ประกันรถยนต์ชั้น 3 คุ้มอะไรบ้าง แล้วต่างจาก พ.ร.บ. ยังไง

กองบรรณาธิการ
ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ Published: มิถุนายน 2, 2026
กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย เนื้อหาผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย เพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง อัปเดตสม่ำเสมอ และมีความน่าเชื่อถือ โดย แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจนและช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้ (ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ ว00021/2557)
ความคุ้มครองประกันรถยนต์ชั้น 3

ประกันรถยนต์ชั้น 3 คืออะไร

คำตอบสั้น ๆ : ประกันรถยนต์ชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง?

ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะความรับผิดต่อบุคคลภายนอก 2 ส่วน คือ

  • ค่าเสียหายทรัพย์สินของคู่กรณี
  • ชีวิต/ร่างกายของคู่กรณีและบุคคลภายนอก รวมถึง PA ผู้ขับขี่/โดยสาร
ไม่คุ้มครองรถเราทั้งสิ้น ไม่ว่าจะซ่อมรถเรา รถหาย หรือไฟไหม้

ประกันรถยนต์ชั้น 3 คือประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจระดับพื้นฐานที่สุด เบี้ยถูกที่สุดในทุกชั้น แต่คุ้มครองเฉพาะความรับผิดต่อคู่กรณี เท่านั้น ไม่มีความคุ้มครองสำหรับรถของเราไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น

จุดต่างหลักจากชั้น 3+ คือ ชั้น 3+ เพิ่มความคุ้มครองซ่อมรถเราเมื่อมีคู่กรณี แต่ชั้น 3 ไม่มี ทำให้ชั้น 3 เหมาะกับรถเก่ามูลค่าต่ำที่ผู้ขับขี่ยอมรับค่าซ่อมตัวเองได้ และต้องการเพียงความคุ้มครองกรณีไปทำให้คู่กรณีเสียหาย

ประกันรถยนต์ชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันชั้น 3 มีความคุ้มครองเพียง 2 รายการ เน้นความรับผิดต่อบุคคลภายนอกเท่านั้น

1. ทรัพย์สินคู่กรณี

ค่าซ่อมรถและทรัพย์สินที่เราไปทำให้คู่กรณีเสียหาย บริษัทประกันรับผิดชอบแทนเรา ป้องกันความเสี่ยงถูกเรียกร้องค่าเสียหายรถคู่กรณีราคาแพงในหลักแสนบาท

2. ชีวิต/ร่างกายคู่กรณี และ PA คนในรถเรา

ค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของคู่กรณีและบุคคลภายนอก รวมถึงอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารในรถเรา (วงเงินตามแผน)

💡 ความแตกต่างระหว่างชั้น 3 กับ พ.ร.บ. คือ พ.ร.บ. คุ้มครองชีวิต/ร่างกายในวงเงินต่ำตามกฎหมาย แต่ไม่คุ้มครองทรัพย์สินคู่กรณีเลย ชั้น 3 จึงเป็นตัวที่อุดช่องว่างตรงนี้

ประกันรถชั้น 3 ไม่คุ้มครองอะไร (สำคัญมาก)

ชั้น 3 มีข้อยกเว้นมากที่สุดในทุกชั้น ต้องเข้าใจให้ครบก่อนตัดสินใจ

ไม่คุ้มครอง – จุดสำคัญที่สุด

ซ่อมรถเรา (ทุกกรณี)

ไม่ว่าจะชนกับรถคันอื่นมีคู่กรณี หรือชนเสา ตกถนนโดยไม่มีคู่กรณี — ชั้น 3 ไม่คุ้มครองค่าซ่อมรถของเราทั้งสิ้น ต้องออกค่าซ่อมเองทุกกรณี

ไม่คุ้มครอง

รถสูญหาย / ไฟไหม้

ถ้ารถถูกขโมยหรือเกิดไฟไหม้ตัวรถ ไม่ได้รับค่าชดเชยใด ๆ ต่างจากชั้น 1, 2+, 2 ที่คุ้มครองกรณีเหล่านี้

