เปิดทุกข้อมูลเกี่ยวกับแบตเตอรี่รถไฟฟ้า ตั้งแต่วิธีดูแลจนถึงราคา

Thirakan T
ผู้เขียน: Thirakan T Published: มีนาคม 21, 2024
Thirakan T
Thirakan T
Thirakan Thongseenual เป็นนักเขียนที่มีประสบการณ์มากกว่า 3 ปี ที่ RabbitCare และ Asia Direct โดยมีความชำนาญในประกันรถยนต์ เน้นเขียนบทความที่เผยแพร่บน Blog และมีความเชี่ยวชาญด้าน SEO กว่า 4 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอได้ใช้ในการสร้างความรู้และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของ RabbitCare อย่างมีประสิทธิภาพ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปริญญาตรี สาขา Information Technology
คะน้าใบเขียว
แก้ไขโดย: คะน้าใบเขียว Last edited: มีนาคม 10, 2024
คะน้าใบเขียว
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ | Finance, Insurance & Health Content Expert จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience) ทำให้บทความของผมน่าเชื่อถือ มีคุณค่าสำหรับผู้อ่าน และติด Google Search Results
Natthamon
ตรวจทาน: Natthamon Last edited: สิงหาคม 2, 2024
Natthamon
Natthamon
Natthamon เป็นนักเขียนคอนเทนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในอุตสาหกรรม FinTech ยานยนต์ และประกันภัย จบการศึกษา MBA สาขาการสื่อสารการตลาด และได้รับใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC License – Complex 2) รวมถึงเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต ด้วยพื้นฐานด้านการเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ทำให้ Natthamon มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกัน ประกันสุขภาพ และบริการทางการเงิน สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เชี่ยวชาญด้านการเขียนบทความประกันรถยนต์ การเปรียบเทียบความคุ้มครอง และการให้ความรู้ด้านประกันในหลากหลายประเภท Natthamon มีประสบการณ์ร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ได้แก่ Rabbit Care, CARSOME, DirectAsia Insurance และ GoBear
แบตเตอรี่รถไฟฟัา

กระแสรถไฟฟ้าที่ยังแรงดีไม่มีตกตอนนี้ ทำให้หลายคนต้องศึกษาข้อมูลต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องแบตเตอรี่รถไฟฟ้าเพื่อประกอบการตัดสินใจ เพื่อเลือกซื้อรถไฟฟ้าที่เหมาะสมกับการใช้งานของตัวเองให้มากที่สุด ซึ่งข้อมูลทั่วไปอย่างเรื่องแบตเตอรี่รถไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ จะช่วยบอกให้เราได้รู้ ถึงข้อดี ข้อเสีย หรือขีดจำกัดความสามารถของแบตเตอรี่รถไฟฟ้าแต่ละประเภท ยิ่งไปกว่านั้นควรได้รับรู้ว่าด้วยว่า ปัจจุบัน แบตเตอรี่รถไฟฟ้า ราคาเท่าไหร่บ้างตามที่มีข้อมูลปรากฎขึ้นในโลกออนไลน์

และสุดท้ายปัจจัยที่ส่งผลต่ออายุของแบตเตอรี่รถไฟฟ้าโดยตรง มีอะไรบ้างที่เราควรจะต้องใส่ใจเป็นพิเศษ บทความนี้ แรบบิท แคร์ ได้รวบรวมเรื่องราวทั้งหมด มาให้ได้อ่านกันแล้วเรียบร้อย สามารถเลื่อนลงไปหาคำตอบที่ต้องการได้เลย

แบตเตอรี่รถไฟฟ้า มีกี่ประเภท

แบตเตอรี่รถไฟฟ้า ในปัจจุบันมีทั้งหมด 7 ประเภท คือ แบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออน (Lithium Ion Battery / Li-ion), แบตเตอรี่ชนิดตัวเก็บประจุไฟฟ้า (Supercapacitors), แบตเตอรี่ชนิดโซลิดสเตต (Solid State Battery), แบตเตอรี่ชนิดโซเดียม-ไอออน (Sodium Ion Battery / Na-Ion Battery), แบตเตอรี่ชนิดตะกั่วกรด (Lead Acid Battery), แบตเตอรี่ชนิดนิกเกิล-เมทัลไฮไดรด์ (Nickel-metal Hydride Battery / Ni-MH) และแบตเตอรี่นิเกิล-แคดเมียม (Nickel-Cadmium Battery / Ni-Cd) ส่วนแบตเตอรี่รถไฟฟ้าแต่ละประเภท จะมีข้อดีข้อเสีย รายละเอียดเพิ่มเติมอย่างไร ติดตามอ่านกันเพิ่มเติมได้ที่หัวข้อย่อยด้านล่างนี้

แบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออน (Lithium Ion Battery / Li-ion)

แบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออน (Lithium Ion Battery / Li-ion) เป็นแบตเตอรี่รถไฟฟ้าที่กำลังได้รับความนิยมนำมาใช้งานมากที่สุด เนื่องจากคุณสมบัติที่ค้อนข้างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเก็บประจุได้มาก รองรับ Fast Charge จ่ายไฟเสถียร สามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้ ทำให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่วนขีดจำกัดการใช้งาน จะเป็นเรื่องมูลค่าการผลิตที่ค่อนข้างสูง และการทำงานในอุณหภูมิที่หากอยู่นอกเหนือจากช่วง 20-60 องศา อาจทำให้ประจุไฟฟ้าลดลงได้

แบตเตอรี่ชนิดตัวเก็บประจุไฟฟ้า (Supercapacitors)

แบตเตอรี่ชนิดตัวเก็บประจุไฟฟ้า (Supercapacitors) แม้จะถูกเรียกว่าแบตเตอรี่รถไฟฟ้า แต่ในหลักการแล้วทำหน้าที่เป็นตัวเก็บประจุไฟฟ้าเท่านั้น ประสิทธิภาพการเก็บไฟฟ้าได้สูง ทนทาน อายุการใช้งานที่ยาวนานมาก แถมยังชาร์จไฟได้เร็วมากเช่นกัน แต่มีข้อเสียที่ค่อนข้างมาก เช่น จ่ายกระแสไฟฟ้าไม่เสถียร, เก็บพลังงานได้น้อย, คายประจุมากถึง 10-20% ต่อวัน และมีการผลิตที่ซับซ้อน ทำให้ราคาสูงไปด้วย

แบตเตอรี่ชนิดโซลิดสเตต (Solid State Battery)

แบตเตอรี่ชนิดโซลิดสเตต (Solid State Battery) คือ แบตเตอรี่รถไฟฟ้าที่ให้ความจุที่สูงมาก ซึ่งหากเทียบกับแบตเตอรี่รถไฟฟ้าอย่างลิเธียมไอออนที่นิยมใช้ แบตเตอรี่โซลิดสเตตนั้นเก็บประจุได้สูงกว่าถึง 10 เท่าเลยทีเดียว ทั้งยังมีความเสถียรที่สูง ส่งผลให้มีประสิทธิภาพการชาร์จที่ดีไปตามกัน แต่ก็แลกมาด้วยต้นทุนที่สูงกว่า 8 เท่า (เมื่อเทียบกับแบตลิเธียมไอออน) และตัวแบตเตอรี่รถไฟฟ้าประเภทนี้ ยังมีสถานะเป็นของแข็ง ทำให้เสี่ยงต่อการแตกหักได้ง่ายเมื่อนำไปใช้งาน

ข้อมูลเพิ่มเติม: ปัจจุบันยังไม่มีรถยนต์ที่นำแบตเตอรี่รถไฟฟ้าประเภทโซลิดสเตต มาใช้งานจริงบนท้องถนน โดยทาง Toyota และ BMW ที่กำลังทำการวิจัย ได้คาดการณ์ไว้ว่าจะพร้อมทดสอบจริงในปี ค.ศ.2025

แบตเตอรี่รถไฟฟัา ราคา

แบตเตอรี่ชนิดโซเดียม-ไอออน (Sodium Ion Battery / Na-Ion Battery)

แบตเตอรี่ชนิดโซเดียม-ไอออน (Sodium Ion Battery / Na-Ion Battery) คือ แบตเตอรี่รถไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพเทียบเคียงกับแบตเตอรี่รถไฟฟ้าลิเธียมไอออน ทว่ามีราคาที่ถูกกว่า 3-4 เท่า สามารถชาร์จไฟให้เต็ม 100% โดยใช้เวลาเพียง 20 นาที ทนต่ออุณหภูมิที่สูงหรือร้อนจัดได้ดีกว่าด้วย ซึ่งแบตเตอรี่ประเภทนี้จะมีน้ำหนักที่ค่อนข้างมาก และเก็บประจุได้น้อย ทำให้รถไฟฟ้าที่ใช้งานยังวิ่งได้ในระยะสั้นเท่านั้น

