ขับรถกินเลน ผิดกฎหมายหรือไม่ ? หากเกิดอุบัติเหตุใครเป็นฝ่ายผิด ?

Natthamon
ผู้เขียน: Natthamon Published: ธันวาคม 29, 2024
Natthamon
Natthamon
Natthamon เป็นนักเขียนคอนเทนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในอุตสาหกรรม FinTech ยานยนต์ และประกันภัย จบการศึกษา MBA สาขาการสื่อสารการตลาด และได้รับใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC License – Complex 2) รวมถึงเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต ด้วยพื้นฐานด้านการเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ทำให้ Natthamon มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกัน ประกันสุขภาพ และบริการทางการเงิน สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เชี่ยวชาญด้านการเขียนบทความประกันรถยนต์ การเปรียบเทียบความคุ้มครอง และการให้ความรู้ด้านประกันในหลากหลายประเภท Natthamon มีประสบการณ์ร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ได้แก่ Rabbit Care, CARSOME, DirectAsia Insurance และ GoBear
Natthamon
ตรวจทาน: Nok Srihong Last edited: ธันวาคม 29, 2024
Natthamon
Nok Srihong
จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาการจัดการการเงิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีประสบการณ์กว่า 6 ปี ในวงการฟินเทชและการเงินส่วนบุคคล โดยเฉพาะบัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ และรีไฟแนนซ์ ผ่านการเขียนคอนเทนต์ให้ Rabbit Care และ Asia Direct (6+ ปี) เน้นรีวิวผลิตภัณฑ์ สิทธิประโยชน์บัตรเครดิต และกลยุทธ์บริหารหนี้ ก่อนหน้านี้ ทำงานในอุตสาหกรรม OTA ชั้นนำอย่าง Laterooms.com และ Expedia.com (12 ปี) ซึ่งเสริมทักษะการวางแผนทางการเงินต่อทริป และยังเชี่ยวชาญการเลือกประกันการเดินทางที่คุ้มค่าและคุ้มครองชีวิตตลอดทริปสำหรับนักเดินทาง
ขับรถกินเลนใครเป็นฝ่ายผิด

‘ขับรถกินเลน’ อีกหนึ่งพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนที่ไม่ว่าใครเจอก็ต้องปวดหัว เพราะนอกจากจะทำให้เกิดความลำบากในการร่วมใช้ถนนแล้วยังเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้เป็นอย่างมาก อีกทั้งปัจจุบันก็มีผู้ที่มักจะขับรถกินเลนทั้งโดยที่รู้ตัวและไม่รู้ตัวเป็นจำนวนมาก วันนี้ แรบบิท แคร์ จึงเลือกหยิบยกข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการขับรถกินเลนและกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาฝาก เพื่อหวังว่าจะช่วยสร้างความตระหนักรู้และลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้บ้างนั่นเอง

ขับรถกินเลน คืออะไร ?

การขับรถกินเลน หรือการขับรถคร่อมเลนนั้น คือการขับรถกินพื้นที่จราจรข้ามเส้นแบ่งเลนไปยังเลนอื่นโดยไม่อยู่ในช่องเลนของตนเอง อย่างที่ภาษาพูดอาจเรียกว่า จะไปซ้ายก็ไม่ซ้าย จะไปขวาก็ไม่ขวา โดยพฤติกรรมการขับรถกินเลนเช่นนี้นั้นนอกจะเป็นพฤติกรรมการขับขี่ที่กั๊กเลนถนน ขวางทางสัญจรทำให้การจราจรติดขัด สร้างความรำคาญให้แก่ผู้ร่วมใช้ท้องถนน การขับรถกินเลนยังเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงควรเตือนสติตัวเองในระหว่างการขับขี่ไม่ให้ขับรถ กินเลนเป็นอันขาด เพื่อความปลอดภัยทั้งของตนเองและผู้อื่นนั่นเอง

ขับรถกินเลน อันตรายอย่างไร ?

สำหรับผู้ที่สงสัยว่าการขับรถกินเลนที่ว่าไม่ควรทำเพราะอาจทำให้เกิดอันตรายหรืออุบัติเหตุได้นั้น มีความอันตรายอย่างไร ? ลองนึกภาพว่าเรามีรถคันหนึ่งขับรถ กินเลนขวางอยู่ด้านหน้า แล้วเราขับรถมาด้วยความเร็วจากเลนขวา ซึ่งเป็นเลนที่รถจะขับด้วยความเร็วสูงกันเป็นปกติแล้วมาเจอรถขับรถกินเลนอยู่ด้านหน้า ส่งผลให้ต้องเบรกหรือรถความเร็วกะทันหัน ซึ่งอาจจะทำให้เบรกไม่ทัน ชนกับรถที่ขับกินเลนอยู่ด้านหน้า หรืออีกกรณีนึงคือเบรกทัน แต่รถด้านหลังต่อจากเราเบรกไม่ทัน ทำให้พุ่งชนรถเราจนไปชนรถที่ขับกินเลนอีกทีทำให้กลายเป็นอุบัติเหตุครั้งใหญ่ ทำให้เกิดความเสี่ยงอันตราย ทั้งกับชีวิตและทรัพย์สินของทุกคน

ขับรถกินเลน ผิดกฎหมายหรือไม่ ?

ในเมื่อการขับรถกินเลนนั้นก่อให้เกิดอันตราย แน่นอนว่าหลายคนคงนึกสงสัยว่าแล้วแบบนี้การขับรถ กินเลนนั้นจริง ๆ แล้วผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งคำตอบก็คือการขับรถกินเลนนั้นผิดกฎหมาย เพราะนอกจากจะเป็นการทำลายระบบระเบียบของเส้นทางจราจร ทำให้การจราจรติดขัด ขัดขวางทางสัญจรของผู้อื่นแล้วก็ยังเป็นการกระทำที่ทำให้เสี่ยงต่อการอุบัติเหตุและเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น ตนเอง และผู้คนรอบข้างเป็นอย่างมาก

ขับรถกินเลน มีบทลงโทษทางกฎหมายอย่างไร ?

สำหรับการขับรถกินเลนหรือขับรถคร่อมเลนนั้น ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(6) , 157 ซึ่งจะมีบทลงโทษทางกฎหมายคือ มีโทษปรับสูงสุดถึง 1,000 บาท กล่าวได้ว่าแม้จะยังไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น แต่เมื่อขับรถ กินเลนก็ถือว่ามีความผิดและมีสิทธิ์โดนปรับได้ ดังนั้นต้องพึงระลึกไว้ว่าต้องขับรถอยู่ในเลนของตนเอง

หากเกิดอุบัติเหตุขณะขับรถคร่อมเลน ใครเป็นฝ่ายผิด ?

ทราบกันไปแล้วว่าการขับรถกินเล่นนั้นมีความผิดและมีบทลงโทษทางกฎหมาย แล้วในกรณีที่ขับรถคร่อมเลนแล้วมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นล่ะถือว่ามีความผิดหรือไม่ ความผิดจะตกเป็นฝ่ายของคนที่ขับมาชนท้าย หรือจะเป็นความผิดของผู้ที่ขับรถ กินเลนกันแน่ สำหรับคำตอบของคำถามนี้นั้น เมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบนท้องถนนในขณะที่มีรถยนต์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขับรถคร่อมเลน ฝ่ายที่ผิดจะเป็นฝ่ายที่ขับรถกินเลน เนื่องจากเป็นฝ่ายที่ทำผิดกฎหมายจราจร ทั้งยังเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุนั่นเอง

ดังนั้นเมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นและมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขับรถกินเลน ฝ่ายที่ขับรถกินเลนจะต้องได้รับบทลงโทษตามกฎหมายตามที่ได้กล่าวถึงไปในข้างต้น และจะต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบความเสียหายของคู่กรณีทั้งหมดด้วยนั่นเอง

จะรู้ตัวได้อย่างไรว่าเราขับรถกินเลนหรือไม่ ?

สำหรับใครที่ไม่แน่ใจว่าปกติแล้วตนเองนั้นขับรถกินเลนหรือไม่ จะต้องหมั่นสังเกตพฤติกรรมการขับขี่ของตนเองกันไว้ โดยจะสามารถสังเกตว่าตนเองขับรถ กินเลนได้หรือไม่ง่าย ๆ โดยการตรวจเช็กบริเวณกระจกข้างว่าเราขับรถอยู่ในเส้นเลนของตนเองไหม ซึ่งความจริงแล้วถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่ผู้ใช้รถใช้ถนนจะต้องหูตาว่องไว และหมั่นตรวจสอบสภาพแวดล้อมโดยรอบและลักษณะการขับขี่ของตนเองอยู่ตลอดเวลาเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ทุกครั้งที่นั่งหลังพวงมาลัย

สิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อทราบว่าตนเองขับรถกินเลน

ในส่วนของผู้ที่ไม่เคยรู้ว่าตนเองนั้นมักจะขับรถกินเลนอยู่บ่อย ๆ และเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองนั้นมีพฤติกรรมการขับขี่อันไม่น่าพิสมัยเช่นนี้อยู่จะต้องทำอย่างไร มาดูวิธีปฏิบัติเมื่อทราบว่าตนเองขับรถกินเลนที่ แรบบิท แคร์ ได้เตรียมมาให้กัน

  • เมื่อทราบว่าตนเองขับรถกินเลนควรรีบตั้งสติมองความปลอดภัยโดยรอบและบังคับรถให้กลับเข้าไปอยู่ในเลนของตนเองทันที
  • หมั่นตรวจสอบตนเองให้มากขึ้นว่าขณะที่ขับขี่นั้นได้เผลอตัวกลับมาทำพฤติกรรมขับรถกินเลนอีกหรือไม่
  • พยายามฝึกฝนตนเองให้ขับรถอยู่ในเลนของตนเองให้เป็นนิสัย ความเคยชินในการควบคุมตนเองให้ขับรถในเลนจะช่วยให้ทิ้งพฤติกรรมขับรถกินเลนออกไปได้อย่างสมบูรณ์
  • ตรวจสอบว่ารถของตนเองนั้นมีการทำประกันรถยนต์เอาไว้หรือไม่ หากไม่มีควรทำประกันรถยนต์ กับ แรบบิท แคร์ เอาไว้ เพราะแน่นอนว่าแม้จะไม่มีนิสัยชอบขับรถกินเลนก็ยังมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้ หากมีนิสัยชอบขับรถกินเลนยิ่งต้องทำประกันเผื่อเอาไว้ ควบคู่กับการพยายามปรับแก้นิสัย ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา เลือกเปรียบเทียบประกันรถยนต์ คลิกที่ลิ้งค์ได้เลย

สิ่งเหล่านี้ถือสิ่งที่ควรปฏิบัติในทันทีเมื่อทราบว่าตนเองนั้นมีนิสัยชอบเผลอตัวขับรถกินเลน นอกจากนี้ยังควรพึงระลึกไว้ด้วยว่าในการใช้รถใช้ถนนทุกครั้งเราควรมีสติและสมาธิในการโฟกัสกับการขับรถให้มาก เพราะหลายครั้งที่การขับรถกินเลนมักเกิดจากการเหม่อลอยขณะขับรถหรือไม่โฟกัสกับถนนเบื้องหน้านั่นเอง

สาเหตุในการขับรถกินเลนที่พบบ่อย

แน่นอนว่าพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นล้วนมีสาเหตุ การขับรถกินเลนก็เช่นกัน ลองมาดูสาเหตุของการขับรถกินเลยเพื่อหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่จะส่งผลให้เกิดอันตรายตามมาเหล่านี้กันเลย

  • ไม่รู้จักระยะรถของตนเอง
  • มีอาการเหม่อลอย/ใจลอยขณะขับรถ
  • เล่นโทรศัพท์ระหว่างขับรถ
  • คุยโทรศัพท์ระหว่างขับรถ
  • ไม่โฟกัสกับการมองถนนเบื้องหน้า
  • จิตใจว่อกแว่ก คิดฟุ้งซ่าน ไม่มีสมาธิในระหว่างขับรถ

สาเหตุเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดพฤติกรรมการขับรถกินเลนที่พบได้บ่อย นอกจากนี้ยังถือเป็นพฤติกรรมระหว่างการขับขี่ที่อันตรายเป็นอย่างมาก ควรเลิกให้เด็ดขาด และโฟกัสกับการขับรถอย่างเต็มที่ทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย

จะทำอย่างไรเมื่อเจอรถขับรถกินเลน ?

สำหรับผู้ที่สงสัยว่าหากตนเองไม่ได้เป็นฝ่ายขับรถกินเลนแต่เป็นฝ่ายเจอรถที่ขับกินเลนจะต้องมีวิธีในการปฏิบัติตัวอย่างไร โดยสิ่งที่ต้องทำก็คือพยายามชะลอความเร็วลงไม่ขับไปใกล้ และอาจบีบแตรสั้น ๆ เบา ๆ เพื่อเป็นการส่งสัญญาณเตือนให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่าตนเองกำลังขับรถคร่อมเลน

สรุป

การขับรถกินเลนถือเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(6) ซึ่งห้ามขับรถในลักษณะที่กีดขวางหรือก่ออันตราย หากเกิดอุบัติเหตุ ผู้ขับกินเลนอาจถูกพิจารณาเป็นฝ่ายผิด หลักฐานจากกล้องและพยานจะช่วยตัดสินความรับผิดชอบ การมีประกันภัยชั้น 1 หรือ 2+ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉิน เพื่อความปลอดภัย ควรปฏิบัติตามกฎจราจร ติดตั้งกล้องหน้ารถ และเลือกประกันภัยที่เหมาะสม ขับขี่อย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันอุบัติเหตุและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา


บทความแนะนำอื่นๆ : อุบัติเหตุบนท้องถนนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ขับรถเร็วเกินกำหนด เคลมประกันได้ไหม? เกิดอุบัติเหตุขับรถชนคนบนถนน รถเป็นฝ่ายผิดจริงหรือไม่ อุบัติเหตุยอดฮิตบนท้องถนนมีอะไรบ้าง แจกตัวอย่างสัญญาประนีประนอมยอมความ รถชน สรุปสิ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนทั้งหมดในไทย เตือน! ขับช้าแช่เลนขวา เสี่ยงอุบัติเหตุ

ขับขี่ปลอดภัย ซื้อประกันง่ายๆ ที่ แรบบิท แคร์

การขับขี่รถอย่างปลอดภัยไม่ใช่แค่ลดอุบัติเหตุ แต่ยังช่วยประหยัดเบี้ยประกันรถยนต์ ในระยะยาวได้อีกด้วย หากประกันใกล้หมดอายุ เริ่มต้นด้วยการ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ แล้วดำเนินการ ต่อประกันรถยนต์ออนไลน์ ผ่านระบบ Rabbit Care ที่สะดวก เช็คเบี้ยหลายบริษัทชั้นนำในที่เดียว รองรับทั้ง ประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และภาคสมัครใจในขั้นตอนเดียว เริ่มเลยวันนี้

 

บทความแคร์ขับขี่ปลอดภัย

ความเร็วรถยนต์ตามกฎหมาย ขับเร็วแค่ไหนถึงโดนจับ

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

ความเร็วรถยนต์ตามกฎหมายไทย ปีล่าสุด ขับเร็วแค่ไหนถึงโดนจับ?

ในยุคที่ถนนเต็มไปด้วยรถยนต์หลากหลายประเภท การควบคุมความเร็วรถยนต์ จึงเป็นหัวใจสำคัญของการลดอุบัติเหตุ
กองบรรณาธิการ
27/02/2026
เลี้ยว หมายถึง

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

เลี้ยวรถอย่างมืออาชีพ ด้วยคู่มือฉบับสมบูรณ์เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน

การขับรถบนท้องถนนนั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย และหนึ่งในทักษะที่สำคัญที่สุดคือการ เลี้ยวรถ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือการกลับรถ
Natthamon
31/03/2025
ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไรให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

การบรรทุกของไม่ว่าจะเป็นบนรถกระบะ หรือรถบรรทุกขนาดใดก็ตาม กฎหมายมีการระบุเอาไว้อย่างชัดเจน ในเรื่องของระยะความกว้าง ยาว สูง
Natthamon
20/03/2025