ประกันภาคสมัครใจ คืออะไร ต่างจาก พ.ร.บ. ยังไง จำเป็นต้องทำไหม?

กองบรรณาธิการ
ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ Published: มีนาคม 17, 2026
กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย เนื้อหาผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย เพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง อัปเดตสม่ำเสมอ และมีความน่าเชื่อถือ โดย แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจนและช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้ (ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ ว00021/2557)
ประกันภาคสมัครใจ คืออะไร ต่างจาก พ.ร.บ. ยังไง
ประกันภาคสมัครใจ คืออะไร ต่างจาก พ.ร.บ. ยังไง ดีไหม

ถ้าคุณมีรถ สิ่งที่ต้องทำแน่นอนคือประกันภาคบังคับหรือ พ.ร.บ. แต่ในชีวิตจริง เวลารถชน เคลม ซ่อมรถ หรือมีคู่กรณีเรียกค่าเสียหาย สิ่งที่ช่วยคุณได้จริงส่วนใหญ่คือ “ประกันภาคสมัครใจ” อย่างประกันชั้น 1, 2+, 3+, 2 และ 3 แผนต่าง ๆ เหล่านี้นี่เอง

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักประกันภาคสมัครใจแบบครบจบ ตั้งแต่ความหมาย ความคุ้มครอง ไปจนถึงวิธีเลือกแผนที่เหมาะกับงบและการใช้รถของคุณ พร้อมตัวอย่างสถานการณ์จริงที่เจ้าของรถส่วนใหญ่ต้องเจอ

สรุปสั้น ๆ: ประกันภาคสมัครใจคือเกราะเสริมที่ช่วยปกป้องเงินเก็บของคุณจากอุบัติเหตุและเหตุไม่คาดคิดที่ พ.ร.บ. ไม่ครอบคลุม

ประกันภาคบังคับ vs ประกันภาคสมัครใจ ต่างกันยังไง?

ประกันภาคบังคับ (พ.ร.บ.) คืออะไร?

พ.ร.บ. คือประกันที่กฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องทำก่อนต่อทะเบียน เน้นคุ้มครองชีวิตและร่างกายของผู้ขับ ผู้โดยสาร และบุคคลภายนอกจากอุบัติเหตุ ไม่ได้เน้นคุ้มครองตัวรถเราเอง

วงเงินคุ้มครองของ พ.ร.บ. มีเพดานจำกัด และไม่ครอบคลุมค่าซ่อมรถเรา หรือรถคู่กรณีเต็มจำนวน ทำให้เจ้าของรถอาจต้องควักเงินก้อนใหญ่เมื่อเกิดเหตุหนัก ๆ

ประกันภาคสมัครใจคืออะไร?

ประกันภาคสมัครใจคือประกันรถยนต์ที่เจ้าของรถเลือกซื้อเพิ่ม เพื่อให้ความคุ้มครองครอบคลุมมากกว่าพ.ร.บ. ทั้งตัวรถเรา รถคู่กรณี และผู้โดยสาร ตามเงื่อนไขของแต่ละชั้นประกัน

  • คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถเรา
  • คุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของคู่กรณี
  • คุ้มครองผู้โดยสารและบุคคลภายนอกเพิ่มเติมจาก พ.ร.บ.
  • หลายแผนครอบคลุมรถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม และภัยธรรมชาติอื่น ๆ ตามเงื่อนไข

เวลาพูดถึงประกันชั้น 1, 2+, 3+, 2 และ 3 ทั้งหมดนี้คือ “ประกันภาคสมัครใจ” ไม่ใช่ประกันที่กฎหมายบังคับ

ประกันภาคสมัครใจมีกี่แบบ? รู้จักชั้น 1 / 2+ / 3+ / 2 / 3 แบบเร็ว ๆ

ความคุ้มครองสูงสุด

ประกันชั้น 1

คุ้มครองครอบคลุมที่สุด ทั้งรถเรา รถคู่กรณี และผู้ประสบเหตุ ทั้งกรณีมีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี เช่น ชนเสา ชนกำแพง รถตกข้างทาง น้ำท่วม หรือไฟไหม้ ตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัท

เหมาะกับ: รถใหม่ รถผ่อนอยู่ รถราคาสูง หรือคนที่อยากได้ความอุ่นใจสูงสุด

คุ้มเกือบเท่าชั้น 1

ประกันชั้น 2+

คุ้มครองรถเราเมื่อชนกับยานพาหนะทางบก พร้อมคุ้มครองรถคู่กรณีและบุคคลภายนอก หลายแผนครอบคลุมรถหายและไฟไหม้ด้วย แต่ไม่คุ้มครองกรณีรถเราเฉี่ยวสิ่งของไม่มีชีวิตเอง

เหมาะกับ: รถอายุ 5–10 ปี ที่ยังอยากได้ความคุ้มครองใกล้เคียงชั้น 1 แต่จ่ายเบี้ยน้อยลง

เน้นคุ้มค่าบนท้องถนน

ประกันชั้น 3+

คุ้มครองรถเราเมื่อชนกับยานพาหนะทางบก เช่นเดียวกับ 2+ แต่โดยมากไม่คุ้มครองรถหายหรือไฟไหม้ เน้นคุ้มครองคู่กรณีและช่วยซ่อมรถเราในอุบัติเหตุบนถนน

เหมาะกับ: รถใช้งานประจำที่ไม่ใหม่มาก แต่ยังวิ่งถนนใหญ่บ่อย.

เบี้ยประหยัด

ประกันชั้น 2 และชั้น 3

ชั้น 2 เน้นคุ้มครองคู่กรณีและรถหาย/ไฟไหม้ แต่ไม่คุ้มครองตัวรถเรา ส่วนชั้น 3 เน้นคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของคู่กรณีเป็นหลัก แทบไม่คุ้มครองรถเราเอง

เหมาะกับ: รถเก่า ใช้งานน้อย หรือวิ่งในพื้นที่จำกัดที่รับความเสี่ยงได้มากขึ้น

ทริกจำง่าย: เลขชั้นยิ่งน้อย ความคุ้มครองยิ่งเยอะ แต่เบี้ยก็จะสูงตามไปด้วย เลือกให้เหมาะกับมูลค่ารถและความเสี่ยงการใช้รถของคุณ

ประกันภาคสมัครใจดีไหม? ลองดู 4 สถานการณ์จริงก่อนตัดสินใจ

1) รถเราชนเขา รถเราเสียหาย รถเขาก็เสีย

มีแค่ พ.ร.บ. จะช่วยได้เฉพาะค่ารักษาพยาบาลของผู้บาดเจ็บ วงเงินจำกัด ไม่ช่วยค่าซ่อมรถเราและรถคู่กรณีเต็มจำนวน เจ้าของรถอาจต้องจ่ายเองหลักหมื่น–หลักแสน

ถ้ามีประกันภาคสมัครใจ บริษัทประกันจะช่วยดูแลค่าซ่อมและเจรจากับคู่กรณีตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ลดภาระทั้งค่าใช้จ่ายและความเครียด

2) รถเราชนต้นไม้/กำแพง ไม่มีคู่กรณี

กรณีนี้ พ.ร.บ. ไม่ช่วยค่าซ่อมรถเราเลย แต่ประกันชั้น 1 จะคุ้มครองความเสียหายตัวรถเราแม้ไม่มีคู่กรณี ตามวงเงินทุนประกันและเงื่อนไข

3) รถหาย น้ำท่วม ไฟไหม้

เหตุการณ์แบบนี้ พ.ร.บ. ไม่ครอบคลุม แต่หลายแผนภาคสมัครใจ โดยเฉพาะชั้น 1 และ 2+ จะให้ความคุ้มครองกรณีรถหายและไฟไหม้ด้วย

4) ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาล/เยียวยาผู้บาดเจ็บเพิ่มจาก พ.ร.บ.

ถ้าค่าใช้จ่ายเกินวงเงินของ พ.ร.บ. ส่วนเกินเจ้าของรถอาจต้องรับผิดชอบเอง ประกันภาคสมัครใจช่วยเพิ่มวงเงินความคุ้มครองชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน ลดโอกาสต้องควักเองก้อนใหญ่

ประกันภาคสมัครใจดีไหม? ลองดู 4 สถานการณ์จริงก่อนตัดสินใจ

ประกันภาคสมัครใจเหมาะกับใครแบบไหน?

