ใบขับขี่รถยนต์มีกี่ชนิด กี่ประเภท? มีค่าใช้จ่ายเท่าไรบ้าง?

Tawan
ผู้เขียน: Tawan Published: สิงหาคม 16, 2022
Tawan
Tawan
Tawan นักเขียนมืออาชีพด้านประกันรถยนต์และประกันชีวิตที่จบปริญญาตรี สาขาภาษาศาสตร์ (สาขาย่อย การตลาด) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมใบอนุญาตนายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัยจากสำนักงานคณะกรรมการประกันภัย (OIC) มีประสบการณ์กว่า 7 ปี ในการสื่อสารองค์กร การจัดการสื่อการตลาด การเขียนเนื้อหา และกลยุทธ์ SEO มีความเชี่ยวชาญในการเขียนเนื้อหา Motor Insurance, Fire, Marine และ Miscellaneous Insurance มีประสบการณ์ทำงานกับ Rabbit Care (บริษัทเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันชั้นนำของไทย) , Asia Direct Broker (บริษัทเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์)และ Syn Mun Kong Insurance (บริษัทประกันวินาศภัยชั้นนำไทย SET-listed)
Tawan
แก้ไขโดย: Natthamon Last edited: พฤษภาคม 15, 2024
Tawan
Natthamon
Natthamon เป็นนักเขียนคอนเทนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในอุตสาหกรรม FinTech ยานยนต์ และประกันภัย จบการศึกษา MBA สาขาการสื่อสารการตลาด และได้รับใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC License – Complex 2) รวมถึงเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต ด้วยพื้นฐานด้านการเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ทำให้ Natthamon มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกัน ประกันสุขภาพ และบริการทางการเงิน สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เชี่ยวชาญด้านการเขียนบทความประกันรถยนต์ การเปรียบเทียบความคุ้มครอง และการให้ความรู้ด้านประกันในหลากหลายประเภท Natthamon มีประสบการณ์ร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ได้แก่ Rabbit Care, CARSOME, DirectAsia Insurance และ GoBear
ใบอนุญาตขับขี่มี่กี่ประเภท? ใบขับขี่แต่ละชนิดมีค่าธรรมเนียมเท่าไร?

ใบขับขี่รถยนต์ที่หลายคนมักคุ้นชินอาจจะอยู่ในกลุ่มใบขับขี่รถยนต์ชั่วคราว หรือใบขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะเท่านั้น แต่ทราบหรือไม่ว่าประเภทใบขับขี่ไม่ได้มีแค่ใบขับขี่รถส่วนบุคคล หรือใบขับขี่สาธารณะเท่านั้น ยังมีชนิดใบขับขี่ และประเภทใบขับขี่ที่แยกย่อยตามลักษณะรถและการใช้งานรถอีกมากมายให้เลือกใช้ใบขับขี่ได้อย่างถูกต้อง เหมือนกับประเภทป้ายทะเบียนรถ แรบบิท แคร์ รวบรวมประเภทและชนิดของใบขับขี่รถยนต์ พร้อมคุณสมบัติและเงื่อนไขค่าธรรมเนียมในการขอรับใบขับขี่ของรถแต่ละชนิดที่ควรทราบมาฝากกัน

ใบขับขี่มีกี่ประเภท?

ใบขับขี่ทั้งแบบใบอนุญาตขับขี่รถส่วนบุคคล และใบอนุญาตขับขี่รถทุกประเภท แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ตามลักษณะรถ น้ำหนักรถและการใช้งานรถ ได้แก่ ใบขับขี่ประเภท 1, ใบขับขี่ประเภท 2, ใบขับขี่ประเภท 3 และใบขับขี่ประเภท 4 สามารถใช้ใบขับขี่ประเภทที่สูงกว่าแทนใบขับขี่ประเภทที่ต่ำกว่าได้กรณีต้องการขับรถที่นอกเหนือจากใบขับขี่ที่มีอยู่

