ปุ่มในรถที่ห้ามกดเล่นอย่างเด็ดขาด มีอะไรบ้าง?

Natthamon
ผู้เขียน: Natthamon Published: ธันวาคม 28, 2024
Natthamon
Natthamon
Natthamon เป็นนักเขียนคอนเทนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในอุตสาหกรรม FinTech ยานยนต์ และประกันภัย จบการศึกษา MBA สาขาการสื่อสารการตลาด และได้รับใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC License – Complex 2) รวมถึงเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต ด้วยพื้นฐานด้านการเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ทำให้ Natthamon มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกัน ประกันสุขภาพ และบริการทางการเงิน สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เชี่ยวชาญด้านการเขียนบทความประกันรถยนต์ การเปรียบเทียบความคุ้มครอง และการให้ความรู้ด้านประกันในหลากหลายประเภท Natthamon มีประสบการณ์ร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ได้แก่ Rabbit Care, CARSOME, DirectAsia Insurance และ GoBear
Natthamon
แก้ไขโดย: Natthamon Last edited: ธันวาคม 22, 2024
Natthamon
Natthamon
Natthamon เป็นนักเขียนคอนเทนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในอุตสาหกรรม FinTech ยานยนต์ และประกันภัย จบการศึกษา MBA สาขาการสื่อสารการตลาด และได้รับใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC License – Complex 2) รวมถึงเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต ด้วยพื้นฐานด้านการเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ทำให้ Natthamon มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกัน ประกันสุขภาพ และบริการทางการเงิน สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เชี่ยวชาญด้านการเขียนบทความประกันรถยนต์ การเปรียบเทียบความคุ้มครอง และการให้ความรู้ด้านประกันในหลากหลายประเภท Natthamon มีประสบการณ์ร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ได้แก่ Rabbit Care, CARSOME, DirectAsia Insurance และ GoBear
Natthamon
ตรวจทาน: Nok Srihong Last edited: ธันวาคม 22, 2024
Natthamon
Nok Srihong
จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาการจัดการการเงิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีประสบการณ์กว่า 6 ปี ในวงการฟินเทชและการเงินส่วนบุคคล โดยเฉพาะบัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ และรีไฟแนนซ์ ผ่านการเขียนคอนเทนต์ให้ Rabbit Care และ Asia Direct (6+ ปี) เน้นรีวิวผลิตภัณฑ์ สิทธิประโยชน์บัตรเครดิต และกลยุทธ์บริหารหนี้ ก่อนหน้านี้ ทำงานในอุตสาหกรรม OTA ชั้นนำอย่าง Laterooms.com และ Expedia.com (12 ปี) ซึ่งเสริมทักษะการวางแผนทางการเงินต่อทริป และยังเชี่ยวชาญการเลือกประกันการเดินทางที่คุ้มค่าและคุ้มครองชีวิตตลอดทริปสำหรับนักเดินทาง
ปุ่มในรถที่ห้ามกดเล่นอย่างเด็ดขาด มีอะไรบ้าง

รถยนต์สมัยใหม่มีการเพิ่มเทคโนโลยีขึ้นมามาก ทำให้มีปุ่มในรถหน้าตาแปลก ๆ ปรากฎเพิ่มขึ้นมาทีละปุ่มสองปุ่ม ใครที่เคยขับรถยนต์สมัยเมื่อสัก 5 ปีก่อนหน้านี้มาก่อน พอถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนเป็นรถยนต์รุ่นปัจจุบันอาจเกิดความสับสนได้ว่าปุ่มในรถแต่ละตัว มันมีหน้าที่ทำอะไรบ้างเมื่อเรากดลงไปแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตราย หรือความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน แรบบิท แคร์ ได้นำเนื้อหาเกี่ยวกับปุ่มในรถทั้งหมดที่ไม่ควรกดเล่นอย่างเด็ดขาดแบบครบถ้วนทุกปุ่ม หากใครที่ยังไม่มั่นใจเรื่องการใช้งานระบบกับปุ่มต่าง ๆ ลองมาทบทวนไปพร้อมกับเนื้อหาในบทความของเรา พร้อมกับรับรู้ถึงความอันตรายเผื่อเอาไว้ด้วย