ไม่คุ้มครอง

น้ำท่วม / ภัยธรรมชาติ

น้ำท่วม พายุ แผ่นดินไหว ไม่มีความคุ้มครองใด ๆ ทั้งสิ้น

ไม่คุ้มครอง

ขับขณะเมาสุรา / ใช้ยาเสพติด

ทุกกรมธรรม์ไม่คุ้มครองหากผู้ขับขี่มีแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกฎหมายกำหนด (50 mg%) หรืออยู่ภายใต้ฤทธิ์ยาเสพติด

⚠️ ชั้น 3 เหมาะสำหรับคนที่ยอมรับได้ว่าถ้าเกิดเหตุกับรถตัวเองทุกกรณี ต้องออกค่าใช้จ่ายเอง แต่ต้องการประกันที่ช่วยรับผิดชอบค่าเสียหายต่อคู่กรณีในราคาเบี้ยที่ต่ำที่สุด

ตารางเปรียบเทียบ ประกันรถชั้น 3 กับชั้นอื่น

สรุปภาพรวมความคุ้มครองทุกชั้นในตารางเดียว เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ความคุ้มครอง ชั้น 1 ชั้น 2+ ชั้น 2 ชั้น 3+ ชั้น 3
ซ่อมรถเรา (มีคู่กรณีทางบก)
ซ่อมรถเรา (ไม่มีคู่กรณี)
รถสูญหาย / ไฟไหม้
น้ำท่วม / ภัยธรรมชาติ
ทรัพย์สินคู่กรณี
ชีวิต/ร่างกายคู่กรณี
ชีวิต/ร่างกายผู้ขับขี่/โดยสาร
ราคาเบี้ย (โดยประมาณ) สูงสุด ปานกลาง ประหยัด ประหยัด ต่ำสุด

✓ = คุ้มครอง  |  ✗ = ไม่คุ้มครอง  |  ข้อมูลเป็นภาพรวมทั่วไป เงื่อนไขจริงขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ของแต่ละบริษัท

ประกันรถยนต์ชั้น 3 เหมาะกับใคร

ชั้น 3 เหมาะกับกลุ่มที่แคบที่สุด ต้องตรงทุกเงื่อนไขจึงจะคุ้มค่า

เหมาะ ✓

รถเก่ามากอายุ 10 ปีขึ้นไป มูลค่าตลาดต่ำมากจนค่าซ่อมรถเราอาจเกินราคาขาย ไม่คุ้มที่จะทำชั้นสูงกว่านี้

เหมาะ ✓

ใช้รถน้อยมาก เก็บในบ้านส่วนใหญ่ ออกขับเฉพาะโอกาสพิเศษ ความเสี่ยงต่ำ แต่ยังต้องการคุ้มครองกรณีชนคู่กรณี

เหมาะ ✓

ขับขี่ชำนาญมากและมีประสบการณ์สูง ยอมรับความเสี่ยงออกค่าซ่อมรถตัวเองได้ แต่ยังต้องการคุ้มครองความรับผิดต่อคู่กรณี

เหมาะ ✓

มีที่จอดรถปลอดภัยมาก ไม่กังวลรถหาย ไม่กังวลไฟไหม้ ต้องการเบี้ยต่ำสุดที่ยังมีความคุ้มครองทางกฎหมายมากกว่า พ.ร.บ. อย่างเดียว

ควรพิจารณาชั้น 3+ แทน

ถ้ากังวลว่าชนกับรถอื่นแล้วต้องออกค่าซ่อมเอง

ชั้น 3+ เพิ่มความคุ้มครองซ่อมรถเราเมื่อมีคู่กรณี เบี้ยสูงกว่าชั้น 3 เพียง 15–25% แต่ลดความเสี่ยงค่าซ่อมหลักหมื่นได้ดีกว่า

ควรพิจารณาชั้น 2 แทน

ถ้าจอดรถในพื้นที่เสี่ยงรถหายหรือไฟไหม้

ชั้น 2 เพิ่มความคุ้มครองรถหายและไฟไหม้ในราคาใกล้เคียงกัน เหมาะกว่าถ้าไม่มีที่จอดรถปลอดภัย

ประกันชั้น 3 กับ พ.ร.บ. อย่างเดียว ต่างกันอย่างไร?