แบตเตอรี่ชนิดตะกั่วกรด (Lead Acid Battery)

แบตเตอรี่ชนิดตะกั่วกรด (Lead Acid Battery) นับว่าเป็นแบตเตอรี่รถไฟฟ้า และแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์เครื่องสันดาปมาตั้งแต่อดีต เพียงแต่เมื่อมาอยู่ในรถไฟฟ้า แบตเตอรี่ประเภทนี้จะมีหน้าที่จ่ายกระแสไฟฟ้า เพื่อสตาร์ทมอเตอร์ขับเคลื่อน รวมไปถึงระบบ Infotainment เป็นหลัก เพราะสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ค่อนข้างสูง และมีราคาที่ไม่แพงมาก ปัจจุบันแบตเตอรี่รถไฟฟ้าประเภทนี้ ถูกนำไปใช้เป็นแบตเตอรี่สำรองเท่านั้น เนื่องด้วยคุณสมบัติที่ไม่เหมาะกับการใช้เป็นพลังงานหลักนั่นเอง

แบตเตอรี่ชนิดนิกเกิล-เมทัลไฮไดรด์ (Nickel-metal Hydride Battery / Ni-MH)

แบตเตอรี่ชนิดนิกเกิล-เมทัลไฮไดรด์ (Nickel-metal Hydride Battery / Ni-MH) ถือเป็นแบตเตอรี่รถไฟฟ้าที่ถูกนำไปใช้งานกับรถยนต์ Hybrid (HEV หรือ PHEV) ที่มีการใช้งานพลังงานจากไฟฟ้า และน้ำมัน เพราะมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน สามารถเก็บประจุได้ในระดับหนึ่ง แต่น้อยกว่าความต้องการขั้นพื้นฐานของรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป รวมถึงราคาผลิตเองก็สูงมาก เนื่องจากมีวัสดุที่ราคาแพงเป็นองค์ประกอบหลัก

แบตเตอรี่นิเกิล-แคดเมียม (Nickel-Cadmium Battery / Ni-Cd)

แบตเตอรี่นิเกิล-แคดเมียม (Nickel-Cadmium Battery / Ni-Cd) คือ แบตเตอรี่ที่เคยนิยมใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงศตววรษที่ 90 สามารถนำมาอัดไฟซ้ำได้เมื่อพลังงานหมด แต่ปัจจุบันมีการสั่งห้ามใช้งานทั่วโลก เพราะมีความเป็นพิษจากสารแคดเมียมรั่วไหล ในช่วงขั้นตอนการผลิต อันเป็นต้นเหตุให้เกิดโรคอิไตอิไตขึ้นมาได้ 

ราคาแบตเตอรี่รถไฟฟัา

แบตเตอรี่รถไฟฟ้า ราคาเท่าไหร่

แบตเตอรี่รถไฟฟ้า ราคาเท่าไหร่ คำตอบ คือ ขึ้นอยู่กับประเภทแบตเตอรี่รถไฟฟ้าที่ใช้งาน รวมถึงขนาดการเก็บประจุด้วย แต่ปัจจุบันข้อมูลที่เผยออกมาบนโลกออนไลน์ จะเฉลี่ยตั้งแต่ประมาณ 400,000-600,000 บาทเลยทีเดียว เว้นแต่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่อาจมีแบตเตอรี่รถไฟฟ้า ราคาเริ่มต้น 200,000-400,000 บาท ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมราคาแบตเตอรี่รถไฟฟ้าบางรุ่น จะมีดังนี้

  • NETA V 420,000 บาท
  • ORA GOOD CAT 445,000 – 580,000 บาท
  • BYD DOLPHIN 528,730 – 656,030 บาท
  • MG EP 450,000 บาท
  • MG 4 Electric 525,000 บาท
  • New MG ZS EV 450,000 บาท
  • FOMM ONE 200,000 บาท

ฉะนั้นพอใช้งานไปในระยะยาว อย่าลืมวางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายเรื่องแบตเตอรี่รถไฟฟ้า เพื่อเป็นการสำรองเงินทุนเผื่อเอาไว้ในกรณีที่ต้องมีการเปลี่ยน หรือซ่อมบำรุงในอนาคตด้วย เพราะราคาแบตปัจจุบันยังถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับราคารถยนต์ไฟฟ้าในแต่ละรุ่น