รถใหม่ ป้ายแดง หรือรถผ่อนอยู่

เหมาะกับประกันชั้น 1 เพราะตัวรถมีมูลค่าสูง อะไหล่แพง และยังมีภาระผ่อน ถ้าเกิดอุบัติเหตุหนักหรือรถหาย การมีชั้น 1 ช่วยป้องกันไม่ให้คุณต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่

รถอายุ 5–10 ปี ใช้งานประจำ

เหมาะกับประกันชั้น 2+ หรือ 3+ เลือกทุนประกันให้เหมาะกับสภาพรถ ได้ความคุ้มครองสำคัญบนท้องถนน ในเบี้ยที่เบาลงกว่าชั้น 1

รถเก่า ใช้งานน้อย

เหมาะกับชั้น 2 หรือ 3 เน้นป้องกันความเสี่ยงต่อคู่กรณีและคนอื่นเป็นหลัก ในขณะที่ค่าเบี้ยประหยัดกว่า เหมาะกับรถที่มูลค่าไม่สูงมากแล้ว

คนที่อยาก “กันเงินเก็บ” จากเรื่องไม่คาดคิด

ถ้าไม่อยากให้เหตุการณ์รถชนหรือเคลมใหญ่ ๆ ทำให้เงินเก็บสะเทือน การยอมจ่ายเบี้ยปีละไม่กี่พันหรือหลักหมื่น เพื่อซื้อประกันภาคสมัครใจ ถือเป็นการจัดการความเสี่ยงที่คุ้มค่า

เลือกประกันภาคสมัครใจยังไงให้คุ้ม? 5 ปัจจัยที่ควรเปรียบเทียบ

1) ประเภทชั้นประกัน

เริ่มจากเลือกชั้นประกันให้ตรงกับการใช้รถและมูลค่ารถ เช่น รถใหม่หรือผ่อนอยู่เลือกชั้น 1 รถกลางอายุเลือก 2+ หรือ 3+ รถเก่าใช้งานน้อยเลือกชั้น 2 หรือ 3

2) ทุนประกัน

ทุนประกันสูงช่วยให้ได้รับค่าสินไหมสูงขึ้นเมื่อเกิดเหตุ แต่เบี้ยก็จะสูงตาม เลือกทุนให้สอดคล้องกับราคาตลาดของรถและความเสี่ยงที่ยอมรับได้

3) เงื่อนไขซ่อม: ซ่อมศูนย์ (ซ่อมห้าง) หรือซ่อมอู่

ซ่อมศูนย์เหมาะกับรถใหม่หรือคนที่ต้องการเข้าศูนย์บริการ เบี้ยจะสูงกว่า ส่วนซ่อมอู่ช่วยลดเบี้ย เหมาะกับรถที่เริ่มอายุมากขึ้นหรือเจ้าของรถที่ไม่ยึดติดกับการเข้าศูนย์

4) ค่าเสียหายส่วนแรก (Excess)

ถ้าเลือกแผนที่มีค่าเสียหายส่วนแรก คุณจะช่วยลดเบี้ยประกันได้ แต่ต้องยอมสำรองจ่ายบางส่วนเวลาเคลม เลือกให้เหมาะกับสภาพคล่องและรูปแบบการใช้รถของคุณ

5) บริการและประสบการณ์เคลม

ดูบริการหลังการขาย เช่น บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง การแจ้งเคลมผ่านออนไลน์ และรีวิวการเคลมจริงจากลูกค้า เพื่อให้มั่นใจว่าถ้าเกิดเหตุ บริษัทจะดูแลคุณอย่างมืออาชีพ

