กฎหมายคาดเข็มขัดนิรภัย โทษปรับเท่าไหร่?

Thirakan T
ผู้เขียน: Thirakan T Published: มิถุนายน 25, 2025
Thirakan T
Thirakan T
Thirakan Thongseenual เป็นนักเขียนที่มีประสบการณ์มากกว่า 3 ปี ที่ RabbitCare และ Asia Direct โดยมีความชำนาญในประกันรถยนต์ เน้นเขียนบทความที่เผยแพร่บน Blog และมีความเชี่ยวชาญด้าน SEO กว่า 4 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอได้ใช้ในการสร้างความรู้และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของ RabbitCare อย่างมีประสิทธิภาพ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปริญญาตรี สาขา Information Technology
คะน้าใบเขียว
ตรวจทาน: คะน้าใบเขียว Last edited: มิถุนายน 23, 2025
คะน้าใบเขียว
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ | Finance, Insurance & Health Content Expert จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience) ทำให้บทความของผมน่าเชื่อถือ มีคุณค่าสำหรับผู้อ่าน และติด Google Search Results
คาดเข็มขัดนิรภัย

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าหนึ่งในกฎหมายจราจรที่เราคุ้นเคยมากที่สุด และทุกคนต้องรู้จักกันเป็นอย่างกฎหมายคาดเข็มขัดนิรภัย เป็นกำหมายที่เราควรปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด ไม่เพียงแต่เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับอย่างเรา ๆ เท่านั้น ยังช่วยให้เราไม่ต้องผิดกฎหมาย และเสียเงินค่าปรับจากโทษไม่คาดเข็มขัดนิรภัยอีกเวย

ว่าแต่กฎหมายไม่คาดเข็มขัดนิรภัยปรับกี่บาท มีอัปเดตเพิ่มเติมอะไรที่เราควรรู้เพิ่มเติมบ้างไหมนะ? ลองมาทำความรู้จักกับกฎหมายคาดเข็มขัดนิรภัยนี่กันดีกว่า

ความสำคัญของการคาดเข็มขัดนิรภัย ที่มีมากกว่าแค่กฎหมาย

ทำไมเราถึงต้อง คาดเข็มขัดนิรภัย? เหตุผลหลักคือเพื่อความปลอดภัยของคุณเองและผู้โดยสาร โดยการคาดเข็มขัดนิรภัยช่วยยึดร่างกายของคุณไว้กับเบาะที่นั่ง ป้องกันไม่ให้กระเด็นไปกระแทกกับส่วนต่าง ๆ ของรถ หรือกระเด็นออกนอกตัวรถเมื่อเกิดการชนกระแทกอย่างรุนแรง ซึ่งสามารถลดความรุนแรงของการบาดเจ็บและช่วยชีวิตคุณได้จริง ๆ

โดยการคาดเข็มขัดนิรภัยจะช่วยลดแรงกระแทกกับวัตถุที่พุ่งชน 80% เพื่อช่วยลดอาการบาดเจ็บจากการเคลื่อนไหวที่ช้าลง เพราะการเคลื่อนไหวอย่างกะทันหันนั้นจะทำให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรงขึ้นมาได้ และช่วยลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตมากถึง 60%

นอกจากนี้ยังกระจายแรงกระแทกที่เกิดจากอุบัติเหตุ ป้องกันศีรษะ ใบหน้า และหน้าอกไปกระแทกกับพวงมาลัยและกระจกหน้า ป้องกันสมองและกระดูกสันหลังที่เป็นอวัยวะสำคัญของร่างกายจากอันตรายต่าง ๆ ที่อาจจะทำให้เสียชีวิตได้ และยังลดความเสี่ยงในการกระเด็นออกนอกตัวรถเมื่อมีอุบัติเหตุจากแรงเหวี่ยงหรือแรงกระแทก และจะมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าคนที่อยู่ในรถมากถึง 6 เท่าเลยทีเดียว

จะเห็นได้ว่า เข็มขัดนิรภัย เป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยพื้นฐานในรถยนต์ที่ผ่านการวิจัยและพัฒนามาอย่างยาวนานเพื่อช่วยชีวิตผู้คนได้จริง ๆ ดังนั้นการสละเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเพื่อคาดเข็มขัดนิรภัย จะช่วยลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บรุนแรงหรือการเสียชีวิตได้ และไม่เพียงแต่เป็นหน้าที่ตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อชีวิตของคุณเองและผู้ร่วมเดินทางบนท้องถนนอีกด้วย

โดยกฎหมายคาดเข็มขัดนิรภัยตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถยนต์ทุกท่านที่ติดตั้งเข็มขัดนิรภัย ต้องคาดเข็มขัดนิรภั ตลอดเวลาที่อยู่ในรถขณะขับขี่ โดยมีรายละเอียดที่สำคัญคือ

  • ผู้ขับขี่ ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดเวลา
  • ผู้โดยสาร ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นที่นั่งตอนหน้า หรือเป็นที่นั่งตอนหลัง ในกรณีที่รถคันนั้นมีการติดตั้งเข็มขัดนิรภัยไว้ให้ แต่ทั้งนี้ รถยนต์รุ่นใหม่ ๆ มักจะมีเข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้โดยสารตอนหลังครบทุกที่นั่งแล้ว ดังนั้นจึงควรปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด

และถึงแม้ว่ากฎหมายจะบังคับใช้กับทุกคน แต่ก็มีบางกรณีเช่นกันที่จะได้รับข้อยกเว้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเหตุผลทางการแพทย์ หรือการปฏิบัติงานเฉพาะทาง ดังนี้ 

  • บุคคลที่มีเหตุผลทางการแพทย์ ที่ได้รับการรับรองจากแพทย์ว่าไม่สามารถคาดเข็มขัดนิรภัยได้ เช่น สตรีมีครรภ์บางกรณี, ผู้ที่มีปัญหาหลังหรือกระดูกสันหลังที่รุนแรง ซึ่งทั้งนี้จะต้องมีใบรับรองแพทย์แสดงต่อเจ้าหน้าที่เมื่อถุกเรียกตรวจด้วย
  • บุคคลที่มีความจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่บางอย่าง เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร หรือพนักงานฉุกเฉินที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ซึ่งการคาดเข็มขัดนิรภัยอาจเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานเร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม ข้อยกเว้นเหล่านี้มีจำกัดและต้องมีเหตุผลรองรับอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้มีการนำไปใช้ในทางที่ผิดนั่นเอง

เข็มขัดนิรภัย

บทลงโทษที่ควรรู้ ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ปรับเท่าไหร่? 

สำหรับผู้ที่ ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ฎหมาย กำหนดบทลงโทษไว้ชัดเจน ซึ่งเป็นโทษปรับไว้ว่า  ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่หรือผู้โดยสาร สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล รถแท็กซี่ รถกระบะ หากไม่คาดเข็มขัดนิรภัยจะถุกปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท/คน

สำหรับรถตู้สาธารณะ รถทัวร์ รถบรรทุก รถบขส. หากคนขับไม่คาดสายรัดนิรภัยจะมีโทษปรับ 2,000 บาท/คน ส่วนผู้โดยสารหากไม่มีการคาดสายรัดนิรภัยจะมีโทษปรับ 5,000 บาท/คน

ส่วนคนขับรถทุกประเภทที่ไม่ได้มีการจัดให้ผู้โดยสารคาดเข็มขัดนิรภัยก็จะถูกปรับเพิ่มอีก 500 บาท

และล่าสุดทาง พ.ร.บ. จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 ก็ได้มีประกาศผลบังคับใช้ทางกฎหมายสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล ว่าทุกที่นั่งจะต้องมีการคาดเข็มขัดนิรภัย ยกเว้นรถกระบะแบบมีแค็บที่คนนั่งในแค็บไม่ต้องคาดสายรัดนิรภัยก็ได้ เพราะไม่ถือว่าผิดกฎหมาย

ข้อยกเว้นสำหรับรถที่ไม่มีเข็มขัดนิรภัย

แม้จะมีข้อกฎหมายคาดเข็มขัดนิรภัยก็จริง แต่ก็มีข้อยกเว้นที่อนุโ,มได้เช่นเดียวกับบุคคลบางประเภทที่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยได้เช่นกัน ซึ่งรายละเอียดมีดังนี้

  • สำหรับรถยนต์เก่าที่มีการจดทะเบียนก่อนวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2531 ไม่ถือว่ามีความผิด
  • สำหรับรถกระบะที่มีการจดทะเบียนก่อนปี พ.ศ. 2537 ไม่ถือว่ามีความผิด
  • สำหรับรถสามล้อ รถแทรกเตอร์ รถบดถนน รถที่ใช้งานในเกษตรกรรม และรถยนต์ประเภทอื่น ๆ ที่ไม่มีการติดตั้งสายรัดนิรภัยจะไม่ถือว่ามีความผิด
  • สำหรับรถกระบะ หรือรถกึ่งกระบะนั้นกำหนดให้คาดสายรัดเฉพาะแถวหน้าเท่านั้น ส่วนแค็บด้านหลังหรือที่นั่งท้ายกระบะนั้นไม่ต้องคาดก็ได้ แต่ต้องไม่นั่งเกินจำนวนที่กฎหมายกำหนดไว้ ต้องนั่งในลักษณะที่ปลอดภัย และต้องขับขี่ไม่เกินความเร็วตามที่กฎหมายกำหนดไว้ด้วย

คาดเข็มขัดนิรภัยยังไงให้ถูกวิธี และปลอดภัย? 

จริงอยู่ว่าการคาดเข็มขัดนิรภัยนั้นไม่ได้ยุ่งยากแต่อย่างใด แต่การคาดเข็มขัดนิรภัยให้ถูกต้อง จะช่วยลดความเสี่ยง และช่วยปกป้องชีวิตให้ปลอดภัย เพิ่มประสิทธิภาพของเข็มขัดนิรภัยได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย โดยจะมีขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้

  • สตรีมีครรภ์ ส่วนบนให้คาดพาดผ่านอกลงมาที่ด้านข้างท้อง ส่วนด้านล่างให้คาดพาดผ่านตัก ต่ำกว่าครรภ์ เพื่อลดแรงกดทับที่อาจจะเป็นอันตรายต่อเด็กในครรภ์
  • เด็กที่มีอายุไม่เกิน 6 ปี และมีความสูงไม่เกิน 135 เซนติเมตร แรบบิท แคร์ จะแนะนำให้นั่งคาร์ซีท เพราะคาร์ซีทจะสามารถช่วยปกป้องเด็กได้มากกว่าการคาดเข็มขัดนิรภัย ถ้าหากเกิดเหตุอุบัติเหตุมีการเบรกกะทันหันจะได้ช่วยรองรับแรงกระแทก และช่วยป้องกันไม่ให้เด็กกระเด็นหรือหลุดออกจากเบาะไปข้างนอกรถ
  • เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี ให้นั่งเบาะหลังหรือนั่งคาร์ซีทในท่านั่งที่เหมาะสม สะดวกสบาย และมีผู้ปกครองคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดการเดินทาง
  • บุคคลทั่วไป ส่วนบนให้คาดพาดทแยงไหล่ โดยห้ามคาดชิดลำคอและใต้วงแขนเด็ดขาด ส่วนด้านล่างให้คาดพาดทแยงผ่านตัก หน้าขา และห้ามคาดบริเวณหน้าท้องเป็นอันขาด และการนั่งรถทุกครั้งควรคาดเข็มขัดนิรภัยด้วยเสมอ ไม่ว่าจะเป็นทางเบาะหน้าหรือทางเบาะหลัง และปรับสายเบลท์คาดเอวให้กระชับ เพื่อเช็กให้ปลอดภัยก่อนออกรถทุกครั้ง
  • ห้ามนำคาร์ซีทแบบหันหน้าเข้าหาเบาะมาวางยึดกับเข็มขัดนิรภัยในบริเวณที่มีถุงลมนิรภัยติดตั้งไว้อยู่
  • ห้ามใช้เข็มขัดนิรภัยร่วมกัน เพราะผู้โดยสารทุกคนจะต้องนั่งประจำที่นั่งของตนเองพร้อมกับคาดสายเบลท์ในตำแหน่งของตนเองเท่านั้น

