ทำความรู้จักกับ ค่าสินไหมทดแทน คืออะไร? อยากเคลมจะได้เงินในกี่วัน?

Natthamon
ผู้เขียน: Natthamon Published: ธันวาคม 12, 2024
Natthamon
Natthamon
Natthamon เป็นนักเขียนคอนเทนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในอุตสาหกรรม FinTech ยานยนต์ และประกันภัย จบการศึกษา MBA สาขาการสื่อสารการตลาด และได้รับใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC License – Complex 2) รวมถึงเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต ด้วยพื้นฐานด้านการเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ทำให้ Natthamon มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกัน ประกันสุขภาพ และบริการทางการเงิน สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เชี่ยวชาญด้านการเขียนบทความประกันรถยนต์ การเปรียบเทียบความคุ้มครอง และการให้ความรู้ด้านประกันในหลากหลายประเภท Natthamon มีประสบการณ์ร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ได้แก่ Rabbit Care, CARSOME, DirectAsia Insurance และ GoBear
Natthamon
ตรวจทาน: คะน้าใบเขียว Last edited: พฤษภาคม 14, 2025
Natthamon
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience)
ค่าสินไหมทดแทน

หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า ค่าสินไหมจากประกันรถยนต์ กันมาไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะกับนักขับมือใหม่ป้ายแดงที่อยากทำความเข้าใจให้มากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าวันนี้ แรบบิท แคร์ ได้เตรียมข้อมูลที่ควรรู้ก่อนการเบิกเคลมค่าสินไหมทดแทนมาไว้ที่นี้แล้ว ไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรที่เราควรรู้กันบ้างฃ

ค่าสินไหมทดแทน คือ อะไร? 

ค่าสินไหมทดแทน หรือ ค่าสินไหมจากประกันรถยนต์ คือ จำนวนเงินหรือค่าชดเชยที่บริษัทประกันภัยจ่ายให้กับผู้เอาประกันภัยหรือคู่กรณีที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์ที่อยู่ในความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ โดยหลัก ๆ แล้ว สิ่งที่ค่าสินไหมทดแทนให้คุ้มครอง จะมีทั้งหมดดังนี้ 

  • ค่าซ่อมรถ จะถูกคำนวณค่าสินไหมทดแทนจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเจ้าหน้าที่ โดยเอกสารที่ต้องใช้ คือ ใบเคลมหรือใบรับรองความเสียหายตัวจริง, ใบเสนอราคาค่าซ่อมรถ, ใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จรับเงิน, รูปถ่ายรถยนต์ก่อนซ่อม ระหว่างซ่อม หลังซ่อม พร้อมเปรียบเทียบอะไหล่, บัตรประชาชน สำเนาสมุดบัญชี  และหนังสือรับรองการจดทะเบียน
  • ค่ารักษาพยาบาล ตั้งแต่อาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ไปจนถึงการบาดเจ็บที่อาจถึงขั้นสูญเสียอวัยวะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทางบริษัทประกันว่าจะดำเนินการอย่างไร บางกรณีอาจไม่ต้องสำรองจ่าย เพราะทางบริษัทเข้ามาช่วยดูแลค่าสินไหมทดแทนให้ทันที โดยเอกสารที่ต้องใช้ คือ ใบเคลมหรือใบรับรองความเสียหายตัวจริง,ใบรับรองแพทย์, ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล, บัตรประชาชน และสำเนาสมุดบัญชี
  • ค่าปลงศพ ประเมินค่าสินไหมทดแทนจากพิธีของแต่ละศาสนา ซึ่งอาจประกอบไปด้วยค่าทำศพตามแต่ละศาสนา การตกแต่งร่างกาย ฉีดยา แต่งตัวแต่งหน้าศพ ไปจนถึงค่าพิธีการทั้งหมด โดยเอกสารที่ต้องใช้ คือ ชุดใบมรณบัตร, ใบรับรองการเสียชีวิต หรือใบชันสูตรพลิกศพ, บัตรประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน, สำเนาบันทึกประจำวัน และสำเนาสมุดบัญชีธนาคาร
  • ค่าทดแทนกรณีรถเสียหายโดยสิ้นเชิง กรณีนี้เกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อรถยนต์ถูกตีสภาพว่าเสียหายเกินกว่า 70% บริษัทจะประเมินและจ่ายค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนความคุ้มครอง โดยที่เราต้องโอนซากรถให้กับทางประกันด้วย หรือที่เราเรียกว่าคืนทุนนั่นเอง

สำหรับรายละเอียดการชดใช้ในแต่ละรูปแบบ จะมีข้อมูลบอกว่าค่าสินไหมทดแทนแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับรูปแบบกรมธรรม์ที่ผู้ขับหรือเจ้าของรถได้ทำประกันเอาไว้ด้วย ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายแบบใด อย่าลืมตรวจสอบวงเงินของค่าสินไหมทดแทน เพื่อให้วางแผนการใช้จ่ายได้อย่างถูกต้องด้วย

ค่าสินไหมทดแทน คือ

ค่าสินไหมทดแทน มีอะไรบ้าง ?

สำหรับค่าสินไหมทดอทน จะประกอบไปด้วย 3 ข้อหลัก ๆ ได้แก่

  • สินไหมทดแทน กรณีละเมิดตามหลักทั่วไป คือ ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงกับทางผู้เสียหาย ซึ่งทางผู้ที่เป็นฝ่านกระทำละเมิดจนเกิดความเสียหาย ต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทน เพื่อเป็นการเยียวยา ชดใช้ โดยมีวัตถุประสงค์ให้ทางผู้เสียหายสามารถกลับคืนสถานะภาพเดิมได้ใกล้เคียงมากที่สุด จะรวมถึงค่าเสียหายที่สามารถคำนวณเป็นเงินได้ และค่าเสียหายที่คำนวณเป็นเงินไม่ได้ด้วย
  • สินไหมทดแทน ประกันวินาศภัย หมายถึง การจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีที่รถยนต์หรือทรัพย์สินของคุณ ถูกวินาศภัยทำให้เสียหายโดยมีสภาพแตกต่างไปจากตอนที่ทำประกัน โดยทางประกันจะเลือกการจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้หลายรูปแบบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขกรมธรรม์ความคุ้มครอง
  • สินไหมทดแทน ประกันภัยรถยนต์ เป็นสิ่นไหมทดแทนที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ภายใต้การคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันรถยนต์ที่สมัครเอาไว้ ทั้งนี้ทางประกันจะเข้ามาดูแลเรื่องค่าสินไหมทดแทน กรณีโดนรถชน รวมถึงกรณีอื่นที่ระบุเอาไว้ในเงื่อนไขการคุ้มครอง ซึ่งจะสามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากคู่กรณีได้เป็นค่าซ่อมแซมรถยนต์ ค่ารักษาพยาบาล และอื่น ๆ ได้ตามระบุ

ค่าสินไหมทดแทน มีอะไรบ้าง

ขั้นตอนเรียกค่าสินไหมจากคู่กรณี ต้องทำอะไรบ้าง?

สำหรับใครที่อยุ่ในสถานการร์ดั่งกล่าว อาจจะเกิดข้อสงสัยว่า เราจะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากคู่กรณีได้อย่างไรบ้าง? ขั้นตอนการเรียกร้องเหมือนการเบิกเคลมค่าสินไหมจากประกันรถของตัวเองไหม? โดยเราสามารถปฎิบัติตามขั้นตอนได้ ดังนี้

  • ติดต่อหาตัวแทนประกันรถยนต์เพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
  • รวบรวมและจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไปยังบริษัทของคู่กรณี เช่น สำเนาบัตรประชาชน, สำเนากรมธรรม์ประกันภัยของผู้เอาประกัน, หนังสือเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน เป็นต้น
  • รอพิจารณาตามกระบวนการเป็นระยะเวลาประมาณ 7-15 วัน
  • เมื่อพิจารณาเสร็จแล้วทางบริษัทจะดำเนินการชำระค่าสินไหมทดแทนให้เป็นเวลา 15 วัน

ทั้งนี้ในแต่ละรูปแบบของการชดใช้ จะมีอัตราค่าสินไหมทดแทนที่แตกต่างกันออกไปตามโอกาส หรือตามเงื่อนไขที่ทุกบริษัทได้มีกำหนดเอาไว้ โดยอัตราค่าสินไหมทดแทนนั้น จะคำนวณความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงให้เป็นจำนวนเงิน 

ส่วนความเสียหายที่ไม่สามารถตำนวณเป็นเงินได้ ต้องขึ้นอยู่กับการเจรจา การเรียกร้อง หรือการตัดสินจากศาลให้ผู้กระทำการละเมิดจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามศาลสั่ง

การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน มีกี่ประเภท

ค่าสินไหมทดแทน กี่วันได้

การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน จากประกัน โดยทั่วไป ทางบริษัทฯ จะจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายใน 15 วัน หลังจากตรวจสอบหลักฐานทั้งหมดแล้ว หากมีเหตุให้สงสัยว่าการเคลมประกันไม่เป็นไปตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ ระยะเวลาดังกล่าวอาจขยายออกไปได้ตามความจำเป็น แต่ไม่เกิน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับเอกสารครบถ้วน 