คำถามนี้พบบ่อยมากในกลุ่มผู้ใช้รถเก่า ทำความเข้าใจความแตกต่างให้ชัดก่อนตัดสินใจว่าจะทำแค่ พ.ร.บ. หรือเพิ่มชั้น 3 ด้วย

  • 1
    พ.ร.บ. ไม่คุ้มครองทรัพย์สินคู่กรณีเลย ถ้าชนรถ BMW หรือ Mercedes ราคา 3 ล้านบาท แล้วทำให้เสียหายหลักแสน พ.ร.บ. ไม่จ่ายค่าซ่อมรถคู่กรณีเลย ต้องออกเองทั้งหมด ประกันชั้น 3 อุดช่องว่างนี้โดยตรง
  • 2
    พ.ร.บ. มีวงเงินชีวิต/ร่างกายต่ำกว่าชั้น 3 มาก พ.ร.บ. จ่ายค่ารักษาพยาบาลสูงสุดประมาณ 80,000 บาท ต่อผู้ประสบภัย ชั้น 3 มีวงเงินสูงกว่าหลายเท่าตามแผนที่เลือก ถ้าคู่กรณีได้รับบาดเจ็บหนัก ส่วนต่างอาจต้องออกเองอีกมาก
  • 3
    พ.ร.บ. จ่ายทุกคนโดยไม่พิจารณาว่าใครผิด ชั้น 3 จ่ายเฉพาะกรณีเราผิด พ.ร.บ. เป็นระบบ “no-fault” – จ่ายทุกคนที่ได้รับบาดเจ็บก่อน แล้วค่อยมาไล่เบี้ยกันทีหลัง ชั้น 3 จ่ายเฉพาะกรณีที่เราเป็นฝ่ายก่อให้เกิดความเสียหายแก่คู่กรณีเท่านั้น ทั้งสองระบบทำงานเสริมกัน
  • 4
    ชั้น 3 คุ้มครอง PA ผู้โดยสารในรถเรา พ.ร.บ. ก็คุ้มครองด้วย แต่วงเงินต่างกัน PA ในประกันชั้น 3 จ่ายเพิ่มเติมจาก พ.ร.บ. ทำให้ผู้โดยสารในรถเราได้รับความคุ้มครองรวมสูงกว่า ซึ่งสำคัญมากถ้ามักพาผู้โดยสารไปด้วยเป็นประจำ
  • 5
    สรุป: ชั้น 3 คือ “ต่อยอด” จาก พ.ร.บ. ไม่ใช่ทดแทน ต้องมีทั้ง พ.ร.บ. และชั้น 3 เสมอ ไม่สามารถใช้ชั้น 3 แทน พ.ร.บ. ได้ เบี้ยชั้น 3 ที่เพิ่มอีกเพียง 1,500–3,000 บาท/ปี เทียบกับความเสี่ยงค่าซ่อมรถคู่กรณีหลักแสนบาท ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับรถทุกคัน

💡 ในทางปฏิบัติ แนะนำให้ทำอย่างน้อยชั้น 3 เสมอ แม้รถจะเก่ามากแค่ไหนก็ตาม เพราะความเสี่ยงที่ชนรถคู่กรณีราคาแพงนั้นเกิดขึ้นได้เสมอโดยไม่คาดคิด

ประกันรถยนต์ชั้น 3 ราคาเบี้ยเท่าไร

ตารางด้านล่างเป็นค่าประมาณการเพื่อใช้ในการวางแผน เปรียบเทียบกับชั้น 3+ และ 2 ให้เห็นภาพชัด