ใบขับขี่ประเภท 1

ใบขับขี่ประเภท 1 คือ ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถสำหรับรถที่น้ำหนักรถและน้ำหนักรถบรรทุกรวมกันไม่เกิน 3,500 กิโลกรัมที่ไม่ได้ใช้ขนส่งผู้โดยสาร หรือสำหรับรถขนส่งผู้โดยสารไม่เกิน 20 คน ได้แก่ ใบขับขี่ บ.1 และใบขับขี่ ท.1 ใช้ขับรถแท็กซี่ หรือรถตู้ มีอายุการใช้งาน 3 ปี ผู้ยื่นขอต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 22 ปี  และต้องสอบขับรถตามชนิดใบอนุญาต

ใบขับขี่ประเภท 2

ใบขับขี่ประเภท 2 คือ ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถสำหรับรถที่มีน้ำหนักบรรทุกรวมกันเกินกว่า 3,500 กิโลกรัม ที่ไม่ได้ใช้ขนส่งผู้โดยสาร หรือสำหรับรถขนส่งผู้โดยสารเกินกว่า 20 คน ได้แก่ ใบขับขี่ บ.2 และใบขับขี่ ท.2 ใช้ขับรถเมล์, รถบัส, รถบรรทุกสินค้า หรือรถ 6 ล้อ มีอายุการใช้งาน 3 ปี โดยผู้ยื่นขอต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 22 ปี และต้องสอบขับรถตามชนิดใบอนุญาต

ใบขับขี่ประเภท 3

ใบขับขี่ประเภท 3 คือ ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถสำหรับลากจูงรถอื่นหรือล้อเลื่อนที่บรรทุก ได้แก่ ใบขับขี่ บ.3 และใบขับขี่ ท.3 ใช้ขับรถพ่วง, รถ 10 ล้อ หรือรถ 6 ล้อ มีอายุการใช้งาน 3 ปี โดยผู้ยื่นขอต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 22 ปี ต้องเข้ารับการอมรมหลักสูตรความปลอดภัยตามที่กำหนด และต้องสอบขับรถลากจูง พร้อมรถพ่วง หรือรถกึ่งพ่วง

ใบขับขี่ประเภท 4

ใบขับขี่ประเภท 4 คือ ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถสำหรับรถที่ใช้ขนส่งวัตถุอันตรายตามประเภทหรือชนิดและลักษณะการบรรทุกตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้แก่ ใบขับขี่ บ.4 และใบขับขี่ ท.4 ใช้ขับรถขนส่งเคมี, รถบรรทุกเชื้อเพลิง มีอายุการใช้งาน 3 ปี โดยผู้ยื่นขอต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี ต้องเข้ารับการอมรมหลักสูตรความปลอดภัยตามที่กำหนด และต้องสอบขับรถลากจูง พร้อมรถพ่วง หรือรถกึ่งพ่วง

ทำใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ได้ตอนอายุเท่าไร? ใบขับขี่มอเตอร์ไซค์มีกี่ประเภท?

ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลมีอะไรบ้าง? ใบขับขี่ บ.1-บ.4 คืออะไร?

ใบขับขี่ บ.1-บ.4 คือ ใบอนุญาตขับขี่ประเภทส่วนบุคคล (บ.) หรือรถที่มีแผ่นป้ายทะเบียนรถพื้นสีขาว มีตัวเลขและตัวอักษรสีดำ สำหรับใช้ขับรถขนส่งส่วนบุคคล (ธุรกิจส่วนตัว) เพื่อการค้าหรือธุรกิจของตนเอง ไม่ใช่เพื่อการรับจ้าง และเป็นรถที่มีน้ำหนักเกินกว่า 1,600 กิโลกรัม

ใบขับขี่ บ.1

ใบขับขี่ บ.1 หรือใบอนุญาตขับขี่ประเภทส่วนบุคคล (บ.) ชนิดที่ 1 คือ ใบขับขี่รถส่วนบุคคลสำหรับใช้ขับรถตู้ หรือรถแท็กซี่ ที่มีน้ำหนักรวมไม่เกิน 3,500 กิโลกรัม หรือขับรถขนส่งผู้โดยสารไม่เกิน 20 คน ใช้รถตามชนิดใบอนุญาตในการสอบปฎิบัติ มีอายุใช้งานใบขับขี่ประเภท บ.1 อยู่ที่ 3 ปี และอายุของผู้รับใบขับขี่ บ.1 ต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป

ใบขับขี่ บ.2

ใบขับขี่ บ.2 หรือใบอนุญาตขับขี่ประเภทส่วนบุคคล (บ.) ชนิดที่ 2 คือ ใบขับขี่รถส่วนบุคคลสำหรับใช้ขับรถรถบรรทุก, รถสิบล้อ, รถหกล้อ, รถตู้ หรือรถอื่นๆ ที่มีน้ำหนักรวมเกิน 3,500 กิโลกรัม หรือใช้ขับรถขนส่งผู้โดยสารเกินกว่า 20 คน ใช้รถขนส่ง หรือรถ 6 ล้อ ขี้นไปในการสอบปฎิบัติ มีอายุใช้งานใบขับขี่ประเภท บ.2 อยู่ที่ 3 ปี และอายุของผู้รับใบขับขี่ บ.2 ต้องมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป

ใบขับขี่ บ.3

ใบขับขี่ บ.3 หรือใบอนุญาตขับขี่ประเภทส่วนบุคคล (บ.) ชนิดที่ 3 คือ ใบขับขี่รถส่วนบุคคลสำหรับใช้ขับรถสิบล้อพ่วง รถหัวลาก รถบรรทุกพ่วง หรือรถลากจูงรถอื่น ใช้รถลากจูง พร้อมรถพ่วง หรือรถกึ่งพ่วงในการสอบปฎิบัติ มีอายุใช้งานใบขับขี่ประเภท บ.3 อยู่ที่ 3 ปี และอายุของผู้รับใบขับขี่ บ.3 ต้องมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป

ใบขับขี่ บ.4

ใบขับขี่ บ.4 หรือใบอนุญาตขับขี่ประเภทส่วนบุคคล (บ.) ชนิดที่ 4 คือ ใบขับขี่รถส่วนบุคคลสำหรับใช้ขับรถขนส่งวัตถุอันตราย รถบรรทุกสารเคมี รถบรรทุกน้ำมัน หรือรถบรรทุกก๊าซ ใช้รถลากจูง พร้อมรถพ่วง หรือรถกึ่งพ่วงในการสอบปฎิบัติ มีอายุใช้งานใบขับขี่ประเภท บ.4 อยู่ที่ 3 ปี และอายุของผู้รับใบขับขี่ บ.4 ต้องมีอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป

ใบขับขี่รถยนต์ทุกประเภทมีอะไรบ้าง? ใบขับขี่ ท.1-ท.4 คืออะไร?

ใบขับขี่ ท.1-ท.4 คือ ใบอนุญาตขับขี่รถประเภททุกประเภท (ท.) ใช้ขับรถรับจ้างขนส่งสินค้าหรือบุคคล รถขนส่งสินค้าในธุรกิจขนส่ง หรือรถโดยสารสาธารณะที่มีแผ่นป้ายทะเบียนพื้นสีเหลือง เพื่อการขนส่งประจำทาง การขนส่งไม่ประจำทาง หรือการขนส่งด้วยรถขนาดเล็ก ใช้แทนได้ทั้งใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถประเภทส่วนบุคคล และใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถสาธารณะตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

ใบขับขี่ ท.1

ใบขับขี่ ท.1 หรือใบอนุญาตขับขี่ประเภททุกประเภท (ท.) ชนิดที่ 1 คือ ใบขับขี่สำหรับใช้ขับรถบรรทุกขนส่งทั้งแบบประจำทาง ไม่ประจำทาง หรือขนส่งโดยรถขนาดเล็กที่มีน้ำหนักรถรวมกันไม่เกิน 3,500 กิโลกรัม หรือรถขนส่งผู้โดยสารไม่เกิน 20 คน เช่น รถยนต์ป้ายเหลือง มีอายุใช้งานใบขับขี่ประเภท ท.1 อยู่ที่ 3 ปี และอายุของผู้รับใบอนุญาตขับขี่ ท.1 ต้องไม่ต่ำกว่า 22 ปี

