ขับรถแหกโค้งเอง แบบนี้เคลมประกันได้ไหม?

คะน้าใบเขียว
ผู้เขียน: คะน้าใบเขียว Published: มีนาคม 19, 2021
คะน้าใบเขียว
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience)
เคลมประกัน

ขับรถแหกโค้งเอง แบบนี้เคลมประกันได้ไหม?

รู้จักกันก่อน กับ การเคลมแห้ง เคลมสด ของประกันรถ 

มาทำความรู้จักกันก่อนว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้ว เราสามารถแจ้งเคลมประกันได้ 2 แบบ คือ การเคลมแบบสด และการเคลมแบบแห้ง

เคลมแห้ง คือ แจ้งเคลมหลังจากวันที่เกิดเหตุ อาจเพราะรถเป็นรอยเพียงเล็กน้อย โดยต้องแจ้งเคลมก่อนกรมธรรม์ประกันรถยนต์หมดอายุ หลังจากแจ้งเคลมแล้วจะได้ใบเคลมรถมา โดยเราจะรถไปเข้าศูนย์ซ่อมเมื่อไหร่ก็ได้ตามความสะดวกของผู้ใช้รถ แต่ต้องใช้ก่อนใบเคลมหมดอายุ (โดยทั่วไปแล้ว จะมีระยะเวลาให้ ภายใน 1 ปี)


ซึ่งการจะเคลมค่าใช้จ่ายเหล่านี้ จากประกันรถยนต์ได้ หลายคนมักจะติดภาพว่า ต้องมีคู่กรณีเท่านั้น ถึงจะสามารถเบิกเคลมได้ แต่แท้จริงแล้ว ในบางอุบัติเหตุ และในบางกรมธรรมน์ สามารถเบิกเคลมค่าคุ้มครอง ค่าซ่อมรถ  และค่าเสียหายอื่นๆ ได้ แม้จะไม่มีคู่กรณี ซึ่งประกันรถยนต์ที่ทำแบบนี้ได้ จะมีเพียง ประภัยชั้น 1 เท่านั้น 

สำหรับประกันภัยชั้น 1 คุ้มครองการเคลมที่ไม่มีคู่กรณี โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน

กรณีเกิดอุบัติเหตุ โดยตัวรถเกิดความเสียหาย ตัวรถมีแผล ทางประกันภัยคุ้มครองในส่วนค่าซ่อมแซมให้ทั้งหมด

กรณีทำทรัพย์สินของผู้อื่น หรือทรัพย์สินตนเองเสียหาย เช่น ชนรั้วบ้าน, ชนเสาไฟฟ้าสาธารณะ ประกันจะประเมินราคา และจ่ายค่าซ่อมแซมให้

เบิกเคลมประกันรถ

แบบไหน ถึงเข้าข่ายการชนไม่มีคู่กรณีได้บ้างนะ ?

อุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี คือ เหตุการณ์ที่ทำให้รถเสียหาย โดยไม่มีรถยนต์คันอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายๆ ปัจจัย โดยเราสามารถแบ่งออกได้ เป็น 3 กรณีที่เข้าข่าย ดังนี้ 

ขับรถชนสิ่งกีดขวาง เป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากการขับไปชนกับสิ่งกีดขวางเอง อาจจะด้วยความประมาท หรือความไม่ได้ตั้งใจ เช่น ชนรั้วบ้าน, รถครูดกำแพง, ชนกระถางต้นไม้, ชนเสาไฟฟ้า, ชนสิ่งปลูกสร้างต่างๆ , รถยางแตกจากการเหยียบของมีคม หรือ รถไถลลงโค้งข้างทาง ตกถนน เป็นต้น

ถูกชนแล้วหาคู่กรณีไม่ได้ ไม่ว่าจะจอดรถอยู่เฉยๆ หรือขับรถอยู่บนท้องถนน หากเกิดอุบัติเหตุ ที่มีผู้อื่นมาชน แล้วติดตามคู่กรณีไม่ได้ หรือไม่ทราบว่าใครเป็นคนทำ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุเล็กๆ เช่น ไฟแตก, มีรอยขีด, สีถลอก ไปจนถึงถูกชนแบบรุนแรง รถมีรอยบุบ กันชนหน้ารถพัง กระจกแตก มีร่องรอยความเสียหายใหญ่ ก็นับว่าเข้าข่ายเช่นกัน

เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เป็นเหตุที่ทำให้รถเกิดความเสียหายโดยที่เราเองไม่รู้เหตุการณ์ล่วงหน้า ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติ เช่น ต้นไม้โค่นทับ, เสาไฟฟ้าล้มทับ, ลูกเห็บตกใส่รถ, น้ำท่วม เป็นต้น

ประกันรถออนไลน์

ซึ่งในกรณีที่อยากจะเบิกเคลมค่าประกันรถ ถ้าเราไม่มีคู่กรณี ให้ปฏิบัติดังนี้

  • หากชนกับสิ่งของที่ไม่ใช่รถยนต์ เช่น กระถางต้นไม้, รั้วบ้าน เสา เป็นต้น ต้องระบุได้ว่าเกิดเมื่อไหร่ ตรงไหน ถ้าปล่อยให้นานไป แล้วค่อยมาแจ้งเคลมอาจจะโดนค่าความเสียหายส่วนแรกได้ หรืออย่างแย่คือการที่ประกันไม่รับเคลม
  • สำหรับประกันชั้น 1 สามารถโทรแจ้งบริษัทประกันภัยที่เราทำไว้ แล้วแจ้งเคลมได้เลย โดยต้องอธิบายเหตุการณ์ให้ครบถ้วนอย่างละเอียด จากนั้นบริษัทจะให้เรานำรถไปตรวจเช็ก หรือเราอาจให้เจ้าหน้าที่เคลมมาตรวจสอบตามสถานที่นัดหมาย
  • บริษัทประกันภัยจะให้ใบเคลมมา และต้องเก็บรักษาไว้ให้ดี เพื่อใช้เป็นหลักฐานการแจ้งเคลมที่อู่ หรือศูนย์บริการรถยนต์
  • ใบเคลมจะมีอายุ 1 – 2 ปี นับจากวันที่ออกใบ (แล้วแต่บริษัทประกัน)
  • ติดต่ออู่ ห้าง หรือศูนย์บริการ ที่เอารถเข้าซ่อม
  • เตรียม สำเนาใบขับขี่, สำเนากรมธรรม์, สำเนาทะเบียนรถ ติดตัวไปด้วย
  • เมื่อซ่อมเสร็จ ก็เซ็นเอกสาร และรับรถได้เลย
รถชนไม่มีคู่กรณี

แล้วชนไม่มีคู่กรณีแบบไหน ที่เคลมไม่ได้

จริงอยู่ที่ประกันชั้น 1 นั้น เปิดโอกาสให้คุณสามารถเบิกเคลมได้ แม้ไม่มีคู่กรณี โดนชนแล้วหนี หรือกระทั่งเจอกับอุบัติเหตุจากภัยธรรมชาติ แต่ก้็มีการชน การเกิดอุบัติเหตุบางอย่างเช่นกัน ที่ทางบริษัทประกันจะไม่รับเคลม ดังนี้ 

  • ใช้รถทำสิ่งผิดกฎหมาย เช่น ขนอาวุธเถื่อน ขนยาเสพติด ก่อการร้าย ถ้าเกิดเหตุชนขึ้นมา ต่อให้เป็นประกันชั้น 1 ก็อาจไม่รับเคลมได้
  • ขับรถยนต์ออกนอกเขตความคุ้มครอง เช่น การขับรถออกนอกประเทศ แล้วรถชน บริษัทประกันก็อาจปฎิเสธการเคลมได้ เพราะถือว่าอยู่นอกพื้นที่คุ้มครอง
  • เมาแล้วขับ ในทางกฎหมายจะถือว่าถ้าผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 มิลลิกรัม จะถือว่าเมาทันที หากเกิดเหตุชนแล้วพบว่าผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินที่กฎหมายกำหนด จะไม่สามารถเคลมประกันได้
  • ใช้รถผิดประเภท เช่น นำรถส่วนบุคคลไปใช้ลากจูงรถอีกคัน, นำรถยนต์ธรรมดาไปปรับแต่ง แข่งรถ ถ้าเกิดเหตุขึ้นมา บริษัทประกันอาจจะปฏิเสธการเคลมโดยทันที เพราะถือว่าผิดเงื่อนไขการใช้รถยนต์
  • ผู้ขับขี่ไม่มีใบขับขี่ รวมถึงการนำใบอนุญาตขับขี่รถจักจักรยานยนต์มาใช้แทนใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ ถ้าเกิดเหตุรถชนบริษัทประกันจะไม่จ่ายค่าความเสียหายให้ เท่ากับว่าเคลมประกันภัยรถยนต์ไม่ได้นั่นเอง
  • ทำลายทรัพย์สินตนเอง ถ้าบริษัทประกันพบว่าเจ้าของรถจัดฉากเพื่อหวังเงินเคลมประกันภัย แบบนี้นอกจากจะเคลมประกันไม่ได้แล้ว ยังผิดกฎหมายอีกด้วย
  • ไม่มีใบขับขี่ กรณีที่ผู้ทำประกันให้ผู้อื่นยืมรถไปโดยที่ผู้ที่ยืมรถไปใช้นั้นไม่มีใบอนุญาตขับขี่ หรือถูกตัดสิทธิ์ในการขับขี่ตามกฎหมาย เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นและบริษัทประกันฯ ตรวจสอบพบข้อเท็จจริงนี้ก็มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธความคุ้มครองได้