ดังนั้น เมื่อต้องเบิกเคลมค่าสินไหมทดแทน และไม่มั่นใจว่าเอกสารครบถ้วนหรือไม่ สามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ หรือในกรณีที่ทางบริษัทฯต้องการข้อมูลและเอกสารเคลมค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติม ก็จะสามารถยื่นเอกสารดั่งกล่าวเพิ่มได้ทันที ทั้งนี้ก็เพื่อความรวดเร็วในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนนั่นเอง

ค่าเสียโอกาส

ตัวอย่าง ฟ้องเรียก ค่าสินไหมทดแทน รถชน มีอะไบ้าง?

ตัวอย่างกรณีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนที่มีโอกาสพบเจอบ่อย ได้แก่ ค่าสินไหมทดแทน กรณี ประมาทร่วม, ค่าสินไหมทดแทน กรณีบาดเจ็บ, ค่าสินไหมทดแทน กรณีเสียชีวิต พรบ, ค่าสินไหมทดแทน รถชน และค่าทนทุกข์ทรมานจากการบาดเจ็บ โดยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินไหมทดแทนแต่ละข้อมีดังนี้

ค่าสินไหมทดแทน กรณีประมาทร่วม จะไม่มีใครสามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้ เนื่องจากเป็นการประมาทร่วม ต่างฝ่ายต้องแจ้งเคลมประกันเพื่อรับผิดชอบในส่วนของตัวเอง เว้นแต่ว่าจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยอมความ จนเกิดการพิสูจน์ที่ลงลึกรายละเอียดมากกว่าเดิม และได้ผลลัพธ์ถึงผู้ที่มีความผิดมากกว่า ถึงจะสามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากคู่กรณีได้

ค่าสินไหมทดแทน กรณีบาดเจ็บ สามารถเรียกค่าสินไหมจาก พ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งจะได้รับค่าสินไหมไม่เกิน 80,000 บาท/คน แต่ถ้าหากมีการสูญเสียอวัยวะ จะได้รับค่าสินไหมไม่เกิน 500,000 บาท/คน

ค่าสินไหมทดแทน กรณีเสียชีวิต พ.ร.บ. จะได้รับค่าสินไหมทดแทน 500,000 บาท/คน

ค่าสินไหมทดแทน รถชน ขึ้นอยู่กับการเจรจาเรียกร้องค่าสินไหมต่อผู้ที่เป็นฝ่ายละเมิด

ค่าทนทุกข์ทรมานจากการบาดเจ็บ ถึงแม้ไม่สามารถคำนวณเป็นเงินออกมาได้ก็จริง แต่หากมีการฟ้องร้องต่อศาล ทางศาลก็จะพิจารณาถึงความเป็นจริงในผลที่เกิดขึ้น และสั่งฟ้องให้ทางผู้ละเมิดจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามที่สานเห็นแก่สมควร

สำหรับคนที่ใช้งานรถยนต์เป็นประจำ ควรเลือกทำประกันรถยนต์ที่ดูแลได้ครอบคลุมมากที่สุดอย่างประกันชั้น 1 โดยเฉพาะในส่วนของการคุ้มครองที่ดูแลได้รอบด้าน แถมยังมีเรื่องค่าสินไหมทดแทน ประกันภัย รถยนต์ ชั้น 1 ที่พร้อมช่วยเหลือสูงสุดในหมวดหมู่ประกันทั้งหมด ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่าง ๆ หากเกิดอุบัติเหตุได้

และสำหรับใครที่กำลังมองหาการเปรียบเทียบประกันรถยนต์อยู่ ที่ แรบบิท แคร์ เราช่วยคุณได้! เพราะที่นี้นอกจากมีเครื่องมืออย่าง CareOS ที่ช่วยให้คุณเปรียบเทียบเบี้ยประกันต่าง ๆ จากหลากหลายบริษัทได้ง่าย ๆ ช่วยให้คุณสะดวกสบายในการตามหาประกันรถยนต์ที่เหมาะกับคุณได้ไม่ง่าย คลิกเลย!

