โรคพุ่มพวงคืออะไร มีอาการอย่างไร อันตรายถึงชีวิตหรือไม่ ?

Nok Srihong
ผู้เขียน: Nok Srihong Published: พฤษภาคม 23, 2024
Nok Srihong
Nok Srihong
จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาการจัดการการเงิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีประสบการณ์กว่า 6 ปี ในวงการฟินเทชและการเงินส่วนบุคคล โดยเฉพาะบัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ และรีไฟแนนซ์ ผ่านการเขียนคอนเทนต์ให้ Rabbit Care และ Asia Direct (6+ ปี) เน้นรีวิวผลิตภัณฑ์ สิทธิประโยชน์บัตรเครดิต และกลยุทธ์บริหารหนี้ ก่อนหน้านี้ ทำงานในอุตสาหกรรม OTA ชั้นนำอย่าง Laterooms.com และ Expedia.com (12 ปี) ซึ่งเสริมทักษะการวางแผนทางการเงินต่อทริป และยังเชี่ยวชาญการเลือกประกันการเดินทางที่คุ้มค่าและคุ้มครองชีวิตตลอดทริปสำหรับนักเดินทาง
Nok Srihong
แก้ไขโดย: Thirakan T Last edited: เมษายน 19, 2026
Nok Srihong
Thirakan T
Thirakan Thongseenual เป็นนักเขียนที่มีประสบการณ์มากกว่า 3 ปี ที่ RabbitCare และ Asia Direct โดยมีความชำนาญในประกันรถยนต์ เน้นเขียนบทความที่เผยแพร่บน Blog และมีความเชี่ยวชาญด้าน SEO กว่า 4 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอได้ใช้ในการสร้างความรู้และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของ RabbitCare อย่างมีประสิทธิภาพ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปริญญาตรี สาขา Information Technology
โรคพุ่มพวง

โรคที่คนไทยเรียกกันจนติดปากว่าโรคพุ่มพวง เนื่องจากคนไทยเรารู้จักโรคนี้กันอย่างแพร่หลายเมื่อศิลปินชื่อดังอย่างคุณพุ่มพวง ดวงจันทร์ ได้เสียชีวิตลงจากโรคดังกล่าว ความจริงแล้ว คือ โรคภูมิแพ้ตัวเอง (Lupus) ซึ่งถือเป็นโรคที่มีความร้ายแรงและเป็นโรคที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีความปกติส่งผลให้มีความเสี่ยงอันตรายต่อร่างกายและชีวิตเลยทีเดียว

และด้วยปัจจุบันมีอัตราผู้ที่ป่วยเป็นโรคพุ่มพวงมากยิ่งขึ้นจากหลายปัจจัยด้วยกัน แรบบิท แคร์ จึงเลือกที่จะหยิบยกข้อมูลความรู้ที่เกี่ยวกับโรคพุ่มพวงมาฝาก ตั้งแต่ข้อมูลพื้นฐานที่ว่าโรคพุ่มพวงนั้นคืออะไร มีอาการแสดงอย่างไร ? มีสาเหตุในการเกิดจากอะไร สามารถป้องกันได้ไหม ? เพื่อที่ทุกคนจะได้รู้และระมัดระวังตัวกันไว้ สุขภาพร่างกายจะได้แข็งแรงห่างไกลโรคภัยนั่นเอง

 

คุณต้องการความคุ้มครองแบบไหน?

✨ แผนที่เหมาะกับคุณ

 

⚠️ ข้อมูลนี้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น รายละเอียดและเบี้ยจริงอาจแตกต่าง กรุณาตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

ใช้ฟรี • ไม่มีค่าใช้จ่าย

โรคพุ่มพวงหรือโรคภูมิแพ้ตัวเอง คืออะไร ?

โรงพยาบาลกรุงเทพได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ตัวเอง (SLE) หรือโรคพุ่มพวงว่า โรคพุ่มพวง คือโรคที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายของคนเรา โดยที่ภูมิคุ้มกันของคนคนนั้นจะทำการต่อต้านและทำลายเนื้อเยื่อภายในร่างกายของตนเองจนเกิดอาการอักเสบและเกิดความผิดปกติกับอวัยวะทั่วร่างกายขึ้นได้ โดยโรคพุ่มพวงนี้นั้นมักจะพบในช่วงวัยเจริญพันธุ์และพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย

 

โรคพุ่มพวง อาการ

สำหรับอาการของโรคพุ่มพวงนั้น เราอาจสามารถลองสังเกตตัวเองได้ง่าย ๆ ว่ามีความเสี่ยงหรืออาจจะกำลังเป็นโรคพุ่มพวงอยู่หรือไม่ด้วยอาการแสดงที่มักพบเจอในคนที่เป็นโรคพุ่มพวง ดังนี้

  • รู้สึกอ่อนแรงและเหนื่อยล้ามากกว่าปกติ
  • มีอาการปวดหัว มีไข้ (ตั้งแต่ไข้ต่ำ ๆ ไปจนถึงไข้สูง)
  • มีอาการตาแห้ง ตาบวม
  • มีผื่นแดงขึ้นตามบริเวณใบหน้า แขน ขา
  • มีแผลบริเวณปาก
  • ผมร่วงผิดปกติ
  • นิ้วมือและนิ้วเท้าซีด
  • ผิวไวต่อแสงแดดมากขึ้น
  • มีความรู้สึกเบื่ออาหาร
  • มีอาการปวดเมื่อยบริเวณกล้ามเนื้อ
  • มีอาการปวดตามบริเวณข้อ
  • มีอาการข้อบวม ขาบวม
  • รู้สึกมึนงง สูญเสียความทรงจำ
  • รู้สึกเจ็บหน้าอกเมื่อหายใจเข้าลึก ๆ 
  • มีสภาวะเลือดจาง เม็ดเลือดขาวต่ำ เกล็ดเลือดต่ำ 

หากมีอาการตามนี้ควรสังเกตอาการตัวเองให้ดีว่าอาการเหล่านี้เกิดจากสาเหตุปัจจัยอื่นใดหรือไม่ หากยังไม่แน่ใจและมีอาการผิดปกติเหล่านี้เป็นระยะเวลานาน หรือมีมากกว่า 2-3 ข้อขึ้นไป ควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยทันที

 

โรคภูมิแพ้ตัวเอง

 

สาเหตุของการเกิดโรคพุ่มพวง

อย่างที่ทราบกันไปแล้วว่าโรคพุ่มพวงนั้น คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกาย ซึ่งโดยปกติแล้วระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเรานั้นจะมีปฏิกิริยาต่อต้านเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายเพียงเท่านั้น แต่เมื่อเป็นโรคพุ่มพวงระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายของเรากลับมีปฏิกิริยาต่อต้านและทำลายเนื้อเยื่อตามอวัยวะต่าง ๆ ของเราแทน โดยที่ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลทางการแพทย์ที่สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดว่าโรคพุ่มพวงนั้นมีสาเหตุเกิดมาจากอะไรกันแน่ แต่ก็ได้มีการคาดการณ์ถึงปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้ก่อโรคพุ่มพวงได้ คือ

  • พันธุกรรม : ในการถ่ายทอดทางพันธุกรรมอาจมีการส่งต่อลักษณะบางอย่างที่ทำให้มีโอกาสเป็นโรคพุ่มพวงได้
  • การติดเชื้อ : การติดเชื้อไวรัสบางชนิดอาจส่งผลให้เกิดการเป็นโรคภูมิแพ้ตัวเองได้
  • ฮอร์โมนมีความเปลี่ยนแปลง : การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในเพศหญิงซึ่งอยู่ในช่วงวัยเจริญเติบโตหรืออยู่ในช่วงตั้งครรภ์ก็นับเป็นอีกปัจจัยที่อาจเป็นสาเหตุได้
  • การได้รับสารเข้าสู่ร่างกาย : ทั้งสารเคมีต่าง ๆ การสูบบุหรี่และยาสูบ
  • การใช้ยาบางชนิด : เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาต้านอาการชัก และยากลุ่มควบคุมความดันโลหิต
  • แสงแดด : เมื่อผู้ที่มีความไวต่อแดดสัมผัสต่อแสงแดดอาจส่งผลให้เกิดรอยโรค และเกิดอาการต่าง ๆ ตามมาได้

ปัจจัยเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทางการแพทย์นั้นคาดการณ์ว่าทำให้เกิดโรคพุ่มพวงหรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องได้ ดังนั้นหากปัจจัยแวดล้อมไหนที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยงกันไว้ดีกว่านั่นเอง

 