เช็คลิสต์ก่อนซื้อประกันภาคสมัครใจ

เช็คลิสต์ก่อนซื้อประกันภาคสมัครใจ

  • รถคุณราคาเท่าไหร่ อายุเท่าไหร่ ยังผ่อนอยู่หรือไม่
  • ใช้รถบ่อยแค่ไหน วิ่งเส้นทางแบบไหน (ในเมือง ต่างจังหวัด ถนนใหญ่)
  • ถ้าเกิดอุบัติเหตุหนัก คุณรับความเสี่ยงจ่ายเองได้สูงสุดแค่ไหน
  • ต้องการเข้าศูนย์ หรือยอมซ่อมอู่เพื่อประหยัดเบี้ย
  • อยากได้บริการช่วยเหลือฉุกเฉินและการเคลมที่สะดวกมากน้อยแค่ไหน
อยากเช็คเบี้ยประกันภาคสมัครใจทุกแบบในที่เดียว?

กรอกข้อมูลรถและความต้องการของคุณ ระบบจะช่วยเปรียบเทียบเบี้ยและความคุ้มครองจากหลายบริษัทประกันให้แบบเรียลไทม์

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันภาคสมัครใจ

ประกันภาคสมัครใจต้องทำทุกคันไหม?
กฎหมายบังคับเฉพาะ พ.ร.บ. เท่านั้น แต่สำหรับรถที่ใช้งานจริงบนถนนเป็นประจำ แนะนำให้ทำประกันภาคสมัครใจเพิ่มแทบทุกเคส เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่าย
เลือกชั้นไหนดีระหว่างชั้น 1, 2+ และ 3+?
ถ้ารถใหม่หรือผ่อนอยู่ แนะนำชั้น 1 ถ้ารถอายุ 5–10 ปีและยังวิ่งเยอะ เลือก 2+ หรือ 3+ ตามงบและระดับความคุ้มครองที่ต้องการ
อยากได้เบี้ยถูกลง ควรลดอะไรได้บ้าง?
อาจพิจารณาเปลี่ยนจากซ่อมศูนย์เป็นซ่อมอู่ ปรับทุนประกันให้เหมาะสม หรือเลือกแผนที่มีค่าเสียหายส่วนแรก แต่ต้องเข้าใจเงื่อนไขการเคลมให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ

สรุป

“ประกันภาคสมัครใจ คืออะไร ต่างจาก พ.ร.บ. ยังไง ดีไหม?”

    • ประกันภาคสมัครใจ คือประกันรถที่เจ้าของรถ “เลือกซื้อเพิ่มเอง” จากบริษัท เพื่อให้ความคุ้มครองครอบคลุมกว่าพ.ร.บ. ทั้งรถเรา รถคู่กรณี ผู้โดยสาร และบุคคลภายนอก รวมถึงเหตุรถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม ตามเงื่อนไขแผนประกัน

    • ต่างจากประกันภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ที่กฎหมายบังคับและคุ้มครองหลัก ๆ แค่ชีวิตและร่างกายของผู้ประสบเหตุ วงเงินจำกัด ไม่ซ่อมรถเราและทรัพย์สินคู่กรณีเต็มจำนวน

    • ประกันภาคสมัครใจแบ่งหลัก ๆ เป็นชั้น 1, 2+, 3+, 2 และ 3 ยิ่งเลขชั้นน้อย ความคุ้มครองยิ่งเยอะ แต่เบี้ยสูงขึ้นตาม เหมาะกับรถและรูปแบบการใช้งานต่างกันไป เช่น รถใหม่/ผ่อนอยู่เหมาะกับชั้น 1 รถกลางอายุเหมาะกับ 2+ หรือ 3+ รถเก่าใช้งานน้อยเหมาะกับชั้น 2 หรือ 3

    • ในสถานการณ์จริงอย่าง รถชนมีคู่กรณี รถชนต้นไม้ไม่มีคู่กรณี รถหาย น้ำท่วม หรือค่าเยียวยาผู้บาดเจ็บเกินวงเงิน พ.ร.บ. ประกันภาคสมัครใจคือสิ่งที่ช่วยกันไม่ให้เจ้าของรถต้องรับภาระค่าซ่อมหรือค่าสินไหมก้อนใหญ่คนเดียว

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (พ.ร.บ. รถยนต์) และเอกสารเผยแพร่ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.).
  • บทความความรู้เรื่องประกันรถยนต์ภาคสมัครใจและประเภทความคุ้มครองจากเว็บไซต์บริษัทประกันภัยและโบรกเกอร์ในประเทศไทย
  • ข้อมูลผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจชั้น 1, 2+, 3+, 2 และ 3 จากบริษัทประกันภัยในประเทศ และคู่มืออธิบายความคุ้มครองสำหรับผู้เอาประกัน.