สรุป

ค่าสินไหมทดแทน คือ ค่าชดเชยความเสียหายอันเกิดจากการกระทำที่ทำให้ผู้ถูกกระทำมีความเสียหายเกิดขึ้น ซึ่งต้องคำนวณออกมาเป็นเงินได้ เช่น ค่าซ่อมแซมรถยนต์, ค่าเสียหายทรัพย์สิน, ค่ารักษาพยาบาล ซึ่งสามารถแบ่งแยกย่อยได้ 3 ข้อหลัก ๆ ได้แก่ สินไหมทดแทน กรณีละเมิดตามหลักทั่วไป, สินไหมทดแทน ประกันวินาศภัย และสินไหมทดแทน ประกันภัยรถยนต์

ที่มา


บทความแนะนำอื่นๆ : ประกันภัยรถยนต์และการเคลมประกัน

วิธีเคลมประกัน มีคู่กรณี ต้องทำอย่างไรบ้าง? ขับรถแหกโค้งเอง แบบนี้เคลมประกันได้ไหม? รถยนต์ไฟฟ้า EV สามารถซื้อประกันภัยได้หรือไม่ ราคาเท่าไหร่? ขับรถชนบ้านคนอื่น ประกันรถยนต์คุ้มครองไหม? เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับประกันรถพยาบาล (Ambulance)

แรบบิท แคร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์

แรบบิท แคร์ รวบรวม ประกันรถยนต์ จากหลายบริษัทมาให้คุณเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ทั้งราคา ความคุ้มครองประกันรถยนต์ แต่ละประเภท บริการเคลม เลือกแบบที่เหมาะกับการใช้งาน และงบประมาณ คุณสามารถเช็คเบี้ยและเปรียบเทียบประกันรถยนต์ออนไลน์ จากหลายบริษัทได้ทันทีในที่เดียว

  • เปรียบเทียบประกันรถยนต์จากหลายบริษัทในหน้าเดียว
  • มีทุกชั้นความคุ้มครอง ทั้งชั้น 1, 2+, 3+, และชั้น 3
  • มีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำตลอดการเลือกซื้อ

บริษัท แรบบิท แคร์ โบรคเกอร์ จำกัด เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจาก คปภ. ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยโปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นทุกครั้ง

 

บทความแคร์เรื่องประกันยานยนต์

วิธีต่อ พ.ร.บ. และต่อภาษีรถยนต์ รถจักรยานยนต์

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

วิธีต่อ พ.ร.บ. และต่อภาษีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ทำเองได้ใน 15 นาที [2569]

วิธีต่อ พ.ร.บ. และต่อภาษีรถยนต์-รถจักรยานยนต์ ปี 2568 ครบจบที่เดียว พร้อมขั้นตอนทีละข้อ เอกสารที่ต้องใช้ อัตราค่าภาษีตาม ซีซี เบี้ย พ.ร.บ. แยกประเภทรถ ช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ และค่าปรับถ้าขาดต่อ ทำเองได้ภายใน 15 นาที
กองบรรณาธิการ
12/06/2026
ประกันชั้น 2+ กับ 3+ ต่างกันอย่างไร

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันชั้น 2+ กับ 3+ ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนคุ้มกว่าสำหรับรถคุณ?

ประกันชั้น 2+ และ 3+ ต่างกันตรงไหน? ทั้งสองแบบซ่อมรถเมื่อชนกับคู่กรณี แต่ 2+ เพิ่มความคุ้มครองรถหาย ไฟไหม้ และน้ำท่วมด้วย ในราคาสูงกว่าประมาณ 1,000–2,000 บาทต่อปี เปรียบเทียบความคุ้มครอง ตารางเบี้ย และคำแนะนำการเลือกให้เหมาะกับรถและไลฟ์สไตล์ของคุณ
กองบรรณาธิการ
10/06/2026
ประกันชั้น 1 รถ 15 ปี ยังทำได้ แต่ตัวเลือกน้อยลงมาก

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันชั้น 1 รถ 15 ปี ยังทำได้ไหม ? หรือควรเปลี่ยนเป็นชั้น 2+ ?

รถอายุ 15 ปี ยังทำประกันชั้น 1 ได้ในบางบริษัท เช่น วิริยะและกรุงเทพประกันภัย แต่เบี้ยสูงขึ้น 30–50% และตัวเลือกน้อยลงอย่างมาก บทความนี้เปรียบเทียบชั้น 1 กับชั้น 2+ ตรงๆ ทั้งเรื่องความคุ้มครอง เบี้ยโดยประมาณ และเงื่อนไขบริษัท พร้อมไกด์ตัดสินใจว่าสถานการณ์ไหนควรเลือกชั้นไหน รวมถึงข้อมูลที่หลายคนไม่รู้ว่าประวัติการต่ออายุกระทบโอกาสรับประกันอย่างไร
กองบรรณาธิการ
05/06/2026