รถยนต์ (ตัวอย่าง) อายุรถ ชั้น 3 (โดยประมาณ) ชั้น 3+ (โดยประมาณ) ชั้น 2 (โดยประมาณ)
Honda City / Toyota Vios 10 ปีขึ้นไป 1,500–3,000 บาท/ปี 2,000–3,800 บาท/ปี 2,500–4,500 บาท/ปี
Toyota Camry / Honda Accord 10 ปีขึ้นไป 2,000–4,000 บาท/ปี 2,800–5,000 บาท/ปี 3,500–6,000 บาท/ปี
Toyota Fortuner / Ford Ranger 10 ปีขึ้นไป 2,500–4,500 บาท/ปี 3,200–5,800 บาท/ปี 4,000–7,000 บาท/ปี

ราคาข้างต้นเป็นค่าประมาณการรวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรแสตมป์แล้ว ราคาจริงขึ้นอยู่กับบริษัทประกัน อายุผู้ขับขี่ ประวัติการเคลม และเงื่อนไขกรมธรรม์ ควรเช็กเบี้ยจากโบรกเกอร์เพื่อราคาที่แม่นยำที่สุด

เช็กลิสต์ก่อนซื้อประกันชั้น 3

ใช้เช็กลิสต์นี้ประกอบการตัดสินใจเพื่อให้ได้แผนที่คุ้มค่าที่สุด

1

ยืนยันว่ารับได้กับ “ไม่มีความคุ้มครองรถเราเลย”
ถ้าชนหรือรถหายหรือไฟไหม้ ต้องออกค่าใช้จ่ายเองทุกกรณี ถ้ารับไม่ได้ควรเลือกชั้น 3+ หรือสูงกว่า

2

เปรียบเทียบกับชั้น 3+
เบี้ยต่างกันเพียง 15–25% แต่ชั้น 3+ ซ่อมรถเราได้เมื่อมีคู่กรณี คำนวณดูว่าคุ้มที่จะจ่ายเพิ่มอีกหลักร้อยถึงพันบาทต่อปีไหม

3

วงเงินความรับผิดต่อทรัพย์สินคู่กรณี
ตรวจสอบวงเงินสูงสุดที่บริษัทจะจ่ายค่าซ่อมรถคู่กรณี วงเงินต่ำเกินไปอาจต้องจ่ายส่วนต่างเองถ้าคู่กรณีใช้รถหรู

4

วงเงิน PA และชีวิต/ร่างกายคู่กรณี
เปรียบเทียบวงเงินระหว่างบริษัท ชั้น 3 ที่ราคาใกล้เคียงกันอาจมีวงเงินคุ้มครองต่างกันมาก

5

เปรียบเทียบอย่างน้อย 3 บริษัท
เบี้ยชั้น 3 อาจต่างกันได้ 20–30% ระหว่างบริษัทสำหรับรถรุ่นเดียวกัน ใช้โบรกเกอร์ออนไลน์เปรียบเทียบก่อนเสมอ

6

ตรวจสอบ พ.ร.บ. ต่ออายุแล้ว
ต้องมีทั้ง พ.ร.บ. และชั้น 3 จึงจะครอบคลุมได้ดีที่สุด ตรวจดูวันหมดอายุ พ.ร.บ. ให้ชัดเจนก่อนซื้อชั้น 3

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันชั้น 3

รวมคำถามที่พบบ่อยที่สุดจากผู้ที่กำลังพิจารณาทำประกันชั้น 3

ชั้น 3+ ซ่อมรถเราได้เมื่อมีคู่กรณี ชั้น 3 ไม่ซ่อมรถเราเลย เบี้ยต่างกันประมาณ 15–25%

จุดต่างเพียงข้อเดียวคือ ชั้น 3+ คุ้มครองซ่อมรถเราเมื่อมีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก ขณะที่ ชั้น 3 ไม่คุ้มครองซ่อมรถเราเลย ทั้งสองชั้นไม่คุ้มครองรถหายและไฟไหม้เหมือนกัน เบี้ยชั้น 3 ถูกกว่าชั้น 3+ ประมาณ 15–25% ถ้าขับในเมืองและมีโอกาสชนรถคันอื่น ชั้น 3+ คุ้มค่ากว่าชัดเจน

พ.ร.บ. ไม่คุ้มครองทรัพย์สินคู่กรณีเลย ชั้น 3 อุดช่องว่างนี้ในราคาเบี้ยเพิ่มหลักพันบาทต่อปี