รวมทุกปุ่มในรถที่ไม่ควรกดเล่น

รวมทุกปุ่มในรถที่ไม่ควรกดเล่นมากถึง 12 ปุ่มด้วยกัน คือ ปุ่มควบคุ้มการทรงตัว, ปุ่มระบบ Cruise Control, ปุ่ม Push Start, ปุ่มเปิดกระโปรงหน้า, ปุ่มเปิดกระโปรงหลัง, ปุ่มเบรกมือไฟฟ้า, ปถุ่มไล่ฝ้า, ปุ่มไฟฉุกเฉิน, ปุ่มไฟตัดหมอก, ปุ่มไฟสูง, ปุ่มเปิดฝาถังน้ำมัน และปุ่มเปิดปิดการทำงานถุงลมนิรภัย ซึ่งหากเป็นคนที่รู้อยู่แล้วว่าแต่ละปุ่มในรถมีหน้าที่ทำงานอะไร เราจะไม่พลาดเข้าไปกดเล่นจนเกิดความเสี่ยงอันตรายกันอยู่แล้ว ฉะนั้นใครที่ยังไม่รู้ควรอ่านให้ครบทุกปุ่ม เพื่อรับทราบถึงความอันตรายหากเผลอไปกดเล่นย้ำ ๆ หลายรอบ และรับรู้ว่าสัญลักษณ์ปุ่มในรถแต่ละปุ่มหมายถึงอะไรด้วย

ปุ่มควบคุมการทรงตัว

ปุ่มควบคุ่มการทรงตัว คือ ปุ่มในรถที่มีหน้าที่ในการเปิดปิดระบบ Traction Control หรือพูดง่าย ๆ ระบบนี้จะช่วยให้เราประคองรถได้ง่ายขึ้น จากระบบการทำงานที่เข้าไปช่วยควบคุมในหลายส่วน ซึ่งถ้าหากเราเผลอไปกดปิด อาจส่งผลให้มีการควบคุมรถยากขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ถนนลื่นมากกว่าปกติ หากเราเผลอไปกดปิดแบบไม่รู้ตัว ก็ถือเป็นการเพิ่มความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุได้

สัญลักษณ์ปุ่มในรถของปุ่มควบคุมการทรงตัว ส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นรูปรถยนต์กับเส้นโค้งไปมา เพื่อสื่อถึงการควบคุมเสถียรภาพของตัวรถ

ปุ่มระบบ Cruise Control

ปุ่มระบบ Cruise Control หรือในบางรุ่นอาจเป็นระบบ Adaptive Cruise Control ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยที่แตกต่างกันออกไป ปุ่มในรถของระบบดังกล่าว ส่วนใหญ่มักจะมาเป็นก้านคันโยกที่อยู่ใกล้ชิดกับพวงมาลัยรถ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการเปิดปิด รวมถึงช่วยให้สนับสนุนการขับขี่ได้ง่ายขึ้น เช่น ก้านโยกควบคุม Cruise Control ที่หากโยกหรือกดปุ่มจะเป็นการล็อกความเร็ว ณ ปัจจุบัน ส่วนทางด้าน Adaptive Cruise Control จะเป็นก้านเล็ก ๆ หลังพวงมาลัยไว้เปิดปิดเช่นเดียวกัน ซึ่งมีความอันตรายต่างกัน โดย Cruise Control ค่อนข้างอันตรายหากใช้งานช่วงที่จราจรติดขัด เพราะสุดท้ายเราต้องเหยียบเบรกเพื่อปรับลดความเร็วอยู่ดี จึงไม่ควรเปิดใช้งานแบบไม่เหมาะสม

คำแนะนำเพิ่มเติม สัญลักษณ์ของปุ่มในรถข้อนี้ มักจะมาเป็นก้านคันโยกตามที่กล่าวไป ทำให้ไม่มีสัญลักษณ์ระบุเอาไว้อย่างโดดเด่นเหมือนกับปุ่มอื่น ๆ จึงต้องศึกษาเพิ่มเติมจากคู่มือรถและระวังให้มากเป็นพิเศษ

