ประกันภาคสมัครใจ คืออะไร ต่างจาก พ.ร.บ. ยังไง จำเป็นต้องทำไหม?
ถ้าคุณมีรถ สิ่งที่ต้องทำแน่นอนคือประกันภาคบังคับหรือ พ.ร.บ. แต่ในชีวิตจริง เวลารถชน เคลม ซ่อมรถ หรือมีคู่กรณีเรียกค่าเสียหาย สิ่งที่ช่วยคุณได้จริงส่วนใหญ่คือ “ประกันภาคสมัครใจ” อย่างประกันชั้น 1, 2+, 3+, 2 และ 3 แผนต่าง ๆ เหล่านี้นี่เอง
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักประกันภาคสมัครใจแบบครบจบ ตั้งแต่ความหมาย ความคุ้มครอง ไปจนถึงวิธีเลือกแผนที่เหมาะกับงบและการใช้รถของคุณ พร้อมตัวอย่างสถานการณ์จริงที่เจ้าของรถส่วนใหญ่ต้องเจอ
ประกันภาคบังคับ vs ประกันภาคสมัครใจ ต่างกันยังไง?
ประกันภาคบังคับ (พ.ร.บ.) คืออะไร?
พ.ร.บ. คือประกันที่กฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องทำก่อนต่อทะเบียน เน้นคุ้มครองชีวิตและร่างกายของผู้ขับ ผู้โดยสาร และบุคคลภายนอกจากอุบัติเหตุ ไม่ได้เน้นคุ้มครองตัวรถเราเอง
วงเงินคุ้มครองของ พ.ร.บ. มีเพดานจำกัด และไม่ครอบคลุมค่าซ่อมรถเรา หรือรถคู่กรณีเต็มจำนวน ทำให้เจ้าของรถอาจต้องควักเงินก้อนใหญ่เมื่อเกิดเหตุหนัก ๆ
ประกันภาคสมัครใจคืออะไร?
ประกันภาคสมัครใจคือประกันรถยนต์ที่เจ้าของรถเลือกซื้อเพิ่ม เพื่อให้ความคุ้มครองครอบคลุมมากกว่าพ.ร.บ. ทั้งตัวรถเรา รถคู่กรณี และผู้โดยสาร ตามเงื่อนไขของแต่ละชั้นประกัน
- คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถเรา
- คุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของคู่กรณี
- คุ้มครองผู้โดยสารและบุคคลภายนอกเพิ่มเติมจาก พ.ร.บ.
- หลายแผนครอบคลุมรถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม และภัยธรรมชาติอื่น ๆ ตามเงื่อนไข
เวลาพูดถึงประกันชั้น 1, 2+, 3+, 2 และ 3 ทั้งหมดนี้คือ “ประกันภาคสมัครใจ” ไม่ใช่ประกันที่กฎหมายบังคับ
ประกันภาคสมัครใจมีกี่แบบ? รู้จักชั้น 1 / 2+ / 3+ / 2 / 3 แบบเร็ว ๆ
ประกันชั้น 1
คุ้มครองครอบคลุมที่สุด ทั้งรถเรา รถคู่กรณี และผู้ประสบเหตุ ทั้งกรณีมีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี เช่น ชนเสา ชนกำแพง รถตกข้างทาง น้ำท่วม หรือไฟไหม้ ตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัท
เหมาะกับ: รถใหม่ รถผ่อนอยู่ รถราคาสูง หรือคนที่อยากได้ความอุ่นใจสูงสุด
ประกันชั้น 2+
คุ้มครองรถเราเมื่อชนกับยานพาหนะทางบก พร้อมคุ้มครองรถคู่กรณีและบุคคลภายนอก หลายแผนครอบคลุมรถหายและไฟไหม้ด้วย แต่ไม่คุ้มครองกรณีรถเราเฉี่ยวสิ่งของไม่มีชีวิตเอง
เหมาะกับ: รถอายุ 5–10 ปี ที่ยังอยากได้ความคุ้มครองใกล้เคียงชั้น 1 แต่จ่ายเบี้ยน้อยลง
ประกันชั้น 3+
คุ้มครองรถเราเมื่อชนกับยานพาหนะทางบก เช่นเดียวกับ 2+ แต่โดยมากไม่คุ้มครองรถหายหรือไฟไหม้ เน้นคุ้มครองคู่กรณีและช่วยซ่อมรถเราในอุบัติเหตุบนถนน
เหมาะกับ: รถใช้งานประจำที่ไม่ใหม่มาก แต่ยังวิ่งถนนใหญ่บ่อย.
ประกันชั้น 2 และชั้น 3
ชั้น 2 เน้นคุ้มครองคู่กรณีและรถหาย/ไฟไหม้ แต่ไม่คุ้มครองตัวรถเรา ส่วนชั้น 3 เน้นคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของคู่กรณีเป็นหลัก แทบไม่คุ้มครองรถเราเอง
เหมาะกับ: รถเก่า ใช้งานน้อย หรือวิ่งในพื้นที่จำกัดที่รับความเสี่ยงได้มากขึ้น
ประกันภาคสมัครใจดีไหม? ลองดู 4 สถานการณ์จริงก่อนตัดสินใจ
1) รถเราชนเขา รถเราเสียหาย รถเขาก็เสีย
มีแค่ พ.ร.บ. จะช่วยได้เฉพาะค่ารักษาพยาบาลของผู้บาดเจ็บ วงเงินจำกัด ไม่ช่วยค่าซ่อมรถเราและรถคู่กรณีเต็มจำนวน เจ้าของรถอาจต้องจ่ายเองหลักหมื่น–หลักแสน
ถ้ามีประกันภาคสมัครใจ บริษัทประกันจะช่วยดูแลค่าซ่อมและเจรจากับคู่กรณีตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ลดภาระทั้งค่าใช้จ่ายและความเครียด
2) รถเราชนต้นไม้/กำแพง ไม่มีคู่กรณี
กรณีนี้ พ.ร.บ. ไม่ช่วยค่าซ่อมรถเราเลย แต่ประกันชั้น 1 จะคุ้มครองความเสียหายตัวรถเราแม้ไม่มีคู่กรณี ตามวงเงินทุนประกันและเงื่อนไข
3) รถหาย น้ำท่วม ไฟไหม้
เหตุการณ์แบบนี้ พ.ร.บ. ไม่ครอบคลุม แต่หลายแผนภาคสมัครใจ โดยเฉพาะชั้น 1 และ 2+ จะให้ความคุ้มครองกรณีรถหายและไฟไหม้ด้วย
4) ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาล/เยียวยาผู้บาดเจ็บเพิ่มจาก พ.ร.บ.
ถ้าค่าใช้จ่ายเกินวงเงินของ พ.ร.บ. ส่วนเกินเจ้าของรถอาจต้องรับผิดชอบเอง ประกันภาคสมัครใจช่วยเพิ่มวงเงินความคุ้มครองชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน ลดโอกาสต้องควักเองก้อนใหญ่

ประกันภาคสมัครใจเหมาะกับใครแบบไหน?
รถใหม่ ป้ายแดง หรือรถผ่อนอยู่
เหมาะกับประกันชั้น 1 เพราะตัวรถมีมูลค่าสูง อะไหล่แพง และยังมีภาระผ่อน ถ้าเกิดอุบัติเหตุหนักหรือรถหาย การมีชั้น 1 ช่วยป้องกันไม่ให้คุณต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่
รถอายุ 5–10 ปี ใช้งานประจำ
เหมาะกับประกันชั้น 2+ หรือ 3+ เลือกทุนประกันให้เหมาะกับสภาพรถ ได้ความคุ้มครองสำคัญบนท้องถนน ในเบี้ยที่เบาลงกว่าชั้น 1
รถเก่า ใช้งานน้อย
เหมาะกับชั้น 2 หรือ 3 เน้นป้องกันความเสี่ยงต่อคู่กรณีและคนอื่นเป็นหลัก ในขณะที่ค่าเบี้ยประหยัดกว่า เหมาะกับรถที่มูลค่าไม่สูงมากแล้ว
คนที่อยาก “กันเงินเก็บ” จากเรื่องไม่คาดคิด
ถ้าไม่อยากให้เหตุการณ์รถชนหรือเคลมใหญ่ ๆ ทำให้เงินเก็บสะเทือน การยอมจ่ายเบี้ยปีละไม่กี่พันหรือหลักหมื่น เพื่อซื้อประกันภาคสมัครใจ ถือเป็นการจัดการความเสี่ยงที่คุ้มค่า
เลือกประกันภาคสมัครใจยังไงให้คุ้ม? 5 ปัจจัยที่ควรเปรียบเทียบ
1) ประเภทชั้นประกัน
เริ่มจากเลือกชั้นประกันให้ตรงกับการใช้รถและมูลค่ารถ เช่น รถใหม่หรือผ่อนอยู่เลือกชั้น 1 รถกลางอายุเลือก 2+ หรือ 3+ รถเก่าใช้งานน้อยเลือกชั้น 2 หรือ 3
2) ทุนประกัน
ทุนประกันสูงช่วยให้ได้รับค่าสินไหมสูงขึ้นเมื่อเกิดเหตุ แต่เบี้ยก็จะสูงตาม เลือกทุนให้สอดคล้องกับราคาตลาดของรถและความเสี่ยงที่ยอมรับได้
3) เงื่อนไขซ่อม: ซ่อมศูนย์ (ซ่อมห้าง) หรือซ่อมอู่
ซ่อมศูนย์เหมาะกับรถใหม่หรือคนที่ต้องการเข้าศูนย์บริการ เบี้ยจะสูงกว่า ส่วนซ่อมอู่ช่วยลดเบี้ย เหมาะกับรถที่เริ่มอายุมากขึ้นหรือเจ้าของรถที่ไม่ยึดติดกับการเข้าศูนย์
4) ค่าเสียหายส่วนแรก (Excess)
ถ้าเลือกแผนที่มีค่าเสียหายส่วนแรก คุณจะช่วยลดเบี้ยประกันได้ แต่ต้องยอมสำรองจ่ายบางส่วนเวลาเคลม เลือกให้เหมาะกับสภาพคล่องและรูปแบบการใช้รถของคุณ
5) บริการและประสบการณ์เคลม
ดูบริการหลังการขาย เช่น บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง การแจ้งเคลมผ่านออนไลน์ และรีวิวการเคลมจริงจากลูกค้า เพื่อให้มั่นใจว่าถ้าเกิดเหตุ บริษัทจะดูแลคุณอย่างมืออาชีพ

เช็คลิสต์ก่อนซื้อประกันภาคสมัครใจ