วิธีการรักษาโรคพุ่มพวง

ในส่วนของการรักษาโรคพุ่มพวงนั้น โรคดังกล่าวเป็นโรคเรื้อรังที่จะต้องทำการรักษาต่อเนื่องและมีการติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้โรคสงบลงได้ ซึ่งในเริ่มแรกแพทย์จะทำกนระดับความร้ายแรงของโรคว่าอาการที่ผู้ป่วยโรคพุ่มพวงเป็นอยู่นั้นมีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากแต่ละคนที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ตัวเองนั้นจะมีระดับความร้ายแรงของอาการที่ไม่เท่ากัน หลังจากประเมินอาการเรียบร้อยแล้วนั้นก็จะทำการวางแผนการรักษาในขั้นต่อไป และมีการให้ยากับผู้ป่วย

สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมากจนมีการอักเสบเกิดขึ้นในร่างกายหลายระบบแพทย์อาจมีการพิจารณาในการให้ยากดภูมิและยาสเตอรอยด์เพื่อคุมโรค ทั้งนี้วิธีการรักษาและยาที่ป่วยแต่ละคนจะได้รับนั้นจะมีความแตกต่างกันไปตามอาการและดุลยพินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษานั่นเอง

 

โรคพุ่มพวง อยู่ได้กี่ปี

 

โรคพุ่มพวง หายขาดได้หรือไม่ ?

คำถามยอดฮิตเมื่อกล่าวถึงโรคพุ่มพวงก็คือโรคนี้สามารถหายขาดได้หรือไม่ คำตอบคือโรคพุ่มพวงนั้นสามารถรักษาให้หายได้แต่ก็สามารถอาการกำเริบกลับมาได้เช่นกัน ดังนั้นอาจกล่าวไม่ได้ว่าจะสามารถรักษาจนหายขาด เพียงรักษาให้หายได้เพียงเท่านั้น และในการรักษาจะต้องใช้เวลาในการรักษามาก มีการติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง รับประทานยาและดูแลตนเองอย่างเคร่งครัด และเมื่อหายแล้วก็จำเป็นที่จะต้องมีการดูแลตนเองตามที่แพทย์แนะนำเพื่อป้องกันไม่ให้อาการกลับมากำเริบหรือโรคนี้หวนกลับมาทำร้ายร่างกายของเราอีกครั้งนั่นเอง

 

โรคพุ่มพวง อันตรายถึงชีวิตไหม ?

สำหรับโรคพุ่มพวงนั้น หากไม่ดูแลตัวเองให้ดี ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และติดตามอาการอยู่เสมอ เมื่ออาการกำเริบก็สามารถส่งผลให้มีอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นการดูแลตัวเองและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์จึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากและจะละเลยไม่ได้โดยเด็ดขาด

 

โรคพุ่มพวง อยู่ได้กี่ปี ?

เมื่อเป็นโรคพุ่มพวงแล้ว ไม่ได้มีกำหนดระยะเวลาแน่ชัดว่าคนไข้นั้นจะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกกี่ปี เพราะแม้จะเป็นโรคที่อันตรายถึงชีวิตแต่ก็ยังเป็นโรคที่สามารถรักษาได้ เพียงแต่มีความเสี่ยงอันตรายจนอาจเสียชีวิตได้หากอาการกำเริบ ไม่ดูแลตนเองตามคำแนะนำของแพทย์ และไม่ยอมดูแลร่างกายตนเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ

 

โรคพุ่มพวง อาการ

 

วิธีการดูแลตัวเองเมื่อเป็นโรคพุ่มพวง

  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออยู่เสมอ
  • หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดด
  • เลือกรับประทานอาหารที่สะอาดอยู่เสมอ
  • ทานอาหารที่ปรุงสุก หลีกเลี่ยงของดิบ และของหมักดอง
  • รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • มีวินัยในการมาพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ
  • ดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

 

วิธีการป้องกันโรคพุ่มพวง

เนื่องจากยังไม่มีการทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรคพุ่มพวง ส่งผลให้การป้องกันการเกิดโรคนั้นยากตามไปด้วย สิ่งที่เราทำได้ก็มีเพียงการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรคดังกล่าวขึ้นและหมั่นดูแลตัวเองให้แข็งแรงอย่างเสมอ โดยการ

  • เลือกรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์
  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการรับสารเคมีต่าง ๆ 
  • รักษาสุขภาพจิตให้ดีอยู่เสมอ

แม้ว่าจะไม่ทราบวิธีในการป้องกันการเกิดโรคดังกล่าวอย่างแน่ชัด แต่แน่นอนว่าเมื่อร่างกายและจิตใจของเราแข็งแรง ความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายก็จะลดน้อยตามไปด้วย นอกจากนี้สำหรับใครที่กังวลว่าอาจมีกรรมพันธุ์ในการเป็นโรคพุ่มพวงหรือโรคต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตก็สามารถเลือกทำประกันสุขภาพ กับ แรบบิท แคร์ ได้เพื่อความอุ่นใจ จะกี่โรคร้ายก็ไร้กังวลได้นั่นเอง