ปุ่ม Push Start

ปุ่ม Push Start ปุ่มในรถที่มีหน้าที่หลักในการสตาร์ตเครื่องยนต์ โดยปกติเวลาที่เราทำความเร็วแบบเคลื่อนที่ตลอดเวลา หากเผลอกดก็จะไม่เป็นปัญหาอะไร แต่ช่วงไหนที่รถของเรากำลังชะลอความเร็วจนเหมือนกับกำลังจะหยุด แล้วเผลอไปกดปุ่มในรถปุ่มนี้เข้า บางรุ่นมีความเสี่ยงที่รถอาจดับได้ทันที จึงกลายเป็นเพิ่มความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน หากมีรถขับตามมาแล้วไม่ทันระวังกับความประมาทของเราที่เกิดขึ้น

สัญลักษณ์ปุ่มในรถของปุ่ม Push Start จะเป็นปุ่มสตาร์ตรถที่อยู่ใกล้พวงมาลัย เขียนว่า Psuh Start กำกับไว้อย่างชัดเจน

ปุ่มเปิดกระโปรงหน้า

ปุ่มเปิดกระโปรงหน้ารถเป็นปุ่มในรถที่มีหน้าที่ปลดล็อกฝากระโปรงหน้ารถ แม้ว่าเมื่อกดปลดล็อกแล้ว จะยังมีล็อกอยู่อีกหนึ่งชั้น แต่ถ้าหากได้รับแรงกระทำเยอะ ๆ ล็อกตัวนั้นมีสิทธิ์ที่จะคลายได้เช่นกัน ซึ่งส่วนมากอาจเผลอกดเปิดเอาไว้ และขับรถออกไปด้านนอก พอเจอลมแรง ๆ จากความเร็วปะทะต่อเนื่อง ฝากระโปรงรถมีสิทธิ์เปิดขึ้นมาบังกระจกรถของเรา หรือฝากแรงจนร้าวได้เช่นกัน 

สัญลักษณ์ปุ่มในรถของปุ่มเปิดกระโปรงหน้า จะเป็นรูปรถยนต์ที่ฝากระโปรงหน้ายกขึ้น

ปุ่มเปิดกระโปรงหลัง

ปุ่มเปิดกระโปรงหลัง หรือปุ่มในรถสำหรับเปิดฝาท้ายรถ ช่วงการขับขี่หากเราไม่ได้มีสิ่งของอยู่หลังรถ ถ้าหากเผลอเปิดไว้ก็ไม่นับว่าอันตรายเท่าไหร่นัก เพราะมีโอกาสสูงเมื่อรถได้รับการกระแทกในระดับหนึ่งฝากท้ายอาจปิดลงเอง เว้นแต่ว่าเราเผลอเปิดทิ้งไว้แล้วรถจอดสนิท อาจโดนโจรกรรมได้ง่ายมาก เพราะเพียงแค่เปิดการพับเบาะได้ ก็สามารถเข้าไปในตัวรถของเราได้แล้ว

สัญลักษณ์ปุ่มในรถของปุ่มเปิดกระโปรงหลัง มีลักษณะเป็นรูปรถยนต์ที่เปิดกระโปรงหลัง

ปุ่มเบรกมือไฟฟ้า

ปุ่มเบรกมือไฟฟ้า นับเป็นปุ่มในรถที่มีความทันสมัยอย่างมาก เพราะเป็นการย่อคันโยกเบรกมืออันใหญ่ ให้เหลือเพียงปุ่มเล็ก ๆ ทีทำงานควบคู่กับเซ็นเซอร์ไฟฟ้าเท่านั้น ทำให้มั่นใจในระดับหนึ่งว่าหากรถกำลังวิ่งด้วยความเร็วต่อเนื่อง ถ้าเผลอกดปุ่มไปมันจะไม่ทำงานทันที เว้นแต่รถของเรากำลังอยู่ในช่วงที่ความเร็วต่ำมาก มันอาจตอบสนองต่อการกดของเราทันที ทำให้รถหยุดได้กระทันหัน และรถหลังจะเข้ามาชวนท้ายของเรานั่นเอง

