แคร์แม่และเด็ก

ไขข้อข้องใจ ผู้ป่วยโรคออทิสติกทำประกันได้ไหม?

ผู้เขียน : คะน้าใบเขียว

นักเขียนรุ่นไฮบริด เขียนบทความด้านการบริหารเงินส่วนบุคคลและการลงทุนต่าง ๆ กว่า 7 ปี เริ่มต้นที่งานเขียนที่ Rabbit Finance จนย้ายมาที่ Rabbit Care

close
Published June 05, 2023

เรื่องออทิสติกในลูกเป็นเรื่องที่ทั้งพ่อแม่กังวล นอกเหนือจากอาการป่วยที่อาจส่งผลกระทบถึงพัฒนาสติปัญญาและทักษะทางสังคมของลูกแล้ว ยังอาจส่งผลกระทบถึงการทำธุรกรรมต่าง ๆ อย่าง การทำประกันด้วย แล้วแบบนี้ โรคออทิสติก คืออะไร แล้วหากเป็นจริง จะสามารถทำประกันชีวิต ประกันสุขภาพได้เหมือนคนทั่วไปหรือไม่? ไปหาคำตอบกับ แรบบิท แคร์ กันดีกว่า

ประกันสุขภาพที่คุณเลือกเองได้ พร้อมชำระได้หลากหลายช่องทาง
icon angle up or down

เลือกแผนประกันสุขภาพที่คุณสนใจ

    ชื่อนามสกุล

    หมายเลขโทรศัพท์

    โรคออทิสติก คืออะไร? มีวิธีสังเกตอะไรได้บ้าง?

    ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า กลุ่มของโรคออทิสติก (Autistic spectrum disorder) เป็นกลุ่มของโรคที่เกิดจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติในสมอง เช่น ระบบประสาท หรือเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางพันธุกรรม ทำให้เกิดความบกพร่องในการพัฒนาต่าง ๆ รวมถึงการพัฒนาทางภาษา การเข้าสังคมที่ช้าลง และอาจมีพฤติกรรมอื่นๆ เพิ่ม เช่น พฤติกรรมที่ซ้ำซากและจำกัด การสนใจและการกระทำที่ซ้ำ ๆ ซึ่งความบกพร่องในพัฒนาการเหล่านี้ จะยังคงอยู่ตลอดชีวิต โดยการเป็นออทิสติกนั้น ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของการเลี้ยงดู หรือบุคลิก ภาพของพ่อแม่ 

    อาการเหล่านี้เริ่มแสดงตัวก่อนเด็กอายุ 3 ขวบ ระดับความรุนแรงของโรคแต่ละราย สามารถแตกต่างกันได้ ขึ้นอยู่กับการพัฒนาทางภาษา ระดับสติปัญญา หรือความสามารถทางปัญญา (IQ หรือ Intelligence Quotient) และความผิดปกติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    แม้จะสามารถพบร่วมกับภาวะปัญญาอ่อนได้สูงถึง 50% แต่ผู้ป่วยโรคออทิสติกนั้นจะแตกต่างการเป็นปัญญาอ่อน โดยทาง คลินิกสุขภาพจิตและพัฒนาการเด็ก รพ.วิภาวดี อธิบายว่า สามารถแยกได้จากประเมินระดับสติปัญญา (IQ test) เป็นหลักนั่นเอง

    สำหรับคำถามที่ว่า ออทิสติก รักษาหายไหม? หากเป็นผู้ป่วยกลุ่มโรคออทิสติก แม้จะรักษาให้หายไม่ได้ แต่สามารถรักษาให้ดีขึ้น ผู้ป่วยใช้ชีวิต เข้าสังคมได้อย่างปกติไม่แตกต่างจากคนทั่วไป หากได้รับ การวินิจฉัยและการรักษาตั้งแต่อายุยังน้อย

    ออทิสติก มีกี่ประเภท มีอาการอย่างไรบ้าง?

    สำหรับอายุที่เริ่มมีอาการ เด็กกลุ่มโรคออทิสติกจะมีอาการก่อนอายุ 3 ปี ส่วนใหญ่พบอาการช่วง 2 ขวบปีแรก และ 1 ใน 4 ของพ่อแม่ รายงานว่าลูกมีพฤติกรรมด้านภาษา และสังคมถดถอยหลังจากเริ่มพูดเป็นคำที่มีความหมายได้ไม่กี่คำ ซึ่งหลายคนอาจเกิดข้อสงสัยว่าออทิสติก มีกี่ประเภท เบื้องต้น เราสามารถแบ่งอาการของเด็กกลุ่มโรคออทิสติกออกได้ ดังนี้

