Rabbit Care Logo
ใช้ใจแคร์ ดูแลครบ
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ในการเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการใช้งาน และเพื่อเก็บข้อมูลสถิติ ท่านสามารถศึกษารายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ นโยบายคุกกี้

เปรียบเทียบสินเชื่อ ง่าย ๆ ภายใน 30 วินาที กับ

Rabbit Care

ก่อนผ่อนรถมอเตอร์ไซค์ควรรู้อะไรบ้าง

รู้จักกับสภาพคล่อง ตัวช่วยสำคัญที่ทำให้คุณไม่เป็นหนี้ยามฉุกเฉิน

เงินไม่พอใช้ เงินขาดมือ นับเป็นปัญหาของใครหลายคนเพราะเป็นวิกฤตที่ทำให้คุณไม่มีเงินใช้ จะซื้ออะไรก็ซื้อไม่ได้ และหนักสุดอาจทำให้คุณเป็นหนี้ได้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้คุณจึงต้องบริหารเงินให้มี "สภาพคล่อง" เพื่อให้มีเงินใช้ในเวลาจำเป็น นอกจากนี้สภาพคล่องยังมีความเกี่ยวเนื่องกับการเงินหลาย ๆ รูปแบบ เรียกได้ว่าสภาพคล่องเป็นเรื่องพื้นฐานของการบริหารการเงินก็ว่าได้ ซึ่งเราจะมาอธิบายถึงความสำคัญให้ทราบกันในบทความนี้

สภาพคล่อง คืออะไร?

Liquidity หรือสภาพคล่องในทางการเงินหมายถึงความสามารถของหน่วยเงินหรือสินทรัพย์ในการแลกเปลี่ยนหรือจ่ายชำระหนี้ในตลาดได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย นั่นหมายความว่าสินทรัพย์หรือเงินที่มีความคล่องสูงสามารถถูกขายหรือแปลงเป็นเงินสดได้ง่าย ๆ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อราคาหรือมูลค่าของสินทรัพย์นั้น ๆ อย่างไรก็ตามสภาพคล่องของสินทรัพย์หรือเงินตรานั้นอาจมีความแตกต่างกันไปตามตลาดและสภาวะเศรษฐกิจ ถ้ามีความคล่องตัวสูง หมายความว่ามีเงินสดหรือสินทรัพย์ที่สามารถแปลงเป็นเงินสดได้มากและอยู่ในที่ต้องการ ส่วนสภาพคล่องต่ำ หมายความว่าสินทรัพย์หรือเงินตรานั้นไม่สามารถแปลงเป็นเงินสดได้ง่าย หรืออาจต้องเสียค่าธรรมเนียมหรือผลทางการเงินเมื่อจะแปลงเป็นเงินสดได้

สภาพคล่อง มีอะไรบ้าง?

สภาพคล่องมีหลายรูปแบบซึ่งจะมีผลต่อในการแปลงสินทรัพย์เป็นเงินสดได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ยกตัวอย่างเช่นดังนี้

เงินสด : เมื่อคุณมีเงินสดในมือหรือบัญชีธนาคารที่สามารถถอนเงินได้ทันทีตามต้องการ การมีเงินสดมากก็จะช่วยให้คุณสามารถจ่ายชำระหนี้หรือใช้จ่ายสนองความต้องการได้ทันทีเมื่อมีความจำเป็น

สินทรัพย์มีค่า : สินทรัพย์ที่มีความคล่องสูงมักเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าสูงและสามารถขายหรือแปลงเป็นเงินสดได้ง่าย เช่น หลักทรัพย์ที่ซื้อขายได้ง่ายและมีความเปลี่ยนแปลงราคาสูง กองทุน หุ้นต่าง ๆ เป็นต้น

อัตราส่วนทางการเงิน สภาพคล่อง คำนวณอย่างไร?

หากยิ่งมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดี นั่นหมายถึงจะทำให้มีความสามารถในการชำระหนี้สินระยะสั้นดียิ่งขึ้นด้วย การคำนวณอัตราส่วนสภาพคล่อง (ratio สภาพคล่อง) นั้นมักจะใช้บ่อยในรูปแบบของบริษัท ซึ่งจะเป็นการช่วยคำนวณบริการเงินขององค์กร โดยแบ่งออกเป็น

1. อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน

ซึ่งเป็นการวัดอัตราส่วนระหว่างสินทรัพย์หมุนเวียนกับหนี้สินหมุนเวียน โดยมีสูตรคำนวณคือ อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน = สินทรัพย์หมุนเวียน ÷ หนี้สินหมุนเวียน (เท่า)หากค่าที่ได้มีมากกว่า 1 แสดงว่าบริษัทมีสภาพคล่องดี เนื่องจากมีสินทรัพย์หมุนเวียนมากกว่าหนี้สินหมุนเวียน แต่ถ้าค่าที่ได้น้อยกว่า 1 แสดงว่า บริษัทมีสภาพความคล่องไม่ดี เนื่องจากบริษัทมีทรัพย์สินหมุนเวียนไม่พอต่อการชำระหนี้สิน

2. อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนเร็ว

ซึ่งเป็นการคำนวณวัดอัตราสินทรัพย์หมุนเวียนที่มีสภาพคล่องสูงอันสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้อย่างรวดเร็ว โดยจะตัดรายการค่าสินค้าคงเหลือที่แปลงเป็นเงินสดได้ช้าออกไป โดยมีสูตรคำนวณคือ อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนเร็ว = สินทรัพย์หมุนเวียน - สินค้าคงเหลือ ÷ หนี้สินหมุนเวียน (เท่า) หากค่าที่ได้มากกว่า 1 แสดงว่าบริษัทมีสภาพความคล่องดี สามารถจ่ายหนี้หมุนเวียนในเวลาอันรวดเร็วได้ ซึ่งยิ่งสูงยิ่งมีสภาพความคล่องเยอะ แต่ถ้าค่าที่ได้น้อยกว่า 1 แสดงว่าบริษัทมีสภาพความคล่องต่ำเรื่องจากมีทรัพย์สินหมุนเวียนน้อยนั่นเอง ยิ่งค่าน้อยสภาพความคล่องยิ่งน้อยตาม

การบริหารสภาพคล่องมีประโยชน์อย่างไร?