 

ทั้งหมดนี้คือเรื่องพื้นฐานน่ารู้เกี่ยวกับโรคพุ่มพวง แน่นอนว่าการไม่เป็นโรคนับเป็นลาภอันประเสริฐ แต่หากมีโรคเกิดขึ้นแล้วสิ่งที่เราสามารถทำได้ก็คือการต่อสู้กับมันอย่างไม่ย่อท้อ ดูแลตัวเองให้ดี ทำสภาพจิตใจให้ผ่องใสผ่อนคลาย พร้อมที่จะสู้และก้าวเดินต่อไป และสำหรับใครที่มีคนที่ห่วงใยเป็นโรคร้าย ก็ต้องไม่ลืมว่ากำลังใจดี ๆ จากคนรอบข้างที่ห่วงใย ถือเป็นยาใจชั้นดีที่จะทำให้ผู้ป่วยสามารถมีแรงฮึดสู้ต่อไปได้ในทุก ๆ วัน

สรุป

โรคพุ่มพวง หรือ โรคภูมิแพ้ตัวเอง คือ โรคที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายทำการต่อต้านและทำลายเนื้อเยื่อภายในร่างกายของตนเองจนเกิดอาการอักเสบและเกิดความผิดปกติกับอวัยวะทั่วร่างกาย พบในช่วงวัยเจริญพันธุ์และพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ปัจจุบันจะเป็นการรักษาอย่างสม่ำเสมอเพื่อประคองอาการให้ลดน้อยลงจนเหมือนไม่มีอาการได้ แต่จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แม้จะยังหาสาเหตุต้นตอของการเกิดโรคยังไม่ได้ชัดเจน หรือมีวิธีป้องกันโรคได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นการหมั่นเฝ้าสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกายเป็นเรื่องที่สำคัญมาก หากพบอาการที่เข่าข่ายเสี่ยงควรพบแพทย์ทันที

ที่มา


บทความแนะนำอื่นๆ : สุขภาพและประกันสุขภาพ

Admit ไม่ครบ 24 ชั่วโมง เคลมประกันชดเชยรายได้ ได้ไหม? โรคภูมิแพ้ ทำประกันได้ไหม? มีข้อยกเว้นหรือไม่?

 

บทความแคร์สุขภาพ

ชุดยาสำหรับเดินทางต่างประเทศ พร้อมยาประจำตัวและเอกสารใบรับรองแพทย์

แคร์สุขภาพ

เตรียมยาไปต่างประเทศ ต้องเอายาอะไรไปบ้าง?

เตรียมยาไปต่างประเทศอย่างไรให้พร้อม? รวมเช็กลิสต์ยาสามัญ ยาประจำตัว เอกสารที่ควรพก และข้อควรรู้เกี่ยวกับการนำยาเข้าประเทศต่าง ๆ เพื่อให้เดินทางได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย
Tawan
15/07/2026
นักท่องเที่ยวตรวจสอบรายการยาต้องห้ามเข้าญี่ปุ่นก่อนจัดกระเป๋าเดินทาง

แคร์สุขภาพ

ยาต้องห้ามเข้าญี่ปุ่น มีอะไรบ้าง? เช็กก่อนเดินทาง

ก่อนเที่ยวญี่ปุ่น เช็กให้ชัวร์ว่ายาแก้หวัด ยาแก้แพ้ หรือยาประจำตัวของคุณสามารถนำเข้าประเทศได้หรือไม่ พร้อมทำความเข้าใจกฎการนำยาเข้าญี่ปุ่น เอกสารที่ควรเตรียม และข้อควรระวังเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง
Tawan
15/07/2026
ประกันเดินทางคุ้มครองฮันตาไวรัสไหม?

แคร์สุขภาพ

ฮันตาไวรัส คืออะไร? อันตรายแค่ไหน?ประกันเดินทางช่วยเหลือได้แค่ไหน?

ทำความรู้จัก 'ฮันตาไวรัส' (Hantavirus) ภัยเงียบจากสัตว์ฟันแทะที่นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและสายแคมปิ้งไม่ควรมองข้าม ชวนส่องพฤติกรรมเสี่ยง วิธีรับมือเมื่อมีอาการป่วยเฉียบพลันระหว่างทริป
Tawan
09/07/2026