“โรคตาขี้เกียจ” ภัยร้ายที่ทำลายดวงตาอย่างช้าๆ

กองบรรณาธิการ
ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ Published: กันยายน 11, 2017
กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย เนื้อหาผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย เพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง อัปเดตสม่ำเสมอ และมีความน่าเชื่อถือ โดย แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจนและช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้ (ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ ว00021/2557)
โรคตาขี้เกียจ

โรคที่เกี่ยวข้องกับสายตานั้นมีอยู่มากมาย ส่วนใหญ่อาจดูไม่ใช่โรคร้ายแรงถึงชีวิต แต่หากลองได้เป็นดูสักครั้งจะรู้ว่า การใช้ชีวิตจะต้องเป็นไปอย่างยากลำบากแน่นอน เราจึงเรียนรู้ที่จะดูแลดวงตา ปกป้องดวงตาจากปัจจัยเสี่ยงมากมายที่จะทำให้เป็นโรคต่างๆ แต่จะเป็นอย่างไรถ้าหากมี โรคสายตาที่เป็นตั้งแต่กำเนิดและไม่สามารถป้องกันได้ละ?

ในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ โรคตาขี้เกียจหนึ่งในโรคร้ายทางสายตาของเด็กๆ หากยังชะล่าใจอาจตาพล่ามัวไปตลอดชีวิต!

คุณต้องการความคุ้มครองแบบไหน?

✨ แผนที่เหมาะกับคุณ

⚠️ ข้อมูลนี้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น รายละเอียดและเบี้ยจริงอาจแตกต่าง กรุณาตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

ใช้ฟรี • ไม่มีค่าใช้จ่าย

โรคตาขี้เกียจ คืออะไร

โรคตาขี้เกียจ (Lazy eye) คือ ภาวะความผิดปกติต่าง ๆ ที่ทำให้ดวงตาถูกใช้งานน้อยลงและมีอาการพร่ามัว เนื่องจากเริ่มสูญเสียพัฒนาการด้านการมองเห็น ถ้าหากปล่อยไว้ในระยะยาวจะยิ่งส่งผลให้สายตาพร่ามัวยิ่งขึ้น ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด คือดวงตาข้างนั้นอาจสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร

โรคชนิดนี้มักพบได้ในเด็กเล็กที่มีอายุ 2 – 3 ปีมากที่สุด เพราะเป็นช่วงที่สายตาอยู่ในระหว่างการพัฒนา หากเด็กมีสายตาที่เป็นปกติจนพ้นช่วงอายุ 7 ปีขึ้นไป ก็เรียกได้ว่าพ้นช่วงอันตรายของโรคชนิดนี้แล้วละครับ

สาเหตุของการเกิดโรคตาขี้เกียจ

  • โรคตาเขหรือตาเหล่

    โรคตาเหล่ คือ สาเหตุอันดับหนึ่งของการเกิดโรคตาขี้เกียจ เพราะผู้ป่วยที่มีอาการเหล่จะไม่สามารถใช้การมองแบบคนปกติได้ เนื่องจากต้องเลือกใช้ดวงตาเพียงข้างเดียวในการมองสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ส่งผลให้ดวงตาอีกข้างไม่ได้รับการใช้งานและเข้าสู่ภาวะตาขี้เกียจในที่สุด

  • อาการสายตาสั้น ยาว หรือเอียง ของดวงตาสองข้างที่ไม่เท่ากัน

    เมื่อเราใช้การมองด้วยดวงตาข้างใดข้างหนึ่ง หมายความว่าดวงตาอีกข้างที่มีระยะการมองเห็นต่างกันจะไม่ได้ถูกใช้งาน และส่งแผลให้เป็นโรคตาขี้เกียจได้ในที่สุด

  • การมีค่าสายตาที่ผิดปกติมากทั้งสองข้าง

    การที่สายตาทั้งสองข้างมีความผิดปกติ ย่อมส่งผลให้ประสิทธิภาพในการมองเห็นลดลง และอาจนำมาซึ่งการเป็นตาขี้เกียจทั้งสองข้างได้