การวางแผนสภาพคล่องเป็นสิ่งจำเป็นทั้งบริษัทและตัวบุคคล เนื่องจากเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าในแต่ละวันจะมีความเสี่ยงรูปแบบใดเข้ามาบ้าง ซึ่งอาจมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเข้ามาได้เสมอ ซึ่งถ้าคุณเป็นพนักงานการบริการสภาพความคล่องที่ดีก็จะช่วยให้คุณมีเงินใช้หากตกงานอย่างกะทันหัน หรือถ้าคุณเปิดบริษัทก็จะทำให้บริษัทมีเงินจ่ายหนี้สินเมื่อมีรายจ่ายที่ต้องเพิ่มจากการประกอบธุรกิจนั่นเอง

การบริหารสภาพคล่องที่ดีจะทำให้คุณไม่เป็นหนี้เพิ่มเติม เนื่องจากการขาดเงินหรือรายได้จะทำให้ขาดสภาพความคล่อง ซึ่งอาจทำให้คุณต้องไปกู้หนี้เพิ่มขึ้น หรือถ้าต้องการเงินด่วนมาใช้หมุนก็ต้องเสี่ยงต่อการถูกคิดดอกในปริมาณมหาศาล หรือถ้าเราไม่มีเครดิตในการกู้ ก็อาจส่งผลต้องขายทรัพย์สินมีค่าบางอย่างออกไปอย่างเร่งด่วน ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกกดราคาอีกเช่นกัน ทำให้โดยรวมแล้วเราจะขาดทุนหนักซ้ำเข้าไปอีก

ด้วยเหตุนี้การบริหารสภาพความคล่องให้มีเงินหมุนเวียนในเวลาฉุกเฉิน จะทำให้เรามีโอกาสใช้จ่ายจำเป็นเมื่อมีวิกฤตบางอย่างที่กระทบต่อรายรับนั่นเอง

มนุษย์เงินเดือนทั่วไปควรมีสภาพคล่องเท่าไหร่?

จากวิกฤตโควิดที่ผ่านมานั้น เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เราตระหนักถึงความสำคัญของสภาพคล่องได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีหลายคนที่โดนปลดออกจากงานกะทันหัน หากพิจารณาแล้วสำหรับมนุษย์เงินเดือนทั่วไปควรมีสภาพความคล่องหรือมีเงินสดและทรัพย์สินสำรองไว้ที่ประมาณ 6 เดือน ของค่าใช้จ่ายรายเดือน หรือถ้าให้เซฟที่สุดก็ควรอยู่ที่ประมาณ 1 ปี เพราะถ้าเราโดนปลดออกจากงานกะทันหัน อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าจะมีเงินใช้ระหว่างหางานใหม่ หรือหาช่องทางสร้างรายได้ใหม่ ๆ นั่นเอง

สำหรับใครที่ต้องการเงินฉุกเฉิน และไม่มีสินทรัพย์เลย เราขอแนะนำสินเชื่อส่วนบุคคลจากแรบบิท แคร์ ซึ่งจะมอบเงินด่วนฉุกเฉินให้คุณสำหรับจับจ่ายใช้สอยในเรื่องสำคัญ ขอกู้ง่าย และดอกเบี้ยต่ำ เหมาะกับผู้ที่ขาดสภาพคล่องเป็นอย่างยิ่ง

สินเชื่อที่ แรบบิท แคร์ แนะนำ

CardX SPEEDY LOAN
  • ผ่อนนานสูงสุด 24 และ 72 เดือน
  • วงเงินกู้ถึงหลักล้าน
  • อัตราดอกเบี้ย 25% ต่อปี
  • มีอายุงานตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป
  • มีรายได้ต่อเดือน 15,000 บาทขึ้นไป
สินเชื่อบุคคลซิตี้
  • ผ่อนชิลๆ 60 เดือน
  • อนุมัติวงเงินสูงสุด 2 ล้านบาท
  • มีรายได้ต่อเดือน 20,000 บาทขึ้นไป
  • อายุงานตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป
  • ไม่เคยยื่นกับ Citi ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา
สินเชื่อส่วนบุคคล Happy Cash ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์

LH Bank

  • ดอกเบี้ยต่ำ 8.88%/ปี*
  • วงเงินสูงสุด 1.5 ล้านบาท*
  • ผ่อนนานสูงสุด 60 เดือน*
  • ไม่ต้องค้ำประกัน
  • อายุงานไม่น้อยกว่า 1 ปีขึ้นไป
  • ทำงานในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล
  • รายได้ต่อเดือนขั้นต่ำ 30,000 บาทขึ้นไป
สมัครสินเชื่อส่วนบุคคล TTB Cash2Go
  • อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 25% ต่อปี
  • ไม่ต้องค้ำ
  • ดอกเบี้ยพิเศษ ลดต้นลดดอก
  • ผ่อนได้นานสุด 60 เดือน
  • วงเงินอนุมัติสูง 5 เท่าของรายได้

ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของเรา