12 กฎจราจรที่ผู้คนมักเข้าใจผิด พร้อมค่าปรับฉบับอัพเดท
หากกล่าวถึงกฎจราจรในเมืองไทยแล้วก็พบว่ามีข้อห้ามต่าง ๆ มากมาย และมีหลายข้อที่เหล่านักขับไม่รู้หรือเข้าใจผิดจนถูกตำรวจจับ เชื่อว่าต้องมีบางกรณีที่คุณเคยโดนจับแบบงง ๆ พร้อมสงสัยว่าเราทำผิดตรงไหน ขับมาหลายปีก็ไม่เคยจะโดนจับ วันนี้แรบบิท แคร์ จึงขอรวบรวมกฎจราจรที่หลายคนมักเข้าใจผิดและกระทำผิดบ่อย ๆ มาชี้แจงให้ได้ทราบอีกครั้ง เพื่อยกระดับความปลอดภัยบนท้องถถนนและไม่ให้คุณถูกใบสั่ง ดังนี้
1. จอดรถทับเส้นทางม้าลาย
เป็นข้อกฎจราจรง่าย ๆ แต่คนทำผิดกันเป็นจำนวนมาก เพราะทางม้าลายนั้นเป็นช่องทางไว้ให้คนเดินข้าม หากมีการจอดรถทับเส้นทางม้าลายก็จะเป็นการกีดขวางไม่ให้คนเดินข้าม ดังนั้นเวลารถติดไฟแดงผู้ขับควรเว้นระยะจอดไว้ให้ห่างจากทางม้าลายประมาณ 2-3 เมตร เพราะหากฝ่าฝืนคุณจะถูกค่าปรับตามกฎหมาย 500 บาท
2. จอดทับเส้นหยุดบริเวณแยก
ยังคงว่ากันต่อด้วยเรื่องการหยุดรถ หากใครสงสัยแรบบิท แคร์ จะอธิบายให้เพิ่มว่า เส้นหยุดรถคือเส้นสีขาว ๆ ที่เราพบบ่อยบริเวณแยก เพื่อกันไม่ให้รถยนต์จอดล้ำแยกจนเกินไปและเป็นการป้องกันการชนจากรถที่วิ่งมาจากถนนเส้นอื่น ตลอดจนเป็นการสร้างพื้นที่ให้คนข้ามถนนอย่างปลอดภัย ดังนั้นเวลาหยุดตรงแยกก็ให้สังเกตเส้นสีขาวดี ๆ อย่าจอดทับหรือจอดเลย เพราะคุณอาจผิดกฎจราจรและโดนค่าปรับจราจรไม่เกิน 1,000 บาท

3. จอดทับเส้นทแยงเหลือง
เป็นเส้นทแยงสีเหลืองที่เรามักพบบ่อย ๆ บริเวณหน้าปากซอยต่าง ๆ โดยเส้นดังกล่าวมีไว้สำหรับกันพื้นที่เป็นเขตห้ามหยุด เพื่อเว้นที่ให้รถยนต์เข้า-ออก ซอย หรือสถานที่สำคัญได้อย่างสะดวก และเป็นการลดปัญหาจราจรติดขัด หากผู้ใดฝ่าฝืนมีค่าปรับจราจร 400-1,000 บาท
4. เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด
ผู้ขับต้องพึงจำไว้ว่ากฎเลี้ยวซ้ายผ่านตลอดนั้นไม่สามรารถใช้ได้กับทุกแยก เพราะจะเลี้ยวซ้ายผ่านตลอดได้นั้นต้องมีป้ายแสดงเครื่องหมายเลี้ยวซ้ายผ่านตลอดบอกไว้ที่แยกเท่านั้น ซึ่งบางแยกก็ไม่มีป้ายบอก หากคุณเลี้ยวไปก็ผิดกฎจราจรทันที นอกจากนี้แม้ว่าจะมีป้ายเลี้ยวซ้ายผ่านตลอดระบุไว้ แต่ก่อนเลี้ยวคุณต้องระมัดระวังให้คนเดินข้ามทางม้าลายให้หมดก่อน รวมถึงต้องระวังรถที่วิ่งมาจากทางตรงด้วย หากคุณเลี้ยวซ้ายบริเวณแยกที่ไม่มีป้ายกำกับคุณอาจโดนค่าปรับ 500 บาท
5. ขับในช่องเดินรถประจำทาง
ถนนบางเส้นจะมีป้ายกำกับไว้ว่าเป็นช่องเดินรถประจำทางและมีเวลากำหนด นั้นหมายถึงคุณห้ามใช้ช่องทางดังกล่าวตามวันและเวลาที่ระบุไว้ในป้าย เพื่อให้การสัญจรของรถประจำทางไหลลื่น หากฝ่าฝืนมีค่าปรับจราจร 200-500 บาท
6. จอดรถเกยฟุตบาท
ฟุตบาทเป็นช่องทางไว้สำหรับคนเดินเท้าโดยเฉพาะ ไม่ควรมีสิ่งกีดขวางอยู่บนทางเดินเท้า ทาคุณจอดรถเกยฟุตบาทหรือจอดรถบนฟุตบาทจะถือว่าผิดกฎจราจรและมีค่าปรับ 500 บาท จึงขอฝากผู้ขับขี่ทุกท่านให้หาที่จอดรถที่ถูกต้อง อย่ามักง่ายจอดรถบนฟุตบาท เพราะนอกจากจะมีความผิดแล้ว รถยนต์ของคุณอาจได้รับความเสียหายขณะปีนฟุตบาทด้วย
7. กลับรถในที่ห้ามกลับ
รู้หรือไม่ว่าคุณสามารถกลับรถได้ในบริเวณที่มีเครื่องหมายกลับรถระบุไว้เท่านั้น หรือกลับรถบริเวณใต้สะพาน หรือสะพานกลับรถ อย่างการขับรถทางตรงอยู่ดี ๆ แล้วอยากกลับรถกระทันหันนั้นจะถือว่ามีความผิดซึ่งแสดงถึงความมักง่ายของผู้ขับขี่ อีกทั้งยังส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้ การกลับรถในที่ห้ามกลับมีค่าปรับจราจร 400- 1,000 บาท
8. ฝ่าฝืนสัญญาณไฟเหลือง
ผู้ขับหลายคนมักโฟกัสกับสัญญาณไฟแดงเป็นหลักจนลืมความสำคัญของไฟเหลือง ซึ่งไฟเหลืองเป็นสัญญาณเตือนว่าให้คุณชะลอรถและเตรียมหยุดเมื่อเกิดสัญญาณไฟแดง ดังนั้นหากคุณเห็นไฟเหลืองเมื่อไหร่ห้ามเหยียบขันเร่งข้ามแยกไปเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุชนกับรถที่มาจากอีกแยก การฝ่าฝืนกฎจราจรสัญญาณไฟเหลืองมีโทษปรับถึง 1,000 บาท
9. ไม่ให้สัญญาณไฟตอนเปลี่ยนเลน
เป็นอีกเรื่องที่ผู้ขับหลายคนรู้แต่มักละเลยที่จะทำ ซึ่งการให้สัญญาณไฟขณะเปลี่ยนเลนนั้นจะช่วยสื่อสารให้รถคันที่ขับตามหลังมาเข้าใจว่าเราจะเปลี่ยนไปเลนไหน ทำให้โอกาสเกิดอุบัติเหตุขณะขับขี่ ซึ่งกฎหมายได้ระบุให้ผู้ขับขี่ก่อนเปลี่ยนเลนต้องให้สัญญาณทุกครั้ง หากฝ่าฝืนมีโทษปรับ 500 บาท ทั้งนี้เราแนะนำให้ทุกท่านหมั่นให้สัญญาณไฟจนเกิดเป็นความเคยชินเพื่อที่จะไม่ได้ผิดกฎจราจร
10. ขับรถแซงในเส้นทึบ
หลายคนอาจเข้าใจว่าเราสามารถขับรถแซงคันข้างหน้าได้เมื่อถนนว่าง แต่จริง ๆ แล้วการขับแซงนั้นมีข้อกฎหมายมาบังคับอย่างชัดเจน โดยมีเส้นประตามเลนที่กำหนดอยู่ หากเป็นเส้นประแสดงว่าคุณสามารถแซงได้ แต่ถ้าเป็นเส้นทึบเมื่อไหร่นั่นคือการแจ้งว่าเป็นพื้นที่ห้ามขับแซง (หรือถ้าเป็นเส้นสองเส้นคู่กัน เส้นประข้างนึง และอีกข้างนึงเป็นเส้นทึบ ข้างที่เป็นเส้นประสามารถแซงได้แต่ข้างที่เป็นเส้นทึบแซงไม่ได้) ทั้งนี้พื้นที่เส้นทึบจะเป็นการบอกเราว่าจุดดังกล่าวเป็นเขตอันตรายไม่ควรแซง เช่น พวกทางโค้ง หรือบริเวณแยก การแซงในเส้นทึบมีโทษปรับ 400-1,000 บาท

11. ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ
หลายคนอาจจะรู้แล้วว่าการใช้โทรศัพท์ขณะขับรถไม่ว่าจะเป็นการโทรศัพท์ การแชท การใช้แอปพลิเคชั่นต่าง ๆ หรือแม้แต่การเปิดดู google map ขณะขับรถนั้นเป็นการกระทำผิดและมีโทษปรับ 400 – 1,000 บาท แต่ทั้งนี้ก็มีข้องดเว้นให้คุณสามารถสื่อสารได้แต่คุณต้องใช้อุปกรณ์เสริมเข้ามาช่วย เช่น การใช้แท่นวางโทรศัพท์เพื่อเปิดดู Map หรือการใช้หูฟังสื่อสารขณะขับรถ ให้พยายามจำไว้ง่าย ๆ ว่า การใช้มือจับโทรศัพท์ขณะขับรถจะเป็นความผิด แต่ถ้ามีตัวช่วยให้คุณสามารถใช้งานโทรศัพท์ได้ในขณะที่สองมือของคุณจับพวงมาลัยนั้นจะไม่เป็นความผิด ดังนั้นคุณควรเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้พร้อมก่อนการขับรถ
12. ขับรถแช่ขวา
ข้อนี้หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าถนนเลนขวามีไว้เพื่อให้ขับแซงเท่านั้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วรถยนต์ทุกคันต้องขับขี่ที่เลนซ้ายตลอด และเมื่อจะแซงก็ให้เปลี่ยนเป็นเลนขวา และเมื่อแซงได้แล้วก็ต้องกลับมาเปลี่ยนเป็นเลนซ้ายเหมือนเดิมเพื่อให้รถคันอื่นที่จะแซงได้ใช้เลนขวา ดังนั้นให้คุณจำไว้ไม่ว่าคุณจะขับช้าหรือขับเร็วก็ต้องอยู่เลนซ้ายที่เป็นเลนหลักเสมอและใช้เลนขวาเพื่อแซง หากฝ่าฝืนย่อมมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
หากเกิดอุบัติเหตุจากการทำผิดกฎจราจร ประกันรถยนต์แต่ละชั้นจะคุ้มครองหรือไม่
การคุ้มครองเมื่อเกิดอุบัติเหตุจากการทำผิดกฎจราจรขึ้นอยู่กับประเภทของประกันรถยนต์ที่คุณมี ซึ่งแต่ละชั้นของประกันภัยจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุจากการกระทำผิดกฎจราจร ดังนี้
1. ประกันชั้น 1
- ประกันรถชั้น1 ครอบคลุมอุบัติเหตุทุกกรณี ไม่ว่าจะเกิดจากการกระทำผิดกฎจราจรหรือไม่ เช่น ขับรถเร็วเกินกำหนด ขับผิดเลน หรือฝ่าไฟแดง
- อย่างไรก็ตาม บริษัทประกันอาจพิจารณาถึงลักษณะของการทำผิดกฎจราจร เช่น หากเป็นการทำผิดที่ร้ายแรง เช่น การขับรถขณะมึนเมา บริษัทอาจปฏิเสธการคุ้มครองได้ โดยเฉพาะหากมีหลักฐานว่าเกิดจากความประมาทอย่างร้ายแรง
2. ประกันชั้น 2+ และชั้น 3+
- ประกันชั้น 2+ และประกัน3+ จะให้ความคุ้มครองในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุที่มีคู่กรณี ไม่ว่าจะเป็นการทำผิดกฎจราจรหรือไม่ แต่การคุ้มครองสำหรับรถของคุณเองจะครอบคลุมเฉพาะในกรณีที่มีคู่กรณีเท่านั้น
- หากอุบัติเหตุเกิดจากการทำผิดกฎจราจร และไม่มีคู่กรณี เช่น ขับชนกำแพงหรือสิ่งกีดขวาง ประกัน 2+ และ 3+ อาจไม่ครอบคลุม
3. ประกันชั้น 2 และชั้น 3
- ประกันชั้น 2 คุ้มครองอะไรบ้าง และประกันชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง จะคุ้มครองเฉพาะความเสียหายของบุคคลที่สามหรือคู่กรณีเท่านั้น ไม่ว่าจะเกิดจากการทำผิดกฎจราจรหรือไม่ รถของผู้เอาประกันเองจะไม่ได้รับการคุ้มครอง
- เช่นเดียวกับประกันชั้นอื่น ๆ การขับรถขณะมึนเมาหรือการทำผิดกฎร้ายแรง บริษัทประกันอาจปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมได้
ข้อจำกัดในการคุ้มครอง
แม้ประกันอาจครอบคลุมกรณีที่ทำผิดกฎจราจร แต่อุบัติเหตุจากกรณีการกระทำผิดที่ร้ายแรง เช่น
- ขับรถขณะมึนเมา (แอลกอฮอล์เกินกฎหมายกำหนด)
- ขับรถแข่งบนท้องถนน
- ไม่มีใบขับขี่
- ขับขี่ด้วยความประมาทอย่างร้ายแรง
บริษัทประกันมักจะมีสิทธิ์ในการปฏิเสธความคุ้มครอง โดยเฉพาะในกรณีที่ความประมาทนั้นเป็นต้นเหตุหลักของอุบัติเหตุ
ท่ามกลางกระแสสังคมในตอนนี้ที่กำลังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยบนท้องถนน เนื่องจากมีข่าวผู้กระทำความผิดกฎจราจารจำนวนมากและเป็นต้นตอของการเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ ซึ่งปัญหาดังกล่าวสามารถแก้ไขได้หากผู้ขับขี่เคารพกฎจราจรรวมถึงใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ ดังนั้นขอให้คุณปฏิบัติตามข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัดและมีน้ำใจกับเพื่อนร่วมทางเสมอ และที่สำคัญก็อย่าลืมต่อ พ.ร.บ. และประกันรถยนต์ ด้วย เพราะหากพลาดพลั้งเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็จะได้ค่าซ่อมรถ และค่ารักษาพยาบาล จากที่ต้องจ่ายหนักก็จะช่วยผ่อนให้กลายเป็นเบา แต่ถ้าคุณยังไม่รู้ว่าจะซื้อประกันรถยนต์แบบไหนดี คุณสามารถติดต่อมาหาเราแรบบิท แคร์ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
- เช็คที่นี่ มีตรงไหน ห้ามจอดรถ บนถนนและซอยใน กทม.
- รถจอดอยู่แล้วโดนชนใครผิด? จะรู้ได้อย่างไร? เรียกร้องอะไรได้บ้าง?
- รู้หรือยัง? ความหมายสัญลักษณ์จราจรบนท้องถนน

Thirakan Thongseenual เป็นนักเขียนที่มีประสบการณ์มากกว่า 3 ปี ที่ RabbitCare และ Asia Direct โดยมีความชำนาญในประกันรถยนต์ เน้นเขียนบทความที่เผยแพร่บน Blog และมีความเชี่ยวชาญด้าน SEO กว่า 4 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอได้ใช้ในการสร้างความรู้และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของ RabbitCare อย่างมีประสิทธิภาพ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปริญญาตรี สาขา Information Technology
ขับขี่ปลอดภัย ซื้อประกันง่ายๆ ที่ แรบบิท แคร์
การขับขี่รถอย่างปลอดภัยไม่ใช่แค่ลดอุบัติเหตุ แต่ยังช่วยประหยัดเบี้ยประกันรถยนต์ ในระยะยาวได้อีกด้วย หากประกันใกล้หมดอายุ เริ่มต้นด้วยการ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ แล้วดำเนินการ ต่อประกันรถยนต์ออนไลน์ ผ่านระบบ Rabbit Care ที่สะดวก เช็คเบี้ยหลายบริษัทชั้นนำในที่เดียว รองรับทั้ง ประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และภาคสมัครใจในขั้นตอนเดียว เริ่มเลยวันนี้

