นกว่าเดิมด้วย โดยพวงมาลัยเพาเวอร์จะแบ่งประเภทย่อยออกเป็นดังนี้

1. พวงมาลัยรถเพาเวอร์แบบไฮดรอลิก ซึ่งมีการลักการทำงานโดยใช้ปั๊มไฮดรอลิคในการสร้างแรงบีบของน้ำมันไฮดรอลิคเพื่อช่วยในการหมุนพวงมาลัย ทั้งนี้ผู้ใช้งานต้องเปลี่ยนน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์เมื่อครบอายุตามที่กำหนดด้วย
2. พวงมาลัยไฟฟ้า มีหลักการทำงานคือการทำมอเตอร์ไฟฟ้าร่วมกับระบบคอมพิวเตอร์และเซ็นเซอร์ ซึ่งจะคำนวณจากปัจจัยความเร็วรถว่าต้องใช้กำลังหมุนพวงมาลัยมากแค่ไหน เพื่อให้คุณหมุนพวงมาลัยได้ง่ายขึ้นตามความเร็วของรถ ณ ขณะนั้น นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยลงไปด้วย อย่างระบบช่วยเลี้ยงเลน และระบบช่วยจอดรถ เป็นต้น
3. พวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฮดรอลิกร่วมกับไฟฟ้า ซื้อเป็นการนำสองระบบด้านบนอย่างพวงมาลัยไฟฟ้าและพวงมาลัยรถเพาเวอร์แบบไฮดรอลิกมาใช้งานร่วมกัน

สรุปก็คือพวงมาลัยไฟฟ้าถือเป็นพวงมาลัยเพาเวอร์ประเภทหนึ่ง ที่ให้ผลลัพท์ความคล่องตัวขณะเลี้ยวเหมือนกัน

รวมปัญหาที่เกิดจากพวงมาลัยขณะขับขี่

1. พวงมาลัยรถยนต์หนัก (Heavy Steering)

อาการ : พวงมาลัยพวงมาลัยเพาเวอร์หนักยากต่อการหมุน ต้องใช้ความแรงมากกว่าปกติในการควบคุมทิศทาง
สาเหตุ : พวงมาลัยหนักสาเหตุมากจากน้ำมันไฮดรอลิคอยู่ในระดับต่ำหรือสกปรก, เลือกใช้ยางรถที่หน้ายางใหญ่เกินไป, ยางแบน, ข้อต่อแกนพวงมาลัยชำรุด, ตั้งศูนย์ล้อไม่ถูกต้อง
วิธีแก้ไข : พวงมาลัยหนัก การแก้ไขคือตรวจสอบระบบไฮดรอลิคและเติมน้ำมันไฮดรอลิคตามความเหมาะสม, ตรวจสอบลมยางรถยนต์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

2. พวงมาลัยรถสั่น (Steering Wheel Vibrations)

อาการ : พวงมาลัยสั่นหรือกระตุกขณะขับขี่
สาเหตุ : ล้อรถหรือยางล้อไม่สมดุลหรือชำรุด, ส่วนยึดล้อบิดเบี้ยวหรือชำรุด
วิธีแก้ไข : ตรวจสอบล้อและยางรถยนต์ว่ามีปัญหาหรือไม่, ตรวจสอบสมดุลของล้อและยางรถยนต์

3. พวงมาลัยรถยนต์มีเสียงดัง (Steering Wheel Noise)

อาการ : พวงมาลัยรถยนต์มีเสียงดังขณะใช้งาน
สาเหตุ : ระบบไฮดรอลิคมีการรั่วหรือมีอาการชำรุด, สายพานหรือส่วนของระบบพวงมาลัยมีความผิดปกติหรือชำรุด
วิธีแก้ไข : ตรวจสอบระบบเฟืองล้อว่ามีสายพานและส่วนประกอบ ๆ อื่นที่ขาดหรือชำรุดหรือไม่, ตรวจสอบสายไฮดรอลิคว่ามีการรั่วหรือหยุดทำงานหรือไม่

4. พวงมาลัยรถมีความฝืด (Sticky Steering)

อาการ : เวลาหมุนพวงมาลัยเพาเวอร์จะฝืด ๆ เป็นบางช่วง หมุนไม่ไหลลื่นตามที่ควร มีการติดขัดหรือค้างติดในบางจุด
สาเหตุ : น้ำมันไฮดรอลิคเสียหรือมีสกปรก, อุปกรณ์หมุนหรือส่วนอื่นของพวงมาลัยมีปัญหาขัดข้อง
วิธีแก้ไข : เติมหรือเปลี่ยนน้ำมันไฮดรอลิคใหม่, ตรวจสอบส่วนอื่น ๆ ของพวงมาลัยว่ามีส่วนที่ขัดข้องหรือชำรุดหรือไม่

5. พวงมาลัยรถไม่คืนกลับ (Steering Wheel Not Returning to Center)

อาการ : หลังจากที่หมุนพวงมาลัยไปแล้วพวงมาลัยไม่หมุนคืนกลับตามตำแหน่งตรงกลาง
สาเหตุ : ข้อต่อ สปริงพวงมาลัย หรือส่วนของระบบพวงมาลัยมีการชำรุด
วิธีแก้ไข : ตรวจสอบสภาพของข้อต่อหรือส่วนอื่นของระบบพวงมาลัย, ตรวจสอบสปริงส่วนของระบบพวงมาลัยและเปลี่ยนหากมีความผิดปกติ.

