วิธีเคลมประกัน มีคู่กรณี ทำอย่างไรบ้าง? ใช้เอกสารอะไรบ้าง?
เคลมประกันมีคู่กรณี (เคลมสด) ทำอย่างไร
เคลมประกันแบบมีคู่กรณี หรือที่เรียกกันว่า “เคลมสด” ทำได้โดยโทรแจ้งบริษัทประกันทันทีที่เกิดเหตุ ระบุข้อมูลคู่กรณีให้ชัดเจน รอเจ้าหน้าที่สำรวจภัยมาเจรจาสรุปฝ่ายถูกฝ่ายผิด แล้วรับใบเคลมไปใช้ซ่อมรถที่อู่ในเครือได้ทันทีโดยไม่ต้องสำรองจ่ายล่วงหน้า
ข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ก่อนเคลม
- เงื่อนไขหลัก: ต้องระบุตัวคู่กรณีได้ หรือคู่กรณียังอยู่ในที่เกิดเหตุ
- แจ้งเคลมที่ไหน: สายด่วนบริษัทประกันตามเบอร์ในกรมธรรม์
- ใครเจรจา: เจ้าหน้าที่สำรวจภัยไกล่เกลี่ยแทน ไม่ต้องเจรจาเอง
- ประกันชั้น: เคลมได้ทั้งชั้น 1, 2+ และ 3+
จำง่ายๆ
- มีคู่กรณีชัดเจน: ไม่ต้องแจ้งความ (ยกเว้นมีผู้บาดเจ็บ)
- เป็นฝ่ายถูก: ไม่กระทบเบี้ย ไม่เสียส่วนลด NCB
- เป็นฝ่ายผิด: อาจเสียค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ตามกรมธรรม์
- ใบเคลม: มีอายุใช้งาน 1-2 ปี ควรรีบนำรถเข้าซ่อม
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน
เคลมสด (มีคู่กรณี) คืออะไร
เคลมสด คือการแจ้งเคลมความเสียหายที่เกิดขึ้นทันทีในที่เกิดเหตุ โดยคู่กรณียังอยู่ในที่เกิดเหตุ หรือผู้เอาประกันสามารถระบุข้อมูลคู่กรณีได้อย่างชัดเจน เช่น ทะเบียนรถ ชื่อ-นามสกุล หรือช่องทางติดต่อ เมื่อเจ้าหน้าที่สำรวจภัยเดินทางมาถึง จะเป็นผู้ประเมินความเสียหาย เจรจาไกล่เกลี่ยกับคู่กรณี และสรุปว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิด ก่อนออกใบเคลมให้ผู้เอาประกันนำรถเข้าซ่อมที่อู่หรือศูนย์บริการในเครือได้ทันที
กรณีมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ควรรอเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือกู้ภัยที่ได้รับมอบหมายมาดำเนินการก่อน เว้นแต่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน เช่น รถติดไฟไหม้หรือเสี่ยงอันตรายซ้ำ
คู่กรณีไม่จำเป็นต้องเป็นรถยนต์เสมอไป การชนทรัพย์สินที่ระบุเจ้าของได้ชัดเจน เช่น รั้วบ้านหรือกำแพง ก็นับเป็นเคลมแบบมีคู่กรณีเช่นกัน ต่างจาก “เคลมแห้ง” ที่ระบุตัวคู่กรณีไม่ได้เลย
ขั้นตอนการเคลมสด (มีคู่กรณี)
ตั้งสติ เปิดไฟฉุกเฉิน ถ่ายภาพ ถ่ายความเสียหายของรถทั้งคัน ป้ายทะเบียนคู่กรณี และสภาพถนนไว้หลายมุม
ติดต่อบริษัทประกันทันที แจ้งเลขกรมธรรม์ รายละเอียดเหตุการณ์ สถานที่เกิดเหตุ และข้อมูลคู่กรณีเท่าที่มี
แสดงเอกสารยืนยันตัวตน กับเจ้าหน้าที่ภาคสนามที่เดินทางมาถึง เช่น บัตรประชาชน ใบขับขี่ กรมธรรม์
รอเจ้าหน้าที่สรุปเหตุการณ์และรับใบเคลม หลังเจรจากับคู่กรณีเรียบร้อย นำใบเคลมไปใช้ซ่อมรถได้ทันที
กรณีมีผู้บาดเจ็บหรือรถขับต่อไม่ได้ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่บริษัทประกันให้ประสานรถพยาบาลหรือรถยกลากไปยังที่เกิดเหตุโดยเร็วที่สุด
เอกสารที่ต้องเตรียมตอนเคลมสด
- บัตรประชาชนและใบขับขี่ของผู้ขับขี่ขณะเกิดเหตุ
- เล่มทะเบียนรถ หรือสำเนา
- กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ หรือเลขกรมธรรม์
- ใบเคลมจากเจ้าหน้าที่สำรวจภัย
- ภาพถ่ายที่เกิดเหตุและความเสียหายของรถ
