เรื่องดี ๆ ของยาคุมกำเนิดที่คุณควรรู้ และผลข้างเคียงที่ต้องระมัดระวัง

Nok Srihong
ผู้เขียน: Nok Srihong Published: มกราคม 11, 2021
Nok Srihong
Nok Srihong
จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาการจัดการการเงิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีประสบการณ์กว่า 6 ปี ในวงการฟินเทชและการเงินส่วนบุคคล โดยเฉพาะบัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ และรีไฟแนนซ์ ผ่านการเขียนคอนเทนต์ให้ Rabbit Care และ Asia Direct (6+ ปี) เน้นรีวิวผลิตภัณฑ์ สิทธิประโยชน์บัตรเครดิต และกลยุทธ์บริหารหนี้ ก่อนหน้านี้ ทำงานในอุตสาหกรรม OTA ชั้นนำอย่าง Laterooms.com และ Expedia.com (12 ปี) ซึ่งเสริมทักษะการวางแผนทางการเงินต่อทริป และยังเชี่ยวชาญการเลือกประกันการเดินทางที่คุ้มค่าและคุ้มครองชีวิตตลอดทริปสำหรับนักเดินทาง
Nok Srihong
แก้ไขโดย: คะน้าใบเขียว Last edited: มกราคม 9, 2021
Nok Srihong
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience)
ยาคุมกำเนิด-ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน

การคุมกำเนิดเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนครอบครัว ในปัจจุบันมีหลายวิธี เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ที่ต้องการคุมกำเนิดมากขึ้น วิธีพื้นฐานอย่างการกินยาคุมกำเนิด ก็ยังคงเป็นวิธีที่ทำได้ง่าย ค่าใช้จ่ายไม่สูง

แต่ก็ยังมีหลาย ๆ คน ที่ไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ยาคุมกำเนิดมากพอ รวมไปถึงยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน ที่ต้องใช้ให้ถูกวิธี และต้องเตรียมรับมือกับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น หากตัวคุณเองหรือคู่ของคุณ เป็นอีกคนที่ใช้ยาคุมกำเนิด แน่ใจแล้วหรือยังว่าใช้ยาคุมกำเนิดได้อย่างถูกวิธี วันนี้ Rabbit Care จะพาคุณมารู้ไปพร้อม ๆ กัน

คุณต้องการความคุ้มครองแบบไหน?

✨ แผนที่เหมาะกับคุณ

⚠️ ข้อมูลนี้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น รายละเอียดและเบี้ยจริงอาจแตกต่าง กรุณาตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

ใช้ฟรี • ไม่มีค่าใช้จ่าย

เรื่องราวของยาคุมกำเนิด และวิธีใช้ที่แตกต่างกัน

ยาคุมกำเนิดมีหลายแบบ โดยจะมีส่วนประกอบและวิธีการใช้ที่แตกต่างกัน เพื่อให้ตอบโจทย์กับผู้ใช้ยามากที่สุด โดยเราได้หยิบยกเอายาคุมกำเนิดที่คนส่วนมากใช้กัน มาเล่าให้ฟัง ทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่

ยาคุมกำเนิด

ยาคุมกำเนิดแบบเม็ด (Birth Control Pill)

ยาคุมกำเนิดแบบเม็ด สามารถแบ่งได้อีกเป็น 2 แบบ คือแบบฮอร์โมนเดี่ยว (โปรเจสเตอโรน) และแบบฮอร์โมนรวม (เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน) การทำงานของมันก็คือฮอร์โมนนี้จะเข้าไปทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางลง จนตัวอ่อนที่เกิดจากการผสมกันของไข่และอสุจิไม่สามารถฝังตัวและเติบโตได้ และฮอร์โมนนี้จะทำให้เมือกบริเวณปากมดลูกมีความเหนียวข้นจนอสุจิไม่สามารถเข้ามาผสมกับไข่จนเกิดการปฏิสนธิได้