6. พวงมาลัยรถมีการสั่นขณะเบรก (Steering Wheel Shakes When Braking)

อาการ : พวงมาลัยมีการสั่นหรือกระตุกเมื่อเหยียบเบรก
สาเหตุ : จานเบรกมีปัญหาหรือชำรุด, ระบบเบรกมีปัญหา
วิธีแก้ไข : ตรวจสอบจานเบรกว่ามีความผิดปกติหรือชำรุดหรือไม่

7. การบังคับทิศทางพวงมาลัยรถไม่สอดคล้องกับการเลี้ยว (Lack of Responsiveness)

อาการ : พวงมาลัยมีความลื่นไหลไม่เท่าทันตามการเปลี่ยนทิศทางหรือคำสั่ง
สาเหตุ : ระบบลูกปืนหรือส่วนยึดพวงมาลัยแตกหรือมีปัญหา
วิธีแก้ไข : ตรวจสอบสภาพของลูกปืนหรือส่วนยึดพวงมาลัย, ตรวจสอบระบบเฟืองล้อว่ามีส่วนอื่น ๆ ที่ขัดข้องหรือไม่

การแก้ไขปัญหาพวงมาลัยรถยนต์ควรทำโดยช่างมืออาชีพหรือศูนย์บริการรถยนต์ที่มีความเชี่ยวชาญในการซ่อมแซมระบบพวงมาลัย แนะนำให้ติดต่อศูนย์บริการรถยนต์เพื่อปรึกษาและดำเนินการซ่อมแซมตามความเหมาะสม เพื่อให้รับประกันคุณภาพและความปลอดภัยของรถยนต์ของคุณ

พวงมาลัยรถยนต์เสียแบบไหนถึงเคลมประกันภัยได้?

ประกันภัยจะครอบคลุมความคุ้มครองไปยังอะไหล่และอุปกรณ์ต่าง ๆ ของรถที่ติดตั้งมาจากโรงงาน ดังนั้นพวงมาลัยรถยนต์รวมถึงพวงมาลัยเพาเวอร์ก็อยู่ในเงื่อนไขความคุ้มครองของประกันรถยนต์เช่นกัน แต่คุณจะทำเรื่องเคลมค่าซ่อมพวงมาลัยได้ก็ต่อเมื่อรถยนต์ของคุณได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุเท่านั้น หากพวงมาลัยของคุณเสียหายเอง หรือเสื่อมสภาพเองจากการใช้งานหลายปี หรือเกิดจากความละเลยการใช้งานอย่างไม่ถนุถนอมของคุณ จะไม่สามารถเบิกเคลมค่าซ่อมกับพวงมาลัยรถยนต์ได้

แรบบิท แคร์ ขอแนะนำว่าให้คุณศึกษารายละเอียดของประกันภัยรถยนต์ให้ดีก่อนการทำ หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับประกันภัย หรือกำลังตามหาแผนประกันรถยนต์ที่ถูกใจคุณในราคาคุ้มค่า คุณสามารถขอคำปรึกษาจากแรบบิท แคร์ ได้ตั้งแต่ 8.00 น. ถึง 21.00 น.

ประกันรถยนต์? จบ ครบ ที่ แรบบิท แคร์!

ขับขี่มั่นใจ ไปไหนก็สบายใจ กับ แรบบิท แคร์! แพลตฟอร์มประกันรถยนต์ออนไลน์ที่รวมแผนประกันจากบริษัทชั้นนำทั่วประเทศไว้ให้คุณ เปรียบเทียบง่ายๆ เลือกแผนที่ใช่ ตอบโจทย์ทุกการขับขี่ ทั้งอุบัติเหตุ, ซ่อมรถ, ภัยธรรมชาติ และอีกมากมาย! พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงจากทีมงานมืออาชีพ และโปรโมชั่นโดนใจ ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน!

เลือกประกันรถยนต์ที่ใช่ สไตล์ที่เป็นคุณ ที่ แรบบิท แคร์:

  • ประกันรถชั้น1: คุ้มครองเต็มที่! อุ่นใจทุกการเดินทาง อุบัติเหตุ, พลิกคว่ำ, ไฟไหม้, น้ำท่วม, รถหาย... เคลมง่าย แม้ไม่มีคู่กรณี!
  • ประกันชั้น 2+: คุ้มครองเมื่อชนกับคู่กรณี, รถหาย, ไฟไหม้, น้ำท่วม พร้อมดูแลคู่กรณีของคุณด้วย
  • ประกัน3+: คุ้มครองเมื่อชนกับยานพาหนะ (มีคู่กรณี) พร้อมดูแลคู่กรณีของคุณ
  • ประกันชั้น 2: คุ้มครองรถหาย, ไฟไหม้ และความเสียหายต่อบุคคลภายนอก
  • ประกันชั้น 3: ดูแลความเสียหายต่อบุคคลภายนอกเท่านั้น



อย่าพลาด! ค้นหาแผนประกันที่ใช่สำหรับคุณได้แล้ววันนี้ ที่ แรบบิท แคร์ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ! โทรเลย 1438 สอบถามเพิ่มเติมได้ตั้งแต่ 8.00 น. ถึง 21.00 น.

ความคุ้มครองประกันรถยนต์

ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของเรา