เปรียบเทียบรีไฟแนนซ์บ้าน ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
การรีไฟแนนซ์บ้านจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยและค่าผ่อนต่อเดือน ซึ่งช่วยให้มีเงินเหลือใช้มากขึ้น และสามารถผ่อนหนี้ให้หมดเร็วขึ้นได้ นอกจากนี้ การรีไฟแนนซ์ยังช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน โดยสามารถขอวงเงินกู้เพิ่มเติมเพื่อใช้จ่ายหรือลงทุนได้ และเป็นการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการกู้เดิมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเงินปัจจุบันได้อีกด้วย
รีไฟแนนซ์บ้าน คืออะไร?
รีไฟแนนซ์บ้าน คือ การยื่นกู้สินเชื่อบ้านก้อนใหม่จากธนาคารแห่งใหม่ เพื่อนำเงินไปชำระหนี้สินเชื่อบ้านก้อนเดิมที่ค้างอยู่กับธนาคารเดิม พร้อมกับรับเงื่อนไขการกู้ใหม่ที่ดีกว่า เช่น อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเดิม หรือได้วงเงินกู้เพิ่มเพื่อนำไปใช้จ่ายอย่างอื่นได้
รีไฟแนนซ์บ้าน เหมาะกับใคร?
1. ผ่อนบ้านมาแล้วอย่างน้อย 3 ปี หลังหมดช่วงดอกเบี้ยโปรโมชัน หลายคนจะเจอดอกเบี้ยลอยตัวที่สูงขึ้น หากย้ายไปดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า อาจช่วยลดค่างวดได้เดือนละหลายพันบาท และลดดอกเบี้ยรวมในระยะยาว
2. ต้องการเงินก้อนเพิ่มอย่างมีแผน เช่น ต่อเติมหรือซ่อมแซมบ้าน รวมหนี้ดอกเบี้ยสูง หรือนำไปลงทุนที่มีเป้าหมายชัดเจน โดยใช้มูลค่าบ้านปัจจุบันเป็นหลักในการขอวงเงินเพิ่ม
3. มีรายได้มั่นคงและประวัติการเงินดี รายได้สม่ำเสมอ ผ่อนตรงเวลา ไม่ค้างชำระ ช่วยเพิ่มโอกาสผ่านการอนุมัติ และได้เงื่อนไขดอกเบี้ยที่ดีกว่า
รีไฟแนนซ์บ้านคุ้มไหม? ข้อดี ข้อควรระวัง และเงื่อนไขที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
การรีไฟแนนซ์บ้านเป็นหนึ่งในวิธีบริหารหนี้บ้านที่ช่วยลดภาระดอกเบี้ยและค่างวดรายเดือน หากเลือกทำในช่วงเวลาที่เหมาะสม อาจช่วยประหยัดเงินได้ตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนบาทต่อปี โดยเฉพาะกรณีที่ผ่อนบ้านมาเกิน 3 ปีและเข้าสู่ช่วงดอกเบี้ยลอยตัวที่อัตราสูงขึ้น
รีไฟแนนซ์บ้านต้องรอกี่ปี?
อย่างไรก็ตาม การรีไฟแนนซ์จะคุ้มค่าหรือไม่ ขึ้นอยู่กับส่วนต่างของดอกเบี้ยใหม่ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ และยอดหนี้คงเหลือ หากดอกเบี้ยใหม่ต่ำกว่าเดิมอย่างน้อยประมาณ 1% และยังมียอดหนี้คงเหลือจำนวนมาก โอกาสคุ้มค่าจะสูงขึ้น แต่หากรีไฟแนนซ์เร็วเกินไปก่อนครบเงื่อนไข อาจไม่คุ้มเนื่องจากมีค่าปรับไถ่ถอนก่อนกำหนด
ข้อดีของการรีไฟแนนซ์บ้าน
- ลดดอกเบี้ยและค่างวดต่อเดือน การเปลี่ยนไปใช้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง ช่วยลดภาระผ่อนในแต่ละเดือน และลดดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในช่วง 2–3 ปีแรกหลังรีไฟแนนซ์
- ขอวงเงินเพิ่มจากมูลค่าบ้านได้ หากราคาประเมินบ้านปัจจุบันสูงกว่ายอดหนี้คงเหลือ ธนาคารอาจอนุมัติวงเงินกู้ใหม่เพิ่มขึ้น เพื่อนำไปใช้จ่าย ลงทุน หรือเสริมสภาพคล่องทางการเงิน ซึ่งมักเรียกว่า “วงเงินอเนกประสงค์” หรือ Home for Cash
- ปรับโครงสร้างการผ่อนให้เหมาะกับสถานการณ์ ผู้กู้สามารถเลือกยืดระยะเวลาผ่อนเพื่อลดค่างวด หรือปรับให้ผ่อนสั้นลงเพื่อปิดหนี้เร็วขึ้น ช่วยจัดสมดุลรายได้และค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น
รีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารเดิมได้ไหม?
ข้อควรระวังและรีไฟแนนซ์บ้าน เสียค่าอะไรบ้าง?
การรีไฟแนนซ์บ้านมีค่าใช้จ่ายหลายส่วน เช่น ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ ค่าจดจำนอง ค่าอากรแสตมป์ และค่าธรรมเนียมดำเนินการ ซึ่งรวมแล้วอาจอยู่ที่ประมาณ 2–3% ของวงเงินกู้ใหม่ นอกจากนี้ ยังอาจมีค่าเบี้ยประกันที่เลือกทำเพิ่มเติมตามเงื่อนไขของธนาคาร
อีกประเด็นสำคัญคือ ค่าปรับไถ่ถอนก่อนกำหนด หากรีไฟแนนซ์ก่อนครบระยะเวลาที่ธนาคารเดิมกำหนด ซึ่งอาจคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดหนี้คงเหลือ รวมถึงต้องผ่านการตรวจสอบเครดิตใหม่ หากประวัติทางการเงินไม่แข็งแรง อาจเสี่ยงไม่ได้รับอนุมัติ
ในด้านเวลา การรีไฟแนนซ์บ้านมักใช้ระยะเวลาประมาณ 1–2 เดือน และต้องเตรียมเอกสารค่อนข้างมาก ผู้กู้จึงควรวางแผนล่วงหน้าให้เหมาะสม
สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านที่น่าสนใจโดยโค้ชการเงินแรบบิท แคร์
วงเงิน: 100% ของราคาประเมิน
อัตราดอกเบี้ย: MRR = 8.525% ต่อปี
ระยะเวลาผ่อนชำระ: ผ่อนชำระครบก่อนอายุ 70 ปี
คุณสมบัติผู้สมัคร: บุคคลธรรมดา สัญชาติไทย รายได้เดือนละ 20,000 บาทขึ้นไป อายุการทำงานอย่างน้อย 2 ปี และเป็นเจ้าของทรัพย์สิน บ้านเดี่ยว บ้านแฝด คอนโดมิเนียม หรือทาวน์เฮ้าส์
การรีไฟแนนซ์บ้าน ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
- เตรียมเอกสาร
- ยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารใหม่
- รอการประเมินและอนุมัติ
- ทำสัญญากับธนาคารใหม่และไถ่ถอนหนี้กับธนาคารเดิม
- จดจำนองที่สำนักงานที่ดิน
- รับมอบโฉนดจากธนาคารเดิม
รีไฟแนนซ์บ้าน ใช้เอกสารอะไรบ้าง?
การเตรียมเอกสารรีไฟแนนซ์บ้านมี 3 ประเภทหลัก คือ เอกสารส่วนบุคคล (บัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน) เอกสารแสดงรายได้ (สลิปเงินเดือน, statement ธนาคาร) และ เอกสารหลักประกัน (โฉนดที่ดิน, สัญญาเงินกู้เดิม) นอกจากนั้น อาจมีเอกสารเพิ่มเติมตามประเภทอาชีพ เช่น หนังสือรับรองบริษัทฯ หรือใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ทั้งนี้ ควรตรวจสอบกับธนาคารที่ต้องการยื่นกู้เพื่อทราบรายการเอกสารที่ต้องใช้อย่างละเอียดอีกครั้ง
เอกสารแสดงข้อมูลส่วนบุคคล
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรข้าราชการ
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- สำเนาทะเบียนสมรส / ใบหย่า / ใบเปลี่ยนชื่อสกุล (ถ้ามี)
เอกสารแสดงรายได้
สำหรับพนักงานประจำ
- สลิปเงินเดือนล่าสุด
- หนังสือรับรองเงินเดือน (ออกไม่เกิน 1-2 เดือน) หรือหนังสือรับรองการทำงาน
- สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน (Bank Statement)
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) หรือแบบ ภ.ง.ด.
สำหรับเจ้าของกิจการ/ธุรกิจส่วนตัว
- สำเนาหนังสือรับรองจดทะเบียนบริษัท หรือสำเนาใบทะเบียนพาณิชย์
- สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (กรณีจดทะเบียนบริษัท)
- สำเนาบัญชีธนาคารที่ใช้หมุนเวียนในธุรกิจ ย้อนหลัง 6 เดือน – 1 ปี
- เอกสารแสดงรายการเสียภาษี เช่น ภ.พ. 30 หรือ ภ.ง.ด.
เอกสารหลักประกัน
- สำเนาสัญญาจำนอง
- สำเนาโฉนดที่ดินทุกหน้า หรือเอกสารสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช.2)
- สำเนาหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้าง หรือใบอนุญาตปลูกสร้าง
- สำเนาสัญญาเงินกู้จากธนาคารเดิม
- สำเนาใบเสร็จการชำระค่างวดสินเชื่อเดือนล่าสุด (อายุไม่เกิน 1 เดือน)
รีไฟแนนซ์บ้าน เสียค่าอะไรบ้าง?
| รายการค่าใช้จ่าย | สรุปรายละเอียดแบบเข้าใจง่าย |
|---|---|
| ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ |
ค่าจ้างบริษัทประเมินมูลค่าบ้านก่อนยื่นกู้ใหม่ ประมาณ 2,000–3,500 บาท * บางธนาคารอาจยกเว้นให้ |
| ค่าจดจำนอง | 1% ของวงเงินกู้ใหม่ ชำระให้กรมที่ดิน เป็นค่าใช้จ่ายหลักที่มักเลี่ยงไม่ได้ |
| ค่าอากรแสตมป์ | 0.05% ของวงเงินกู้ใหม่ (ไม่เกิน 10,000 บาท) ชำระให้กรมสรรพากร |
| ค่าประกันอัคคีภัย | ไม่บังคับ แต่หากทำอาจได้ดอกเบี้ยพิเศษ มักทำระยะ 1–3 ปี |
| ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ | เช่น ค่าดำเนินการสินเชื่อ ประมาณ 0.025%–1% ของวงเงินกู้ ขึ้นกับแต่ละธนาคาร |
| ค่าปรับไถ่ถอนก่อนกำหนด | อาจเกิดขึ้นหากรีไฟแนนซ์ก่อนครบเงื่อนไขธนาคารเดิม มักคิดเป็น % ของยอดหนี้คงเหลือ |
| ประกัน MRTA (ถ้ามี) |
ประกันคุ้มครองวงเงินกู้ กรณีผู้กู้เสียชีวิตก่อนผ่อนหมด * บางธนาคารให้สิทธิพิเศษ เช่น ฟรีค่าจดจำนอง หรือดอกเบี้ยต่ำลง |
| รีไฟแนนซ์บ้านเพิ่มวงเงิน |
สามารถขอเพิ่มวงเงินได้ หากมูลค่าบ้านสูงกว่ายอดหนี้คงเหลือ วงเงินรวมไม่เกิน 80–90% ของราคาประเมินบ้าน เงินส่วนต่างเรียก “Home for Cash” ใช้ต่อเติมบ้าน ซ่อมแซม หรือรวมหนี้อื่นได้ |
คำถามอื่น ๆ เกี่ยวกับรีไฟแนนซ์บ้าน
ได้ โดยขอรวมกับรีไฟแนนซ์ปกติในครั้งเดียว ธนาคารจะประเมินมูลค่าบ้านใหม่ หากสูงกว่ายอดหนี้เดิม จะให้วงเงินเพิ่มจากส่วนต่าง (สูงสุด 70-100% ของราคาประเมินรวม) เรียกว่า “สินเชื่ออเนกประสงค์” หรือ Home for Cash สำหรับใช้ต่อเติมบ้าน ปิดหนี้ดอกเบี้ยสูง หรือลงทุน
ตัวอย่าง: บ้านราคาเดิม 5 ล้าน หนี้เหลือ 4 ล้าน แต่ประเมินใหม่ 6 ล้าน ได้เพิ่ม 1-1.5 ล้านบาท ดอกเบี้ยรวม 5.82-7.20% ผ่อนแยกสัญญา 2 ส่วน
โค้ชการเงินแรบบิท แคร์แนะนำ: การขอเพิ่มวงเงินพร้อมรีไฟแนนซ์ เป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องได้ดี แต่ควรใช้ด้วยความรอบคอบ อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจ แนะนำให้ตรวจสอบก่อนว่า สินเชื่อเดิมสามารถปิดยอดก่อนกำหนดได้หรือไม่ มีค่าปรับหรือเงื่อนไขอะไรเพิ่มเติม เพื่อประเมินความคุ้มค่าอย่างครบถ้วน และเลือกวิธีจัดการหนี้ที่เหมาะกับสถานการณ์ทางการเงินของตนเองมากที่สุด
📌 หากคุณกำลังวางแผนใช้เงินก้อนจากรีไฟแนนซ์ไปปิดหนี้เดิม
ลองศึกษาเพิ่มเติมได้ที่: ปิดยอดสินเชื่อก่อนกำหนดได้ไหม และมีวิธีการอย่างไรบ้าง?
รีไฟแนนซ์คือย้ายกู้ธนาคารใหม่ ชำระหนี้เดิม ปรับดอกเบี้ยต่ำ + เพิ่มวงเงินได้ แต่เสียค่าจดจำนองใหม่ (1%) และประเมินทรัพย์. รีเทนชันคือเจรจาลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม ค่าธรรมเนียมต่ำ (1-2%) เร็ว ไม่เปลี่ยนสัญญาใหญ่ แต่ลดดอกเบี้ยน้อยกว่า (0.5-1%) และไม่เพิ่มวงเงิน
โค้ชการเงินแรบบิท แคร์แนะนำ: เลือกรีไฟแนนซ์ถ้าต้องการโปรดีหรือเงินก้อน รีเทนชันถ้าอยากประหยัดค่าใช้จ่ายและเร็ว
ได้ หากไม่มีสลิปเงินเดือนเพราะเป็นเจ้าของกิจการ ฟรีแลนซ์ หรืออาชีพอิสระ
ธนาคารยอมรับเอกสารทดแทนเพื่อพิสูจน์รายได้และความสามารถชำระหนี้ โดยพิจารณาจาก statement ธนาคารและประวัติผ่อนดี
แต่โอกาสอนุมัติต่ำกว่าพนักงานประจำ ต้องมีรายได้หมุนเวียนชัดเจนอย่างน้อย 6-12 เดือน
สรุป

Tawan นักเขียนมืออาชีพด้านประกันรถยนต์และประกันชีวิตที่จบปริญญาตรี สาขาภาษาศาสตร์ (สาขาย่อย การตลาด) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
พร้อมใบอนุญาตนายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัยจากสำนักงานคณะกรรมการประกันภัย (OIC) มีประสบการณ์กว่า 7 ปี ในการสื่อสารองค์กร การจัดการสื่อการตลาด การเขียนเนื้อหา และกลยุทธ์ SEO
มีความเชี่ยวชาญในการเขียนเนื้อหา Motor Insurance, Fire, Marine และ Miscellaneous Insurance มีประสบการณ์ทำงานกับ Rabbit Care (บริษัทเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันชั้นนำของไทย) , Asia Direct Broker (บริษัทเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์)และ Syn Mun Kong Insurance (บริษัทประกันวินาศภัยชั้นนำไทย SET-listed)