สัญลักษณ์ของปุ่มในรถปุ่มเบรกมือไฟฟ้า บนตัวปุ่มจะมีสัญลักษณ์วงกลมที่มีตัวอักษร P กำกับอยู่

ปุ่มไล่ฝ้า

ปุ่มไล่ฝ้า คือ ปุ่มในรถที่มีติดกับรถยนต์ทุกคันอยู่แล้ว มีหน้าที่ในการไล่ฝ้ากระจกหลัง เพื่อช่วยให้ทัศนวิสัยของเราดีขึ้นเมื่อเกิดฝ้า ซึ่งการทำงานของมันจะควบคุมให้ขดลวดปล่อยความร้อนออกมาเพื่อไล่ฝ้า หากเรากดปุ่มในรถนี้ทิ้งไว้นาน ๆ พอกระจกเจอความเย็นกระทันหัน เสี่ยงทำให้กระจกแตกได้ง่ายมาก รวมถึงปัญหาเรื่องการใช้ระบบไฟในรถที่แบตเตอรี่มีโอกาสพังตามไป

สัญลักษณ์ปุ่มในรถปุ่มไล่ฝ้า จะเป็นรูปเหมือนกระจกโค้ง และมีเส้นโค้งที่ลักษณะคล้ายคลื่นแนวตั้งประกอบด้วย

ปุ่มไฟฉุกเฉิน

ปุ่มไฟฉุกเฉินมีหน้าที่เป็นสัญญาณบ่งบอกกับรถคันหลังที่ขับตามมา ว่าด้านหน้าของเรามีเหตุการณ์ฉุกเฉินให้ระมัดระวังเอาไว้ ซึ่งถ้าใช้งานอย่างเหมาะสมตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มันมีประโยชน์อย่างสูงทีเดียว แต่ถ้าหากเราไปกดปุ่มในรถปุ่มนี้เล่น หรือใช้งานไม่เหมาะสม มันจะทำให้รถยนต์คันอื่นเกิดความสับสน กลายเป็นต้นเหตุความเสี่ยงอุบัติเหตุ

สัญลักษณ์ปุ่มในรถปุ่มไฟฉุกเฉิน มีรูปสัญลักษณ์สามเหลี่ยม ส่วนตัวปุ่มจะเป็นปุ่มโทนสีแดงสังเกตได้ชัดเจนบริโวณด้านบนคอนโซลรถยนต์

ปุ่มไฟตัดหมอก

ปุ่มไฟตัดหมอก ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่านี่คือปุ่มในรถที่ควบคุมการเปิดปิดระบบไฟตัดหมอก โดยเราจะใช้งานก็ต่อเมื่อมีหมอกลงหนา หรือช่วงที่ฝนตกหนักจนเหมือนด้านหน้ามีกำแพงน้ำสะท้อน ทำให้เรามองไม่เห็น ไฟตัดหมอกจะช่วยส่งแสงสว่างลงพื้นในระยะที่ช่วยให้เรามองเห็นได้ง่ายขึ้น ดังนั้นหากเรากดใช้เล่น ๆ เปิดไม่เหมาะสม ไฟตัดหมอกอาจส่งผลให้รถที่ขับสวนมาเกิดตาพร่ามัวได้ ที่สำคัญอาจผิดกฎหมายได้เล่น เพราะมันมีกฎหมายควบคุมการใช้งานอยู่

สัญลักษณ์ปุ่มในรถปุ่มไฟตัดหมอก มีลักษณะโคมไฟที่มีขีดแนวนอนเฉียงลงด้านล่างซ้าย เพื่อเป็นการสื่อว่าไฟจะเน้นสาดลงพื้น พร้อมกับตัดผ่านสัญลักษณ์เส้นคลื่นแนวตั้งที่เป็นตัวแทนของหมอกหรือสิ่งบดบังทัศนวิสัย