ใบขับขี่ ท.2

ใบขับขี่ ท.2 หรือใบอนุญาตขับขี่ ประเภททุกประเภท ชนิดที่ 2 คือ ใบขับขี่สำหรับขับรถขนส่งโดยรถขนาดเล็กทั้งแบบประจำทาง และไม่ประจำทางสำหรับรถบรรทุกที่มีน้ำหนักรวมกันเกิน 3,500 กิโลกรัม หรือรถขนส่งผู้โดยสารเกินกว่า 20 คน เช่น รถบรรทุกป้ายเหลือง, รถสิบล้อ, รถหกล้อ, รถบัส, รถเมล์, รถตู้ หรือรถยนต์ มีอายุใช้งานใบขับขี่ประเภท ท.2 อยู่ที่ 3 ปี และอายุของผู้รับใบอนุญาตขับขี่ ท.1 ต้องไม่ต่ำกว่า 22 ปี

ใบขับขี่ ท.3

ใบขับขี่ ท.3 หรือใบอนุญาตขับขี่ ประเภททุกประเภท ชนิดที่ 3 คือ ใบขับขี่สำหรับขับรถลากจูงรถอื่นหรือลากล้อเลื่อนที่บรรทุกสิ่งของ เช่น รถบรรทุกพ่วงป้ายเหลือง, รถสิบล้อพ่วง หรือรถหัวลาก มีอายุใช้งานใบขับขี่ประเภท ท.3 อยู่ที่ 3 ปี และอายุของผู้รับใบอนุญาตขับขี่ ท.3 ต้องไม่ต่ำกว่า 22 ปี

ใบขับขี่ ท.4

ใบขับขี่ ท.4 หรือใบอนุญาตขับขี่ ประเภททุกประเภท ชนิดที่ 4 คือ ใบขับขี่สำหรับขับรถขนส่งโดยรถขนาดเล็กทั้งแบบประจำทาง และไม่ประจำทางที่ใช้ขนส่งวัตถุอันตรายตามประเภทหรือชนิด และลักษณะการบรรทุกที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เช่น รถที่ใช้ขนส่งวัตถุอันตรายทุกชนิด มีอายุใช้งานใบขับขี่ประเภท ท.3 อยู่ที่ 3 ปี และอายุของผู้รับใบอนุญาตขับขี่ ท.3 ต้องไม่ต่ำกว่า 25 ปี

ใบขับขี่รถบรรทุก ใบขับขี่รถแม็คโคร ใบขับขี่รถแบ็คโฮ ใช้ใบขับขี่ประเภทไหน?

ใบขับขี่รถยนต์มีกี่ชนิด?

ชนิดใบขับขี่รถยนต์ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ แบ่งได้ 11 ชนิด ตามชนิดของรถและการใช้งานทั้งแบบบุคคล และสาธารณะ (รับจ้าง) มีเงื่อนไขในการขอรับเพื่อใช้งาน และข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไป และไม่สามารถใช้แทนกันได้

ใบอนุญาตขับรถชั่วคราว

ใบอนุญาตขับรถชั่วคราว คือ ใบขับขี่เริ่มต้นสำหรับผู้ขับรถในแต่ละประเภท ได้แก่ ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ผู้ขออายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี มีอายุการใช้งาน 1 ปี และมีค่าธรรมเนียม 100 บาท, ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราว ผู้ขออายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี มีอายุการใช้งาน 1 ปี และมีค่าธรรมเนียม 100 บาท, ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ชั่วคราว ผู้ขออายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี มีอายุการใช้งาน 1 ปี และมีค่าธรรมเนียม 100 บาท

ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล

ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล คือ ใบขับขี่ที่จะได้นับหลังจากได้รับใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราวมาแล้วอย่างน้อย 1 ปีมีอายุการใช้งานใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล 5 ปี และมีค่าธรรมเนียม 500 บาท

ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล

ใบขับขี่รถสามล้อส่วนบุคคล คือ ใบขับขี่สำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนใบขับขี่รถยนต์สามล้อจากชนิดชั่วคราว เป็นชนิด 5 ปี หรือต่ออายุใบขับขี่รถสามล้อส่วนบุคคลที่มีอายุใช้งาน 5 ปี และมีค่าธรรมเนียม 250 บาท

ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ

ใบขับรถยนต์สาธารณะ คือ ใบขับขี่สำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพขับรถขนส่ง หรือรถบริการสาธารณะ เช่น รถแท็กซี่ โดยต้องเป็นผู้ที่ได้รับใบขับขี่ชั่วคราวมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ปี หรือมีใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลอยู่แล้ว และต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 22 ปี มีอายุใช้งานใบขับขี่รถสาธารณะ 3 ปี และมีค่าธรรมเนียม 300 บาท

ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ

ใบขับขี่รถสามล้อสาธาณะ คือ ใบขับขี่รถตุ๊กตุ๊กสำหรับผู้ที่ได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปีหรือแบบตลอดชีพ และมีอายุไม่ต่ำกว่า 22 ปี มีอายุการใช้งานใบขับขี่รถยนต์สามล้อสาธารณะ 3 ปี และมีค่าธรรมเนียม 150 บาท

ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์

ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ คือ ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ที่เปลี่ยนใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ชนิดชั่วคราว เป็นชนิด 5 ปี หรือใบอนุญาตสำหรับผู้ที่ต้องการต่ออายุใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล มีอายุการใช้งาน 5 ปี และมีค่าธรรมเนียม 250 บาท โดยผู้ขอใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี

ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ

ใบขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะ คือ ใบขับขี่สำหรับวินมอเตอร์ไซค์ หรือไรเดอร์ ขับรถส่งของหรือส่งอาหารที่มีอายุผู้ขอใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 20 ปี และต้องได้รับใบขับขี่รถจักรยานยนต์ชั่วคราวมาไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือมีใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลอยู่แล้ว โดยใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณจะมีอายุใช้งาน 3 ปี และมีค่าธรรมเนียม 150 บาท

ใบอนุญาตขับรถบดถนน

ผู้ที่ยื่นขอใบขับขี่รถบดถนน ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และต้องผ่านการอบรมหลักสูตรความปลอดภัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยใบขับขี่รถบดถนนมีอายุใช้งาน 5 ปี และมีค่าธรรมเนียม 250 บาท

ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร์

ใบขับขี่รถแทรกเตอร์เพื่อการเกษตร มีอายุใช้งาน 5 ปี มีค่าธรรมเนียม 250 บาท และผู้ขอใบขับรถแทรกเตอร์ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี

ใบอนุญาตขับรถชนิดอื่นๆ เช่น รถใช้งานเกษตรกรรม

ใบอนุญาตขับรถประเภทอื่น ๆ คือ ใบอนุญาตสำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถชนิดอื่น ๆ นอกเหนือจากที่กล่าวมาในข้างต้น เช่น รถอีแต๋น หรือรถไถนาแบบเดินตามที่มีการต่อพ่วง 2 ล้อ สำหรับบรรทุกของ โดยใบขับขี่รถชนิดอื่นๆ มีอายุใช้งาน 5 ปี มีค่าธรรมเนียม 100 บาท และผู้ขอใบขับรถชนิดอื่นๆ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี

ใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลหรือรถจักรยานยนต์

ใบขับขี่ระหว่างประเทศหรือใบขับขี่สากล คือ ใบอนุญาตขับรถตามความตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคีไม่จำกัดอายุผู้ขอทำใบขับขี่สากล แต่ผู้ขอจะต้องใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลชนิด 5 ปี หรือตลอดชีพแล้วเท่านั้น โดยใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศมีอายุการใช้งาน 1 ปี และมีค่าธรรมเนียม 500 บาท

หน่วยงานใดดูแลเรื่องใบขับขี่รถยนต์?

หน่วยงานของกรมการขนส่งทางบกที่มีหน้าที่ดูแลใบขับขี่รถยนต์ คือ ฝ่ายใบอนุญาตขับรถ มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการดำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตผู้ประจำรถให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก กฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย 3 กลุ่มงานดังนี้

  • งานใบอนุญาตผู้ประจำรถ ดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตผู้ประจำรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก
  • งานใบอนุญาตขับรถ ดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์
  • งานอบรมทดสอบ ดำเนินการเกี่ยวกับการอบรมทดสอบผู้ขอรับ/ต่ออายุใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก

จะติดต่อกรมการขนส่งทางบกเรื่องใบขับขี่รถยนต์ได้อย่างไร?