พ.ร.บ. คุ้มครองเฉพาะชีวิต/ร่างกายของผู้ประสบภัยทุกคน ในวงเงินตามที่กฎหมายกำหนด โดยไม่พิจารณาว่าใครผิด และไม่คุ้มครองทรัพย์สินใดทั้งสิ้น ชั้น 3 เพิ่มความคุ้มครองทรัพย์สินคู่กรณีและเพิ่มวงเงินชีวิต/ร่างกายให้สูงขึ้น แต่จ่ายเฉพาะกรณีที่เราเป็นฝ่ายผิด ทั้งสองต้องมีพร้อมกัน ใช้ทดแทนกันไม่ได้

ไม่ครับ ไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น ต้องออกค่าซ่อมรถตัวเองทั้งหมด แต่ชั้น 3 จ่ายค่าซ่อมรถคู่กรณีแทนเรา

ไม่ครับ นี่คือข้อจำกัดหลักของประกันชั้น 3 ทั้งกรณีชนกับรถคันอื่น หรือชนเสา ต้นไม้ ตกถนน — ชั้น 3 ไม่คุ้มครองค่าซ่อมรถเราเลย สิ่งที่ชั้น 3 ทำแทนคือจ่ายค่าซ่อมรถคู่กรณีแทนเราเมื่อเราเป็นฝ่ายผิด ถ้าต้องการให้ซ่อมรถเราด้วยควรเลือกชั้น 3+

ทำได้ตามกฎหมาย แต่เสี่ยงสูงมาก เพราะ พ.ร.บ. ไม่คุ้มครองทรัพย์สินคู่กรณีเลย

ทำได้ตามกฎหมาย เพราะ พ.ร.บ. คือประกันภาคบังคับเพียงอย่างเดียวที่กฎหมายกำหนด แต่ถ้าชนรถหรู ค่าซ่อมอาจสูงหลายแสนบาท และ พ.ร.บ. ไม่จ่ายทรัพย์สินให้เลย ต้องออกเองทั้งหมด เบี้ยชั้น 3 เพิ่มอีกเพียง 1,500–3,000 บาท/ปี เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงนั้น ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับรถทุกคัน

ประมาณ 1,500–4,500 บาท/ปี เป็นเบี้ยต่ำสุดในบรรดาประกันภาคสมัครใจทุกชั้น

เบี้ยประกันชั้น 3 โดยประมาณอยู่ที่ 1,500–4,500 บาทต่อปี ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่น อายุรถ และบริษัทประกัน ถูกกว่าชั้น 3+ ประมาณ 15–25% และถูกกว่าชั้น 1 ประมาณ 75–85% ถือเป็นต้นทุนต่ำสุดในการมีประกันภาคสมัครใจ

เหมาะที่สุดกับรถอายุ 10 ปีขึ้นไป ที่มูลค่าตลาดต่ำจนไม่คุ้มทำชั้นที่มีซ่อมรถเรา

รถอายุ 10 ปีขึ้นไปที่มูลค่าตลาดต่ำกว่า 200,000–300,000 บาท มักเหมาะกับชั้น 3 มากที่สุด เพราะค่าเบี้ยชั้นสูงกว่าอาจไม่คุ้มกับมูลค่ารถที่เหลือ รถอายุ 7–10 ปีอาจยังอยู่ในเขตกลาง ควรเปรียบเทียบเบี้ยชั้น 3 กับ 3+ ก่อนตัดสินใจ

ไม่ครับ ชั้น 3 ไม่คุ้มครองน้ำท่วม รถหาย ไฟไหม้ หรือภัยธรรมชาติใดทั้งสิ้น

ไม่ครับ ประกันชั้น 3 ไม่คุ้มครองน้ำท่วม รถหาย ไฟไหม้ หรือภัยธรรมชาติใดทั้งสิ้น ครอบคลุมเฉพาะความรับผิดต่อบุคคลภายนอกเท่านั้น ถ้าต้องการคุ้มครองน้ำท่วมต้องเลือกชั้น 1ที่คุ้มครองน้ำท่วมเป็นมาตรฐาน หรือชั้นอื่นที่มี Add-on น้ำท่วม