และยังสามารถแบ่งตามจำนวนเม็ดได้อีก คือแบบ 21 เม็ดและ 28 เม็ด โดยทั้ง 2 แบบนี้จะมีตัวยาเท่ากัน แต่แบบ 21 เม็ดจะมีวิธีกินคือกินเม็ดแรกแล้วเว้นไป 7 วัน จึงมาเริ่มกินใหม่ ส่วนแบบ 28 เม็ดคืออีก 7 เม็ดที่เพิ่มเข้ามาเปนเม็ดแป้ง สำหรับกินแทนการนับวัน เหมาะกับคนที่กลัวนับวันพลาด

ยาคุมกำเนิด-ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน

ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน (Emergency Contraception pill)

เป็นยาที่ควรใช้ในกรณีฉุกเฉินจริง ๆ เท่านั้น อย่างเช่นการผิดพลาดจากการคุมกำเนิดอื่น ๆ เช่นการลืมกินยาคุมกำเนิดเกิน 3 วัน, ถุงยางอนามัยรั่ว-แตกขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือใช้ในการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ยินยอม (ถูกข่มขืน)

ในยาคุมแบบฉุกเฉิน 1 แผง จะได้รับยา 2 เม็ด โดยผู้ใช้ยาต้องรีบกินยาให้เร็วที่สุดหลังจากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน หรือภายใน 72 ชั่วโมง หลังจากมีเพศสัมพันธ์ เพื่อให้ยามีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยจะเลือกกินพร้อมกัน 2 เม็ด หรือกินห่างกัน 12 ชั่วโมงก็ได้

เนื่องจากเป็นยาที่ใช้ในกรณีฉุกเฉิน จึงมีส่วนประกอบที่ค่อนข้างแรง ไม่แนะนำให้กินยาคุมกำเนิดฉุกเฉินบ่อย ๆ เพราะอาจส่งผลเสียต่อมดลูกในระยะยาว และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายอื่น ๆ อีกด้วย จึงเป็นยาที่ใช้ต่อเมื่อจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น

ยาฝังคุมกำเนิด

ยาฝังคุมกำเนิด (Contraceptive implant)

ยาคุมกำเนิดแบบฝัง เป็นการคุมกำเนิดชั่วคราวด้วยวิธีการฝังหลอดบรรจุยาคุมกำเนิดลงไปใต้ผิวหนังบริเวณท้องแขน โดยการใช้ยาคุมกำเนิดในรูปแบบนี้ จะสามารถช่วยคุมได้เป็นเวลา 3-5 ปี ขึ้นอยู่กับขนาดของตัวยาที่ถูกฝัง ยาคุมกำเนิดแบบฝังจะมาในรูปแบบหลอดพลาสติกขนาดเล็กไม่เกิน 5 เซนติเมตร ภายในประกอบด้วยฮอร์โมนโปรเจสติน (Progestin)

โดยการทำงานของมันคือ เมื่อหลอดยาคุมกำเนิดถูกฝังลงใต้ผิวเรียบร้อยแล้ว ตัวฮอร์โมนดังกล่าวจะถูกปล่อยออกมาจากหลอดและเข้าสู่กระแสเลือด ส่งผลให้ฟองไข่ไม่มีการพัฒนาและไม่มีการตกไข่ เมื่อไม่มีไข่ที่พร้อมปฏิสนธิกับอสุจิ จึงไม่เกิดการตั้งครรภ์

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาคุมกำเนิด

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาคุมกำเนิด ที่ควรระมัดระวัง

เพราะยาคุมกำเนิดแตกต่างจากยารักษาโรคทั่ว ๆ ไป จึงต้องใช้อย่างระมัดระวังมากขึ้น ซึ่งผลข้างเคียงที่พบได้จากการใช้ยาคุมกำเนิด มักจะมีอาการดังต่อไปนี้

  • อาการคลื่นไส้ ปวดหัว อาเจียน มักจะเกิดในช่วงแรก ๆ ที่รับยาคุมกำเนิด แนะนำให้ทานยาหลังอาหารมื้อเย็น หรือก่อนนอน จะช่วยบรรเทาอาการนี้ลง
  • อาการเจ็บเต้านม เต้านมคัดตึง เนื่องจากปริมาณของฮอร์โมน พบในระยะแรกที่ใช้ยาเช่นกัน และอาการเจ็บจะค่อย ๆ หายไปเอง
  • มีภาวะซึมเศร้า หรืออารมณ์แปรปรวน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน จึงส่งผลต่ออารมณ์ของผู้ที่ทานยาคุมกำเนิด
  • น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น หรือเกิดภาวะบวมน้ำ ซึ่งอาการนี้อาจเกิดได้จากปัจจัยอื่น ๆ ได้อีก ต้องพิจารณาเป็นกรณีไป
  • ประจำเดือนมาไม่ปกติ ขาดช่วง หรือไม่มาติดต่อกันหลายเดือน หากรู้สึกผิดปกติแนะนำให้ปรึกษาแพทย์
  • ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน หากใช้บ่อยจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงอันตรายต่อมดลูก เสี่ยงตั้งครรภ์นอกมดลูก หากต้องการตั้งครรภ์แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อความปลอดภัย
  • การใช้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินอาจทำให้ร่างกายขาดแคลเซียม เพิ่มความเสี่ยงภาวะกระดูกพรุนในอนาคต หากมีเหตุจำเป็นต้องใช้ยาชนิดนี้ แนะนำให้ดูแลร่างกายและทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อชดเชยส่วนที่สูญเสียไปด้วย

เพราะโลกสมัยนี้มีแต่เรื่องวุ่นวายชวนปวดหัว ทั้งสังคมที่ไม่น่าอยู่ขึ้นทุกวัน บวกกับปัญหาสิ่งแวดล้อม อากาศแปรปรวนและเกิดภัยธรรมชาติบ่อยขึ้น พบมลพิษปนเปื้อนในอาหารและอากาศ เรียกได้ว่าโลกนี้อยู่ยากขึ้นทุกวัน การที่คนเราจะให้กำเนิดบุตรสักคนขึ้นมาท่ามกลางสภาพแบบนี้ ต้องมีความพร้อมมากพอสมควร แต่ถ้ายังไม่พร้อม ก็คุมกำเนิดเอาไว้ก่อนจะดีกว่านะ ทั้งนี้ การใช้ยาคุมกำเนิดประเภทต่าง ๆ ก็ควรอยู่บนพื้นฐานของความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อความสุขภาพปลอดภัยของผู้ใช้ยา


บทความแนะนำอื่นๆ : ยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์

ยารักษาโรคและอุปกรณ์การแพทย์ที่ควรมีติดบ้าน เพื่อความอุ่นใจ อุปกรณ์คุมกำเนิดสำหรับผู้ชายรุ่นใหม่ สร้างขึ้นโดยนักประดิษฐ์ชาวเยอรมัน กินยาคุมนาน ๆ เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมจริงหรอ? หาคำตอบที่แรบบิท แคร์

 

บทความแคร์สุขภาพ

แบบทดสอบ MBTI

แคร์สุขภาพ

MBTI คืออะไร? ช่วยให้ “รู้จักตัวเอง” มากขึ้นอย่างไร?

MBTI (Myers-Briggs Type Indicator) คือแบบทดสอบบุคลิกภาพ โดยอิงจากทฤษฎีทางจิตวิทยาของ Carl Jung เพื่อช่วยให้เข้าใจตัวเองและคนรอบข้างได้ดีขึ้น
คะน้าใบเขียว
27/02/2026
ตรวจสุขภาพ ตรวจอะไร ราคาเท่าไหร่?

แคร์สุขภาพ

รู้ให้ลึก! ก่อนตรวจสุขภาพ ตรวจอะไร ราคาเท่าไหร่?

ในปัจจุบันเทรนด์การดูแลสุขภาพกำลังมาแรง ทำให้หลายคนหันมาดูแลสุขภาพตัวเองและคนรอบข้างมากขึ้น ทั้งการออกกำลังกาย การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์
Tawan
24/02/2026
ปัญหาที่ควรป้องกันก่อนลูกเกิดด้วย

แคร์สุขภาพ

6 ปัญหาที่ควรป้องกันก่อนลูกเกิดด้วย ‘การฝากครรภ์’

การตั้งครรภ์ได้เปิดโอกาสให้คุณแม่สร้างสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นไปพร้อมกับการเติบโตของลูก หลายคนรู้สึกเหมือนฝันไป
Thirakan T
24/07/2025