    • ความผิดปกติด้านปฏิสัมพันธ์ทางสังคม 

    เป็นความบกพร่องที่มีความรุนแรงมากที่สุดของกลุ่มโรคออทิสติกและดำเนินอยู่ตลอดในแต่ละช่วงวัย โดยกลุ่มออทิสติกที่มีความบกพร่องทางสังคมน้อยถือว่ามีการพยากรณ์โรคที่ดี ความบกพร่องทางสังคม เช่น ไม่มองหน้า ไม่สบตา ขณะพูดคุย หรือมีกิจกรรมร่วมกัน, ไม่แสดงสีหน้าท่าทาง ไม่ยิ้ม, ไม่มีภาษาท่าทางเพื่อการสื่อสาร, ขาดความสนใจร่วมกับผู้อื่น, ไม่เข้าใจสถานการณ์ทางสังคมที่ซับซ้อน ดูเหมือนไม่รู้จักกาลเทศะ หรือบางรายไม่สามารถแสดงอารมณ์อย่างเหมาะสมได้

    • ความผิดปกติด้านภาษาและการสื่อสาร

    เป็นกลุ่มผู้ป่วยที่มีปัญหาพัฒนาการด้านภาษาล่าช้า เป็นอาการแสดงที่นำเด็กกลุ่มโรคออทิสติกมาพบแพทย์บ่อยที่สุด โดย 50% ของเด็กกลุ่มโรคนี้ไม่สามารถใช้ภาษาพูดเพื่อการสื่อสารได้ เช่น พัฒนาการด้านการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารล่าช้าหรือไม่สามารถพูดได้เลย, ไม่สามารถใช้ภาษาท่าทางในการสื่อสารได้, พูดคำหรือวลีที่ไม่มีความหมาย ซ้ำ ๆ หรือส่งเสียงไม่เป็นภาษา พูดเล่นเสียง รวมไปถึงพฤติกรรมเข้าใจภาษาแบบตรงไปตรงมาตามตัวหนังสือ ทำให้ไม่เข้าใจมุกตลก สุภาษิต หรือสำนวนคำพังเพย

    • ความผิดปกติของพฤติกรรม

    โดยผู้ป่วยจะมีพฤติกรรมที่ซ้ำ ๆ หรือติดของบางอย่างมากเกินไป, กิจวัตรประจำวันมีแบบแผนเฉพาะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้, มีการเคลื่อนไหวร่างกายซ้ำๆ เช่น สะบัดมือ หมุนตัว เขย่งเท้า โยกตัว โขกศีรษะ ทำร้ายร่างกายตัวเอง, ปรับตัวยากต่อการเปลี่ยนแปลง, ตอบสนองต่อสิ่งเร้ามากหรือน้อยเกินไป ในกลุ่มที่มีความสามารถสูง จะมีความสนใจเฉพาะเรื่องจนกลายเป็นความสามารถพิเศษ มีการสะสมของที่สนใจ พูดแต่เรื่องที่ตนเองสนใจ

    • ความบกพร่องของระดับเชาวน์ปัญญา 

    จากสถิติพบว่า 50% ของเด็กกลุ่มโรคออทิสติกมีความบกพร่องของระดับเชาวน์ปัญญา โดยความสามารถด้านภาษาจะบกพร่องมากกว่าความสามารถด้านการกระทำ หรือการเคลื่อนไหว ระดับเชาวน์ปัญญาที่ต่ำ สัมพันธ์กับการเกิดอาการชักร่วมด้วย รวมถึงมีความเสี่ยงในการเป็นโรคอื่น ๆ ตามมาด้วย

    ดังนั้น ผู้ปกครองควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมของลูกหลานอยู่เสมอ หากพบว่ามีพัฒนาการที่ไม่เป็นไปตามวัย มีอาการเบื้องต้นที่ได้กล่าวไปควรพบแพทย์เพื่อปรึกษาถึงแนวทางต่าง ๆ ต่อไป

    แล้วแบบนี้ ผู้ป่วยกลุ่มโรคออทิสติก ควรตรวจสุขภาพอะไรเพิ่มเติมบ้าง?

    สำหรับเด็กกลุ่มโรคออทิสติก ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม ดังนี้

    • ตรวจการได้ยิน เนื่องจากเด็กกลุ่มนี้ มีปัญหาพัฒนาการล่าช้าด้านการพูด และภาษาควรตรวจการได้ยินทุกราย
    • ตรวจวัดระดับเชาวน์ปัญญา (IQ) หรือระดับพัฒนาการ ควรตรวจระดับเชาวน์ปัญญาและพัฒนาการด้านอื่น ๆ ด้วย เพื่อบอกการพยากรณ์โรคและวางแผนการรักษาต่อไป
    • ตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง ตรวจในกรณีสงสัยอาการชัก ได้แก่ มีอาการเหม่อจ้องมองโดยไร้จุดหมายร่วมกับมีอาการไม่รู้สึกตัว ประวัติพัฒนาการถดถอย หรือตรวจพบความผิดปกติของระบบประสาท
    • ตรวจโครโมโซม ส่งตรวจในกรณีพบลักษณะความผิดปกติที่จำเพาะต่อโรคทางพันธุกรรม หรือมีภาวะปัญญาอ่อนหรือพัฒนาการบกพร่องในครอบครัว

    อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น กลุ่มโรคออทิสติกไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เป้าหมายของการรักษาคือการส่ง เสริมพัฒนาการและลดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมให้ใกล้เคียงเด็กปกติมากที่สุด ซึ่งการวินิจฉัยและได้รับการรักษาตั้งแต่อายุยังน้อย และต่อเนื่องทำให้ผลการรักษาดี 

    โดยวิธีการรักษาที่เหมาะสมคือ บูรณาการ การรักษาด้านต่าง ๆ เข้าด้วยกันตามความจำเป็นของเด็กแต่ละคน เช่น ปรับพฤติกรรมและฝึกทักษะทางสังคม เพื่อเพิ่มพฤติกรรมที่เหมาะสมและลดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม, ฝึกพูด, ส่งเสริมพัฒนาการด้านต่าง ๆ ที่จำเป็น

    สรุปแล้ว ผู้เป็นออทิสติกสามารถทำประกันได้ไหม? 

    จริงอยู่ที่กลุ่มผู้ป่วยโรคออทิสติกนั้น แม้จะมีร่างกายที่แข็งแรงก็ตาม แต่หลายครั้ง ผู้เป็นออทิสติกอาจพบความยากลำบากในการทำประกันภัย เนื่องจากออทิสติกถือเป็นภาวะที่มีความเสี่ยงในการเกิดความบกพร่องในพัฒนาการและพฤติกรรมที่ไม่ธรรมชาติ ซึ่งบางบริษัทประกันอาจปฏิเสธการรับประกันหรือเสนอเงื่อนไขการคุ้มครองที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับผู้ที่มีออทิสติก

    แต่ใช่ว่าการเป็นผู้ป่วยออทิสติกจะหมดโอกาสในการทำประกันชีวิต หรือประกันสุขภาพเลย เพราะในบางกรณี ผู้ป่วยออทิสติกก็สามารถทำประกันได้ แต่อาจมีเงื่อนไขที่ซับซ้อนในการพิจารณา ไม่ว่าจะเป็น ระดับความรุนแรงของออทิสติก, ประวัติสุขภาพการรักษาต่าง ๆ หรือเบี้ยประกันที่แพงมากขึ้น

    สำหรับผู้ปกครองที่มีคนใกล้ตัวเป็นผู้ป่วยกลุ่มโรคออทิสสติก และอยากทำประกันชีวิต หรือประกันสุขภาพให้ เบื้องต้นอาจเตรียมการณ์ได้ ดังนี้

    • ติดต่อสอบถามเพื่อขอคำแนะนำสำหรับการทำประกัน รวมถึงอ่านและตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขของนโยบายประกันอย่างละเอียด เช่น เงื่อนไขการคุ้มครอง, การเก็บเบี้ยประกัน, รายละเอียดการเคลม เพื่อให้ได้ข้อมูลและคำแนะนำที่ถูกต้องและเหมาะสม
    • ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับผู้ป่วยออทิสติก ไม่ว่าจะเป็น ประวัติการรักษา, การส่งเสริมการพัฒนา หรือความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับออทิสติก เพราะข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้บริษัทประกันประเมินความเสี่ยงและสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับแบบแแผนประกันที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยออทิสติกได้ 

    ข้อควรระวังในการเลือกทำประกันให้กับผู้ป่วยออทิสติก คือ บริษัทประกันอาจมีการจำกัดเงื่อนไขในการคุ้มครอง เช่น การปฏิเสธความคุ้มครองสำหรับผู้ที่มีภาวะออทิสติกรุนแรง หรืออาจมีการเพิกถอนการคุ้มครองหากมีปัจจัยที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิตกับผู้ป่วยออทิสติก


    และสำหรับใครที่กำลังมองหาประกันชีวิต หรือ ประกันสุขภาพ ต้องที่นี้เลย แรบบิท แคร์ ที่พร้อมให้บริการคำแนะนำและพร้อมตอบทุกคำถามให้คุณ และแบบแผนประกันที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ คลิกเลย!


     

    บทความแคร์แม่และเด็ก

    แคร์แม่และเด็ก

    ความสามารถพิเศษที่ควรให้ลูกมีติดตัวไว้ เพราะอาจได้ใช้และต่อยอดได้ในระยะยาว

    ความสามารถพิเศษ สิ่งที่เราต่างก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าหากมีติดตัวเอาไว้ย่อมเป็นผลดีมากกว่าไม่มี
    Nok Srihong
    25/03/2024

    แคร์แม่และเด็ก

    ผ่าคลอด มีข้อดีอย่างไร ? ปลอดภัยกว่าคลอดธรรมชาติหรือไม่ ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ?

    สำหรับว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ จะผ่าคลอดหรือคลอดธรรมชาติคงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะต้องตัดสินใจ ว่าจะผ่าคลอดดีหรือไม่ การผ่าคลอดปลอดภัยกว่าคลอดธรรมชาติไหม
    Nok Srihong
    12/03/2024