  • การเป็นโรคที่บดบังการมองเห็น

    ไม่ว่าจะเป็นโรคกระจกตาดำขุ่น ต้อกระจก เลือดออกในน้ำวุ้นลูกตา หรือโรคสายตาชนิดอื่นๆ ที่มีผลทำให้การมองเห็นไม่ชัด และนำมาซึ่งการเป็นโรคตาขี้เกียจได้

การรักษาโรคตาขี้เกียจ

โรคตาขี้เกียจ สามารถรักษาได้

เราสามารถรักษาโรคนี้ให้หายขาด หากได้รับการรักษาก่อนเข้าสู่วัยที่การมองเห็นได้พัฒนาเต็มที่ตอนอายุ 8 ขวบ โดยมีวิธีการรักษาดังนี้

  • การผ่าตัด

    สำหรับผู้ป่วยที่มีสาเหตุมาจากโรคต้อกระจก เลือดออกในน้ำวุ้นลูกตา หนังตาตกหรือโรคอื่นๆ ที่บดบังการมองเห็น จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด และกระตุ้นการมองเห็นในภายหลัง

  • ใช้แว่นสายตา

    หนึ่งในสาเหตุหลักของโรคชนิดนี้คือความผิดปกติของค่าสายตา การใส่แว่นสายตาจะสามารถช่วยให้สายตาค่อยๆ ดีขึ้นได้

  • ปิดตาข้างที่ดี อาจเรียกได้ว่าเป็นวิธีการที่แก้ปัญหาได้ตรงจุดที่สุด ในเมื่อโรคตาขี้เกียจเกิดจากการใช้สายตาข้างหนึ่งน้อยเกินไป ก็ทำการปิดตาข้างที่ดี เพื่อจะได้ใช้ตาข้างที่ขี้เกียจให้มากขึ้นซะเลย

การจะรักษาให้ได้ผลต้องอาศัยความร่วมมือจากคนใกล้ชิดที่ต้องคอยช่วยเหลือดูแลเด็กให้หมั่นใช้สายตาข้างที่ผิดปกติอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาสายตากลับมาเป็นปกติได้อีกครั้ง

การสังเกตอาการ โรคตาขี้เกียจ เบื้องต้น

โดยส่วนใหญ่เรามักพบภาวะผิดปกติ ในวันที่สายเกินกว่าจะรักษาได้ การเรียนรู้ที่จะสังเกตอาการแต่เนิ่นๆ คงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าอย่างแน่นอน

โรคตาขี้เกียจในเด็ก
  • สังเกตดวงตาตั้งแต่แรกคลอด

    เป็นวิธีที่ทำได้ง่ายๆ โดยการดูลักษณะของตาทั่วไป ว่ามีอะไรมาปิดบังตาดำหรือเปล่า

  • เมื่อเด็กอายุ 2 – 3 เดือน
    พ่อแม่หรือพี่เลี้ยงต้องสังเกตดูว่า เมื่อถึงเวลาให้นมเด็กได้จ้องมองหน้าพ่อแม่บ้างหรือเปล่า หากยังไม่มีการจ้องมองอาจแปลว่าเขากำลังมีปัญหาทางสายตาเสียแล้ว
  • เมื่อเด็กอายุ 6 เดือน
    ควรสังเกตว่าเด็กมีการหยุดนิ่ง จ้องมองตามวัตถุต่างๆ บ้างหรือยัง ถ้าหากว่ายังไม่มีอาการแบบนี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
  • เมื่อเด็กอายุ 3 ปี
    ถือว่าเป็นวัยที่สามารถให้ความร่วมมือในการตรวจวัดสายตาได้แล้ว พ่อแม่ควรพาไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจสุขภาพตาอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้จะไม่มีอาการผิดปกติอะไรก็ตาม

เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถตรวจพบอาการผิดปกติได้ไม่ยาก และทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที แต่ถึงอย่างไร ก็ยังมีเรื่องที่น่าเป็นห่วงอยู่ดี เพราะโรคตาขี้เกียจก็ตรวจพบในผู้ใหญ่ได้ด้วยนะ!