แบตเตอรี่รถ

ปัจจัยที่ส่งผลต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่รถไฟฟ้า 

ปัจจัยที่ส่งผลต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่รถไฟฟ้า ได้แก่ อุณหภูมิ, รอบการชาร์จ, ระบบการชาร์จไฟ และพฤติกรรมการใช้งาน สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมของแต่ละปัจจัยที่ควรใช้งานรถไฟฟ้าต้องรู้ แรบบิท แคร์ ได้ลองลิสต์ข้อมูลเพิ่มเติมให้ดังรายการด้านล่าง

  • อุณหภูมิ: หากร้อนหรือเย็นมากเกินไป จะส่งผลโดยตรงต่อแบตเตอรี่รถไฟฟ้า และทำให้ประสิทธิภาพในการเก็บประจุหรือการทำงานลดลง
  • รอบการชาร์จ: ชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้งหรือ 100% เท่ากับ 1 รอบการชาร์จ ยิ่งถ้ารอบชาร์จมากขึ้น แบตเตอรี่รถไฟฟ้าจะเก็บประจุได้น้อยลง ซึ่งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ได้รับความนิยมสูง จะมีอายุการใช้งาน 3,000 รอบขึ้นไป หรือประมาณ 10 ปี
  • ระบบการชาร์จไฟ: โดยเฉพาะการชาร์จไฟแบบ DC Quick Charge ในสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว อาจทำให้ประสิทธิภาพแบตเตอรี่รถไฟฟ้าลดลงได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับรถไฟฟ้าที่ชาร์จแบบ AC เป็นหลัก อาจมีการเสื่อมสภาพที่แตกต่างกันตั้งแต่ 0.1% เป็นต้นไป
  • พฤติกรรมการใช้งาน: เช่น การนำรถยนต์ไฟฟ้าไปชาร์จแบตเมื่อใช้แบตจนหมด หรือเกือบหมด จะส่งผลให้อายุแบตสั้นลง มากกว่าการนำไปชาร์จเมื่อยังมีแบตเตอรี่ให้ใช้งาน

ตอนนี้ทุกคนได้รู้จักประเภทแบตเตอรี่รถไฟฟ้าทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ทำให้เข้าใจถึงขีดจำกัดความสามารถ ข้อดีของทุกรูปแบบ รวมถึงราคาที่ต้องเตรียมรับมือเบื้องต้น และสามารถดูแลยืดอายุการใช้งานได้เป็นอย่างดี ตามเนื้อหาที่แนะนำไปด้านบน และเพื่อให้การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าของทุกคน ได้รับความอุ่นใจมากขึ้นทุกการเดินทาง

อย่าลืมเลือกทำประกันรถไฟฟ้าที่เหมาะสมกับรถของคุณ เพื่อได้รับการคุ้มครองที่ครอบคลุม หากสนใจสามารถติดต่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมจาก แรบบิท แคร์ และมีโอกาสได้เลือกประกันรถไฟฟ้าจากบริษัทประกันภัยชั้นนำระดับประเทศ มากกว่า 30 แห่ง พร้อมกับข้อเสนอที่ช่วยให้คุณเช็คราคาประกันรถยนต์ได้ประหยัดสูงสุดถึง 70% หรือเลือกผ่อน 0% ได้นานกว่า 10 เดือน โทรมาได้เลยที่เบอร์ 1438 (ติดต่อได้ 24 ชั่วโมง)

เครื่องคำนวณสุขภาพแบตเตอรี่รถ EV

วิเคราะห์สุขภาพแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าและประมาณการค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยน

0% 50% 100%
30%

ผลการประเมินสุขภาพแบตเตอรี่

0%
สุขภาพแบตเตอรี่ปัจจุบัน
อายุการใช้งานที่เหลือ
ประมาณการค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่
คำแนะนำ
กรุณากรอกข้อมูลและกดปุ่ม “คำนวณสุขภาพแบตเตอรี่” เพื่อรับคำแนะนำ

เกี่ยวกับสุขภาพแบตเตอรี่ EV

แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในรถยนต์ไฟฟ้าจะเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งานและปัจจัยอื่นๆ การเสื่อมสภาพนี้จะส่งผลให้ระยะทางในการขับขี่ลดลง

ปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพแบตเตอรี่

  • อายุแบตเตอรี่: แบตเตอรี่จะเสื่อมสภาพตามกาลเวลา แม้จะไม่ได้ใช้งาน
  • จำนวนรอบการชาร์จ: ทุกๆ รอบการชาร์จจะส่งผลให้ความจุของแบตเตอรี่ลดลงเล็กน้อย
  • การชาร์จเร็ว (DC Fast Charging): การชาร์จแบบเร็วบ่อยๆ อาจเร่งการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่
  • สภาพอากาศ: อุณหภูมิที่ร้อนหรือเย็นจัดส่งผลเสียต่อแบตเตอรี่
  • การชาร์จถึง 100% บ่อยๆ: การชาร์จจนเต็มบ่อยครั้งอาจลดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่
  • การปล่อยให้แบตเตอรี่หมด: การปล่อยให้แบตเตอรี่หมดบ่อยๆ จะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้น

การยืดอายุแบตเตอรี่

  • ชาร์จให้อยู่ระหว่าง 20-80% สำหรับการใช้งานปกติ
  • หลีกเลี่ยงการชาร์จเร็วเป็นประจำ ใช้เฉพาะเมื่อจำเป็น
  • หลีกเลี่ยงการจอดรถในที่ที่มีอุณหภูมิสูงมากเป็นเวลานาน
  • ใช้ระบบการจัดการอุณหภูมิแบตเตอรี่ของรถยนต์หากมี

เมื่อไรควรเปลี่ยนแบตเตอรี่

โดยทั่วไป ควรพิจารณาเปลี่ยนแบตเตอรี่เมื่อความจุลดลงเหลือประมาณ 70% หรือต่ำกว่า ขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้งานของคุณ การเปลี่ยนแบตเตอรี่อาจมีค่าใช้จ่ายสูง แต่จะช่วยเพิ่มระยะทางในการขับขี่กลับมาเหมือนหรือใกล้เคียงกับรถใหม่

หมายเหตุ: เครื่องมือนี้ให้การประมาณการโดยใช้แบบจำลองทั่วไป ผลลัพธ์อาจแตกต่างจากสภาพแบตเตอรี่จริง

© 2025 EV Battery Health Calculator | Rabbit Care

สรุป

แบตเตอรี่รถไฟฟ้า ในปัจจุบันมีทั้งหมด 7 ประเภท คือ

  • แบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออน (Lithium Ion Battery / Li-ion)
  • แบตเตอรี่ชนิดตัวเก็บประจุไฟฟ้า (Supercapacitors)
  • แบตเตอรี่ชนิดโซลิดสเตต (Solid State Battery)
  • แบตเตอรี่ชนิดโซเดียม-ไอออน (Sodium Ion Battery / Na-Ion Battery)
  • แบตเตอรี่ชนิดตะกั่วกรด (Lead Acid Battery)
  • แบตเตอรี่ชนิดนิกเกิล-เมทัลไฮไดรด์ (Nickel-metal Hydride Battery / Ni-MH)
  • แบตเตอรี่นิเกิล-แคดเมียม (Nickel-Cadmium Battery / Ni-Cd)

สำหรับราคาจะเฉลี่ยตั้งแต่ประมาณ 400,000-600,000 บาท และรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่อาจมีแบตเตอรี่รถไฟฟ้า ราคาเริ่มต้น 200,000-400,000 บาท

ที่มา

เปรียบเทียบประกันรถยนต์ ซื้อประกันภัยรถยนต์

ระบุยี่ห้อรถของคุณ

บทความแคร์รถยนต์

ดูแลรถยนต์ที่ลุยน้ำท่วมมา

แคร์รถยนต์

บทเรียนสำคัญสำหรับเจ้าของรถ หลังน้ำท่วมรถยนต์ ปี 2568

น้ำท่วมรถยนต์ในปี 2568 ไม่ได้สร้างความเสียหายแค่ “ตัวถัง” แต่ลุกลามถึง เครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายซ่อมหลักแสน
กองบรรณาธิการ
17/12/2025
ตรวจสภาพรถ

แคร์รถยนต์

ตรวจสภาพรถ ต้องรู้อะไรบ้าง? รวมทุกเรื่องที่คนมีรถควรเข้าใจ

หากคุณเป็นเจ้าของรถยนต์หรือกำลังจะซื้อรถยนต์มือสอง การตรวจสภาพรถ เป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะไม่ใช่เพียงแค่เป็นข้อบังคับตามกฎหมายเท่านั้น
Thirakan T
09/07/2025
โอนรถ

แคร์รถยนต์

โอนรถ ยากหรือไม่ มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ?

การซื้อขายรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่ง หรือรถมือสอง สิ่งที่สำคัญที่สุดหลังจากการตกลงซื้อขายกันเรียบร้อย คือ "การโอนรถ"
Thirakan T
09/07/2025