ปรับท่านั่งขับรถ นั่งสบายไม่ปวดหลัง

กองบรรณาธิการ
ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ Published: มกราคม 27, 2021
กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย เนื้อหาผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย เพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง อัปเดตสม่ำเสมอ และมีความน่าเชื่อถือ โดย แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจนและช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้ (ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ ว00021/2557)
ปรับท่านั่งขับรถ

สำหรับคนที่ต้องขับรถเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ในระยะไกลบ่อย ๆ นั้น รู้หรือไม่ว่าการนั่งขับรถเป็นเวลานานหลายชั่วโมงต่อวัน อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ขับขี่ได้ โดยเฉพาะความเคยชินทำให้เรานั่งขับรถผิดท่า ก่อให้เกิดอาการปวดเมื่อยตัว หรือบางครั้งก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ดังนั้น ผู้ขับจึงควรปรับท่านั่งขับรถให้ถูกต้องและเหมาะสม เพื่อผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว และเพื่อให้นั่งสบายตลอดทั้งเส้นทางอีกด้วย


ปรับท่านั่งขับรถแบบไหน ให้นั่งสบายไม่ปวดหลัง

การนั่งขับรถก็เหมือนกับการที่เหล่ามนุษย์เงินเดือนที่ต้องนั่งอยู่กับท่าทางเดิม ๆ เป็นเวลานาน หากทำติดต่อกันเป็นเวลานานจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ เพราะฉะนั้นการปรับท่านั่งขับรถให้ถูกต้องจึงสำคัญ จะมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ดังนี้

ปรับเบาะรถให้พอดี

การปรับเบาะรถ (Seat) เป็นสิ่งที่ควรปรับเป็นอันดับแรกทั้งในเรื่องของระยะห่างและความสูงต่ำของเบาะรถ ที่ควรปรับให้พอดีกับผู้ขับขี่ การปรับระยะห่างของเบาะรถ ควรปรับระยะของเบาะให้เหมาะกับสภาพร่างกายของผู้ขับขี่

โดยนั่งให้กระดูกสันหลังส่วนเอว (Lumbar Spine) อยู่ชิดกับเบาะพอดี เท้าสามารถเหยียบแป้นเบรคได้จนสุด และเข่าสามารถงอได้เล็กน้อยในขณะเหยียบเบรค (ประมาณ 120 องศา) หากปรับเบาะให้ไกลเกินไปทำให้ผู้ขับขี่ต้องเหยียดขามากขึ้น อาจทำให้เหยียบแป้นเบรคไม่เต็มที่ และยังส่งผลต่อวิสัยทัศน์ในการขับขี่ มุมมองการมองเห็นสั้นลง เพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุอีกด้วย

ปรับพนักพิงให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม

การปรับพนักพิง (Backrest) ขณะนั่งขับรถแผ่นหลังของผู้ขับขี่ควรติดพนักพิงเสมอ ควรปรับพนักพิงให้เอียงประมาณ 20-30 องศา หากปรับพนักพิงในระดับที่เหมาะสม ข้อมือจะสามารถแตะกับพวงมาลัยได้พอดี

หากลองวางมือบนพวงมาลัยดูแล้วพบว่าเลยตำแหน่งของข้อมือเข้ามาแสดงว่าปรับความเอียงของพนักพิงน้อยเกินไป ทำให้ผู้ขับขี่นั่งชิดจนเกินไป อาจทำให้ต้องงอเข่ามากขึ้น หรือหากปรับพนักพิงห่าง ขณะเหยียบเบรคจะต้องออกแรงเหยียบเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เข่าต้องรับแรงกดมากขึ้น อาจทำให้ผู้ขับขี่มีอาการปวดเข่าตามมาได้

ปรับท่านั่งขับรถ

ปรับหมอนรองศีรษะ

การปรับหมอนรองศีรษะ (Head restraints) หมอนรองศีรษะที่ติดตั้งอยู่เหนือเบาะนั่งนั้นมีหน้าที่รองรับการกระแทกบริเวณศีรษะของผู้ขับรถและผู้ที่โดยสารในขณะเกิดอุบัติเหตุ เพื่อไม่ให้ศีรษะสะบัดไปทางด้านหลังอย่างรุนแรงซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายกับกระดูกบริเวณคอได้ การปรับหมอนรองศีรษะควรปรับให้อยู่กลางตำแหน่งศีรษะพอดี เพื่อที่เวลานั่งจะได้สบายมากขึ้นด้วย

