ใช้ใจแคร์ ดูแลครบ

รถยนต์เกียร์ออโต้คืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไรบ้าง?

ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้รถยนต์รุ่นใหม่ ๆ มักเป็นรถเกียร์ออโต้กันหมดแล้ว อย่างที่เราทราบกันเบื้องต้นว่าระบบเกียร์จะทำหน้าที่ขับเคลื่อนรถยนต์ โดยจะเป็นระบบเกียร์ที่จะปรับเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติตามความเหมาะสมกับความเร็วและน้ำหนักของตัวรถ ทำให้ขับขี่ง่ายเพราะไม่ต้องมาปรับเกียร์เองแบบเกียร์กระปุกสมัยก่อน รถเกียร์ออโต้ในปัจจุบันนั้นจะแบ่งออกเป็นสองประเภทคือ

เกียร์ออโต้ มีอะไรบ้าง

  • เกียร์ออโต้แบบคอนเวอร์เตอร์ ซึ่งจะใช้ระบบคอนเวอร์เตอร์และน้ำมันในการส่งถ่ายกำลัง โดยระบบดังกล่าวจะขับเคลื่อนโดยสูญเสียกำลังไปมาก ไม่เหมาะสมกับการขับขี่ทำความเร็ว

  • เกียร์ออโต้แบบ CVT (Continuously Variable Transmission) ซึ่งจะทำงานโดยเปลี่ยนอัตราทดเกียร์แบบต่อเนื่อง ทำให้เปลี่ยนเกียร์สมูทไม่ติดขัด ทำรอบเครื่องยนต์ได้ดี ทำความเร็วได้ดี และประหยัดน้ำมัน

ใช้รถยนต์เกียร์ออโต้ มีข้อดีอย่างไรบ้าง?

หากเทียบกันแล้วระหว่างรถยนต์เกียร์ออโต้ และเกียร์กระปุก จะพบว่าเกียร์ระบบออโต้นั้นดีกว่ามาก นักขับหลายคนได้ลองใช้แล้วแทบไม่อยากกลับไปขับเกียร์กระปุกกันเลยทีเดียว ซึ่งข้อดีของรถยนต์เกียร์ออโต้มีดังนี้

  1. เป็นเกียร์ที่ขับขี่ง่ายเหมาะกับมือใหม่ที่เพิ่งออกรถยนต์เป็นคันแรก เพราะเกียร์จะเปลี่ยนให้อัตโนมัติไม่ต้องมาเหยียบคลัตช์เปลี่ยนเกียร์กันเอง

  2. เหมาะกับขับขี่ในเมือง เพราะการจราจรในเมืองมักติดขัด ติดแยกไฟแดงบ่อย ๆ หากใช้เกียร์กระปุกจะต้องเหยียบคลัตช์ค้างไว้ไม่ให้รถไหล แต่เกียร์ออโต้ก็แค่เข้าที่ตัว N ก็หยุดได้เลยไม่เมื่อยขา

  3. หมดปัญหาเรื่องรถดับขณะขับขี่ เพราะการเหยียบคลัตช์ของเกียร์กระปุกหากเหยียบผิดจังหวะจะทำให้เครื่องดับได้ แต่ถ้าใช้เกียร์ระบบออโต้จะหมดปัญหาดังกล่าว

  4. มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาให้ใช้งาน เพราะค่ายรถยนต์แต่ละเจ้ามักจะสร้างระบบที่เป็นจุดขายมาคู่กับรถเกียร์ออโต้ เช่น ระบบช่วยออกตัวบนพื้นที่ลาดชัน ระบบกันรถไหล เป็นต้น

แต่ทั้งนี้เกียร์กระปุกก็ยังนับว่ามีข้อดีมากกว่าเกียร์ออโต้คือ การส่งกำลังขับเคลื่อนจะสูญเสียกำลังน้อยกว่า การขับขี่โดยรวมประหยัดน้ำมันมากกว่า ระบบเกียร์ทนทานกว่า ค่าซ่อมถูกกว่า และรถยนต์เกียร์กระปุกราคาถูกว่า

ซื้อรถยนต์ใหม่เลือกใช้รถเกียร์ออโต้ หรือเกียร์กระปุกดี?

หากคุณเป็นนักขับมือใหม่ยังไม่มีประสบการณ์ขับขี่มากพอเราขอแนะนำให้คุณเลือกใช้รถยนต์เกียร์ออโต้ย่อมดีกว่า เพราะใช้งานง่ายตามเหตุผลที่แจ้งไปด้านบน คุณจะไม่ต้องกังวลกับปัญหาเปลี่ยนเกียร์แล้วไปโฟกัสเรื่องการขับขี่ในด้านอื่น ๆ แต่ถ้าขับรถแข็งแล้วแต่อยากได้ความสะดวกสบายในการขับขี่โดยเฉพาะการขับขี่ในเมืองใหญ่ที่ต้องจอดรถตามแยกบ่อยครั้งก็ควรเลือกใช้รถเกียร์ออโต้เช่นกัน

แต่ถ้าใครขับขี่ต่างจังหวัดที่ต้องใช้เส้นทางลูกรังหรือขึ้น-ลง เนินเขาบ่อย ๆ ก็แนะนำให้ใช้เกียร์กระปุกเพราะการขึ้นเนิน เกียร์กระปุกทำได้ดีกว่า หรือถ้าใครเป็นสายซิ่งรวมถึงชอบขับขี่สไตล์ออฟโร้ดก็เลือกเกียร์กระปุกได้เช่นกัน เพราะการส่งกำลังทำความเร็วจะดีกว่า นอกจากนี้ถ้าคุณมีงบซื้อรถไม่มากก็อาจมองเกียร์กระปุกไว้พิจารณาเพราะราคาจะถูกกว่ามาก

ตำแหน่งเกียร์ออโต้ มีอะไรบ้าง? ต้องเข้าเกียร์อย่างไรให้เหมาะสม

แม้จะเป็นระบบรถเกียร์ออโต้แต่คุณก็ต้องเข้าเกียร์ด้วยเช่นกัน ซึ่งตำแหน่งเกียร์ในแต่ละจุดก็จะแสดงการทำงานที่แตกต่างกันดังนี้

ตำแหน่ง P (parking) - ใช้งานเมื่อมีการนำรถไปจอด ซึ่งจะเป็นการล็อกล้อรถให้หยุดอยู่กับที่ ไม่สามารถขยับได้ หากคุณต้องการจอดรถเป็นเวลานานหรือจอดบนเนินก็ให้ใส่เกียร์ P เพื่อความปลอดภัยและป้องกันรถไหล

ตำแหน่ง N (Neutral) - เป็นตำแหน่งเกียร์ว่าง ใช้งานเมื่อใช้จอดชั่วคราว หรือจอดซ้อนคันให้คนอื่นเข็นรถเราได้

ตำแหน่ง R (Reverse) - เป็นตำแหน่งเกียร์ถอยหลัง ใช้เพื่อการถอยรถ หรือถอยเข้าซองเพื่อจอด

ตำแหน่ง D (Drive) - เป็นตำแหน่งสำหรับเคลื่อนที่รถยนต์ไปข้างหน้าเพื่อการขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเคลื่อนที่เร็วหรือช้าก็เข้าตำแหน่ง D หมด ซึ่งรถเกียร์ออโต้จะเปลี่ยนเกียร์ให้เองอัตโนมัติ

ตำแหน่ง L (Low) - เป็นตำแหน่งเกียร์ต่ำที่ใช้สำหรับการขึ้น-ลงทางลาดชัน หรือขับในพื้นที่ทางลูกรัง ซึ่งเป็นการสร้างกำลังขับเคลื่อนและป้องกันไม่ให้รถเคลื่อนที่เร็วจนเกินไป

วิธีใช้งานรถเกียร์ออโต้อย่างถูกต้อง ให้รถอยู่คู่กับเราไปนาน ๆ

  1. อย่าเหยียบคันเร่งลึกเพิ่งเร่งทำความเร็วเร่งด่วนบ่อยครั้ง เพราะชุดเกียร์จะได้รับความเสียหายจากแรงบิดอย่างกะทันหัน จึงทำให้ชำรุดทรุดโทรมไวยิ่งขึ้น ดังนั้นการขับที่ดีจึงควรค่อย ๆ แตะคันเร่งเพิ่มไว ๆ นั่นเอง
  2. ควรใส่เบรกมือเมื่อจอดรถตรงทางลาดชัน อย่าใส่แค่เกียร์ P อย่างเดียว เพื่อไม่ให้สลักเกียร์รับน้ำหนักมากเกินไป วิธีปฎิบัติที่ถูกต้องเมื่อจอดรถบนทางลาดชัยคือให้เหยียบเบรกให้สุดแล้วดึงเบรกมือ ปล่อยเท้าออกจากแป้นเบรก แล้วใส่เกียร์ P
  3. ห้ามปล่อยเกียร์ว่างให้รถไหลขณะขับขี่ เพราะน้ำมันหล่อลื่นจะหยุดไหลเวียน ทำให้น้ำมันเกียร์เสื่อม ประสิทธิภาพลดลง เกิดความร้อนสูง ส่งผลให้ชุดเกียร์เสียหายทั้งชุด
  4. พยายามใช้ตำแหน่งเกียร์ให้ถูกต้อง อย่างการใช้เกียร์ D ที่การขับขี่บนทางลาด และใช้เกียร์ต่ำอย่างเกียร์ L ที่ทางลาดชัน ห้ามใช้เกียร์ L บนทางลาดถ้าไม่จำเป็น
  5. เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ออโต้บ่อย ๆ ตามระยะทางที่กำหนด ประมาณระยะทาง 40,000 กิโลเมตรควรเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ได้แล้ว เพราะน้ำมันเกียร์จะช่วยเรื่องการหล่อลื่นและถนอมชุดเกียร์ให้ใช้งานไปได้ยาวนาน

เชื่อว่าหลายคนอ่านบทความนี้คงจะเข้าใจหลักการขับขี่ของรถยนต์เกียร์ออโต้กันมากขึ้น และสามารถตัดสินใจได้แล้วว่าจะซื้อรถยนต์แบบไหนดี สิ่งที่น้องแคร์อาจจะแนะนำสุดท้ายก็คือเมื่อซื้อรถยนต์แล้วก็อย่ามองข้ามความคุ้มครองขณะขับขี่อย่างประกันรถยนต์ด้วย และยิ่งถ้าคุณเป็นนักขับมือใหม่ก็ต้องทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เลย เพราะเป็นประกันที่คุ้มครองแทบทุกอย่างเหมาะกับมือใหม่อย่างยิ่ง เลือกประกันที่โดนใจใช้บริการเรา แรบบิท แคร์

ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของเรา