บัตรเครดิต

บัตรเอทีเอ็มแบบชิปการ์ดดีกว่าแถบแม่เหล็กอย่างไร?

ผู้เขียน : ใบไม้ร่าเริง
Published November 11, 2019
บัตรเอทีเอ็มชิปการ์ด
เป็นที่ทราบกันดีว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ จะยกเลิกการใช้บัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตแบบแถบแม่เหล็ก ภายในวันที่ 15 มกราคม 2563 นี้ และหลังจากวันที่ 16 มกราคม 2563 เป็นต้นไป จะไม่สามารถใช้บริการกดเงินหรือรูดบัตรที่ร้านค้าได้ ดังนั้นผู้ที่ยังถือบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตแบบแถบแม่เหล็กต้องไปเปลี่ยนเป็นบัตรแบบชิปการ์ดที่ธนาคารว่าแต่ชิปการ์ดสำคัญยังไง แล้วทำไมต้องเปลี่ยน? ตาม Rabbit Care ไปดูรายละเอียดกันเลยบัตรเอทีเอ็มชิปการ์ด

ทำไมต้องเปลี่ยนเป็นบัตรชิปการ์ด

จากนโยบายของคณะกรรมการระบบการชำระเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ธนาคารพาณิชย์เปลี่ยนบัตรให้เป็นชิปการ์ด เพราะถือว่าเป็นบัตรที่ยอมรับกันในระดับสากล ในเรื่องของความปลอดภัย เพราะบัตรชิปการ์ดสามารถป้องกันการคัดลอกข้อมูล และทำบัตรปลอมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดหลายประเทศทั่วโลก ได้มีการปรับใช้บัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรเอทีเอ็มเป็นแบบชิปการ์ดแล้ว เช่น ในทวีปยุโรป และทวีปออสเตรเลีย นอกจากนี้ประเทศในกลุ่มสมาชิกอาเซียนอย่าง สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ก็มีการเปลี่ยนมาใช้ชิปการ์ดแล้วเช่นกัน เพื่อแก้ปัญหาการปลอมแปลงบัตร ที่นำไปสู่การโจรกรรมข้อมูล หรือสกิมมิ่งนั่นเอง
ชิปการ์ด หรือ Smart Card หรือ EMV (ย่อมาจาก Europay, MasterCard และ Visa) คือ บัตรที่มีการเก็บข้อมูลของผู้ถือบัตรไว้ในชิปที่เปรียบเสมือนคอมพิวเตอร์ขนาดจิ๋ว ที่ช่วยให้เราสามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น
โดยประเทศไทย ได้ใช้ชิปการ์ดกับบัตรเครดิตไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนบัตรเดบิตและบัตรเอทีเอ็มนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ออกบัตรเดบิตและบัตรเอทีเอ็มให้เป็นแบบชิปการ์ด รวมถึงเครื่องเอทีเอ็มของธนาคารจะต้องรองรับชิปการ์ดอีกด้วยบัตรเอทีเอ็มชิปการ์ด

บัตรเอทีเอ็มแบบชิปการ์ดดียังไง?

ธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมธนาคาร และสถาบันการเงิน ในการผลักดันเพื่อปรับเปลี่ยนบัตรเดบิตและบัตรเอทีเอ็มจากรูปแบบบัตรแถบแม่เหล็ก ให้เป็นบัตรชิปการ์ด ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา เพื่อต้องการยกระดับความปลอดภัยในการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นป้องกันการปลอมแปลงบัตร และการโจรกรรมข้อมูล นำไปทำบัตรปลอม และใช้ทำธุรกรรมทางการเงินผ่านเครื่องเอทีเอ็มตามที่พบเห็นได้บ่อย ๆ ตามข่าวเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์ที่เพิ่มมากขึ้น และให้ผู้ถือบัตรสามารถใช้งานบัตรได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงิน นอกจากการเปลี่ยนตัวบัตรเป็นชิปการ์ดแล้ว ธนาคารจะยังกำหนดให้ตั้งรหัส PIN จากเดิม 4 หลัก ให้เป็น 6 หลัก เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้รหัสถูกคาดเดาได้ยากขึ้นอีกด้วยนะคะ เรียกว่าช่วยเซฟให้ผู้ถือบัตรสุด ๆสำหรับใครที่ยังไม่ได้เปลี่ยนบัตรเอทีเอ็ม และบัตรเดบิตเป็นแบบชิปการ์ด สามารถนำบัตรบัตรประจำตัวประชาชน บัตรเดบิตหรือบัตรเอทีเอ็มใบเดิม และสมุดบัญชีเงินฝาก ของธนาคารที่ใช้บริการทุกสาขา แจ้งความจำนงในการขอเปลี่ยนบัตรได้เลยโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆบัตรเอทีเอ็มชิปการ์ด

บัตรแถบแม่เหล็กต่างจากชิปการ์ดอย่างไร

วิธีการสังเกตความแตกต่างระหว่างบัตรแถบแม่เหล็ก และแบบชิปการ์ดที่ถืออยู่นั้น ไม่ยากเลยค่ะ ดังนี้
  • บัตรแถบแม่เหล็ก จะไม่มีตัวชิป (Chip) อยู่บนหน้าบัตร
  • แถบแม่เหล็กอยู่ด้านหลังบัตรเท่านั้น
  • บัตรชิปการ์ด จะมีตัวชิปสี่เหลี่ยมขนาดเล็กที่ติดอยู่บนด้านหน้าของบัตร
  • ด้านหลังของบัตรจะยังคงรูปแบบเดิมไว้คือมีแถบแม่เหล็กสำหรับให้ผู้ถือบัตรเซ็น/ลงลายมือชื่อ
บัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตแบบชิปการ์ดนี้ มีประโยชน์กับทุกคนที่ถือ เพราะสามารถเพิ่มความปลอดภัยให้กับเงินของเราในบัญชีเงินฝากได้ เนื่องจากสามารถป้องกันการคัดลอกข้อมูลได้มากกว่าบัตรแถบแม่เหล็กที่พบว่า ถูกโจรกรรมข้อมูลจากมิจฉาชีพ แล้วนำแถบแม่เหล็กนั้นไปคัดลอกข้อมูลจากบัตร เมื่อผู้ถือบัตรทำรายการที่ตู้เอทีเอ็มต่าง ๆ ได้ โดยที่เราไม่รู้ตัวนั่นเอง
ปัจจุบันยังมีประชาชนถือบัตรเอทีเอ็มและเดบิตทั้งหมด 67 ล้านใบ แยกเป็นส่วนที่ยังใช้บัตรแบบแถบแม่เหล็กอยู่ประมาณ 20 ล้านใบทั่วประเทศ ซึ่งจะต้องเปลี่ยนบัตรใหม่เป็นบัตรชิปการ์ด เพื่อให้ใช้งานบัตรได้อย่างต่อเนื่องก่อนวันที่ 15 มกราคา 2563 นี้ 

หากมีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารพาณิชย์ทุกสาขาหรือศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. โทร.  1213

บทความบัตรเครดิต

Rabbit Care Blog Image 75083

บัตรเครดิต

แชร์เคล็ดลับช้อปออนไลน์อย่างไรไม่ให้เงินหมดกระเป๋า

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้ การช้อปปิ้งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย บางคนห้ามใจไม่ได้เผลอช้อปหนักเกินไปจนมีปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลัง เงินหมดแบบเดือนชนเดือน!
คะน้าใบเขียว
16/11/2021
Rabbit Care Blog Image 70705

บัตรเครดิต

“เซิร์ฟสเก็ต” ต่างจาก “สเก็ตบอร์ด” อย่างไรกันนะ?

หนึ่งในกีฬาที่ใครๆ ต่างก็ให้ความสนใจในช่วงนี้ ก็คงหนีไม่พ้น เซิร์ฟสเก็ต (Surf Skate) นี่เอง ว่าแต่เจ้ากีฬาชนิดนี่ แตกต่างกับ สเก็ตบอร์ด (Skateboard) ยังไงกันนะ ?
คะน้าใบเขียว
01/06/2021
Rabbit Care Blog Image 70616

บัตรเครดิต

8 สิทธิประโยชน์ บัตรเครดิตที่ได้มากกว่าการชอปปิ้ง

บัตรเครดิตนอกจากจะให้ความปลอดภัยแล้ว ยังพกพาง่ายกว่าเงินสดอีกด้วย และถ้าใครเลือกบัตรเครดิตที่ตรงตามกับไลฟ์สไตส์ของตัวเองด้วยแล้ว
ใบไม้ร่าเริง
20/05/2021