นอกจากนี้ หากมีการเคลมเกิน 200% ของเบี้ยประกัน (มากกว่า 2 ครั้ง /ปี) โดยผู้เอาประกัน มักเป็นฝ่ายผิด และมีค่าเสียหายเกินกว่า 200% ของค่าเบี้ยประกัน ก็อาจเสี่ยงที่ ในปีถัดๆ ไป บริษัทประกัน อาจจะปรับค่าเบี้ยของคุณให้สูงขึ้นในปีถัดไป หรืออาจจะปรับลดเป็นประกันชั้นที่ลดหลั่นลงมาได้แทน 

และที่น่ากลัวที่สุด บริษัทประกันอาจจะไม่รับทำประกันให้คุณในปีถัดไปก็ได้  ดังนั้น การขับรถยนต์ด้วยความไม่ประมาท ประวัติดี ไม่มีเคลม จะดีที่สุดนะ!

รถเป็นรอย

สรุปแล้ว ขับรถแหกโค้งเอง ประกันรับเคลมไหม? 

ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ อย่างการขับรถแหกโค้งเอง บอกได้เลยว่า ถ้าเป็นประกันรถยนต์ชั้น 1 จะสามารถเบิกเคลมได้ โดยจะคุ้มครองทั้งรถยนต์ และผู้ขับขี่ รวมไปถึงผู้โดยสารในรถด้วย ไม่ว่าจะมีคู่กรณีหรือไม่ก็ตาม 

ว่าง่ายๆ คือ ต่อให้ขับรถแหกโค้ง รถตกถนน รถพลิกคว่ำ จน กันชนหน้ารถพัง กันชนรถด้านหลังเละ หรือแม้แต่บาดดเจ็บ ก็สามารถเคลมได้ แต่รายละเอียดหรือเงื่อนไขต่างๆ ต้องขึ้นกับกรมธรรม์ และตัวบริษัทประกันที่เราทำไว้ด้วย

ส่วนประกันชั้นอื่นๆ อย่าง ประกันชั้น 2 ชั้น 2+ ชั้น 3 หรือ ชั้น 3+ จะไม่ให้ความคุ้มครองในอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณีทุกแบบ 

ประกันภัยรถยนต์ชั้น  2 , 3 ไม่ให้ความคุ้มครองในส่วนของค่าซ่อมรถ เพราะถือว่าตัวประกันภัยจะคุ้มครองในส่วนของทรัพย์สินภายนอก หรือคู่กรณีที่เกิดอุบัติเหตุกับเราเท่านั้น

ส่วนประกันภัยรถยนต์ชั้น  2+ , 3+ จะไม่ให้ความคุ้มครอง เพราะสถานการณ์ให้ความคุ้มครองเฉพาะการเกิดอุบัติเหตุชน กับคู่กรณีที่เป็นยานพาหนะทางบก

ขับรถแหกโค้งเอง ประกันรถยนต์แต่ละชั้นคุ้มครองต่างกันอย่างไร

เมื่อเกิดเหตุการณ์ขับรถแหกโค้งหรืออุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี เช่น รถเสียหลักพลิกคว่ำ การคุ้มครองจากประกันรถยนต์จะแตกต่างกันไปตามประเภทของประกันที่คุณมี โดยประกันแต่ละชั้นมีการคุ้มครองดังนี้

1. ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1

  • คุ้มครอง: ประกันชั้น 1 คุ้มครองเต็มที่แม้ว่าจะเป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากการขับรถแหกโค้งเอง หรือไม่มีคู่กรณี ไม่ว่าจะเป็นการพลิกคว่ำ ชนต้นไม้ หรือชนขอบทาง ประกันชั้นนี้จะจ่ายค่าซ่อมรถของคุณ รวมถึงคุ้มครองทรัพย์สินส่วนอื่น ๆ ที่เสียหาย
  • สรุป: ชั้น 1 จะจ่ายค่าซ่อมรถของคุณแม้ไม่มีคู่กรณี

2. ประกันชั้น 2 ไม่มีคู่กรณี เคลมได้ไหม

  • ไม่คุ้มครอง: ประกันรถชั้น2 จะไม่คุ้มครองในกรณีที่เกิดความเสียหายต่อตัวรถยนต์ของคุณเอง ถ้าคุณขับรถแหกโค้งและไม่มีคู่กรณี
  • สรุป: ไม่จ่ายค่าซ่อมรถของคุณ กรณีไม่มีคู่กรณี

3. ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+

  • ไม่คุ้มครอง: ชั้น 2+ จะคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถของคุณในกรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น (เช่น ชนกับรถคันอื่น) ดังนั้น ถ้าเกิดอุบัติเหตุแหกโค้งเองโดยไม่มีคู่กรณี ประกันชั้นนี้จะ ไม่คุ้มครอง ความเสียหายของรถคุณ
  • สรุป: ไม่จ่ายค่าซ่อมรถถ้าไม่มีคู่กรณี

4. ประกันรถยนต์ชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง

  • ไม่คุ้มครอง: ประกันชั้น 3 จะคุ้มครองเฉพาะความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือบุคคลภายนอกเท่านั้น ไม่คุ้มครองรถของคุณเอง กรณีเกิดอุบัติเหตุแหกโค้งหรือพลิกคว่ำเอง ประกันชั้นนี้จะ ไม่คุ้มครอง
  • สรุป: ไม่จ่ายค่าซ่อมรถของคุณ

5. ประกันภัยรถยนต์ 3+

  • ไม่คุ้มครอง: ชั้น 3+ คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถในกรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบก (มีคู่กรณี) เท่านั้น ดังนั้น ถ้าเกิดอุบัติเหตุแหกโค้งเองโดยไม่มีคู่กรณี ประกันชั้นนี้จะ ไม่คุ้มครอง
  • สรุป: ไม่จ่ายค่าซ่อมรถถ้าไม่มีคู่กรณี

สรุปแบบง่ายๆ คือ มีเพียงประกันรถยนต์ชั้น 1 เท่านั้น ที่สามารถคุ้มครองได้ถึงการเกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี และสามารถเบิกเคลมซ่อมรถ ค่ารักษาตัว ได้ แต่ประกันภัยชั้นอื่นๆ ไม่สามารถทำได้ และจะคุ้มครองเมื่อมีคู่กรณีเท่านั้น

ซื้อประกันรถออนไลน์

จะเห็นได้ว่า หากเป็นประกันชั้น 1 จะครอบคลุมแทบทุกรูปแบบอุบัติเหตุ แม้แต่ในเคสที่ไม่มีคู่กรณี จึงไม่แปลกใจที่จะมีเบี้ยประกันที่ราคาแพง เมื่อเทียบกับประกันชั้นอื่นๆ แต่สำหรับใครที่มั่นใจในการขับขี่ของตนเอง การเลือกประกันชั้นรองๆ ลงมา ก็ช่วยคุณประหยัดเงินในการซื้อประกันรถได้มาก

แต่ถ้าอยากประหยัดมากกว่านี้ เลือกประกันรถยนต์ได้ตรงใจ ตรงกับทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ ต้องนี่เลย! ประกันรถชั้น 1 จาก Rabbit Care ผ่อนประกันรถยนต์ 0% ให้นานถึง 10 เดือน และส่วนลดสูงสุดถึง 70% พร้อมบริการเปรียบเทียบ และผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา เช็คราคาประกันรถยนต์ คลิกเลย!


บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ


บทความแนะนำอื่นๆ : ประกันภัยรถยนต์และการเคลมประกัน

วิธีเคลมประกัน มีคู่กรณี ต้องทำอย่างไรบ้าง? รถยนต์ไฟฟ้า EV สามารถซื้อประกันภัยได้หรือไม่ ราคาเท่าไหร่? ขับรถชนบ้านคนอื่น ประกันรถยนต์คุ้มครองไหม? เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับประกันรถพยาบาล (Ambulance) ค่าสินไหมทดแทนคืออะไร มีการชดใช้กี่แบบ

แรบบิท แคร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์

แรบบิท แคร์ รวบรวม ประกันรถยนต์ จากหลายบริษัทมาให้คุณเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ทั้งราคา ความคุ้มครองประกันรถยนต์ แต่ละประเภท บริการเคลม เลือกแบบที่เหมาะกับการใช้งาน และงบประมาณ คุณสามารถเช็คเบี้ยและเปรียบเทียบประกันรถยนต์ออนไลน์ จากหลายบริษัทได้ทันทีในที่เดียว

  • เปรียบเทียบประกันรถยนต์จากหลายบริษัทในหน้าเดียว
  • มีทุกชั้นความคุ้มครอง ทั้งชั้น 1, 2+, 3+, และชั้น 3
  • มีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำตลอดการเลือกซื้อ

บริษัท แรบบิท แคร์ โบรคเกอร์ จำกัด เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจาก คปภ. ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยโปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นทุกครั้ง

 

บทความแคร์เรื่องประกันยานยนต์

วิธีต่อ พ.ร.บ. และต่อภาษีรถยนต์ รถจักรยานยนต์

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

วิธีต่อ พ.ร.บ. และต่อภาษีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ทำเองได้ใน 15 นาที

วิธีต่อ พ.ร.บ. และต่อภาษีรถยนต์-รถจักรยานยนต์ ปี 2568 ครบจบที่เดียว พร้อมขั้นตอนทีละข้อ เอกสารที่ต้องใช้ อัตราค่าภาษีตาม ซีซี เบี้ย พ.ร.บ. แยกประเภทรถ ช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ และค่าปรับถ้าขาดต่อ ทำเองได้ภายใน 15 นาที
กองบรรณาธิการ
12/06/2026
ประกันชั้น 2+ กับ 3+ ต่างกันอย่างไร

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันชั้น 2+ กับ 3+ ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนคุ้มกว่าสำหรับรถคุณ?

ประกันชั้น 2+ และ 3+ ต่างกันตรงไหน? ทั้งสองแบบซ่อมรถเมื่อชนกับคู่กรณี แต่ 2+ เพิ่มความคุ้มครองรถหาย ไฟไหม้ และน้ำท่วมด้วย ในราคาสูงกว่าประมาณ 1,000–2,000 บาทต่อปี เปรียบเทียบความคุ้มครอง ตารางเบี้ย และคำแนะนำการเลือกให้เหมาะกับรถและไลฟ์สไตล์ของคุณ
กองบรรณาธิการ
10/06/2026
ประกันชั้น 1 รถ 15 ปี ยังทำได้ แต่ตัวเลือกน้อยลงมาก

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันชั้น 1 รถ 15 ปี ยังทำได้ไหม ? หรือควรเปลี่ยนเป็นชั้น 2+ ?

รถอายุ 15 ปี ยังทำประกันชั้น 1 ได้ในบางบริษัท เช่น วิริยะและกรุงเทพประกันภัย แต่เบี้ยสูงขึ้น 30–50% และตัวเลือกน้อยลงอย่างมาก บทความนี้เปรียบเทียบชั้น 1 กับชั้น 2+ ตรงๆ ทั้งเรื่องความคุ้มครอง เบี้ยโดยประมาณ และเงื่อนไขบริษัท พร้อมไกด์ตัดสินใจว่าสถานการณ์ไหนควรเลือกชั้นไหน รวมถึงข้อมูลที่หลายคนไม่รู้ว่าประวัติการต่ออายุกระทบโอกาสรับประกันอย่างไร
กองบรรณาธิการ
05/06/2026