ระดับพวงมาลัยก็สำคัญ

การปรับระดับพวงมาลัย (Steering wheel) ผู้ขับขี่ควรปรับระดับความสูงของพวงมาลัยให้อยู่ในระดับที่ขนานกับหลัง ไม่ควรปรับให้สูงหรือต่ำเกินไป เพราะจะทำให้เกิดความเมื่อยล้าในการขับรถระยะทางไกล ขณะจับพวงมาลัยข้อศอกควรงอทำมุมประมาณ 120 องศา และจากจุดศูนย์กลางของพวงมาลัยถึงบริเวณหน้าอกของผู้ขับขี่ควรมีระยะห่างประมาณ 10 นิ้ว หรือ 30 เซนติเมตร

ความสูงของที่วางแขน

อีกส่วนหนึ่งที่มักจะมองข้ามกันไปก็คือ การปรับที่วางแขน (Armrests) หากในรถยนต์มีการติดตั้งที่วางแขน หรือที่พักแขน ผู้ขับขี่ควรปรับที่วางแขนให้อยู่ในระดับความสูงที่เหมาะสม สามารถวางข้อศอกได้พอดี ไม่ควรปรับให้สูงจนเกินไปเพราะจะทำให้ต้องยกไหล่ขึ้นตลอดเวลาในขณะที่วางแขนลงบริเวณที่วางแขน อาจก่อให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อบริเวณไหล่และคอตามมาได้

ทั้งนี้ นอกจากการปรับท่านั่งให้เหมาะสมแล้ว การบริหารร่างกายด้วยท่าต่าง ๆ ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่สามารถช่วยลดอาการปวดหลังและอาการปวดเมื่อยตามส่วนต่างๆของร่างกายได้ เช่น ในช่วงการจราจรติดขัดเป็นเวลานาน ผู้ขับขี่สามารถทำท่าบริหารคอและข้อเท้าได้ หากสามารถปฏิบัติได้เท่านี้ ก็จะช่วยป้องกันอาการปวดหลังจากการขับรถได้อย่างแน่นอน หรือถ้าจำเป็นต้องเดินทางไกลจริงๆ แนะนำให้พยายามหาจุดพักรถบ้าง เพื่อที่ตัวผู้ขับและผู้โดยสารเองได้มีเวลาออกมายืดเส้นยืดสายข้างนอกรถบ้าง


อยากซื้อรถยนต์ อัปเดตเรื่องราวรถยนต์ใหม่ และซื้อขายรถยนต์สะดวกสบาย ราคาเป็นมิตร ที่ one2car.com สนับสนุนบทความดี ๆ โดย Autospinn อย่าลืมติดตามเรื่องรถใหม่-รถมือสองก่อนใครที่นี่ เปรียบเทียบประกันรถยนต์ ที่ Rabbit Care ผ่อน 0% ให้นานถึง 10 เดือน และส่วนลดสูงสุดถึง 70%

ขับขี่ปลอดภัย ซื้อประกันง่ายๆ ที่ แรบบิท แคร์

การขับขี่รถอย่างปลอดภัยไม่ใช่แค่ลดอุบัติเหตุ แต่ยังช่วยประหยัดเบี้ยประกันรถยนต์ ในระยะยาวได้อีกด้วย หากประกันใกล้หมดอายุ เริ่มต้นด้วยการ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ แล้วดำเนินการ ต่อประกันรถยนต์ออนไลน์ ผ่านระบบ Rabbit Care ที่สะดวก เช็คเบี้ยหลายบริษัทชั้นนำในที่เดียว รองรับทั้ง ประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และภาคสมัครใจในขั้นตอนเดียว เริ่มเลยวันนี้

 

บทความแคร์ขับขี่ปลอดภัย

ความเร็วรถยนต์ตามกฎหมาย ขับเร็วแค่ไหนถึงโดนจับ

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

ความเร็วรถยนต์ตามกฎหมายไทย ปีล่าสุด ขับเร็วแค่ไหนถึงโดนจับ?

ในยุคที่ถนนเต็มไปด้วยรถยนต์หลากหลายประเภท การควบคุมความเร็วรถยนต์ จึงเป็นหัวใจสำคัญของการลดอุบัติเหตุ
กองบรรณาธิการ
27/02/2026
เลี้ยว หมายถึง

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

เลี้ยวรถอย่างมืออาชีพ ด้วยคู่มือฉบับสมบูรณ์เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน

การขับรถบนท้องถนนนั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย และหนึ่งในทักษะที่สำคัญที่สุดคือการ เลี้ยวรถ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือการกลับรถ
Natthamon
31/03/2025
ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไรให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

การบรรทุกของไม่ว่าจะเป็นบนรถกระบะ หรือรถบรรทุกขนาดใดก็ตาม กฎหมายมีการระบุเอาไว้อย่างชัดเจน ในเรื่องของระยะความกว้าง ยาว สูง
Natthamon
20/03/2025