- บันทึกประจำวัน (เฉพาะกรณีมีผู้บาดเจ็บ หรือคู่กรณีไม่ยอมรับผิด)
เคลมสด vs เคลมแห้ง ต่างกันยังไง
ความแตกต่างหลักอยู่ที่การระบุตัวคู่กรณี เคลมสดต้องระบุตัวคู่กรณีได้หรือคู่กรณียังอยู่ในที่เกิดเหตุ เคลมได้ทั้งชั้น 1, 2+ และ 3+ ส่วนเคลมแห้งคือกรณีไม่มีคู่กรณี เช่น ถอยชนกำแพง เคลมได้เฉพาะชั้น 1 และมักต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกประมาณ 1,000 บาทต่อเหตุการณ์
ดูตารางเปรียบเทียบแบบเต็มพร้อมตัวอย่างสถานการณ์จริงว่าควรเคลมแบบไหน ได้ที่ เคลมสด vs เคลมแห้ง ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดี
อยากรู้ว่าเคลมแล้วเบี้ยประกันปีถัดไปจะเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เคลมบ่อยเบี้ยขึ้นจริงไหม
เป็นฝ่ายผิดในเหตุการณ์มีคู่กรณี ต้องจ่ายอะไรบ้าง
หลังเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วว่าผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิด อาจต้องชำระค่าเสียหายส่วนแรก (Excess หรือ Deductible) ตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ตอนทำประกัน การเลือกทำประกันแบบมี Deductible ช่วยลดเบี้ยประกันรายปีได้ เพราะผู้เอาประกันรับความเสี่ยงบางส่วนไว้เอง
ตัวอย่างเช่น เบี้ยประกันรายปีอยู่ที่ 10,000 บาท หากเลือกทำประกันแบบจ่าย Deductible 2,000 บาททุกครั้งที่เป็นฝ่ายผิด เบี้ยประกันจะถูกปรับลดลงเหลือประมาณ 8,000 บาทต่อปี
ระดับ Deductible เลือกได้ตั้งแต่ตอนทำประกัน ยิ่งรับความเสี่ยงเองมาก เบี้ยยิ่งถูกลง แต่ต้องพร้อมจ่ายส่วนนี้เองทุกครั้งที่เป็นฝ่ายผิด
กรณีที่ประกันไม่คุ้มครอง
คปภ. กำหนดให้บริษัทประกันปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมได้ หากผู้เอาประกันใช้รถผิดเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ดังนี้:
- ใช้รถกระทำความผิดตามกฎหมาย เช่น ขนยาเสพติด หรือใช้ปล้นทรัพย์สิน
- ใช้รถผิดประเภท เช่น ดัดแปลงแข่งความเร็ว หรือใช้ลากจูง
- ขับขี่ขณะมีแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 150 มิลลิกรัม (เมาแล้วขับ)
- ใช้รถนอกอาณาเขตคุ้มครอง โดยไม่แจ้งบริษัทประกันล่วงหน้า
- ความเสียหายจากสงคราม การปฏิวัติ อาวุธนิวเคลียร์ หรือกัมมันตภาพรังสี
คำถามที่พบบ่อย
รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเคลมประกันรถยนต์แบบมีคู่กรณี
ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่สำรวจภัยจะถึงที่เกิดเหตุภายใน 15-30 นาทีถ้าอยู่ในเขตเมือง และออกใบเคลมได้ทันทีหลังตกลงกับคู่กรณีเรียบร้อย รวมเวลาส่วนใหญ่ไม่เกิน 1-2 ชั่วโมง ยกเว้นกรณีคู่กรณีไม่ยอมรับผิดซึ่งอาจต้องนัดเจรจาเพิ่มเติม
ให้เจ้าหน้าที่สำรวจภัยหรือตัวแทนบริษัทเป็นผู้เจรจาไกล่เกลี่ยแทน หากตกลงกันไม่ได้ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลไว้และนัดเจรจาที่สาขา หรือส่งเรื่องให้ฝ่ายสินไหมพิจารณาต่อ ผู้เอาประกันไม่จำเป็นต้องเจรจาเอง
กรณีมีคู่กรณีชัดเจนและไม่มีผู้บาดเจ็บ ไม่จำเป็นต้องแจ้งความ เจ้าหน้าที่สำรวจภัยจะเป็นผู้บันทึกเหตุการณ์และออกใบเคลมให้ แต่ถ้ามีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจตามกฎหมาย
ใบเคลมหรือใบสรุปความเสียหายมักมีอายุใช้งาน 1-2 ปีนับจากวันที่ออกเอกสาร ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกัน ควรนำรถเข้าซ่อมภายในระยะเวลาที่กำหนดเพื่อไม่ให้เอกสารหมดอายุ
ฝ่ายผิดอาจต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Excess/Deductible) ตามที่ตกลงไว้ในกรมธรรม์ตอนทำประกัน หากเลือกซื้อแบบมี Deductible จะช่วยลดเบี้ยประกันได้ แต่ต้องจ่ายส่วนนี้เองทุกครั้งที่เป็นฝ่ายผิด
เคลมแบบมีคู่กรณีทำได้ทั้งประกันชั้น 1, 2+ และ 3+ เพราะทุกชั้นนี้กำหนดให้ต้องระบุตัวคู่กรณีได้จึงจะเคลมความเสียหายของรถตัวเองได้ ยกเว้นชั้น 3 ที่คุ้มครองเฉพาะบุคคลภายนอกเท่านั้น ดูรายละเอียดความคุ้มครองแต่ละชั้นเพิ่มเติมได้ที่บทความ เคลมบ่อยเบี้ยขึ้นจริงไหม
เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ก่อนต่ออายุปีหน้า
เปรียบเทียบเบี้ยประกันรถยนต์จากทุกบริษัทชั้นนำในที่เดียว เลือกความคุ้มครองที่เหมาะกับพฤติกรรมการขับขี่ของคุณ
เช็คเบี้ยประกันรถยนต์สรุป
วิธีเคลมประกันมีคู่กรณี จะเป็นการเคลมทันทีเมื่อเกิดความเสียหายกับตัวรถ โดยคู่กรณีต้องยังอยู่ในที่เกิดเหตุ หรือระบุข้อมูลของคู่กรณีได้อย่างครบถ้วน เช่น เลขทะเบียนรถ, ชื่อนามสกุล หรือข้อมูลติดต่อคู่กรณี และเมื่อเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนบริษัทประกันตรวจสอบสถภาพความเสียหาย จะมีการเจรจาไกล่เกลี่ยกับทางคู่กรณี และมีการดำเนินการออกเอกสารหลักฐานใบเคลมเพื่อให้นำรถเข้าซ่อมต่อไป ซึ่งจะแตกต่างจากการเคลมไม่มีคู่กรณีที่ตัวผู้เอาประกันจะต้องเป็นคนแจ้งความเสียหาย พร้อมระบุเหตุการณ์ต่าง ๆ แทน และมีเรื่องของค่าใช้จ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ด้วย

ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย เนื้อหาผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย เพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง อัปเดตสม่ำเสมอ และมีความน่าเชื่อถือ โดย แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจนและช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้ (ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ ว00021/2557)
บทความแนะนำอื่นๆ : ประกันภัยรถยนต์และการเคลมประกัน
แรบบิท แคร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์
แรบบิท แคร์ รวบรวม ประกันรถยนต์ จากหลายบริษัทมาให้คุณเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ทั้งราคา ความคุ้มครองประกันรถยนต์ แต่ละประเภท บริการเคลม เลือกแบบที่เหมาะกับการใช้งาน และงบประมาณ คุณสามารถเช็คเบี้ยและเปรียบเทียบประกันรถยนต์ออนไลน์ จากหลายบริษัทได้ทันทีในที่เดียว
- เปรียบเทียบประกันรถยนต์จากหลายบริษัทในหน้าเดียว
- มีทุกชั้นความคุ้มครอง ทั้งชั้น 1, 2+, 3+, และชั้น 3
- มีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำตลอดการเลือกซื้อ
บริษัท แรบบิท แคร์ โบรคเกอร์ จำกัด เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจาก คปภ. ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยโปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นทุกครั้ง