- รถคุณราคาเท่าไหร่ อายุเท่าไหร่ ยังผ่อนอยู่หรือไม่
- ใช้รถบ่อยแค่ไหน วิ่งเส้นทางแบบไหน (ในเมือง ต่างจังหวัด ถนนใหญ่)
- ถ้าเกิดอุบัติเหตุหนัก คุณรับความเสี่ยงจ่ายเองได้สูงสุดแค่ไหน
- ต้องการเข้าศูนย์ หรือยอมซ่อมอู่เพื่อประหยัดเบี้ย
- อยากได้บริการช่วยเหลือฉุกเฉินและการเคลมที่สะดวกมากน้อยแค่ไหน
กรอกข้อมูลรถและความต้องการของคุณ ระบบจะช่วยเปรียบเทียบเบี้ยและความคุ้มครองจากหลายบริษัทประกันให้แบบเรียลไทม์
เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ภาคสมัครใจคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันภาคสมัครใจ
สรุป
“ประกันภาคสมัครใจ คืออะไร ต่างจาก พ.ร.บ. ยังไง ดีไหม?”
-
-
ประกันภาคสมัครใจ คือประกันรถที่เจ้าของรถ “เลือกซื้อเพิ่มเอง” จากบริษัท เพื่อให้ความคุ้มครองครอบคลุมกว่าพ.ร.บ. ทั้งรถเรา รถคู่กรณี ผู้โดยสาร และบุคคลภายนอก รวมถึงเหตุรถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม ตามเงื่อนไขแผนประกัน
-
ต่างจากประกันภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ที่กฎหมายบังคับและคุ้มครองหลัก ๆ แค่ชีวิตและร่างกายของผู้ประสบเหตุ วงเงินจำกัด ไม่ซ่อมรถเราและทรัพย์สินคู่กรณีเต็มจำนวน
-
ประกันภาคสมัครใจแบ่งหลัก ๆ เป็นชั้น 1, 2+, 3+, 2 และ 3 ยิ่งเลขชั้นน้อย ความคุ้มครองยิ่งเยอะ แต่เบี้ยสูงขึ้นตาม เหมาะกับรถและรูปแบบการใช้งานต่างกันไป เช่น รถใหม่/ผ่อนอยู่เหมาะกับชั้น 1 รถกลางอายุเหมาะกับ 2+ หรือ 3+ รถเก่าใช้งานน้อยเหมาะกับชั้น 2 หรือ 3
-
ในสถานการณ์จริงอย่าง รถชนมีคู่กรณี รถชนต้นไม้ไม่มีคู่กรณี รถหาย น้ำท่วม หรือค่าเยียวยาผู้บาดเจ็บเกินวงเงิน พ.ร.บ. ประกันภาคสมัครใจคือสิ่งที่ช่วยกันไม่ให้เจ้าของรถต้องรับภาระค่าซ่อมหรือค่าสินไหมก้อนใหญ่คนเดียว
-
แหล่งอ้างอิงข้อมูล
- พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (พ.ร.บ. รถยนต์) และเอกสารเผยแพร่ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.).
- บทความความรู้เรื่องประกันรถยนต์ภาคสมัครใจและประเภทความคุ้มครองจากเว็บไซต์บริษัทประกันภัยและโบรกเกอร์ในประเทศไทย
- ข้อมูลผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจชั้น 1, 2+, 3+, 2 และ 3 จากบริษัทประกันภัยในประเทศ และคู่มืออธิบายความคุ้มครองสำหรับผู้เอาประกัน.

ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย เนื้อหาผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย เพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง อัปเดตสม่ำเสมอ และมีความน่าเชื่อถือ โดย แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจนและช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้ (ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ ว00021/2557)
แรบบิท แคร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์
แรบบิท แคร์ รวบรวมประกันภัยรถยนต์จากหลายบริษัทมาให้คุณเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ทั้งราคา ความคุ้มครองประกันรถยนต์ แต่ละประเภท บริการเคลม เลือกแบบที่เหมาะกับการใช้งาน และงบประมาณ คุณสามารถเช็คเบี้ยและเปรียบเทียบประกันรถยนต์ออนไลน์ จากหลายบริษัทได้ทันทีในที่เดียว
- เปรียบเทียบประกันรถยนต์จากหลายบริษัทในหน้าเดียว
- มีทุกชั้นความคุ้มครอง ทั้งชั้น 1, 2+, 3+, และชั้น 3
- มีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำตลอดการเลือกซื้อ
บริษัท แรบบิท แคร์ โบรคเกอร์ จำกัด เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจาก คปภ. ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยโปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นทุกครั้ง