ต้องทำเสมอ พ.ร.บ. เป็นกฎหมายบังคับทุกคัน ไม่ขึ้นกับประกันภาคสมัครใจ

ต้องทำ พ.ร.บ. (ประกันภัยภาคบังคับ) อยู่เสมอ ไม่ว่าจะทำประกันชั้นใดหรือไม่ก็ตาม เพราะเป็นกฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมี พ.ร.บ. คุ้มครองเฉพาะชีวิตและร่างกายของผู้ประสบภัยขั้นต้น ประกันชั้น 3 และ พ.ร.บ. ทำงานเสริมกัน ไม่ใช่ทดแทนกัน รถที่ขาด พ.ร.บ. มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท

อยากได้ประกันชั้น 3 ที่คุ้มค่าที่สุด ให้แรบบิท แคร์ช่วยเปรียบเทียบให้

เปรียบเทียบแผนประกันชั้น 3 จากบริษัทชั้นนำหลายเจ้าในที่เดียว พร้อมทีมแอดไวเซอร์ช่วยแนะนำว่าชั้น 3 หรือ 3+ คุ้มค่ากว่ากันสำหรับรถและการใช้งานของคุณ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเปรียบเทียบ

เช็กเบี้ยออนไลน์ได้เลยทันที หรือโทรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่เบอร์ 1438

เช็กเบี้ยประกันชั้น 3 ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

แรบบิท แคร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์

แรบบิท แคร์ รวบรวมประกันภัยรถยนต์จากหลายบริษัทมาให้คุณเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ทั้งราคา ความคุ้มครองประกันรถยนต์ แต่ละประเภท บริการเคลม เลือกแบบที่เหมาะกับการใช้งาน และงบประมาณ คุณสามารถเช็คเบี้ยและเปรียบเทียบประกันรถยนต์ออนไลน์ จากหลายบริษัทได้ทันทีในที่เดียว

  • เปรียบเทียบประกันรถยนต์จากหลายบริษัทในหน้าเดียว
  • มีทุกชั้นความคุ้มครอง ทั้งชั้น 1, 2+, 3+, และชั้น 3
  • มีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำตลอดการเลือกซื้อ

บริษัท แรบบิท แคร์ โบรคเกอร์ จำกัด เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจาก คปภ. ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยโปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นทุกครั้ง

 

บทความแคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันรถยนต์ชั้น 2 คุ้มครองอะไรบ้าง

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันรถยนต์ชั้น 2 คุ้มอะไรบ้าง และไม่คุ้มอะไร รู้ก่อนตัดสินใจซื้อ

ประกันรถยนต์ชั้น 2 เด่นเรื่องคุ้มครองรถหายและไฟไหม้ในราคาประหยัด แต่ไม่ซ่อมรถเราไม่ว่ากรณีใด เหมาะกับผู้ขับขี่ชำนาญที่จอดรถในพื้นที่เสี่ยง และรับความเสี่ยงค่าซ่อมตัวเองได้
กองบรรณาธิการ
02/06/2026
ประกันชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง ฉบับครบจบในที่เดียว

ประกันรถยนต์ชั้น 1 ให้ความคุ้มครองครบที่สุดในทุกชั้น รวมถึงซ่อมรถเราได้แม้ชนเองไม่มีคู่กรณี และคุ้มครองน้ำท่วมเป็นมาตรฐาน เหมาะกับรถใหม่ รถที่ยังผ่อนอยู่ หรือผู้ที่ต้องการความอุ่นใจสูงสุด
กองบรรณาธิการ
02/06/2026
ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง เหมาะกับใคร

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง ? เหมาะกับใคร

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มรถอายุ 3–10 ปี เพราะให้ความคุ้มครองรถหายและไฟไหม้เพิ่มขึ้นจากชั้น 3+ ในราคาที่ยังไม่สูงเท่าชั้น 1 น้องแคร์สรุปครบทุกข้อ
กองบรรณาธิการ
29/05/2026