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนประเภทใบขับขี่ ทำใบขับขี่ ใบขับขี่ตลอดชีพหาย หรือต่อใบขับขี่ สามารถติดต่อได้ที่กรมการขนส่งทางบก กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 5 (จตุจักร) ส่วนใบอนุญาตขับรถและผู้ประจำรถ (อาคาร 4) 1032 ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 โทร. 02-271-8888 หรือสายด่วน 1584 ในวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8:30 น. – 15:30 น. (ปิดทำการวันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) หรือติดต่อที่สำนักงานขนส่งประจำพื้นที่หรือจังหวัด

หน่วยงานรับผิดชอบใบขับขี่รถยนต์เบอร์โทรศัพท์เบอร์ภายใน
1. งานใบอนุญาตขับรถ (บญ.)4200
1.1 หมวดใบอนุญาตส่วนบุคคล (มบบ.)0-2271-8426
0-2271-8427
4201
4202
1.2 หมวดใบอนุญาตขับรถสาธารณะ (มบส.)0-2271-84284204-4
1.3 หมวดใบอนุญาตขับรถต่างประเทศ (มบท.)0-2271-84294206-7
2. งานใบอนุญาตผู้ประจำรถและขับรถอื่น (บอ.)0-2271-84804107-8
3. งานอบรมและทดสอบ (อท.)0-2271-84824303
3.1 หมวดอบรม (มอร.)0-2271-84504304, 4305
3.2 ห้องอบรมต่ออายุ 5 ปี4402
3.3  ห้องทดสอบข้อเขียน4306
3.4 หมวดทดสอบ (มทส.)
3.5 สนามทดสอบขับรถ0-2271-84514402, 4307
ใบขับขี่มีกี่ประเภท อะไรบ้าง?

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับใบขับขี่และชนิดของใบขับขี่

ใบรับรองแพทย์ ใบขับขี่ มีคุณสมบัติอย่างไร

การนำหลักฐาน ใบรับรองแพทย์ ใบขับขี่ ที่นำมาแสดงเพื่อขอใบขับขี่นั้น เป็นไปตามประกาศกฎกระทรวงคมนาคม เรื่องการขอและการออกใบอนุญาตขับรถและการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ.2563 ที่ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลใช้บังคับวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 ที่กำหนดให้ผู้ที่ต้องการขอรับและขอต่อใบขับขี่หมดอายุทุกชนิด ทุกประเภทต้องมีใบรับรองแพทย์ยื่นประกอบการดำเนินการ

ใบรับรองดังกล่าวจะต้องเป็นใบรับรองแพทย์ตามแบบที่แพทยสภารับรอง ซึ่งใช้แบบฟอร์มเดียวกันกับใบรับรองแพทย์ของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งสามารถแจ้งขอใบรับรองแพทย์ได้ที่โรงพยาบาลและสถานพยาบาลทุกแห่งที่สามารถออกใบรับรองแพทย์ตามแบบฟอร์มดังกล่าวได้นั่นเอง

การซื้อใบขับขี่คืออะไร มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร

การซื้อใบขับขี่เป็นการกระทำผิดทางกฎหมายที่ถึงแม้จะช่วยซื้อความสะดวกสบายเพียงชั่วครั้งชั่วคราว แต่ก็นำมาซึ่งความเสี่ยงอีกมากมายที่คาดไม่ถึง เนื่องจากกฎหมายที่เคร่งครัดมากยิ่งขึ้น การตรวจสอบข้อมูลที่ทำได้อย่างรวดเร็วกว่าแต่ก่อน รวมไปถึงบทลงโทษตามกฎหมายที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นกว่าในอดีต นอกจากนั้น ความสะดวกสบายในการทำใบขับขี่ที่ได้รับการปรับปรุงให้สะดวกรวดเร็วขึ้นอย่างมากในปัจจุบันก็ทำให้ความนิยมของการซื้อใบขับขี่ลดลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ผู้ที่ต้องการออกใบขับขี่จึงควรหลีกเลี่ยงการซื้อใบขับขี่เพื่อลดความเสี่ยงในการกระทำผิดกฎหมายและอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