ปุ่มไฟสูง

ปุ่มไฟสูงจะเป็นปุ่มในรถที่อยู่ตรงก้านปรับไฟ มีหน้าที่ช่วยทำให้ไฟรถยนต์ของเราส่องสว่างมากกว่าเดิมเมื่อมีการเปิดใช้งาน จึงควรเปิดใช้ให้เหมาะสมกับบางช่วงเวลา โดยเฉพาะตอนที่ต้องขับบนถนนมืดสนิท แต่เมื่อมีรถสวนเราก็ควรดับไฟสูง ไม่อย่างนั้นอาจทำให้รถอีกขับตาพร่ามัวได้เช่นเดียวกัน

ปุ่มเปิดฝาถังน้ำมัน

ปุ่มเปิดฝาถังน้ำมันมีเหมือนกันในรถทุกคันอยู่แล้ว ความเป็นจริงเราจะใช้งานก็ต่อเมื่อต้องการเติมน้ำมัน แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เผลอเปิดปุ่มในรถนี้ทิ้งไว้ แม้อาจดูไม่อันตรายเนื่องจากมีซีลป้องกันไว้อีกชั้น แต่หากจอดในที่เปลี่ยวลับตาคน หรือในพื้นที่ที่เราไม่คุ้นเคย ยังคงความเสี่ยงถูกขโมยน้ำมันได้ด้วย

สัญลักษณ์ของปุ่มในรถปุ่มเปิดฝาถังน้ำมัน คือ บนปุ่มจะมีรูปตู้เติมน้ำมันกำกับเอาไว้ชัดเจน

ปุ่มเปิดปิดการทำงานถุงลมนิรภัย

ปุ่มเปิดปิดการทำงานถุงลมนิรภัย ซึ่งจะเป็นปุ่มในรถที่มีเพียงแค่บางรุ่นเท่านั้น จึงทำให้ผู้ขับขี่ต้องระวังมากเป็นพิเศษ หากเราเผลอกไปกดปิดไว้โดยที่ไม่กลับมากดเปิดใช้งานตามปกติ หากเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาจริง ระบบที่ถูกปิดไว้จะไม่ทำงาน และกลายเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวง ดังนั้นหากเป็นไปได้นี่เป็นปุ่มในรถที่ไม่ควรเข้าไปยุ่งโดยเด็ดขาด

สัญลักษณ์ปุ่มในรถปุ่มเปิดถุงลมนิรภัย จะเป็นลักษณะรูปคนนั่ง ด้านหน้ามีวงกลมที่ถูกขีดกากบาทเอาไว้ 

ฉะนั้นหากปุ่มในรถปุ่มไหนยังไม่มั่นใจการใช้งาน ให้ลองกลับไปเปิดคู่มือรถดูอีกครั้งเพื่อทบทวนความเข้าใจในระบบต่าง ๆ และทำความเข้าใจว่าปุ่มไหนควรหรือไม่ควรกด รวมถึงการพิจารณาประกันรถยนต์เพิ่มเติมเอาไว้เป็นตัวช่วยดูแล เวลาที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน ทางประกันรถยนต์จะเข้ามาช่วยดูแลตั้งแต่ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถ ไปจนถึงค่ารักษาพยาบาล และอื่น ๆ อย่างครอบคลุม หากต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม ติดต่อ แรบบิท แคร์ ได้ตลอดเวลาที่เบอร์ 1438 

สรุป

บทความนี้กล่าวถึงปุ่มต่าง ๆ ในรถยนต์รุ่นใหม่ที่ไม่ควรกดเล่นโดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายต่อระบบของรถ โดยเน้นปุ่มสำคัญ 12 ปุ่ม ได้แก่ ปุ่มควบคุมการทรงตัว, ระบบ Cruise Control, ปุ่ม Push Start, ปุ่มเปิดกระโปรงหน้าและหลัง, เบรกมือไฟฟ้า, ปุ่มไล่ฝ้า, ไฟฉุกเฉิน, ไฟตัดหมอก, ไฟสูง, ปุ่มเปิดฝาถังน้ำมัน และปุ่มเปิด-ปิดการทำงานของถุงลมนิรภัย พร้อมอธิบายหน้าที่ ความเสี่ยงหากใช้งานผิดวิธี และสัญลักษณ์ของแต่ละปุ่มอย่างละเอียด เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าใจและหลีกเลี่ยงการใช้งานที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ยังแนะนำให้ผู้ขับขี่ศึกษาคู่มือรถเพิ่มเติม และพิจารณาประกันภัยรถยนต์เพื่อความคุ้มครองในกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