แรบบิท แคร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์

แรบบิท แคร์ รวบรวมประกันภัยรถยนต์จากหลายบริษัทมาให้คุณเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ทั้งราคา ความคุ้มครองประกันรถยนต์ แต่ละประเภท บริการเคลม เลือกแบบที่เหมาะกับการใช้งาน และงบประมาณ คุณสามารถเช็คเบี้ยและเปรียบเทียบประกันรถยนต์ออนไลน์ จากหลายบริษัทได้ทันทีในที่เดียว

  • เปรียบเทียบประกันรถยนต์จากหลายบริษัทในหน้าเดียว
  • มีทุกชั้นความคุ้มครอง ทั้งชั้น 1, 2+, 3+, และชั้น 3
  • มีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำตลอดการเลือกซื้อ

บริษัท แรบบิท แคร์ โบรคเกอร์ จำกัด เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจาก คปภ. ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยโปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นทุกครั้ง

 

บทความแคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันชั้น 1 รถ 15 ปี ยังทำได้ แต่ตัวเลือกน้อยลงมาก

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันชั้น 1 รถ 15 ปี ยังทำได้ไหม ? หรือควรเปลี่ยนเป็นชั้น 2+ ?

รถอายุ 15 ปี ยังทำประกันชั้น 1 ได้ในบางบริษัท เช่น วิริยะและกรุงเทพประกันภัย แต่เบี้ยสูงขึ้น 30–50% และตัวเลือกน้อยลงอย่างมาก บทความนี้เปรียบเทียบชั้น 1 กับชั้น 2+ ตรงๆ ทั้งเรื่องความคุ้มครอง เบี้ยโดยประมาณ และเงื่อนไขบริษัท พร้อมไกด์ตัดสินใจว่าสถานการณ์ไหนควรเลือกชั้นไหน รวมถึงข้อมูลที่หลายคนไม่รู้ว่าประวัติการต่ออายุกระทบโอกาสรับประกันอย่างไร
กองบรรณาธิการ
05/06/2026
รถยนต์อายุ 10 ปี ทำประกันชั้น 1 ได้ไหม

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

รถยนต์ 10 ปี ทำประกันชั้น 1 ได้ไหม ? คำตอบ + เงื่อนไขครบในที่เดียว

รถยนต์ 10 ปี ทำประกันชั้น 1 ได้ไหม? คำตอบคือ ได้ - บริษัทประกันชั้นนำส่วนใหญ่รับรถอายุไม่เกิน 10–15 ปี แต่จะมีความแตกต่างจากรถใหม่ 3 ด้าน ได้แก่ เบี้ยที่สูงขึ้น การซ่อมอู่แทนศูนย์ และการถ่ายภาพรถก่อนออกกรมธรรม์ บทความนี้รวบรวมเงื่อนไขจริงของแต่ละบริษัท เบี้ยโดยประมาณตามประเภทรถ และวิธีผ่อนชำระเบี้ยประกันชั้น 1 แบบ 0% สูงสุด 10 เดือน
กองบรรณาธิการ
05/06/2026
ความคุ้มครองประกันรถยนต์ชั้น 3

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันรถยนต์ชั้น 3 คุ้มอะไรบ้าง แล้วต่างจาก พ.ร.บ. ยังไง

ประกันรถยนต์ชั้น 3 เบี้ยต่ำสุดในทุกชั้น คุ้มครองเฉพาะความรับผิดต่อคู่กรณี ไม่มีซ่อมรถเรา รถหาย หรือไฟไหม้ เหมาะกับรถเก่าที่ยังต้องการคุ้มครอง กรณีชนรถราคาแพงในราคาประหยัดที่สุด
กองบรรณาธิการ
02/06/2026