ขับรถไม่มีใบขับขี่มีความผิดอย่างไร

ใบขับขี่ถือเป็นเอกสารราชการที่ผู้ขับขี่ควรพกติดตัวเอาไว้ตลอดไม่ต่างจากบัตรประชาชน การขับรถไม่มีใบขับขี่จึงถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดตามกฎหมาย โดยในกรณีที่ขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับขี่ จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในกรณีที่เป็นรถโดยสารสาธารณะ ผู้ขับขี่จะมีความผิดตามมาตรา 56 ประกอบมาตรา 60 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท นอกจากนั้น ยังไม่สามารถทำประกันรถยนต์ได้อีกด้วย

ที่สำคัญ การขับรถโดยไม่มีใบขับขี่หรือใบขับขี่หมดอายุส่งผลโดยตรงต่อการคุ้มครองของประกันรถยนต์ ไม่ว่าคุณจะทำประกันชั้นไหนก็ตาม ประกันส่วนใหญ่จะมีเงื่อนไขที่ระบุว่าผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่ที่ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นประกันอาจไม่รับผิดชอบต่อความเสียหาย นี่คือการสรุปการคุ้มครองของประกันแต่ละประเภทในกรณีขับรถไม่มีใบขับขี่

1. ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1

  • ความคุ้มครองตัวรถและความเสียหายส่วนบุคคล: ประกันชั้น 1 จะคุ้มครองกรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับรถของคุณและความเสียหายต่อคู่กรณี รวมถึงกรณีรถถูกขโมย ไฟไหม้ หรือเสียหายจากภัยธรรมชาติ
  • ขับรถไม่มีใบขับขี่: หากไม่มีใบขับขี่ที่ถูกต้อง ประกันชั้น 1 มักจะปฏิเสธการคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถของคุณเอง และการรับผิดชอบต่อคู่กรณี บางบริษัทอาจพิจารณาเคลมเฉพาะความเสียหายต่อคู่กรณีเท่านั้น แต่ผู้ขับขี่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายเอง

2. ประกันชั้น 2+ และประกัน3+ ราคาประหยัด

  • ความคุ้มครองตัวรถจากอุบัติเหตุและกรณีรถหาย: ประกันชั้น 2+ และ 3+ คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการชนกับยานพาหนะอื่น แต่ไม่ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้นเอง (เช่น การเฉี่ยวชนสิ่งกีดขวาง) รวมถึงการคุ้มครองกรณีรถถูกขโมยหรือไฟไหม้
  • ขับรถไม่มีใบขับขี่: หากไม่มีใบขับขี่ที่ถูกต้อง ประกัน 2+ และ 3+ อาจไม่คุ้มครองความเสียหายทั้งต่อรถของคุณและความเสียหายที่เกิดกับคู่กรณี โดยเฉพาะในกรณีที่คุณเป็นฝ่ายผิด

3. ประกันชั้น 2 และประกันภัยชั้น 3

  • ความคุ้มครองความเสียหายต่อคู่กรณี: ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะความเสียหายต่อคู่กรณีเท่านั้น เช่น ค่าเสียหายที่เกิดกับรถของคู่กรณีหรือค่ารักษาพยาบาลของผู้บาดเจ็บฝ่ายตรงข้าม
  • ขับรถไม่มีใบขับขี่: หากไม่มีใบขับขี่ ประกันชั้น 3 มักไม่รับผิดชอบค่าเสียหายใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายต่อคู่กรณีหรือค่ารักษาพยาบาลที่เกิดจากอุบัติเหตุ

4. ผลกระทบทางกฎหมายและบทลงโทษ

  • นอกจากการที่ประกันจะไม่คุ้มครองแล้ว การขับรถโดยไม่มีใบขับขี่หรือใบขับขี่หมดอายุยังถือเป็นความผิดตามกฎหมาย โดยคุณอาจถูกปรับหรือถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ
  • การไม่มีใบขับขี่ยังเพิ่มความเสี่ยงในการรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดเองหากเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายต่อตัวรถของคุณหรือรถของคู่กรณี