หากเราคาดตัวเข็มขัดนิรภัยภัยได้ถูกต้อง จะช่วยให้ตัวเข็มขัดทำงานได้อย่างเต็มที่ คือจะช่วยปกป้องเราไม่ให้กระเด็นออกไปข้างนอกตัวรถยนต์ อีกทั้งยังช่วยลดการบาดเจ็บจากแรงกระแทกได้ด้วย ส่วนวิธีแกะตัวล็อคเข็มขัดนิรภัยก็ทำได้ง่าย เพียงแค่กดปุ่มสีแดงตัวล็อกก็จะคลายออกทันที จะเห็นได้ว่าการคาดเข็มขัดนิรภัยนั้นไม่ได้ยุ่งยากเลย

การคาดเข็มขัดนิรภัย เป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งในการเดินทางทุกครั้ง การเข้าใจกฎหมายคาดเข็มขัดนิรภัย และบทลงโทษสำหรับผู้ที่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย จะช่วยให้คุณปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยบนท้องถนน อย่ารอให้เกิดอุบัติเหตุแล้วจึงนึกถึงความสำคัญของเข็มขัดนิรภัย เพราะการป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไขเสมอ

เพิ่มความคุ้มครองให้มากยิ่งขึ้น กับ ประกันรถยนต์ จาก แรบบิท แคร์ ที่นี้นอกจากจะให้บริการเปรียบเทียบเบี้ยประกันรถยนต์แล้ว ยังมาพร้อมโปรโมชั่นอีกมากมาย และทีมแคร์เอเจ้นท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ที่คอยให้บริการทั้งก่อนและหลังการขาย ช่วยให้คุณได้ประกันรถยนต์ที่โดนใจ และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ คลิกเลย!

สรุป

กฎหมายปัจจุบันกำหนดให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถยนต์ทุกที่นั่งต้องคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดเวลาที่อยู่ในรถ การฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท/คน ส่วนรถสาธารณะ หากคนขับไม่คาดสายรัดนิรภัยจะมีโทษปรับ 2,000 บาท/คน และผู้โดยสารหากไม่มีการคาดสายรัดนิรภัยจะมีโทษปรับ 5,000 บาท/คน แต่ก็มีบางกรณีเช่นกันที่จะได้รับข้อยกเว้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเหตุผลทางการแพทย์ หรือการปฏิบัติงานเฉพาะทาง เช่น บุคคลที่มีเหตุผลทางการแพทย์ , บุคคลที่มีความจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่บางอย่าง เป็นต้น

ที่มา

เปรียบเทียบประกันรถยนต์ ซื้อประกันภัยรถยนต์

ระบุยี่ห้อรถของคุณ

บทความแคร์เรื่องประกันยานยนต์

รถน้ำท่วม

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

รถเคยน้ำท่วมดูยังไง? เช็กก่อนซื้อ–ขาย ไม่ให้พลาด!

รถโดนน้ำท่วม รถจมน้ำมานาน หลายคนอาจจะเปลี่ยนไปซื้อรถยนต์คันใหม่ แต่อาจจะสงสัยว่าจะขายเจ้ารถเก่าคันนี้ได้ไหมนะ? หรือใครที่กำลังมองหารถยนต์มือสอง รถน้ำท่วม
Thirakan T
05/08/2025
รถมีรอยกระสุน

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

รถยนต์มีรอยกระสุน เคลมประกันได้ไหม? เช็กด่วน ประกันแบบไหนคุ้มครอง

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันนั้นเกิดขึ้นได้เสมอ แม้แต่เรื่องของรถมีรอยกระสุนจากการโดนยิง โดยเฉพาะในสถานการณ์เหตุการณ์ไม่มั่นคง
Thirakan T
30/07/2025
ประมาทร่วม

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประมาทร่วม คืออะไร? ทำความเข้าใจให้ถูก ก่อนถูกเรียกค่าเสียหายหรือต้องขึ้นศาล

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่าประมาทร่วม จากข่าวอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์บนท้องถนน แต่ไม่เข้าใจอย่างแท้จริงว่า ประมาทร่วม คือ อะไรกันแน่
Thirakan T
11/07/2025