ที่มา


บทความแนะนำอื่นๆ : การดูแลและบำรุงรักษารถ

How To ดูแลรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้นานๆ ยังไงดี ? - Rabbit Care วิธีเติมน้ำกลั่นด้วยตัวเอง และสิ่งที่ควรระวัง | แรบบิท แคร์ น้ำกลั่นแบตเตอรี่คืออะไร ทำไมไม่ควรใช้น้ำเปล่าเติม | แรบบิท แคร์ น้ำยาหล่อเย็น (Coolant) คืออะไร เติมเองได้ไหม | แรบบิท แคร์ น้ำมันเครื่อง เรื่องที่นักขับ ไม่ควรพลาด - Rabbit Care รวมเรื่องน่ารู้ ที่เกี่ยวกับ 'ไดนาโม' | แรบบิท แคร์ ล้างอัดฉีด คืออะไร ทำอะไรบ้าง ราคาเท่าไหร่ | แรบบิท แคร์ คาร์แคร์ (Car Care) คืออะไร ทำอะไรบ้าง ราคาถูกไหม | แรบบิท แคร์ สิ่งที่ต้องคำนึงในการเลือกสีรถ | แรบบิท แคร์ อะไหล่รถยนต์ไหน ที่ต้องตรวจเช็กบ่อยๆ กันนะ - Rabbit Care ตามส่องอายุใช้งานรถ เวลาไหนถึงควรเปลี่ยนรถใหม่กัน!? - Rabbit Care แฟชั่น 'ปาดเบาะ' คืออะไร ทำไมถึงได้รับความนิยม | แรบบิท แคร์

ขับขี่ปลอดภัย ซื้อประกันง่ายๆ ที่ แรบบิท แคร์

การขับขี่รถอย่างปลอดภัยไม่ใช่แค่ลดอุบัติเหตุ แต่ยังช่วยประหยัดเบี้ยประกันรถยนต์ ในระยะยาวได้อีกด้วย หากประกันใกล้หมดอายุ เริ่มต้นด้วยการ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ แล้วดำเนินการ ต่อประกันรถยนต์ออนไลน์ ผ่านระบบ Rabbit Care ที่สะดวก เช็คเบี้ยหลายบริษัทชั้นนำในที่เดียว รองรับทั้ง ประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และภาคสมัครใจในขั้นตอนเดียว เริ่มเลยวันนี้

 

บทความแคร์ขับขี่ปลอดภัย

ความเร็วรถยนต์ตามกฎหมาย ขับเร็วแค่ไหนถึงโดนจับ

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

ความเร็วรถยนต์ตามกฎหมายไทย ปีล่าสุด ขับเร็วแค่ไหนถึงโดนจับ?

ในยุคที่ถนนเต็มไปด้วยรถยนต์หลากหลายประเภท การควบคุมความเร็วรถยนต์ จึงเป็นหัวใจสำคัญของการลดอุบัติเหตุ
กองบรรณาธิการ
27/02/2026
เลี้ยว หมายถึง

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

เลี้ยวรถอย่างมืออาชีพ ด้วยคู่มือฉบับสมบูรณ์เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน

การขับรถบนท้องถนนนั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย และหนึ่งในทักษะที่สำคัญที่สุดคือการ เลี้ยวรถ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือการกลับรถ
Natthamon
31/03/2025
ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร

แคร์ขับขี่ปลอดภัย

ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไรให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

การบรรทุกของไม่ว่าจะเป็นบนรถกระบะ หรือรถบรรทุกขนาดใดก็ตาม กฎหมายมีการระบุเอาไว้อย่างชัดเจน ในเรื่องของระยะความกว้าง ยาว สูง
Natthamon
20/03/2025