ใครว่าผู้ใหญ่ ไม่เป็นโรคตาขี้เกียจ

จากที่เราได้บอกไปตั้งแต่ต้นว่าโรคชนิดนี้ จะเกิดขึ้นกับเด็กในวัยที่กำลังมีพัฒนาการทางสายตาเท่านั้น แต่ในทุกวันนี้เราจะเห็นได้ว่า มีผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อยที่มีอาการของโรคนี้

โรคตาขี้เกียจในผู้ใหญ่

ก็เพราะว่าผู้ป่วยอาจเป็นโรคนี้มาตั้งแต่เด็ก โดยที่ไม่เคยรู้ตัวเลยด้วยซ้ำ แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า อาการตาพล่ามัวเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ กว่าจะรู้ว่าตัวเองเป็นตาขี้เกียจก็สายเกินไปเสียแล้ว เพราะในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาโรคชนิดนี้ในผู้ใหญ่ที่ได้ผลอย่างชัดเจน อาจทำได้เพียงยื้อไม่ให้อาการตาพล่ามัวเลวร้ายไปกว่าเดิมเท่านั้นเอง

โรคตาขี้เกียจอาจดูเป็นเพียงปัญหาทางสายตาที่เกิดขึ้นในเด็กเล็ก แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการตรวจและรักษาอย่างเหมาะสม ก็อาจส่งผลต่อการมองเห็นไปตลอดชีวิตได้ โดยเฉพาะในกรณีที่ตรวจพบช้าเกินช่วงวัยที่สายตายังสามารถพัฒนาได้ ดังนั้นการหมั่นสังเกตพัฒนาการด้านการมองเห็นของเด็ก และพาเข้ารับการตรวจสายตาอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายในการตรวจวินิจฉัย รักษา หรือผ่าตัดเกี่ยวกับดวงตา อาจเป็นภาระที่หลายครอบครัวคาดไม่ถึง การวางแผนดูแลสุขภาพล่วงหน้าด้วยประกันสุขภาพ จึงช่วยเพิ่มความอุ่นใจและช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในการรักษาได้มากขึ้น เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันเกี่ยวกับสุขภาพของคนในครอบครัว


บทความแนะนำอื่นๆ : สุขภาพและไลฟ์สไตล์

รู้ลึกบริจาคร่างกาย บริจาคอวัยวะ ดวงตา ที่ไหนอย่างไร? คลิกเลย!

 

บทความแคร์สุขภาพ

แบบทดสอบ MBTI

แคร์สุขภาพ

MBTI คืออะไร? ช่วยให้ “รู้จักตัวเอง” มากขึ้นอย่างไร?

MBTI (Myers-Briggs Type Indicator) คือแบบทดสอบบุคลิกภาพ โดยอิงจากทฤษฎีทางจิตวิทยาของ Carl Jung เพื่อช่วยให้เข้าใจตัวเองและคนรอบข้างได้ดีขึ้น
คะน้าใบเขียว
27/02/2026
ตรวจสุขภาพ ตรวจอะไร ราคาเท่าไหร่?

แคร์สุขภาพ

รู้ให้ลึก! ก่อนตรวจสุขภาพ ตรวจอะไร ราคาเท่าไหร่?

ในปัจจุบันเทรนด์การดูแลสุขภาพกำลังมาแรง ทำให้หลายคนหันมาดูแลสุขภาพตัวเองและคนรอบข้างมากขึ้น ทั้งการออกกำลังกาย การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์
Tawan
24/02/2026
ปัญหาที่ควรป้องกันก่อนลูกเกิดด้วย

แคร์สุขภาพ

6 ปัญหาที่ควรป้องกันก่อนลูกเกิดด้วย ‘การฝากครรภ์’

การตั้งครรภ์ได้เปิดโอกาสให้คุณแม่สร้างสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นไปพร้อมกับการเติบโตของลูก หลายคนรู้สึกเหมือนฝันไป
Thirakan T
24/07/2025