ข้อแนะนำในการป้องกันปัญหา

  • ตรวจสอบใบขับขี่: ควรตรวจสอบว่าใบขับขี่ของคุณยังไม่หมดอายุและถูกต้องตามกฎหมาย
  • พกใบขับขี่ทุกครั้งที่ขับรถ: เพื่อให้แน่ใจว่าหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น คุณจะได้รับความคุ้มครองจากประกันเต็มที่
  • ต่อใบขับขี่ก่อนหมดอายุ: ควรต่อใบขับขี่ทันทีเมื่อใกล้หมดอายุ เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธการคุ้มครอง

การขับรถโดยไม่มีใบขับขี่ที่ถูกต้องส่งผลต่อการคุ้มครองของประกันรถยนต์อย่างชัดเจน ไม่ว่าคุณจะมีประกันชั้นใด โดยส่วนใหญ่แล้วประกันจะปฏิเสธการคุ้มครองทั้งในส่วนของรถของคุณเองและความรับผิดชอบต่อคู่กรณี ดังนั้น ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีใบขับขี่ถูกต้องเพื่อความปลอดภัยและการคุ้มครองที่สมบูรณ์

ไม่ว่าจะต้องทำใบขับขี่ประเภทไหนหรือชนิดใด สามารถขอรับคำปรึกษาฟรี หรือเปรียบเทียบประกันรถยนต์ออนไลน์ด้วยตัวเองกับ แรบบิท แคร์ ที่มีประกันรถยนต์ให้เลือกครบทุกความต้องการจากทุกบริษัทฯ ชั้นนำ พร้อมรับสิทธิพิเศษความแคร์ที่มากกว่าซื้อประกันรถตรงกับบริษัทเอง ไม่ว่าจะเป็นบริการผ่อนเบี้ยประกัน 0% นานสูงสุด 3-10 เดือน บริการช่วยเหลือฉุกเฉินและแจ้งเคลมออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง หรือส่วนลดสูงสุด 70% รับสิทธิพิเศษและส่วนลดได้ก่อนใคร! โทรเลย. 1438 หรือ rabbitcare.com


บทความเกี่ยวกับใบขับขี่

ขับขี่ปลอดภัย ซื้อประกันง่ายๆ ที่ แรบบิท แคร์

การขับขี่รถอย่างปลอดภัยไม่ใช่แค่ลดอุบัติเหตุ แต่ยังช่วยประหยัดเบี้ยประกันรถยนต์ ในระยะยาวได้อีกด้วย หากประกันใกล้หมดอายุ เริ่มต้นด้วยการ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ แล้วดำเนินการ ต่อประกันรถยนต์ออนไลน์ ผ่านระบบ Rabbit Care ที่สะดวก เช็คเบี้ยหลายบริษัทชั้นนำในที่เดียว รองรับทั้ง ประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และภาคสมัครใจในขั้นตอนเดียว เริ่มเลยวันนี้

 

บทความแคร์ขับขี่ปลอดภัย

ความเร็วรถยนต์ตามกฎหมาย ขับเร็วแค่ไหนถึงโดนจับ

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

ความเร็วรถยนต์ตามกฎหมายไทย ปีล่าสุด ขับเร็วแค่ไหนถึงโดนจับ?

ในยุคที่ถนนเต็มไปด้วยรถยนต์หลากหลายประเภท การควบคุมความเร็วรถยนต์ จึงเป็นหัวใจสำคัญของการลดอุบัติเหตุ
กองบรรณาธิการ
27/02/2026
เลี้ยว หมายถึง

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

เลี้ยวรถอย่างมืออาชีพ ด้วยคู่มือฉบับสมบูรณ์เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน

การขับรถบนท้องถนนนั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย และหนึ่งในทักษะที่สำคัญที่สุดคือการ เลี้ยวรถ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือการกลับรถ
Natthamon
31/03/2025
ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไรให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

การบรรทุกของไม่ว่าจะเป็นบนรถกระบะ หรือรถบรรทุกขนาดใดก็ตาม กฎหมายมีการระบุเอาไว้อย่างชัดเจน ในเรื่องของระยะความกว้าง ยาว สูง
Natthamon
20/03/2025